คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32665" type="text/javascript"></script>
การเก็บความโกธรใส่ยุ้งฉาง
ผมจะกล่าวโดยหัวข้อว่าการเก็บความโกธรใส่ยุ้งฉาง ทำความเข้าใจตลอดเวลาว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องที่ได้กล่าวเป็นหัวข้อย่อๆมาแล้วในการบรรยายครั้งแรก ว่าผู้ที่ได้ลาบวชชั่วขณะนี้ควรจะรับอะไร เก็บกับออกไปให้ได้เท่าที่จะมากได้ และเป็นประโยชน์ให้มากเท่าที่จะมากได้
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 23,254 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 18 September 2007, 5:14 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 27 December 2007, 2:30 pm

หน้าที่ 5 - ข้อเร้นลับ
นี่ถือว่าเป็นข้อเร้นลับของสิ่งที่เรียกว่าความโกธร ที่ไม่ทำให้มันดีๆ เขาจะไม่รู้ความลับอันนี้ของสิ่งที่เรียกว่าความโกธร ก็เลยตกเป็นทาสของความโกธรได้โดยง่าย ที่นี้จะพูดถึงฉางสำหรับเก็บความโกธร ยุงสำหรับใส่ความโกธร สร้างฉางสร้างยุงให้มันใหญ่ๆสำหรับเก็บความโกธร สิ่งแรกที่จะต้องนึกถึงในเรื่องนี้ก็คือ ธรรมะที่ชื่อว่า ขันติ แปลว่าความอดกลั่น อดได้คอยได้ ถ้าดูอย่างชั้นผิวเพ้ย ก็เห็นได้เหมือนกันว่า เขาอดกลั่นไม่ได้เขาจึงโกธร เขาอดกลั่นได้ว่าจะไม่ได้ นั้นความโกธรเกินจากไม่อดกลั่น เกิดจากความไม่มีขันตี นั้นสิ่งที่จะมาลบสู้กับความโกธรนี่



ข้อแรกทีนึกถึงคืนขันตี ความอดกลั่น มีบาลี ว่า ขันตี สาหกวารนา ขันตีเป็นเครื่องห้ามความขึงขัน ในที่นี้ก็หมายถึงความโกธร ให้ฝึกอดกลั่นให้เป็นนิสัยมากขึ้นๆ มันก็จะทำให้โกธรยากขึ้น นี่เราไม่ชอบอดกลั่นเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องเสียเกรียติ ขี้แพ้ เราก็ยิ่งไม่อดกลั่น ก็ให้โอกาสแก่ความโกธร



ดังนั้นไปฝึกหัดการอดกลั่นอดทนให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยังบวชอยู่นี้ ถ้าเป็นนักบวชที่แท้จริง จะมีสิ่งที่เรียกว่าขันตีเป็นแกนกลางของการประพฤติพรหมจันของผู้บำเพ็ญพจน์ทั้งหลาย ที่นี้ไม่มีใครชอบอดกลั่น สอนเท่าไหร่ก็ไม่อดกลั่น มันก็ชอบจะโกธร ชอบจะโกธรตอบ โกธรเฉยๆหมายถึงโกธรที่แรก ที่นี้โกธรตอบนั้นคือเมื่อมีผู้อื่นโกธรมาแล้ว แล้วเราก็โกธรตอบให้หนักยิ่งไปอีก เมื่อไม่มีขันตี ไม่มีทั้งโกธร ไม่มีทั้งโกธรตอบ ทีนี้นิสัยความโกธรมันเคยชิน แล้วมันก็ไม่นึกถึงขันตี มีอะไรแปลกหูมันก็โกธรแล้ว มีอะไรให้โกธรล่วงหน้าด้วยซ้ำไป แล้วอย่างบุคคลนี้เมื่อเห็นหน้าแล้วก็ที่จะโกธร ถ้าในระหว่างบวชฝึกหัดในเรื่องขันตี ให้มีความสามารถจะเป็นประโยชน์มาก มันจะเปลี่ยนนิสัยและจะติดไปได้ที่บ้านได้เป็นคารวาสได้




53725



ที่นี้ก็นึกต่อไปถึง ทม การบังคับตัวเองก็นึกถึงปัญญา คือความรู้อย่างพอตัวในกรณีนั้นๆ ยังมีบาลีที่กล่าวไว้ว่า ตัดความโกธรด้วยธรรมะ ตัดความโกธรด้วยปัญญา ฟังไม่ดีจะฟังออกว่าธรรมะกับปัญญาเหมือนกันทำหน้าที่อย่างเดียวกัน เพราะมีบาลีเหมือนกันมีรูปประโยคเดียวกัน โกทังธรรมเม ยอุตฉิจเพ จงตัดความโกธรด้วยธรรมมะ โกทังปัญญา ยอุตฉิจเพ จงตัดความโกธรด้วยปัญญา อันไหนมันถูกกันแน่ อาจจะใช้แล้วใช้อีก แล้วตามความจริงพอจะเข้าใจได้ ว่าทมมันตัดกันระยะต้น แต่ปัญญามันตัดกันในระยะถัดมาหรือระยะตลอดกาล ทม นี้คือบังคับตัวเอง ซึ่งเห็นได้มันตรงกับคำที่เขาพูดกันทั่วโลก ซึ่งคนชอบ ซึ่งควบคุมตัวเองไว้ได้บังคับตัวเองไว้ได้ ในภาษาบาลีเรียก ทม เฉยๆ คือการบังคับตัวเอง นี้จะตัดความโกธรในระยะต้นบังคับจิตไว้ได้ ไม่ให้ความโกธรพุ่งออกมานั้นเป็นตัดระยะต้น ที่นี้ตัดด้วยปัญญา ตัดในระยะยาว



ในลักษณะที่เรียกว่าขุดลากเง้าไปทำลาย นั้นปัญญาจึงตัดได้ลึกซึ่งกว่าไว้ตลอดกาลไปเลยแต่มันยังต้องอาศัยอุปกรณ์อื่นๆที่จะนำเอาปัญญามาให้ทันแก่เวลานั้น มันเลยเนื่องกันอยู่กับสติ มันเลยเนื่องไปถึงสติด้วยสติระลึกได้ทันท่วงที ทำให้เกิดการบังคับตัวเองในวิชาความรู้ในการตัดความโกธรนั้นก็ทำงานของมันเต็มที นั้นให้มันสัมพันธ์กันระหว่างสิ่งทั้ง3นี้ คือ ธรรมะ ปัญญา และสติ แต่ไอตัวที่มันมีค่ามากหรือน่าดูที่สุดก็คือ ตัวปัญญา คือ ตัวรู้ รอบรู้ไปในสิ่งที่ควรจะรู้ นั้นปัญญาในกรณีของความโกธรนี้ คือรู้เรื่องความโกธรนั้น อย่างครบถ้วน ปัญญา



พอมีเรื่องให้กระทบกระทั่งหรือสะดุดและสติก็มาละลึกได้ว่านี้มันจะโกธร นี้มันเรื่องโกธร ทมก็ตามมาและควบคุมตัวเองไว้ และก็ปัญญาใช้ความรู้ที่จะตัดเรื่องราวนั้นเสีย ตัดแต่ความโกธรได้ด้วยปัญญาอย่างแท้จริง ตัดในระยะเริ่มแรกด้วยธรรมมะ ใช้สติเป็นสื่อ นั้นต่อไปสติมันก็ทำหน้าที่คุ้มกันอย่างอื่นอีกนั้น จำคำว่าสติไว้ เพราะเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในความหมายที่ว่าเป็นเครื่องคุ้มกัน ไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องคุ้มกันมากไปกว่าสติ นั้นจะคุ้มกันความโกธร ป้องกันความโกธร ก็คือคือสติ จะคุ้มกันอะไรก็ตามใจกระแสกิเลสตัวไหนชื่อไหนก็ตามจะป้องกันด้วยสติทั้งนั้น เดียวนี่ความโกธรก็เป็นกิเลศตัวหนึ่ง กระแสแห่งกิเลศนี้จะกันไว้ได้ด้วยสติ



แต่กันไม่ให้มาหรือมาแล้วก็จะกันไม่ให้ไปต่อไปเนี่ย มันก็เป็นเรื่องที่กันด้วยสติทั้งนั้น ใช้ให้มันสัมธ์พันกันให้ดีเพราะธรรมมะต้องการการสัมธ์พันกันอย่างเพียงพอ ธรรมมะ ปัญญา สติ สติระลึกได้ ธรรมมะบังคับตัวเองให้หยุดไว้ก่อนแล้วปัญญาก็ทำหน้าที่ นี่พูดถึงปัญญาคือความรู้ ในทางพุทธศาสนา คือหลักธรรมะในพระพุทธศาสนาเราตามพระพุทธภาษิตที่แสดงปรากฏอยู่ ถ้าจะรู้อะไรที่ลักษณะเรียกว่าปัญญา ท่านจำกัดความหมายไว้อย่างเพียงพอ มีเหตุผลที่สุดเท่าที่ผมสังเกตมา ถ้าพูดทางลับอีกก็มีเหตุผลที่สุด ถ้าพูดทางหลักวิชาอะไรก็เป็นเหตุผลที่สุด


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 4) หน้าถัดไป (หน้า 6) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 ธ.ค. 2550 (20:24)
Subject: Fw: วิธีตรวจสอบอาการเส้นเลือดในสมองแตก (คร่าวๆ)
Date: Mon, 1 Oct 2007 07:27:02 +0700

มีเพื่อนคนหนึ่งหกล้มในงานบาบีคิวปาร์ตี้
เพื่อนในงานแนะให้ไปหาหมอ แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร เพียงแต่ใส่รองเท้าใหม่แล้วสะดุดเท่านั้น

อิงอิงยืนไม่ค่อยมั่นคง เพื่อนๆ ช่วยปัดเป่าเสื้อผ้าให้ แล้วยกอาหารจานใหม่ให้ร่วมสนุกกันต่อ
หลังจากนั้น ผู้สามีแจ้งมาว่า อิงอิงถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แต่แล้วก็เสียชีวิตตอน 6 โมงเย็น

ถ้าหากเพื่อนๆ รู้จักวินิจฉัยอาการโรค ป่านนี้อิงอิงอาจยังมีชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ
บางคนเส้นโลหิตในสมองแตก อาจไม่ตาย แต่ก็อาจเป็น อัมพฤกษ์หรืออัมพาต
แพทย์ทางประสาทวิทยากล่าวว่า หากผู้ป่วยถึงมือแพทย์ภายใน 3 ชม. ก็จะมีโอกาสรอด

วิธีวินิจฉัยอาการ

ถ้าคนข้างเคียงไม่รู้จักวินิจฉัยอาการ
สมองผู้ป่วยก็จะถูกทำลายอย่างร้ายแรง
แพทย์แนะว่า คนข้างเคียงเพียงแค่ทดสอบผู้ป่วยด้วย 3 ข้อ
ก็สามารถวินิจฉัยอาการได้
โปรดจำเคล็ดลับ STR ดังต่อไปนี้

S:(smile) -> ให้ผู้ป่วยยิ้ม
T:(talk) ->ให้ผู้ป่วยพูดประโยคที่มีสาระสมบูรณ์ เช่น วันนี้อากาศสดใสดีจัง
R:(raise) -> ให้ผู้ป่วย(ยก)ชูแขนสองข้างขึ้น

อาการอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม ให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออก
ถ้าลิ้นม้วนหรือเบี้ยวไปข้างหนึ่ง ใช่แล้ว ส่อ! อาการอันตราย

ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบแจ้ง 119
และเล่าอาการให้ผู้รับสายฟัง
azazia เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 ธ.ค. 2550 (17:40)
อื้ม ดีค่ะ ดีมากๆ
pinere เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 53 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 127 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,268 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การเก็บความโกธรใส่ยุ้งฉาง [23,255]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,276]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,480]
Global Warming { English } [159,887]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.