<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32653" type="text/javascript"></script> |
|
สาวใช้จอมเฮี้ยวเอี่ยวหัวใจเจ้านายจอมซ่า
ตั้งแต่มุมิเกิดมาไม่เค้ยไม่เคยต้องรู้สีกแบบนี้ ต้องยอมก้มหัวให้กะเจ้านายจอมซ่า คนอะรายหน้าตาก็ดี แต่เสียอย่างเดียะนิสัยของนายนั่นโคตรรรรรจะตรงกันข้ามกับหน้าตาเลยอ่ะ ฮื่อๆๆๆๆมุมิอยากจะร้องให้ต้องมาทำงานแทนเพื่อนสุดที่รัก มาเป็นกะลังใจให้มุมิกันเหอะ
post ครั้งแรก: Tue 18 September 2007, 3:33 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 15 May 2008, 9:22 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
อีกประมาณ 4 ชั่วโมง เครื่องก็จะออกแล้ว แต่ชั้นยังรู้สึกว่าวันเวลายังวิ่งเร็วเกินไปอยู่ดี
ทุกคนต่างอำลาอาลัยโรงแรมแห่งนี้ ดูจากสีหน้าของทุกคนก็รู้ว่าคงไม่มีใครอยากจากไปจาก
ที่นี่สักเท่าไหร่ พวกเราต่างกล่าวคำอำลากับพี่ๆที่อยู่โรงแรมแห่งนั้นอย่างตื้นตัน
บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ยิ้มแย้ม แต่นั่นยังแสดงได้ดีว่าทุกคนผูกพันธ์กับที่แห่งนี้แค่ไหน
ตลอดเวลานั้นชั้นรู้อยู่อย่างเดียวว่านายอีริคยังจับมือชั้นไม่ยอมปล่อย พร้อมทั้งกระชับอ้อม
แขนอันอับอุ่นดึงชั้นให้ชิดกับอกกว้างอย่างอ่อนโยน ทันใดนั้นก็มีเพลงๆนึงลอยมาจากอาคาร
จัดงาน ซึ่งชั้นคิดว่าต้องเป็นเพลงส่งท้ายอย่างแน่นอน ซึ่งเนื้อหาในเพลงๆนี้
จัดได้ตรงใจของชั้นมากๆเลยแหละ
เพลง: Used to
เพลงของ Daughtry
You used to talk to me like
I was the only one around.
You used to lean on me like
The only other choice was falling down.
You used to walk with me like
We had nowhere we needed to go,
Nice and slow, to no place in particular.
We used to have this figured out
We used to breathe without a doubt.
When nights were clear, you were the first star that I'd see.
We used to have this under control.
We never thought.
We used to know.
At least there's you, and at least there's me.
Can we get this back?
Can we get this back to how it used to be?
I used to reach for you when
I got lost along the way.
I used to listen.
You always had just the right thing to say.
I used to follow you.
Never really cared where we would go,
Fast or slow, to anywhere at all.
We used to have this figured out;
We used to breathe without a doubt.
When nights were clear, you were the first star that I'd see.
We used to have this under control.
We never thought.
We used to know.
At least there's you, and at least there's me.
Can we get this back?
Can we get this back to how it used to be?
I look around me,
And I want you to be there
'Cause I miss the things that we shared.
Look around you.
It's empty, and you're sad
'Cause you miss the love that we had.
You used to talk to me like
I was the only one around,
The only one around.
We used to have this figured out;
We used to breathe without a doubt.
When nights were clear, you were the first star that I'd see.
We used to have this under control.
We never thought.
We used to know.
At least there's you, and at least there's me.
Can we get this back?
Can we get this back to how it used to be? Yeah.
To how it used to be.
To how it used to be, yeah.
To how it used to be.
To how it used to be.
นายอีริคจับมือชั้นแน่น มือชั้นชื้นไปด้วยเหงื่อ
" อย่าเศร้าไปเลยนะ ชั้นจะอยู่ข้างเธอเสมอ " พอพูดเสร็จ นายอีริคก็บีบมือชั้นเบาๆเป็นการ
ปลอบใจ
" มะ ไม่ ต้องห่วงชั้นหรอกนะ ชะ ชั้นโอเคน่ะ นายชอบมองว่าชั้นยังเด็กอยู่เรื่อยเลย "
" ก็ชั้นไม่ชอบเห็นเวลาเธอเศร้านี่นา มันหดหู่ในใจยังไงก็ไม่รู้ ยิ้มเหอะนะ ชั้นจะได้สบายใจ "
" ก็คนมันเศร้านินา ชั้นไม่อยากไปจากที่นี่เลยอ่ะ นายก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย "
" อืม เธอฟังเพลงนี้รึยังล่ะ ชั้นเพิ่งเปิดดูเมื่อกี้ มันเหลืออีกเพลงนึงนะ ที่เรายังไม่ได้ฟังกัน"
นายอีริคบอกขึ้น พร้อมเปิดกล่องดนตรีและเลือกโปรแกรมอะไรซักอย่าง ชั้นมองอย่างงุนงง
แล้งสิ่งที่ชั้นได้ยินก็คือ เสียงเพลงๆนึงซึ่งชั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน ดนตรีจังหวะมันส์ๆ และมี
สเน่ห์ของเสียงที่ร้องนั้น มันทำให้ชั้นรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ชั้นตั้งใจฟังเพลงนี้อย่างตั้งใจ
เพลง: Stay Here Tonight
เพลงของ Enrique Iglesias
I know it's late and you're tired
And we'd been talking for hours here
You don't have to tell me
I see that look in your eyes
And I know someone say goodbyes oh yeah
I feel it coming
And I hear you take a deep breath
And my hands are starting to sweat
Don't want you to
I don't want you to leave yeah
Stay here tonight stay here tonight
Just when you around me everything's right, Don't go
Ah don't leave me alone
Stay here tonight stay here tonight
I wanna hold you in my arms show you worth that's life
Don't go
I need you I need you
You crab your coat and I'm dying
But I know for you're still deciding yeah
There's nobodies moving
Time stops and everything's quiet
I'm begging on for my life in you
You don't even see it
And then you coming closer
And baby it's not over
Till I hear you say till I hear you say
Goodnight oh yeah
Stay here tonight stay here tonight
Just when you around me everything's right
Don't go
Ah don't leave me alone
Stay here tonight stay here tonight
I wanna hold you in my arms show you worth that's life
Don't go
I need you I need you
Something about you saying is not
Something about you makes me feel like I'm nobody
Stay here tonight stay here tonight
Just when you around me everything's right
Don't go
Don't leave me alone
Stay here tonight stay here tonight
Just when you around me everything's right
Don't go
Ah don't leave me alone
Stay here tonight stay here tonight
I wanna hold you in my arms show you worth that's life
Don't go
I need you I need you
Stay with me tonight
I need you
Stay with me tonight
I need you
Stay..(fade out)
เมื่อฟังเพลงจบแล้ว สังเกตได้ว่าแต่ละคนต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ของความคิดของตัวเอง
" เอ่อ " เสียงนึงได้คั่นจังหวะภวังค์ของความคิดของทุกคนขึ้น ทุกคนจึงหันไปทางต้นเสียง
ซึ่งก็คือพี่ซีรีอัสนั่นเอง
หน้าของทุกคนตอนนี้มีเครื่องหมายของ Question Mark เต็มไปหมด
" นายจะบอกอะไรพวกเราหรอซีรีอัส " นายอีริคถามขึ้น
" คือชั้นจะบอกว่าอีก 3 ชั่วโมงเครื่องจะขึ้นแล้ว เรารีบไปกันเหอะ " พี่ซีรีอัสตอบแบบกระตือ
รือร้น
" อ้ากกกกกกกกก ใช่จริงๆด้วย แล้วพวกจะมัวอยู่ตรงนี้ไปใย รีบไปบอกลุงคนขับรถเซ่ ว่า
พวกเราพร้อมแล้ว " นี่คือเสียงของนายเจมส์ตะโกนขึ้น ยัยเรดาร์พยักหน้าสนับสนุน
แหม๋ คู่นี้เข้าเป็นปี่เป็นขลุ่ยจริ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
" อ่ะ ใช่ เมื่อกี้ยังเห็นเดินแถวๆนี้อยู่เลยนิ ไปไหนแล้วนะ เด๋วชั้นไปตามเองรอตรงนี้นะ "
นายอีริคบอกพร้อมกับมองรอบๆ พร้อมทั้งจูงมือชั้นดินไปอีกทาง
" เฮ้ นายจะพาชั้นไปไหนอ่ะ " ชั้นร้องขึ้นเมื่อนายอีริคมัวแต่ลากชั้นให้เดินไปข้างหน้า
" ว้าววววววว สองคนนี้กะไปตัวติดกันรึไงวะ ไปไหนก็ไปด้วยกันหมั่นไส้ว่ะ "
นายเจมส์แซวขึ้น อย่างนึกสนุก ชั้นหันไปมองหน้านายเจมส์แล้วส่งยิ้มเขินๆให้ทีนึง ก่อนที่
นายอีริคจะลากชั้นไปอย่างไม่ค่อยปราณีปราศัย ชั้นจึงจำต้องเดินตามอย่างเสียไม่ได้
แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ว่านายนี่จะพาชั้นไปไหนนะ แต่มือคู่นี้ช่างอบอุ่นเหลือเกิน ชั้นแทบ
อยากจะหยุดเวลานี้เหลือแค่เราสองคนนานเท่านานเลยแหละ
" นี่นายจะพาชั้นไปไหนเนี่ย " ในที่สุดก็อดสงสัยที่จะถามไม่ได้ชั้นเลยต้องเอ่ยปากออกไป
เมื่อนายนั่นมีทีท่าว่าจะไม่ยอมหยุดเดินง่ายๆ
" จ๊ จุ๊ จุ๊ ห้ามถาม ตามชั้นมาดีๆ " นายนั่นยังทำท่าจุ๊ปากแถมยังเล่นลิ้นไม่ยอมตอบคำถาม
ชั้นแต่อย่างใด
" งั้นชั้นไม่เดินตามนายแล้วนะ ชั้นเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว " ชั้นทำท่าจะนั่งลงกับพื้นแต่ถูกนายอีริ
คดึงตัวชั้นให้ยืนขึ้นซะก่อน เมื่อชั้นต่อต้านไม่ยอมยืนง่ายๆ
นายนั่นเลยใช้วิธีกระชากและกอดชั้นเอาไว้ดื้อๆ พร้อมกับรั้งตัวชั้นให้แนบช่วงอกกว้างยิ่งขึ้น
ชั้นต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ นายนั่นก้มหน้าซะจนแทบจะชิดกะจมูกของชั้น หน้าของชั้น
แดงยิ่งกว่ามะเขือเทศซะอีก แต่ดีที่นี่มีแค่แสงสลัวๆเท่านั้น นายนั่นจึงไม่ทันได้สังเกตว่าชั้น
เขินจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว นายนั่นไม่รู้สึกรึไงนะว่าเราอยู่ใกล้กันเกินไปน่ะ
เมื่อสมาธิชั้นลอยละล่องไกลแสนไกล แต่อยู่ดีๆ เสียงของนายอีริคก็ให้ภวังค์อันหวาบหวาม
นั้น พังลงกับตา แพ้งงงงง นั่นคงเปรียบเปรยดังเสียงกระจกแตก สมองไม่สามารถต่อเป็นชิ้น
เป็นอันได้เลย
" เธอจะให้ชั้นกอดแบบนี้หรือจะยอมเดินเลือกเอา " แล้วนายนั่นก็ยื่นคำขาดด้วยท่าทางจริง
จัง จะให้ชั้นทำยังไงเล่าก็นายนั่นไม่ยอมบอกว่าจะพาชั้นไปไหน ชั้นจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย จะ
ให้ยืนกอดกันอย่างนี้เนี่ยนะ ชั้นเสียเปรียบชัดๆ แล้วจะทำไงดีเนี่ย ชั้นใช้ความคิดอยู่ครู่นึง
แล้วความคิดใหม่ก็แว๊บเข้ามาในหัวชั้น แล้วชั้นก็พูดอย่างขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงที่ออด
อ้อนให้นายนั่นตกหลุมพราง เผื่อนายนั่นจะยอมปล่อยชั้นไปง่ายๆ โฮ๊ะๆๆๆ สมองอันชาญ
ฉลาดของชั้นกะลังทำงานอย่างหนักในการทำสงครามเย็นกะนายอีริค นายนั่นน่ะมันหมูซะ
เมื่อไหร่ล่ะ ปีศาจชัดๆ ชั้นต้องหาวิธีพูดใหม่ เพื่อทำไงก็ได้จะได้ไปจากนายอีริคซะที
" ชั้นไม่รู้นิ ก็นายไม่ยอมบอกนิว่าเรากะลังจะไปไหนกัน แล้วจะให้ชั้นเดินตามนายต้อยๆ
อย่างไร้จุดหมายได้ยังไงล่ะ นี่เรามีเวลาอยู่ที่นี่แค่ 3 ชั่วโมงเองนะ " ชั้นเอ่ยออกมาอย่างออด
อ้อนหวานซะจนชั้นแทบจะสำลักความหวานของน้ำเสียงของตัวชั้นเองเลยอ่ะ แค่กๆๆๆๆ ชั้น
แอบสำลักอยู่ในใจ เอาก็เอาเหอะนะยัยมุมิ มาถึงขั้นนี้แล้วนายอีริคไม่ใจอ่อนให้มันรู้ไป
"อืม ก็ใช่แฮะ แต่ว่า " อยู่ดีๆนายนั่นทำสายตาวิบวับ ชั้นล่ะกลัวจริงๆว่านายนั่นต้องคิดอะไร
แผลงๆอย่างแน่นอน ท่าทางนายนั่นใช้ความคิดน่าดู แล้วนายนั่นก็คลายอ้อมกอดนั้นออก
ดื้อๆ ชั้นขมวดคิ้วอย่างสงสัยเต็มที ว่านายนั่นจะทำอะไรกันแน่ รึว่านายอีริคจะบ้าไปซะแล้ว
" อืม ชั้นว่าน่ะนะเธอตามชั้นมาดีๆดีกว่าเราจะได้ไม่เสียเวลามากกว่านี้ เร็วทางนี้ แล้วเธอจะ
ได้รู้ไงว่าชั้นพาเธอมาที่นั่นทำไม นี่อย่าดื้อซี่เดินตามมาดีๆ" นายอีริคลากชั้นอย่างลู่ถี่ลู่ถังเป็น
เชิงบังคับ เมื่อไม่เห็นประโยชน์ว่าการดื้อดึงแบบนั้นแล้วมันจะดียังไง ก็เลยยอมเดินตามนายอี
ริคอย่างโดยดี
" นี่เธอเดินมาเร็วหน่อยซี่เด๋วก็อดดูของดีหรอก " นายอีริคยังไม่วายบ่นชั้นเรื่องเดินช้าอีก
ก็นายนั่นเล่นก้าวทีละยาวๆ ขาสั้นๆของชั้นจะก้าวทันที่ไหนกันล่ะ สงสัยชั้นต้องต่อขาใหม่ละ
มั้งถึงจะเดินให้ทันนายนั่นน่ะ น่าหมั่นไส้ชะมัด ตัวเองเดินเร็วยังมาโทษชาวบ้านอีก
ชั้นมัวแต่บ่นอยู่ในใจ และก้าวเท้ายาวๆให้แซงหน้านายอีริคและสุดท้ายชั้นก็แพ้ทุกที ชั้นจึงใช้
วิธีใหม่ก็คือ วิ่งให้สุดชีวิตเพื่อจะได้แซงหน้านายอีริคให้ได้และแล้วชั้นก็ทำสำเร็จ ชั้นวิ่งๆๆและ
ก็วิ่งจนหมดแรง สุดท้ายจึงหยุดพักเหนื่อย ตรงหน้าทะเล ซึ่งตอนนี้ดึกมากพอสมควรแล้ว
และชั้นก็รู้สึกถึงบรรยากาศความเงียบงัน รู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆเข้ามาแผ่คลุม
บริเวณแห่งนั้น
" อ้ากกกกกกก บรรยากาศช่างวังเวงจัง " ชั้นหันซ้ายแลขวาแต่ก็ไม่เห็นเงาของนายอีริ
ควิ่งตามชั้นมาเลยเลย ในใจชั้นเริ่มเต้น " เอาไงดีเนี่ย ชั้นยิ่งประเภทกลัวผีขึ้นสมองด้วย
สิ " ชั้นหันซ้ายแลขวาเกือบ 3 นาที เมื่อมองไม่เห็นว่านายอีริคจะมีวี่แววตามชั้นมา สุดท้าย
ชั้นก็เลยหันไปมองที่ทะเลไกลสุดฟากฟ้า วันนี้คงเป็นสุดท้ายล่ะสินะ ที่จะได้เห็นบรรยากาศ
แบบนี้ และแล้วเสียงก้าว สวบ สวบๆๆ ก็ดังมาใกล้ชั้นๆ และได้ยินเสียงหอบ เป็นระยะๆ
" นี่เธอ วิ่งไม่ได้ดูคนข้างหลังเลยนะ ยังงี้ถ้าวิ่งผลัดสงสัยคงแพ้แหง๋แก๋ เล่นไม่มองหน้ามอง
ไม่มองหลังเอาซะเลย " นายนั่นยืนอยู่อีกด้านนึงของต้นมะพร้าว พร้อมกับยืนหอบแฮกๆๆ
ประมาณ 5 นาที ชั้นแอบดีใจนิดๆที่นายนั่นไม่ยอมทิ้งชั้นให้อยู่คนเดียว อย่างน้อยนายอีริคยัง
วิ่งตามชั้นมาถึงนี่ แต่ถึงอย่างนั้นชั้นก็ยังโกรธนายนั่นอยู่ดี ชั้นทำท่ามองเฉไฉไปทางอื่น
และไม่ตอบคำถามนั่น เพราะมัวแต่โกรธและหันหน้าไปทางอื่นที่ไม่มีหน้าของนายนั่นเลยไม่
ได้สังเกตว่า นายอีริคแอบขำกับท่าทางไม่พอใจของชั้นอยู่ และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
"อ๊ะ ถึงที่แล้ว และก็ไม่ต้องแอบบ่นชั้นในใจอีกล่ะ เธอบ่นในใจทีไรชั้นได้ยินทุกที ก็หน้า
ของเธอน่ะปิดได้ซะที่ไหน อารมณ์ยังไงหน้าก็เป็นยังงั้น ไม่เก็บอารมณ์เอาซะเลย
วิ่งอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะไม่เสียเวลาดี ได้ออกกำลังกายด้วย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เธอนิ โตแต่ตัว
จริงๆนะ"
นายอีริคหัวเราะเสียงดังพร้อมทั้งกุม หน้าท้องและพยายามกลั้นเสียงหัวเราะอย่างสุดความ
สามารถ
" ฮึ ๆๆ ฮึๆๆ ฮึๆๆ " นั่นคือเสียงของนายนั่นที่พยามยามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้
ชั้นหันไปมองหน้าของนายนั่นอย่างนึกสงสัยว่าทำไมนายนั่นถึงหัวเราะออกมาเสียงดังขนาด
นั้น ชั้นได้แต่ยืนอยูกับทื่มองนายนั่นไม่วางตาด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจนายนั่นเอาซะเลย
" นายหัวเราะใครน่ะ " ชั้นถามนายนั่น
" หัวเราะเธอไง "
" ชั้น "
" ใช่ "
" เรื่องอะไรไม่ทราบ "
"เธออย่ารู้เลย ฮึๆๆ ฮึๆๆ " เอาอีกแล้ว นายอีริคสงสัยท่าจะบ้าไปกันใหญ่หัวเราะอยู่ได้คน
เดียว ชั้นไม่รู้เลยว่าเวลาที่ชั้นโกรธนายนั่นในใจนั้นชั้นชอบทำท่าไม่ใส่ใจนายนั่น และชอบ
เดินเร็วๆเพื่อไม่ให้นายนั่นเดินตามทัน และที่สำคัญก็คือชั้นจะวิ่งไปไหนก็ได้โดยไม่ต้องมอง
ว่าเท้าจะพาชั้นไปที่ไหน เหตุผลขอเดียวก็คือไม่อยากจะเจอนายนั่น และนี่คือที่มาของคำว่า
" ชั้นโตแต่ตัว " ที่นายนั่นพูด
" นี่ชั้นพาเธอออกมาเพื่อให้เธอสบายใจนะ ไม่ได้ให้มาเครียด โน่น ดูตรงโน้นสิ เห็นมั้ยว่า
มันคืออะไร " นายอีริคชี้ไปยังกลางทะเลอันดำทะมึนด้วยแสงจันทร์ ชั้นพยายามขยี้ตาไป
มา แต่ก็ยังมองไม่เห็นอะไรเลย
" ไหน ไหน มันอยู่ไหนล่ะ ไอ้ที่นายให้ดูน่ะ " ชั้นพยายามสอดส่ายสายตาไปมาเพื่อจะหาสิ่ง
ที่นายอีริคว่า
" รอซักประมาณ 5 นาทีนะ เด๋วเธอก็รู้ " นายนั่นบอกแบบมีเลศนัย พรางมองที่นาฬิกาข้อ
มือ เมื่อครบ 4.50 นาทีแล้ว นายนั่นก็ออกเสียงนับถอยหลังอย่างมั่นใจ
" 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 0 " แล้วนายนั่นก็จ้องไปยังกลางทะเลไม่กระพริบ ชั้นยืนมอง
พฤติกรรมแปลกๆของนายอีริคอยู่นาน เหมือนกับว่านายอีริคกะลังรออะไรบางอย่างปรากฏที่
กลางทะเลลึก เมื่อเสียงนับเสร็จสิ้น ก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น และนายอีริคก็มีท่าทีดีใจ
อย่างเห็นได้ชัด
" โน่น เธอเห็นอะไรมั้ย พวกมันกะลังมา" นายนั่นตะโกนลั่นอย่างดีใจ
" มะ มันคืออะไรล่ะ " ชั้นถามเสียงสั่น
" ฟิ้วววววว " เสียงดังจากกลางทะเลลึก
เสียงลมพัดหวี้ดหวิว พัดผ่าน เสียงคลื่นลมปะทะหน้าเราสองคน
" อ๊ะ นั่นเสียงอะไรอ่ะ " ชั้นชี้ไปยังต้นเสียงนั่น
" นั่นก็คือฝูงปลาวาฬน่ะสิ เห็นมั้ยมาเป็นฝูงเลย มันสวยมากๆเลยนะรู้มั้ย เมื่อผิวของปลาวาฬ
อาบแสงจันทร์อย่างนี้ ดูมันกระโดดสิ สวยจริงๆ " นายอีริคอธิบายภาพตรงหน้าอย่างตื่นเต้น
" เออใช่ มันช่างงามจริงๆ " ชั้นพึมพำเบาๆ เราสองต่างมองปลาเหล่านั้นกระโดดไปมาอย่าง
เงียบๆ นายอีริคขยับตัวเข้ามาใกล้ชั้นตอนไหนก็ไม่รู้ นายนั่นยกมือมาโอบทางด้านหลัง
พร้อมทั้งกระชับแขนให้ชั้นเอนตัวมาแนบชิดออกของนายนั่นมากขึ้น เมื่อลงทุนสร้าง
บรรยากาศซะขนาดนี้ชั้นก็เลยต้องเลยตามเลยไปกับนายนั่นก็แล้วกัน
ก็มันไม่ได้เสียหายนิ กับการอยู่กับคนที่เรารัก แล้วเราใช้เวลาที่ดีด้วยกัน
(แหม๋ นายอีริคเข้าใจสร้างบรรยากาศจริงๆ นะ โรแมนติคซะไม่มีเลย )
แต่สิ่งที่ชั้นรู้สึกได้ก็คือมือที่อบอุ่นคู่นั้นที่สัมผัสมันช่างทำให้ชั้นรู้สึกถึงความรักที่นายอีริคมอบ
ให้อย่างนุ่มนวลและทะนุถนอม ขอบคุณกะทุกสิ่งที่นายทำเพื่อชั้น ขอบคุณจริงๆจากใจ
ขอบคุณฟ้าที่ส่งนายให้มาคู่ชั้น ชั้นจะรักนายจากนี้....................ชั่วนิรันดร์

กลับจากฉลองวันวาเลนไทน์แล้วรีบมาอัพต่อนะจ๊ะ

เมื่อไหรจะมาอัพ
รออ่านใจจะขาดเเล้วนะ ==


Just got back I have to try to update as soon pls wait.:)
I miss u anyone
Best Regards
Applesays
แต่งสนุกจัง ไปเป็นนักเขียนได้เลยนะนี้ แล้วรีบๆมาอัพอีกนะค่ะ อยากอ่านต่อ อิอิ ^^
แต่งได้โดนใจเราเลยอ่ะ(T^Tซาบซึ้ง)

เราเคยอ่านในwww.zheza.comด้วยอ่ะ
ใช่คนเดียวกันอะป่ะ
แต่ก็หนุกดีจ้า~

หนุกมาเลยว่างๆมาอ่านนิยาของเราบ้างนะ
http://www.vcharkarn.com/varticle/35829

อัพโดยด่วนขอบอกว่าหนุกมาก
เมื่อไรเจ๊จามาอัพงิ
รอมานนานแล้ว500000ปี


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |