ทุน Erasmus Mundus

โปรย1 หลังจากนั้นจึงได้เปิดเว็บไซต์ของทุน Erasmus Mundus ดูสาขาที่สนใจ แล้วเตรียมตัวไปสอบ IELTS หรือ TOEFL ให้ผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ พร้อมกันนี้ก็เริ่มเขียน Letter of Motivation บอกเล่าประสบการณ์การเรียนและการทำงานพร้อมทั้งความตั้งใจและความมุ่งหวังในการเล่าเรียนสาขาวิชานั้น ๆ โปรย2 หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษารุ่นต่อ ๆ ไปเป็นอย่างดี เนื่องจากในสมัยที่ดิฉันได้ทุนนั้น ก็ต้องศึกษาจากการลองผิดลองถูกเอง ไม่ได้มีใครมาบอกหรือแนะนำอย่างนี้ (เพราะเป็นรุ่นแรก ๆ) อย่างไรก็ตามหากมีผู้สนใจอยากถามเกี่ยวกับทุน Erasmus Mundus ทั่ว ๆ ไป หรือสาขาที่เรียน Euroculture ก็สามารถติดต่อได้โดยตรงนะค่ะ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ โดย...พรรณพร อัชวรานนท์ สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ “พรรณพร อัชวรานนท์” ชื่อเล่น “แจน” ค่ะ ได้รับทุน Erasmus Mundus ประจำปี 2549/2550 (ตุลาคม 2549 – มกราคม 2551) สาขาวิชา Euroculture วินาทีแรกที่ได้มีโอกาสรู้จักทุน Erasmus Mundus ความสนใจที่จะสมัครทุนนี้เริ่มมาตั้งแต่เมื่อกลางปี 2548 หลังจากที่เcรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกอบกับมีความชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมของยุโรปอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น จึงได้ตัดสินใจที่จะมาศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ยุโรป แต่ในใจก็อยากจะลองสอบชิงทุนมา เนื่องจากไม่อยากรบกวนทางบ้าน ณ เวลานั้นทุน Erasmus Mundus ยังถือว่าใหม่มากสำหรับนักเรียนไทย (เมื่อเทียบกับในปัจจุบัน) เนื่องจากยังอยู่ในช่วงไม่กี่ปีที่เริ่มประกาศ (ดิฉันเป็นรุ่นที่สาม) โดยเริ่มแรกรับทราบข่าวจากป้ายประกาศที่มหาวิทยาลัยและอ่านจากนิตยสาร หลังจากนั้นจึงได้เปิดเว็บไซต์ของทุน Erasmus Mundus ดูสาขาที่สนใจ แล้วเตรียมตัวไปสอบ IELTS หรือ TOEFL ให้ผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ พร้อมกันนี้ก็เริ่มเขียน Letter of Motivation บอกเล่าประสบการณ์การเรียนและการทำงานพร้อมทั้งความตั้งใจและความมุ่งหวังในการเล่าเรียนสาขาวิชานั้นๆ เมื่อรวบรวมเอกสารครบหมดทุกอย่างตามที่มหาวิทยาลัยขอ (ขอแนะนำว่าให้ส่งเอกสารทุกอย่างที่ทางมหาวิทยาลัยขอ เพราะจะทำให้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกมากขึ้น) ก็ส่งไปที่มหาวิทยาลัยผู้ประสานงานหรือตามที่อยู่ที่เว็บไซต์ได้แจ้งไว้ กระบวนการดังกล่าวจะต้องทำก่อนถึงวันกำหนดส่ง (เริ่มประกาศรับสมัครตั้งแต่ประมาณพฤศจิกายนของแต่ละปี และมักจะหมดกำหนดส่งประมาณปลายเดือนธันวาคมถึงต้นปี



ซึ่งจะมีกำหนดเวลาที่ไม่เหมือนกันตามแต่ละสาขาวิชาที่ประกาศไว้) หลังจากนั้นจะมีอีเมล์และจดหมายตอบรับการได้เข้าเรียนส่งมาให้ ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคมของแต่ละปีการศึกษา โดยระบุว่าได้รับเลือกจากมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ต้องรออีกประมาณสองอาทิตย์เพื่อให้คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ซึ่งเป็นเจ้าของเงินตัวจริงรับรองการให้ทุนเสียก่อนจึงจะครบถ้วนกระบวนการให้ทุน ตอนนี้ขอสารภาพว่าเป็นตอนที่ถ้าไม่มีใครมาแนะนำมาก่อนอาจทำให้หลาย ๆ คนที่ได้รับการตอบรับเบื้องต้นรู้สึกไม่แน่นอนกับผลที่ได้รับ แต่จากประสบการณ์ขอบอกว่าการได้รับการตอบรับเบื้องต้นจากมหาวิทยาลัยก็ค่อนข้างถือว่าได้รับทุนไปแล้วเพราะโดยส่วนมากนักศึกษาไทยมักจะไม่ค่อยมีปัญหาตรงนี้เท่าไร หลังจากนี้ก็เตรียมตัวจัดกระเป๋ากับขอวีซ่าได้เลยค่ะ เตรียมตัวก่อนบินไปเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าหลังจากที่ทางมหาวิทยาลัยผู้ประสานงานได้ติดต่อมาว่าเราได้รับทุนเบื้องต้นและมีการรับรองจากคณะกรรมาธิการยุโรปเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปถ้าเรามีอะไรสงสัยให้ติดต่อกับมหาวิทยาลัยผู้ประสานงานและมหาวิทยาลัยแรกของเราเพียงเท่านั้น เพราะหากเราติดต่อไปที่คณะกรรมาธิการยุโรป ทางนั้นจะไม่สามารถให้คำตอบเราเกี่ยวกับการเรียนแต่ละที่ได้ กระบวนการต่อไปคือการไปขอวีซ่าที่สถานทูตต่าง ๆ ตามประเทศที่ระบุมาว่าเราได้รับเข้าศึกษา ก่อนจะไปทำวีซ่าได้นั้นทางมหาวิทยาลัยแรกที่เราจะไปเรียนจะส่งเอกสารการตอบรับ (Acceptance Letter) มาให้ ขอแนะนำว่าเมื่อรู้ว่าได้รับทุนแล้ว ให้ไปติดต่อกับสถานทูตนั้นๆให้เร็วที่สุด เนื่องจากระบบการออกวีซ่าของแต่ละประเทศใช้เวลามากน้อยต่างกัน หลายๆ ประเทศมักจะแจ้งว่าอย่างต่ำหนึ่งถึงสามอาทิตย์ โดยหากนักศึกษาไม่รีบไปขอ อาจเตรียมการไม่ทันได้ สิทธิประโยชน์ที่ Erasmus Mundus จะจัดการให้คือนักศึกษาที่ได้รับทุนไม่ต้องเสียค่าวีซ่าเดินทางเข้าประเทศนั้นๆ (ส่วนใหญ่ในยุโรป) ดังนั้นเมื่อไปขอ อย่าลืมอ้างสิทธิ์ของเรานะคะ สำคัญมาก ขั้นต่อไป คือ การรีบจองตั๋วเครื่องบิน เพราะในช่วงนั้น (กันยายน-ตุลาคม) เป็นช่วงที่นักเรียนไทยเดินทางไปเรียนต่อทั่วโลกกันมาก ดังนั้นควรอุ่นใจไว้ก่อนด้วยการจองตั๋วไว้แต่เนิ่น ๆ จะเป็นการดีกว่าค่ะ ได้กล่าวถึงสิทธิประโยชน์ไปแล้ว อีกประการที่ทางคณะกรรมาธิการยุโรปจะจัดไว้ให้คือการทำประกันชีวิต สามารถเก็บไว้ใช้ได้ตลอดระยะเวลาที่เราไปเรียน ซึ่งโดยทั่วไปนักเรียน นักศึกษาต่างชาติจะต้องทำก่อนไปเรียนในยุโรป แต่สำหรับนักศึกษาทุน Erasmus Mundus มหาวิทยาลัยผู้ประสานงานจะจัดส่งเอกสารเหล่านี้มาให้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ขั้นต่อไปแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนคือ การแนะนำให้ไปทำบัตรนักศึกษา ISIC Card : International Student Identity Card เพราะจะเป็นประโยชน์ในแง่ที่ใช้เป็นส่วนลดได้เวลาเดินทางและเข้าชมพิพิธพันธ์ต่างๆ และที่สำคัญนำมาใช้เป็นบัตรประจำตัวนักเรียนได้ในช่วงที่ยังไม่ได้รับบัตรนักเรียนตัวจริงจากทางมหาวิทยาลัยและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือบัตรดังกล่าวได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในประเทศยุโรปค่ะ อีกเรื่องที่มีความสำคัญคือการให้ทุน โดยคณะกรรมาธิการจะจัดสรรทุนให้เมื่อเราได้ไปลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยแรกแล้ว ดังนั้นนักศึกษาที่ได้รับทุนจึงต้องเตรียมตัวสำรองจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าที่พักและค่ากินอยู่ในช่วงเริ่มแรกไปก่อน ต่อไปคือการเตรียมตัวตนเองเพื่อไปเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ โดยศึกษาสภาพของประเทศและเมืองที่จะไปล่วงหน้า พร้อมทั้งจัดเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับฤดูกาล พึงระวังว่าฤดูหนาวในยุโรปนั้นมีอากาศที่หนาว-หนาวจัด (ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ) จึงขอแนะนำให้เตรียมตัวให้ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้ระลึกด้วยว่านักศึกษาทุน Erasmus Mundus จะต้องเดินทางบ่อย โดยอย่างต่ำคือสองประเทศดังนั้นไม่ควรนำของมาเยอะเพราะจะเกิดความลำบากในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องไปประเทศยุโรปตอนใต้ อาทิ อิตาลี สเปน ฯลฯ ไม่ควรนำกระเป๋าไปหลายใบ เพราะจะเป็นที่ล่อแหลมให้กับพวกฉกชิงวิ่งราวได้ นอกจากนั้นการเตรียมตัวเรียนภาษาของประเทศที่จะไป ก็เป็นอีกประการที่ต้องเตรียมตัวเช่นกัน โดยปรกติแล้วทางมหาวิทยาลัยที่ไปเรียนจะมีคอร์สภาษาเตรียมไว้ให้

ระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยในยุโรป

ระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยในยุโรป ตามปรกติแล้วสาขานี้จะให้เลือกเรียนมหาวิทยาลัยสองแห่ง โดยดิฉันเลือกเรียนเทอมแรกที่ Georg-August-Universität Göttingen ที่เมือง Göttingen ประเทศเยอรมนี และ เทอมที่สองที่ Uppsala Universitet ที่เมือง Uppsala ประเทศสวีเดนค่ะ แต่เนื่องจากทุนนี้เป็นทุนเรียน 16 เดือน (หนึ่งปีสี่เดือน) ประกอบกับแต่ละมหาวิทยาลัยในยุโรปมีการจัดแบ่งระบบการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนกัน ในกรณีของดิฉันจึงมีการแบ่งเป็นสามเทอม โดยเทอมแรกไปเรียนที่ประเทศเยอรมนี 4 เดือน (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 – มกราคม 2550) แล้วจึงย้ายไปเรียนที่สวีเดน อีก 5 เดือน(มกราคม- พฤษภาคม 2550) หลังจากนั้น เครือข่ายการศึกษาของ Euroculture (รวมแปดมหาวิทยาลัยทั่วยุโรป) มีการจัด Intensive Program (IP)



ในทุกปีของเดือนมิถุนายน โดยในปีนี้ จัดขึ้นที่ Université Marc Bloch เมือง Strasbourg ประเทศฝรั่งเศส โดยมีการนำเสนอบทความที่นักศึกษาแต่ละคนได้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Euroculture และมีกิจกรรมร่วมกัน ทั้งทางด้านวิชาการและสันทนาการเป็นเวลาสองอาทิตย์ หลังจากนั้นจึงเป็นช่วงการฝึกงาน ซึ่งมหาวิทยาลัยผู้ประสานงานได้กำหนดไว้ว่า ให้ฝึกงานไม่ต่ำกว่า 10 อาทิตย์ (สามารถเลือกได้ระหว่างช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน) จากนั้นจึงเป็นการเริ่มต้นเทอมที่สามซึ่งเป็นเทอมของการเขียนวิทยานิพนธ์เท่านั้น โดยในส่วนของดิฉันนั้นจะต้องกลับไปเขียนที่มหาวิทยาลัยแรกคือที่ประเทศเยอรมนีและอยู่เขียนวิทยานิพนธ์ที่นั่นจนจบการศึกษา ระบบการเรียนปริญญาโทที่ประเทศเยอรมนีและสวีเดนนั้นค่อนข้างจะแตกต่างกัน โดยที่ Georg-August-Universität Göttingen ที่เมือง Göttingen ประเทศเยอรมนี จะเน้นการเรียนในลักษณะสัมมนาทุกวันทั้งสัปดาห์ นักศึกษาทุกคนต้องอ่านหนังสือค้นคว้าและมีการสัมมนาที่เราจะต้องแสดงความคิดเห็นและมีการนำเสนอรายงานตลอดภาคการศึกษาแทนการนั่งทำข้อสอบในห้องที่เมืองไทย การคำนวณระบบเกรดก็แตกต่างไปจากเมืองไทย โดยมีการนับเกรด ว่า 1.0 คือ ดีที่สุด (A) จนถึง 6.0 (F) นับเรียงลงมา ในขณะที่ Uppsala Universitet ที่เมือง Uppsala ประเทศสวีเดน จะเน้นการศึกษาเล่าเรียนด้วยตนเอง (Self study) โดยจะมีการเรียนเพียงไม่กี่วันในหนึ่งสัปดาห์ เวลาที่เหลือจะเน้นให้นักศึกษาเข้าห้องสมุดไปศึกษาค้นคว้าทำรายงานและนำเสนอรายงานหน้าห้องเรียนเช่นเดียวกัน ส่วนเกรดที่ได้กล่าวว่าแตกต่างออกไปคือจะมี VG (Excellent) และ U (Fail) ซึ่งการวัดระดับการเรียนที่นี่จะมีมาตรฐานสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปอื่นๆ โดยการเรียนทั้งสองแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดที่ได้เรียนรู้คือวัฒนธรรมต่างๆ แบบลึกซึ้งของประเทศเหล่านี้ที่เราได้มีโอกาสไปสัมผัส (ถึงแม้ไม่ได้เรียน Euroculture แต่เชื่อว่านักศึกษาทุน Erasmus Mundus ทุกคนจะได้รับ) โดยทั่ว ๆ ไปก็คงมีเรื่องราวแต่เพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษารุ่นต่อ ๆ ไปเป็นอย่างดี เนื่องจากในสมัยที่ดิฉันได้ทุนนั้น ก็ต้องศึกษาจากการลองผิดลองถูกเอง ไม่ได้มีใครมาบอกหรือแนะนำอย่างนี้ (เพราะเป็นรุ่นแรก ๆ) อย่างไรก็ตามหากมีผู้สนใจอยากถามเกี่ยวกับทุน Erasmus Mundus ทั่ว ๆ ไป หรือสาขาที่เรียน Euroculture ก็สามารถติดต่อได้โดยตรงนะคะ ที่ punna_jan03@hotmail.com This email address is being protected from spam bots, you need Javascript enabled to view it ยินดีไขข้อสงสัยให้กับทุกคนค่ะ โชคดีนะคะ นี่เป็นภาคแรกนะคะ อดใจรอสักครู่หนึ่ง ดิฉันจะกลับมาเล่าประสบการณ์ภาคสองซึ่งเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของนักศึกษาไทยในยุโรป อัธยาศัยของผู้คนท้องถิ่น อะไรที่ควรทำและไม่ควรทำ ฯลฯ แล้วพบกันคราวต่อไปค่ะ

แนะนำทุน Erasmus Mundus

โครงการ Erasmus Mundus เป็นโครงการหลักของสหภาพยุโรปด้านการศึกษา ซึ่งมุ่งยกระดับอุดมศึกษาชั้นสูงของยุโรปให้สอดคล้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทุกประเทศ และที่สำคัญมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับระบบการศึกษาระดับสูงของยุโรปซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับและรู้จักมากขึ้นในเวทีโลก นอกจากนี้ โครงการ Erasmus Mundus มีเป้าหมายที่จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีในระดับประชาชนต่อประชาชนระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ผ่านการให้ทุนการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ Erasmus Mundus เน้นการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณภาพและมีศักยภาพพร้อมที่จะศึกษาในสถาบันการศึกษาของยุโรป โดยการศึกษาผ่านโครงการฯ ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาความรู้ด้านวิชาการให้แก่ผู้ที่รับทุนเท่านั้น แต่ในระยะยาวแล้วบุคคลเหล่านี้จะมีส่วนวางพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต



ทำไมควรศึกษาต่อที่ยุโรป : ค้นพบความหลากหลายของยุโรป วัตถุประสงค์หลักของทุนภายใต้โครงการ Erasmus Mundus คือ ต้องการส่งเสริมยุโรปให้เป็นแหล่งการศึกษาระดับสูงของโลก และเผยแพร่การศึกษาของยุโรปให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก ยุโรปเป็นภูมิภาคแห่งความหลากหลาย ทั้งทางด้านภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ ภาษาและวัฒนธรรม โครงการ Erasmus Mundus จึงเน้นให้นักศึกษาผู้ได้รับทุนการศึกษาในหลักสูตรปริญญาโท Erasmus Mundus ได้เดินทางไปศึกษาในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปต่าง ๆ อย่างน้อย 2 ประเทศ เพื่อขวนขวายหาความรู้ด้านวิชาการที่แข็งแกร่งและสร้างความเข้าใจในความหลากหลายของวัฒนธรรมยุโรป พร้อมกันนั้น แม้หลักสูตรปริญญาโทส่วนมากมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ นักศึกษาจะได้เรียนรู้ภาษาต่าง ๆ ของยุโรปเป็นวิชาติดตัวไปด้วย สถานะปัจจุบัน โครงการ Erasmus Mundus ริเริ่มโดยคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อปี 2547 โดยมีรากฐานมาจากโครงการ Erasmus ซึ่งเป็นโครงการด้านการศึกษาดั้งเดิมของสหภาพยุโรป เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและการเดินทางไปศึกษาในประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรปให้เฉพาะแก่นักศึกษาชาวยุโรป ต่อมา โครงการ Erasmus ได้เพิ่มคำว่า ‘Mundus’ ซึ่งในภาษาลาตินแปลว่า ‘โลก’ โดยได้ขยายเป้าหมายของโครงการฯ กล่าวคือ มุ่งเผยแพร่การศึกษาระดับสูงของยุโรปสู่โลก โดยเน้นการให้ทุนการศึกษาแก่ประเทศในภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โครงการ Erasmus Mundus มีงบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 230 ล้านยูโร ภายใต้ระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2547-2551 โครงการ Erasmus Mundus มีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ประเภท โดยในแต่ละประเภทมีเป้าหมายหลักและมุ่งให้ประโยชน์แก่ผู้รับประโยชน์ที่แตกต่างกัน อันได้แก่ ประเภทที่ 1: การจัดตั้งหลักสูตรปริญญาโท Erasmus Mundus สำหรับสถาบันอุดมศึกษาของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป สมัครเข้ารับคัดเลือกและจัดเป็นหลักสูตรปริญญาโท Erasmus Mundus ซึ่งเป็นหลักสูตรปริญญาโทแบบบูรณาการ กล่าวคือ หลักสูตรร่วมระหว่างสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำอย่างน้อย 3 สถาบันจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 3 ประเทศ ประเภทที่ 2: ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทสำหรับนักศึกษาและทุนสำหรับนักวิชาการสำหรับประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาโท Erasmus Mundus ข้างต้น ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ประเภทที่ 3: ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษายุโรปกับสถาบันอุดมศึกษาของประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและนักวิจัยยุโรป (เฉพาะที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปริญญาโท Erasmus Mundus ข้างต้น) มีโอกาสเดินทางไปแลกเปลี่ยนทางด้านการศึกษาและการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ประเภทที่ 4: การเสริมสร้างความน่าสนใจของสถาบันอุดมศึกษายุโรป สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ของยุโรปสมัครของบประมาณจากสหภาพยุโรป เพื่อจัดงานหรือกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการศึกษา การสัมมนาทางวิชาการ และอื่น ๆ เพื่อให้ความรู้และยกระดับระบบการศึกษาระดับสูงของยุโรปให้เป็นที่รู้จักการขึ้นในเวทีโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Eramus Mundus ได้ที่ http://ec.europa.eu/education/programmes/mundus/index_en.html โอกาสสำหรับนักเรียนไทย จากภาพรวมการดำเนินงานทั้ง 4 ประเภทของโครงการ Erasmus Mundus ดังกล่าว ประเทศไทยสามารถมีส่วนร่วมได้ในการดำเนินงานประเภทที่ 2 และ 3 การดำเนินงานประเภทที่ 2 เปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ โดยนักศึกษาไทยสามารถสมัครเข้ารับทุนการศึกษาเพื่อมาศึกษาในหลักสูตรปริญญาโท Erasmus Mundus ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และนักวิจัยสามารถสมัครเข้ามีส่วนร่วม เช่น ร่วมสอนในหลักสูตรปริญญาโทดังกล่าว นักศึกษาและนักวิจัยสามารถสมัครขอรับทุนได้โดยตรงกับมหาวิทยาลัย ผู้ประสานงานของหลักสูตรปริญญาโทแต่ละหลักสูตรและอาจมีโอกาสเดินทางมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหลายประเทศ ทั้งนี้ ประเทศที่จะเดินทางไปศึกษาต่อขึ้นอยู่กับหลักสูตรปริญญาโทแต่ละหลักสูตรที่จะกำหนดไว้ให้ไปที่ใด ซึ่งแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ โครงการมิได้ให้ทุนระดับปริญญาตรีและปริญญาเอก นอกจากนักศึกษาและนักวิจัยไทยที่มีโอกาสสมัครเข้ารับทุน เพื่อมาศึกษาในยุโรปแล้ว สถาบันอุดมศึกษาไทยสามารถมีส่วนร่วมได้ในการดำเนินงานประเภทที่ 3 โดยการสร้างความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษายุโรป เพื่อรับนักศึกษาและนักวิจัยยุโรปเข้าศึกษาและมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสถาบันอุดมศึกษาไทย โดยโครงการ Eramus Mundus ผ่านการดำเนินงานประเภทที่ 3 ดังกล่าวจะให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาและนักวิจัยยุโรปให้มาพำนักในประเทศไทยเป็นระยะเวลาสั้น ๆ (ไม่เกิน 3 เดือน) นับว่าเป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ดีทางหนึ่ง ขั้นตอนการสมัครรับทุน โครงการ Erasmus Mundus ได้จัดสรรทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและทุนสำหรับนักวิชาการในสาขาต่างๆ เป็นหลักสูตรร่วมที่เรียกว่า หลักสูตรปริญญาโท Erasmus Mundus อันเป็นความร่วมมือของกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำในยุโรปอย่างน้อย 3 มหาวิทยาลัย ปัจจุบันหลักสูตรปริญญาโทดังกล่าวมีทั้งสิ้น 36 หลักสูตร และจะเพิ่มเป็น 57 หลักสูตรในเดือนกันยายน 2550 นี้ เพื่อสมัครเข้ารับทุนนักศึกษาต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 1.เลือกหลักสูตรปริญญาโทหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งตามสาขาที่ตนสนใจ จากรายชื่อดังต่อไปนี้ http://europa.eu.int/comm/education/programmes/mundus/projects/index_en.html 2.อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรดังกล่าวในเว็ปไซต์ของแต่ละหลักสูตร ซึ่งมีรายละเอียดการรับสมัคร เช่น คุณสมบัติของผู้สมัครทุน วันหมดเขตการรับสมัคร ที่แตกต่างกัน 3.ติดต่อโดยตรงกับมหาวิทยาลัยผู้ประสานงานของหลักสูตรนั้น ๆ เพื่อขอรับใบสมัครหรือส่งใบสมัคร โดยมหาวิทยาลัยผู้ประสานงานจะคัดเลือกผู้ที่จะได้รับทุนการศึกษาและกำหนดว่าจะได้เดินทางไปศึกษาต่อในประเทศใดในยุโรปบ้าง รายละเอียดการสมัครทุน/หน่วยงานที่ติดต่อได้ คณะกรรมาธิการยุโรป European Commission Directorate-General for Education and Culture B-1049 Bruxelles/Brussels อีเมล์ : EAC-Erasmus-Mundus@cec.eu.int โทรสาร +32 (0) 2 296 32 33 เว็บไซต์ http://www.europa.eu.int/comm/education/programmes/mundus/index_en.html

ทุนอีราสมุส มุนดุส

โครงการ Erasmus Mundus ทุนอีราสมุส มุนดุส เป็นทุนที่มอบให้แก่นักศึกษาเพื่อเรียนต่อหลักสูตรปริญญาโทภายใต้โครงการอีราสมุส มุนดุส โดยหลักสูตรต่างๆมีระยะเวลา 1-2 ปี นอกจากนี้ ยังเป็นทุนที่มอบให้แก่อาจารย์หรือนักวิชาการเพื่อไปทำการสอน วิจัยหรือทำงานทางด้านวิชาการภายใต้กรอบของหลักสูตรอีราสมุส มุนดุส ปัจจุบันมีหลักสูตรภายใต้โครงการทั้งหมด 80 หลักสูตร ที่ครอบคลุมเกือบทุกสาขาวิชา



strong> ผู้มีสิทธิ์ขอรับทุน ผู้มีสิทธิ์ขอรับทุนได้แก่นักศึกษาและนักวิชาการจากทุกประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป 25 ประเทศ*ผู้สมัครทุนการศึกษาระดับปริญญาโทต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ผู้ที่จบการศึกษาในระดับสูงกว่าปริญญาตรีก็สามารถสมัครได้เช่นกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการรับเข้าเรียนของแต่ละหลักสูตร สำหรับคุณสมบัติเฉพาะต่างๆและเกณฑ์การรับสมัคร (อันได้แก่ ผลการเรียนและความสามารถทางภาษา เป็นต้น) กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เป็นเจ้าของหลักสูตร หรือที่เรียกว่า Erasmus Mundus Consortium*จะเป็นผู้กำหนด โดยอาจแตกต่างกันไปในแต่ละหลักสูตร * Erasmus Mundus consortium คือกลุ่มมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 3 แห่งที่ตั้งอยู่ในประเทศในยุโรปอย่างน้อย 3 ประเทศที่ร่วมกันจัดตั้งหลักสูตรอีราสมุส มุนดุสขึ้น การให้ทุน ผู้ได้รับทุนระดับปริญญาโทจะต้องไปศึกษาในกลุ่มมหาวิทยาลัยของแต่ละหลักสูตรในยุโรปไม่น้อยกว่า 2 มหาวิทยาลัย รวมเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ทุนการศึกษาครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวตลอดระยะเวลาเล่าเรียน โดยมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนแต่ละหลักสูตรจะเป็นผู้ดำเนินการมอบทุนการศึกษาให้แก่ผู้ที่ได้รับทุนโดยตรง ทุนสำหรับนักศึกษา : ท่านละ 21,000 ยูโร สำหรับหลักสูตร 1 ปี และท่านละ 42,000 ยูโร สำหรับหลักสูตร 2 ปี ส่วนนักวิชาการจะต้องไปทำวิจัยหรือทำการสอนเป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละหลักสูตร ทุนสำหรับนักวิชาการ: ท่านละ 13,000 ยูโร ขั้นตอนการสมัคร • กลุ่มมหาวิทยาลัยต่างๆจะเป็นผู้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรของตน โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะช่วยเผยแพร่ รายชื่อหลักสูตรเหล่านั้น สำหรับรายชื่อ 80 หลักสูตรที่เปิดในปัจจุบันสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.ec.europa.eu/erasmus-mundus ผู้ที่สนใจสมัครควรตรวจสอบเว็บไซต์เป็นระยะ เพราะอาจมีหลักสูตรเปิดใหม่เพิ่มขึ้น • ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครขอรับทุนโดยตรงกับมหาวิทยาลัยในยุโรปที่เป็นผู้ประสานงานของหลักสูตรนั้นๆ โดยกลุ่ม มหาวิทยาลัยที่เป็นเจ้าของหลักสูตรจะทำการคัดเลือกนักศึกษาและนักวิชาการ โดยพิจารณาจากประวัติส่วนตัว ผลการเรียน ผลงานทางวิชาการ ความตั้งใจ จดหมายรับรอง ความสามารถทางภาษา และอื่นๆ • หลังทำการคัดเลือก กลุ่มมหาวิทยาลัยเจ้าของหลักสูตรจะทำการเสนอรายชื่อผู้มีสิทธิรับทุนและรายชื่อสำรองต่อสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมาธิการยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม • คณะกรรมาธิการยุโรปจะยืนยันผลการคัดเลือกและมอบทุนการศึกษาผ่านทางมหาวิทยาลัย วันหมดเขตรับสมัคร วันหมดเขตรับสมัครของแต่ละหลักสูตรนั้นแตกต่างกันไป โดยมีกลุ่มมหาวิทยาลัยเจ้าของหลักสูตรเป็นผู้กำหนด ผู้สนใจสมัครควรตรวจสอบวันหมดเขตรับสมัครจากเว็บไซต์ของหลักสูตรนั้นๆ 3 ขั้นตอนลัดในการสมัครทุนอีราสมุส มุนดุส 1. เปิดเว็บไซต์ www.deltha.ec.europa.eu เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของโครงการอีราสมุส มุนดุส 2. เปิดเว็บไซต์ http://www.ec.europa.eu/erasmus-mundus เพื่อตรวจสอบรายชื่อหลักสูตรล่าสุด 3.เปิดเว็บไซต์ของหลักสูตรอีราสมุส มุนดุสที่สนใจสมัคร เพื่อดูรายละเอียดเฉพาะของหลักสูตรนั้น อันได้แก่ คุณสมบัติ เกณฑ์การรับและวัดปิดรับสมัคร โดยเว็บไซต์ของแต่ละหลักสูตรสามารถดูได้ที่ http://www.ec.europa.eu/erasmus-mundus เช่นกัน ข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ European Commission Directorate General for Education and Culture E-mail : EACEA-erasmus-mundus@ec.europa.eu แฟกซ์ : +32 (0)2 296 32 33 เว็บไซต์ http://www.ec.europa.eu/erasmus-mundus