 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32665" type="text/javascript"></script> |
|
|
การเก็บความโกธรใส่ยุ้งฉาง
ผมจะกล่าวโดยหัวข้อว่าการเก็บความโกธรใส่ยุ้งฉาง ทำความเข้าใจตลอดเวลาว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องที่ได้กล่าวเป็นหัวข้อย่อๆมาแล้วในการบรรยายครั้งแรก ว่าผู้ที่ได้ลาบวชชั่วขณะนี้ควรจะรับอะไร เก็บกับออกไปให้ได้เท่าที่จะมากได้ และเป็นประโยชน์ให้มากเท่าที่จะมากได้
post ครั้งแรก: Tue 18 September 2007, 5:14 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 27 December 2007, 2:30 pm
|
หน้าที่ 1 - ฆราวาสผู้บรรลุมรรคผล
กระทั่งเป็นฆราวาสผู้บรรลุมรรคผลในระดับของฆราวาสด้วย และขอให้สนใจที่จะจับเอาใจความว่าลักษณะอย่างนี้ให้ได้ให้มากที่สุด ก็อย่างที่เรื่องสตุลชีวีเขาก็เห็นกันว่าเป็นเรื่องของเปรตของพระในวัดที่อยู่อย่างแคบๆแล้วแสดงให้เห็นว่า แม้อยู่ที่บ้านเป็นครอบครัว เป็นหมู่บ้าน เป็นบ้านเมือง เป็นประเทศมีหลักอันนั้นไปใช้ในโลกนี้ เป็นโลกที่มีสันติภาพได้ง่าย ในความรักพื้นฐานที่ว่าทุกคนนั้นเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน ว่าเราอยุ่ตัวคนเดียวในโลกไม่ได้ซึ่งเป็นตัวอย่างนี้วิญญาณของสังคมโยมอย่างแท้จริงอย่างสูงสุด
เพื่อไม่ให้มันสะเพราะที่จะลงทุนน้อยหรืออย่างต่ำโดยยึดหลักได้ผลมากและสูง เดี๋ยวนี้มันอยู่ในลักษณะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ฆ่าช้างเอางากันทั้งหมดทั้งโลก ทำลายโลก ทำลายวัตถุและจิตใจ เมื่อมีอย่างนี้มีได้ในประเภทฆราวาส ที่ว่าครองเรือน โดยมีความหมายว่ามันเป็นผู้รู้ พูดน้อยและผูกจิตอยู่กับสันติ เป็นการกลมกลืนธรรมชาติ คือให้มันตามธรรมชาติ ให้มันมากสุดเท่าที่จะมากได้ แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นกิเลสของคนสมัยนี้มากเกินว่าที่จะทำให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ไม่มีใครเชื่อคำพูดชนิดนี้ ผมก็ทราบอย่างที่ว่าอาตมธรรมธีก็พูดว่าอยู่กันอย่างหมู่บ้าน อย่าอยู่กันอย่างนคร หรือมหานครจะมีสันติภาพที่ว่า เราท้อผ้ากันใช้เองทุกคนดีกว่าท้อผ้าขึ้นมาโดยผลิตในเครื่องจักร ไม่มีใครเข้าใจเพราะว่ามันละโมปในเรื่องรวย ในเรื่องสวย ในเรื่องอร่อย ในเรื่องอันมากเกินและปัญหามันก็มีมากพอๆกัน ก็อยู่กันอย่างธรรมชาติเป็นหมู่บ้านเล็กๆกระจัดกระจายทั่วกันหมดอย่าไปอยู่กานอย่างในกรุงเทพฯ มันก็มีสันติภาพมากกว่าเพียงแต่ว่ามันไม่เจริญ
อย่างท้อผ้าด้วยมือใช้เมื่อร้อยปีมาแล้ว มันก็หาว่าไม่เจริญ แต่มันก็ทำให้คนอยู่อย่างสันติภาพสันติสุข คือมันมีงานกันทำทั่วกัน ไม่มีความทะเยอทะยานมาก อยู่อย่างประเทศทิเบศ สมัยก่อนนี้มีสันติสุขสันติภาพมาก เขาก็หาว่าล้าหลังที่สุดเลย มันพูดกันไม่รู้เรื่องเลย แต่ว่าเรายังพอมองเห็นในบ้างแง่บางมุม ขอให้อยู่กินอยู่นุ่งห่มอาคี ให้มันยังเคารพต่อธรรมชาติให้มากเข้าไว้ มันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
ถ้าเราอยู่ห่างไกลจากธรรมชาติ ก็อยู่ห่างไกลจากหลักพระพุทธศาสนา ให้ชิมสิ่งเหล่านี้ เมื่อบวชก็มีโอกาสที่จะชิมได้ง่าย คงจะเกิดความเข้าใจได้บ้าง เอาไปสานต่อและปรับปรุงให้เข้ากับเรื่องของมนุษย์แบบฆราวาส และก็เป็นสังคมที่กว่างทั้งโลกด้วยและวันนี้จะพูดถึงเรื่องการสร้างยุงฉางใสความโกธรหรือเก็บความโกธรใสยุงฉาง ไว้ให้มากเท่าทีจะมากได้ ระหว่างเวลาบวชก็เป็นพระเณรที่ดีก็โลปไม่ได้ ก็ถือเป็นหลักตายตัวทั่วกันหมด ไม่ว่าจะนักบวชลัทธิไหน ศาสนาไหน
ในเรื่องความโกธรเป็นความเลวชั้นต่ำสุดสำหรับบรรพชิต อย่างในประเทศอินเดียก็มีหลักทั่วไปอย่างนี้สำหรับบรรพชิต และเมื่อเรามาอยู่อย่างที่ไม่มีความโกธรมารบกวน ให้รบกวนน้อยมันก็ได้ความเย็น ความโกธรมันก็เหมือนกับไฟ ความไม่โกธรก็เหมือนกับน้ำที่พูดมาเป็นอุปมา ความโกธรมันก็ผิดธรรมชาติทั้งร่างกายและจิตใจ ทางร่างกายนั้นเป็นอะไรได้บ้าง ผู้ที่เป็นหมอ เป็นนักคณิตศาสตร์ก็ย่อมรู้ดี ในขณะที่มีความโกธร จิตในร่างกายมันเป็นอย่างไร พอที่จะคำนวณได้ว่ามันผิดจากธรรมชาติหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ และการที่ไม่โกธรคือธรรมชาติ เช่นเดียวกับทะเล เมื่อไม่มีคลื่นเป็นธรรมชาติปกติ พอมันมีคลื่นพายุ ดูมันต่างกันหลายร้อยเปอร์เซ็นต์
ดังนั้นควรจะศึกษาเรื่องความโกธรให้ดีให้มากขึ้น ที่พูดว่าเอาความโกธรใส่ยุงฉางหรือสร้างยุงฉางใส่ความโกธร นี้ไม่ใช่หมายความว่า เราจะเก็บไว้ให้ร่ำรวยด้วยความโกธรและกักตุนไว้ใช้ตามลำบากบ้าง ที่เราเก็บใส่ยุงฉางไว้ก็เพื่อไม่ให้มันออกมาอารวาส ด้วยเหตุที่มันง่ายมันมากจึงต้องทำเก็บใส่ยุงฉางไว้เลยทีเดียว แต่เดี๋ยวนี้มันยังละไม่ได้ มันยังมีกิเลส ก็อย่าไปใช้กิเลส เก็บไว้เสีย ถ้ามันหมดกิเลสแล้ว ก็ไม่เป็นไรไม่มีปัญหา ถ้ามันยังมีกิเลส ก็อย่าไปใช้กิเลสเลยดีกว่า ทุกคนมันมีนิสัยสันดานตามใจตัวไม่ว่าจะเรื่องอะไร มันก็ปล่อยไปตามความเคยชิน โกธรนี้มันก็อร่อยเหมือนกัน ก็เลยชอบโกธรกันเป็นนิสัย โกธรเก่ง ก็ต้องทำเหมือนกับว่าใส่ยุงฉาง เก็บไว้ข้างในอย่าออกมา
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 ธ.ค. 2550 (20:24) Subject: Fw: วิธีตรวจสอบอาการเส้นเลือดในสมองแตก (คร่าวๆ)
Date: Mon, 1 Oct 2007 07:27:02 +0700
มีเพื่อนคนหนึ่งหกล้มในงานบาบีคิวปาร์ตี้
เพื่อนในงานแนะให้ไปหาหมอ แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร เพียงแต่ใส่รองเท้าใหม่แล้วสะดุดเท่านั้น
อิงอิงยืนไม่ค่อยมั่นคง เพื่อนๆ ช่วยปัดเป่าเสื้อผ้าให้ แล้วยกอาหารจานใหม่ให้ร่วมสนุกกันต่อ
หลังจากนั้น ผู้สามีแจ้งมาว่า อิงอิงถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แต่แล้วก็เสียชีวิตตอน 6 โมงเย็น
ถ้าหากเพื่อนๆ รู้จักวินิจฉัยอาการโรค ป่านนี้อิงอิงอาจยังมีชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ
บางคนเส้นโลหิตในสมองแตก อาจไม่ตาย แต่ก็อาจเป็น อัมพฤกษ์หรืออัมพาต
แพทย์ทางประสาทวิทยากล่าวว่า หากผู้ป่วยถึงมือแพทย์ภายใน 3 ชม. ก็จะมีโอกาสรอด
วิธีวินิจฉัยอาการ
ถ้าคนข้างเคียงไม่รู้จักวินิจฉัยอาการ
สมองผู้ป่วยก็จะถูกทำลายอย่างร้ายแรง
แพทย์แนะว่า คนข้างเคียงเพียงแค่ทดสอบผู้ป่วยด้วย 3 ข้อ
ก็สามารถวินิจฉัยอาการได้
โปรดจำเคล็ดลับ STR ดังต่อไปนี้
S:(smile) -> ให้ผู้ป่วยยิ้ม
T:(talk) ->ให้ผู้ป่วยพูดประโยคที่มีสาระสมบูรณ์ เช่น วันนี้อากาศสดใสดีจัง
R:(raise) -> ให้ผู้ป่วย(ยก)ชูแขนสองข้างขึ้น
อาการอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม ให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออก
ถ้าลิ้นม้วนหรือเบี้ยวไปข้างหนึ่ง ใช่แล้ว ส่อ! อาการอันตราย
ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบแจ้ง 119
และเล่าอาการให้ผู้รับสายฟัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 ธ.ค. 2550 (17:40) อื้ม ดีค่ะ ดีมากๆ