คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32661" type="text/javascript"></script>
ความไม่ยึดมั่นถือมั่นในฐานะเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
ท่านที่เป็นครูบาอาจารย์ เป็นนักศึกษาและเป็นผู้ที่สนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายครั้งนี้อาตมาจะบรรยายเรื่องที่เรียกว่าสั้นๆง่ายๆว่าหัวใจของพุทธศาสนา ท่านก็เคยได้ยินคำนี้มาแล้วว่าหมายถึงอะไรให้อยู่ในลักษณะต่างๆกันว่าเรื่องอริยสัจบ้าง เรื่องคาถาอัสชิบ้างหลายๆ
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 12,023 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 18 September 2007, 3:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 26 September 2007, 7:38 pm

หน้าที่ 3 - สมาทาน
คำว่าอุปทานในภาษาชาวบ้านนั้นแปลน้อยเกินไปเป็นโรคอุปทานก็เป็นโรคเกี่ยวกับการหมายมั่นเกินพอดีก็ถูกแล้วก็เป็นอุปทานเหมือนกันแต่ยังไม่เต็มตามความหมาย อุปทานคือหมายมั่นด้วยความโง่ ด้วยความไม่รู้ ด้วยความงมงาย แต่ถ้าสมาทานจะไม่ทำอย่างนั้น รับถือเอาไว้อย่างถูกต้อง อย่าทำด้วยอุปทานแต่ทำด้วยสมาทานที่ถือเอาไว้อย่างดีรับเอาไว้อย่างดี แม้แต่กระทั่งการเรียนนั้นก็ไม่ต้องอุปทานหมายมั่นเอาไว้ให้มันกัดหัวใจ สมาทานถือไว้อย่างดีทำไปพอดี ทำไปถูกต้องด้วยสติปัญญาอย่างนี้เรียกว่าเรามีการศึกษาด้วยสมาทาน แต่ถ้าทำอย่างหลับหูหลับตางมงายเร่งรัดจนเป็นโรคประสาท เนี่ยเรียกว่า อุปทาน มันศึกษาด้วยอุปทาน มันอุปทานในการศึกษามันกัดเอาบางทีมันถึงกับตายก็ได้



ทุกอย่างจงกระทำด้วยสติปัญญาพอเหมาะพอดีถูกต้องก็เรียกว่าสมาทาน ถ้าทำอย่างงมงาย โง่เขลา ก็ทำอย่างเคร่งครัด คัดเครียดก็เป็นเหตุให้เกิดตัวตนรุนแรงขึ้นมาในส่วนหนึ่งมันก็เป็นทุกข์ แต่ถ้ามันเกิดตัวตนขึ้นมาแล้วมันก็ทำไปอย่างมีตัวตนคือว่าจะไปข่มผู้อื่น เรียกว่า จะมายกตนข่มท่าน ในความยึดมั่นถือมั่นมากเกินไปมันมีตัวตนขึ้นมาสำหรับยกตัวตนข่มท่าน นั้นจะพูดตามแนวท่านเราจะพูดตามแนวที่เราจะต้องประพฤติปฏิบัติหลักธรรม เช่น ว่าจะให้ทานจะทำบุญทำทาน จะให้ทานก็จงสมาทานในการให้ทาน อย่าอุปทานในการให้ทานมันจะเกินไป แล้วมันก็จะผิดพลาดได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วมันก็จะทำมากถึงกับบ้าบุญหมดเนื้อหมดตัวถึงกับทำไปจนหมดเนื้อหมดตัวเลยก็ได้ จนไม่มีอะไรกินเองเลยก็ได้ถ้าทำด้วยอุปทาน และมันก็ไม่เลือกมันก็ทำบุญอย่างไม่ต้องเลือกอย่างนี้มันทำผิดแล้ว



สมาทานมีสติปัญญาควบคุมอยู่ ทำให้ถูกต้อง ทำให้พอดี ทำในที่ที่ควรกระทำ ในเวลาที่ควรกระทำ ในลักษณะที่ควรกระทำมันก็เป็นสมาทาน นี่เรียกว่าทำบุญทำทาน จะรักษาศีล รักษาศีลด้วยสมาทาน สมาทานศีล เราได้ยินคำว่าสมาทานศีลกันอยู่เป็นหลักอยู่แล้วไม่มีใครใช้คำว่าอุปทานศีล และก็มีคนโง่บางจำพวกมีอุปทานในศีลมากเกินไป ยึดมั่นถือมั่นมากเกินไปจนจะให้เป็นของที่พิเศษ ศักดิ์สิทธิ์เกินกว่าธรรมดา


53704





คนเหล่านี้จะทำเป็นพิธีรีตองทั้งนั้น รักษาศีลด้วยอุปทานจะทำเป็นพีธีรีตองโดยส่วนมาก ไม่ได้มุ่งหมายขจัดสิ่งที่ไม่ดี ที่มีอยู่ในในร่างกายนี้ที่มีอยู่ออกไป เพราะมันมืดด้วยความยึดมั่นถือมั่นด้วยอุปทาน คนเหล่านี้รักษาศีลจนตายเปล่าก็ไม่มีศีล ถ้าจะให้มีศีลก็ต้องทำด้วยสมาทานรู้ว่ารักษาเพื่ออะไรและก็ให้มันเป็นเพื่อสิ่งนั้นและก็ได้รับประโยชน์ คือกำจัดขัดเกลา ความไม่ถูกต้องทางกาย ทางวาจา ทางมารยาท ตลอดจนถึงงานสังคมอะไรด้วยที่มันต้องประพฤติทางกายทางวาจาให้มีแต่ความถูกต้อง



ที่นี้เขาก็จะมีศีล แล้วศีลนั้นจะคุ้มครองได้จริงให้อยู่เป็นผาสุกได้จริง ที่นี้สูงขึ้นไปจะทำสมาธิถ้ามีอุปทานในการทำแล้วมันก็เพลี่ยงพล้ำ มันก็งมงายกลายเป็นเรื่องขลังเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องปาฏิหาริย์ชนิดที่ทำให้เป็นคนบ้า นั้นถ้าทำสมาธิเป็นบ้าก็ขอให้รู้ไว้เถิดว่ามันทำด้วยอุปทาน ก็มีอยู่มากเหมือนกันที่ทำสมาธิแล้วเป็นบ้าเพระมันทำด้วยอุปทานจะได้ขลัง ได้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา มีฤทธิ์มีเดชขึ้นมา มีปาฏิหาริย์ขึ้นมา และก็ทำแบบว่าพิธีเท่านั้นมันรู้จักแต่แค่พิธีเท่านั้นแหละแล้วมันก็ทำพอทำแล้วมันก็คิดว่าจะได้ผลอย่างนั้น



ถ้าทำด้วยสมาทานเราก็ทำให้ถูกวิธีทำจิตให้สงบลงไป เมื่อจิตสงบแล้วเราก็ใช้จิตนั่นแหละมาดูให้เห็นความจริงของสิ่งทั้งปวงว่าเป็นอย่างไร มันก็เห็นความจริงของสิ่งทั้งปวงมันก็ไม่ต้องมีปัญหาของสิ่งทั้งปวง มันไม่หลงรัก หลงเกียจ หลงกลัว หลงวิตกกังวลอะไรในสิ่งใดเรียกว่าทำโดยสมาทาน ที่นี้ถ้าว่าจะทำของเล็กๆน้อยๆไปกว่านั้น น้อยๆไปกว่านั้นจะสวดมนต์ไหว้พระ จะอธิฐานจะอะไรต่างๆก็อย่าทำด้วยอุปทาน จะไหว้พระสวดมนต์ก็อย่าทำด้วยอุปทานทำด้วยสมาทานคือทำพอดีทำถูกต้องได้รับผลอยู่ตลอดเวลาไม่งมงายไม่เพลี่ยงพล้ำ งมงายเพราะความโง่มีความโลภเกินไป สวดมนต์สักหน่อยเพื่อจะแลกเอานั่น แลกเอานี่ แลกเอาไปเอาสวรรค์วิมารบ้าง แลกเอาความเก่งความหวังความศักดิ์สิทธิ์อะไรบ้าง บางที่ก็อธิฐานด้วยการทำอย่างนี้ว่าให้สอบไล่ได้บ้างแล้วมันก็ไม่ถูกเรื่องมันก็ต้องสอบไล่ตกไปเป็นธรรมดาแหละ



ในข้อปฏิบัติประเภททุดงคือเป็นการอยู่อย่างมักน้อยอยู่อย่างสันโดษนั่นแหละ ก็เหมือนกันแหละอย่าทำเป็นอุปทานก็เพลี่ยงล่ำเหมือนกันหมดแหละ งมงายอย่าง จะกินอยู่อย่างพอดี จะนุ่งห่มแต่พอดี จะใช้สอยแต่พอดี จะบำบัดโรคภัยไข้เจ็บแต่พอดีคือการไม่ทำเกินไปอยู่ในระดับพอดี เป็นการป้องปันด้วยเป็นการแก้ไขด้วย นี้ก็ต้องทำด้วยสมาทานไม่ใช่ทำด้วยอุปทานมันจะโง่หนักเข้าและมันจะเป็นโรคทางจิตใจเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่ง ว่าการกินผักหรือมังสวิรัติเดี๋ยวนี้ก็เป็นที่นิยมกันขึ้นมาก ก็นิยมกินผักกันขึ้นมากก็ระวังให้ดีอย่าทำด้วยอุปทาน จึงควรทำด้วยสมาทานคือมีสติปัญญาในการกระทำ อ่าทำด้วยความยึดมั่นถือมั่นมันจะเป็นศีลปตพรมาส คือจะไม่เป็นสิ่งที่เป็นศีลแล้ววัดขึ้นมาได้ จิตเลยเป็นของสกปรกเป็นของงมงายเป็นของมืดบอดไปเสีย มันไม่ได้ทำด้วยสติปัญญามันทำด้วยความงมงาย แล้วมันก็จะมีตัวตนเกิดขึ้นสำหรับดูถูกผู้อื่นข่มขู่ผู้อื่น ลบลู่ข่มเหงผู้อื่นนั้นเรียกว่ายกตนข่มท่านขึ้นมาทีเดียว



ที่นี้จะให้ดีขึ้นไปอีกมันต้องไม่กินทั้งเน้อและทั้งผัก ไม่ทำความสำคัญว่าเนื้อ ไม่ทำความสำคัญว่าผัก ทำความสำคัญแต่เพียงว่าอาหารที่เยียวยาความสำคัญแต่ความเป็นอัตถะภาพก็รับระทาน อย่างนี้ยิ่งต้องทำด้วยสมาทาน จะทำเป็นอุปทานไม่ได้จะไม่สำเร็จ จะต้องทำด้วยสมาทานมีสติสัมปชัญญะรู้สึกผิดชอบชั่วดี ทำไปด้วยจิตที่ไม่ยึดมั่นว่าเนื้อไม่ยึดมั่นว่าผัก เลยกลายเป็นคนที่ไม่กินทั้งเนื้อไม่กินทั้งผัก กินแต่อาหารที่ถูกต้องพระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี้ อะไรที่จะทำให้ดีนั่นแหละอย่าทำด้วยอุปทานมันจะเกินไปจนเป็นบ้า



แต่ต้องทำด้วยสมาทานความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและต้องอยู่ในระดับที่พอดี เดี๋ยวนี้เรามีเรื่องปัจจัยสี่ คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย เครื่องบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ เราจะต้องปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ด้วยจิตใจที่ลืมหูลืมตา มีสติปัญญาสัมปชัญญะ อย่าทำด้วยอุปทานถ้าทำด้วยอุปทานมันจะโง่ เมื่อโง่มันก็อยากจะกินดีเกินมันก็อยากจะนุ่งห่มแต่งตัวหรูหราเกินไป อยากจะอยู่บ้านเรือนที่เป็นวิมาร ซื้ออะไรก็เป็นไปในทางที่เป็นกิเลสตัณหาเสียทั้งหมด ปัจจัยก็เลยไม่เป็นปัจจัยที่จะบำรุงให้เกิดความสุข มันทำให้วินาถ ให้วินาถเขามีปัญหาทำผิดก็ต้อง วินาเพราะการกินอยู่ การนุ่งห่ม การอยู่อาศัย การเยียวยารักษาโรคที่เรียกว่าปัจจัยสี่นั้นเอง ที่จริงปัจจัยสี่นั้นจำเป็นแต่ว่าต้องกระทำให้ถูกต้อง อย่ากระทำให้เลยเถิดเป็นความยึดมั่นถือมั่น

ที่นี่จะพูดถึงเรื่องหน้าที่การงาน เรามีหน้าที่การงานอะไรก็ทำหน้าที่การงานนั้นด้วยสมาทานอีกนั้นแหละคือมีสติปัญญาอย่างพอดีอย่างถูกต้องกระทำไป อย่าอุปทานหมายหมั่นด้วยความโง่ หน้ามืดคิดหาทางทุจริตคดโกงมันก็หาผู้ร่วมมือในทางทุจริต หน้าที่การงานนั้นแทนที่จะเป็นเครื่องช่วยให้รอดก็กลายเป็นกระทำให้วินาถ จงทำหน้าที่การงานด้วยสมาทานคือสติปัญญาที่ดีถูกต้อง อย่าทำด้วยอุปทานที่ยึดมั่นถือมั่นด้วยกิเลสตัณหา ทุกคนมีหน้าที่การงานการงานโดยหลักใหญ่สำหรับจะรอดชีวิตอยู่ได้ก็มีอยู่พวกหนึ่งต้องทำให้ถูกต้อง นั้นการงานสำหรับบริหารทำให้เกิดความปกติ ในการบริหารประจำวันก็ต้องทำให้มันถูกต้อง


แม้แต่การงานที่เล็กน้อยที่สุดแม้แต่จะต้องอาบน้ำจะต้องกินข้าว จะต้องถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะก็ต้องทำด้วยสติสัมปชัญญะ สมาทานสติสัมปชัญญะมีการกระทำจะได้มีความสุขความพอใจอยู่ตลอดเวลา แม้แต่นั่งถ่ายอุจจาระปัสสาวะอยู่ก็ยังมีความรู้สึกที่พอใจในความถูกต้อง มันก็เป็นความสุขที่สะอาดเป็นความสุขที่ไม่เกี่ยวกับความโง่ ความเขลา ไม่เกี่ยวกับอุปทานไม่ต้องใช้เงิน


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,248 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ความไม่ยึดมั่นถือมั่นในฐานะเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา [12,024]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,327]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,597]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,357]
Global Warming { English } [116,703]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.