สารบัญ
หน้าที่ 7 - เรื่องความรัก
อย่าเข้าใจว่าโกธรทีหนึ่งแล้วจะแล้วไปนะ ถ้าอย่างนั้นจะโง่มากนะ โกธรทุกทีจะเพิ่งอนุสัยแห่งความโกธรให้มากขึ้น ดังนั้นเราจะโกธรง่ายขึ้นทุกทีดังนั้นระวังอย่าให้โกธรดีทีสุด เหมือนกับว่าอย่าให้อาหารแก่กิเลสตัวนี้ ให้มันอดสักดีกว่า ถ้าชอบโกธรก็ปล่อยให้โกธรอย่างโง่ๆไม่มีเหตุผล มันก็แน่นหนาอย่างที่ไถ่ถอนไม่ได้ ความโกธรมันจะสร้ายความเคยชินให้ยุ่งยากลำบากแก่เรา
ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องความรัก และเรื่องอื่นๆ พอไปทำมันเข้าครั้งหนึ่ง มันจะสร้างอนุสัยในเรื่องของอันนั้นมันก็เพิ่มขึ้นๆ เรียนว่า ราคาอนุสัย พอโง่เข้าทีหนึ่งมันก็เพิ่มความโง่ให้ทีหนึ่งเรียกว่า อวิชชาอนุสัย
ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่า อนุสัย มันทำความลำบากให้แก่เรา เราไม่อยากทีจะโกธรมันก็โกธรสักแล้วเป็นสายฟ้าแลบ ไม่อยากจะรักมันก็รักเข้าแล้วเป็นสายฟ้าแลบ นี้คือสิ่งที่เรียกว่าอนุสัยนั้นเองดังนั้นจะต้องนึกถึงข้อนี้ด้วย ว่าจาคะจะช่วยสละเป็นรู้รั่วให้รั่วออกไป ไม่สะสมให้เป็นอนุสัยเข้ามา เราก็ฝึกที่จะไม่โกธรเป็นประจำ
ทีนี้เมื่อพูดแล้วก็พูดให้หมดเลยก็มีอุปกรณ์อันอื่นอีก ถ้ามีสติปัญญาก็ดึงธรรมะออกมาใช้ได้หมด ทีนี่เราจะเอาเท่าที่ว่ามันเนื่องๆกันอยู่ ธรรมะเหล่านี้ก็เช่น หิริโอตปะ หิริก็ละอายแก่ใจด้วยตัวเอง โอตปะคือความผิดชอบด้วยตัวเอง ถ้าหิริโอตปะมีในเรื่องนี้แล้วมันจะโกธรไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้พระเณรของเรามันหน้าดานเกินไป มันโกธรใครแล้วมันไม่ละอาย แล้วมันไม่กลัวไอโทษของความโกธร
ดังนั้นของอย่าให้เป็นพระเณรที่หน้าดานโดยเฉพาะไอพวกที่บวชใหม่ช่วงหนึ่งพรรษา ถ้าโกธรเข้าไปทีจงเสียใจให้มาก จงละอายใจให้มาก จะเอาอย่างพระแก พระแก่โกธรก็ช่างหัวมันพระใหม่อย่าเอาอย่าง และเสียใจให้มากละอาจใจให้มาก ถ้าโกธรเมื่อไรมันก็สูญเสียการเป็นพระนะซึ่งไม่มีหิริและโอตปะ ถ้ามีหิริและโอตปะมันโกธรไม่ได้ ดังนั้นจงสร้างฐานมั่งคงคือหิริและโอตปะ จะมีประโยชน์ทั่วไปทุกกรณีเรื่องมีศีลและอะไรอีกมากมายจะมีรากฐานอยู่ที่หิริและโอตปะ ละอายแก่ความชั่วด้วยตัวเองกลัวแก่ความชั่วด้วยเหตุผลของตัวเอง นึกถึงหิริและโอตปะเป็นรากฐานตลอดเวลาก็จะป้องกันความโกธรอย่างยิ่ง
ดังนั้นเมื่อโกธรขึ้นมามันก็สะดุดและก็สละออกไปทันทีได้ ทีนี้จะนึกถึงธรรมะต่อไปอีกเช่น กรรมสัตตา การที่สัตว์พ้นกรรมเป็นของตน ทำกรรมใดไว้จะได้รับผลแห่งกรรมนั้น ทั้งหมดเป็นหัชเวชที่พวกคุณนั้นสวดอยู่ทุกเย็นนั้นแหละกรรมสัตตา ความจริงที่ว่าสัตว์จะต้องมีผลกรรมเป็นของตน พอเรานึกถึงไอข้อนี้เราก็จะนึกต่อไปว่าไปความโกธรเป็นกรรมชนิดหนึ่ง ดังนั้นเราจะต้องได้รับผลแห่งกรรมนี้เป็นแน่นอน อาจจะทำให้กลัวดันนั้นช่วยหิริโอตปะได้ ทีนี่จะต้องไปนึกถึงความตาย เรียกว่ามรณะสติมนุษย์ มรณาสติมนุษย์ แล้วแต่จะเรียก ทีนี้คนทั้งโลกมันลืมตาย มันจึงทำอะไรเลวๆกันทั้งโลก ถ้ามันนึกถึงข้อที่ว่าจะต้องตายมันก็จะไม่ทำอะไรที่เลวๆที่มันทำอยู่ การที่นึกถึงข้อที่ว่าตายนี้มันช่วยให้นึกถึงการเสียสละอะไรบ้างอย่าง การยินยอมอะไรบ้างอย่างได้ง่าย คนโง่เท่านั้นละทีนึกถึงความตายแล้วมันก็ท้อแท้ มันทำอะไรไม่ได้
ผมเคยทดสอบตัวเองอยู่เสมอว่าเวลานึกถึงความตายที่มันใกล้เข้ามานี้มันเป็นอย่างไร มันก็ไม่ได้ทำให้ท้อแท้แต่มันกลับทำให้อยากจะทำอะไรให้เสร็จซักเร็วๆ หรืออย่างน้อยที่สุดก็จะปรับปรุงงานที่มันเหลืออยู่มากให้เหลืออยู่น้อยที่สุดให้เหมาะสมกับความตายไม่ได้ท้อแท้ว่าอีกไม่กี่ปีมันจะตาย นอนสบายดีกว่า
ดังนั้นอาจจะบังคับให้เราทำให้เป็นประโยชน์ไปจนถึงวินาทีสุดท้าย เมื่อมันมีความรู้สึกอย่างนี้มันก็จะแสวงหาโอกาสหาลู่ทางที่เป็นประโยชน์แก่โลกหรือแก่ส่วนรวมจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายหรือคำพูดคำสุดท้าย และกิริยาที่ดีที่สุดคือตายในท่าที่ดีที่สุดให้คนเหล่านั้นได้เห็นนี่ก็เรียกว่าทำประโยชน์จนวินาทีสุดท้ายละ
ดังนั้นการระลึกถึงความตายมันต้องเป็นอย่างนี้มันจะถูกต้องตามหลัก ถ้าระลึกถึงความถูกต้องอย่างนี้จะป้องกันความโกธรได้อย่างมหาศาล อันสุท้ายที่ควรจะพูดถึงก็คือธรรมะที่เรียกว่า อัปปะมันยาเมตตา เมตตาก็แปลว่าความเป็นมิตร ความหวังดี อัปปะมันยาคือไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต ความรักความเมตตาที่ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ คำนี้เป็นคำเก่าก่อนพระพุทธเจ้า ก่อนพระพุทธกาล เป็นใจความสำคัญของนักบวชทั้งหลายที่ออกจากบ้านเรือนไปบวช จะมีธรรมะข้อนี้เป็นทั้งหมดแม้พวกเขาจะไม่รู้เรื่องมรรคผล นิพานกันก่อน ก็คือตายแล้วจะไปยมโลก ออกจากบ้านเรือนไปอยู่ในป่า ในดง พิจารณาอยู่แต่ความที่สัตว์ทั้งหลายควรจะเมตตาต่อกันและก็ตั้งจิตเมตตาต่อสัตว์ทั้งหลายและกระทำด้วย จึงไม่เบียดเบี่ยงสิ่งที่มีชีวิต ตั้งจิตเมตตาอยู่ตลอดเวลา ตายไปแล้วไปยมโลกซึ่งถือว่าที่นั้นเป็นนิพานสำหรับคนที่ถือลัทธิอย่างนั้น
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 ธ.ค. 2550 (20:24) Subject: Fw: วิธีตรวจสอบอาการเส้นเลือดในสมองแตก (คร่าวๆ)
Date: Mon, 1 Oct 2007 07:27:02 +0700
มีเพื่อนคนหนึ่งหกล้มในงานบาบีคิวปาร์ตี้
เพื่อนในงานแนะให้ไปหาหมอ แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร เพียงแต่ใส่รองเท้าใหม่แล้วสะดุดเท่านั้น
อิงอิงยืนไม่ค่อยมั่นคง เพื่อนๆ ช่วยปัดเป่าเสื้อผ้าให้ แล้วยกอาหารจานใหม่ให้ร่วมสนุกกันต่อ
หลังจากนั้น ผู้สามีแจ้งมาว่า อิงอิงถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แต่แล้วก็เสียชีวิตตอน 6 โมงเย็น
ถ้าหากเพื่อนๆ รู้จักวินิจฉัยอาการโรค ป่านนี้อิงอิงอาจยังมีชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ
บางคนเส้นโลหิตในสมองแตก อาจไม่ตาย แต่ก็อาจเป็น อัมพฤกษ์หรืออัมพาต
แพทย์ทางประสาทวิทยากล่าวว่า หากผู้ป่วยถึงมือแพทย์ภายใน 3 ชม. ก็จะมีโอกาสรอด
วิธีวินิจฉัยอาการ
ถ้าคนข้างเคียงไม่รู้จักวินิจฉัยอาการ
สมองผู้ป่วยก็จะถูกทำลายอย่างร้ายแรง
แพทย์แนะว่า คนข้างเคียงเพียงแค่ทดสอบผู้ป่วยด้วย 3 ข้อ
ก็สามารถวินิจฉัยอาการได้
โปรดจำเคล็ดลับ STR ดังต่อไปนี้
S:(smile) -> ให้ผู้ป่วยยิ้ม
T:(talk) ->ให้ผู้ป่วยพูดประโยคที่มีสาระสมบูรณ์ เช่น วันนี้อากาศสดใสดีจัง
R:(raise) -> ให้ผู้ป่วย(ยก)ชูแขนสองข้างขึ้น
อาการอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม ให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออก
ถ้าลิ้นม้วนหรือเบี้ยวไปข้างหนึ่ง ใช่แล้ว ส่อ! อาการอันตราย
ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบแจ้ง 119
และเล่าอาการให้ผู้รับสายฟัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 ธ.ค. 2550 (17:40) อื้ม ดีค่ะ ดีมากๆ