สารบัญ
หน้าที่ 8 - การอยู่อย่างลดหัวลดหาง
จนถึงบัดนี้เราก็ศึกษาทุกๆอย่างมามากพอแล้ว จึงสรุปได้ว่าไม่มีอะไรที่จะดีกว่าการที่เราจะรักกัน เป็นวิธีที่ดีกว่าที่จะเกียดกัน ที่ไม่รักกันหรือเฉยๆต่อกัน ในโลกนี้กำลังขาดเมตตาอย่างยิ่ง การศึกษาแผนใหม่ที่พูดกันเรื่องวัตถุก็หลงวัตถุ ยากที่จะเกิดความรู้สึกเมตตาตามหลักโบราณดึกดำบรรพ์ซึ่งเมตตาไม่มีขอบเขต มีบทเรียนที่จะฝึกเมตตาตั้งแต่ไม่ตบยุง ไม่ฆ่ามด นี้เป็นรากฐานของเมตตาเรื่อยๆมา ถ้ามันฆ่ายุงไม่ได้มันก็ฆ่าคนไม่ได้ เดี๋ยวนี้มันฆ่ามด ฆ่ายุง ฆ่าปลา ฆ่าปลวกได้อย่างไม่มีความหมายมัยก็ฆ่าคนได้เหมือนกันได้โดยง่ายขึ้นไปตามลำดับ ที่มันทิ้งลูกระเบิดชนิดที่ลงมาลูกเดี๋ยวก็สามารถฆ่าคนได้เป็นแสนๆโดยที่ไม่มีความหลาย ก็หวังพึ่งสิ่งเหล่านี้เพื่อสร้างคนกำจัดสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เรียกว่าเมตตามันก็ไม่มีอยุ่ในโลกปัจจุบันนี้
ที่นี่เราจะพูดถึงเมตตาเขาก็หัวเราะ ถ้ายิ่งพูดถึงไม่มีขอบเขตเขาก็ยิ่งหัวเราะ แต่ถ้าพูดถึงธรรมะแล้วก็พูดอย่างอื่นไม่ได้ ธรรมะที่จะช่วยให้รอดได้ก็คือเมตตาไม่ใช่เห็นแก่ตัวและทำลายผู้อื่นโดยที่ไม่รับผิดชอบอะไร ธรรมะที่ผมกล่าวมานี้ผมเรียงขึ้นเองเพื่อให้มันมองเห็นได้ง่ายขึ้นสำหรับเก็บความโกธรไม่ให้ออกมาอารวาส ไม่ให้ทำลายตนเองและผู้อื่น ไม่ให้อาหารมันกิน เรียกว่าการเก็บความโกธรใส่ยุงฉางเพราะว่าความโกธรมันยังมีเก็บไม่ให้ออกมาจนกว่ามันจะหมดสิ้นไป หมดเหตุ หมดปัจจัยของมัน ขอให้พยายามชิมชีวิตที่เย็นในขณะที่บวชเพราะว่าไม่มีความโกธร มันจะชอบความเย็นเพราะว่าไม่มีไฟให้โกธรจนเป็นนิสัย
พอออกไปเป็น ฆราวาสมันก็จะมีความโกธรน้อย หรือโกธรได้ยากยิ่งกว่าที่เป็นมาแล้ว และถ้าบวชจริงก็คือการเก็บความโกธรไว้ในยุงฉางพร้อมทั้งได้ชิมรสธรรมะของการเก็บความโกธรใสยุงให้หมด พาติดตัวไปทุหนทุกแห่งมันเป็นพรหมโลกอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราไม่โกธรอยู่เวลาใดเราก็เป็นพรหมอยู่ตลอดเวลานั้น นี้ไปเป็นพ่อบ้านที่ดีสมตามคำที่กล่าวไว้ในภาษาบาลีว่า พรหมมาติธารมาตาปิตาโร บิดามารดาเป็นพรหมในบ้านเรือน จะสำเร็จได้โดยการที่ไม่โกธร
ดังนั้นจะทำให้ครอบครัวไม่โกธร โกธรน้อยลง ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบังชาก็โกธรน้อยลง ก็มีประโยชน์สุขแก่กันและกันโดยตรงบ้างโดยอ้อมบ้าง ทุกคนที่เป็นมนุษย์และยังมีประโยชน์ไปถึงสัตว์เดรฉาจหรือสิ่งของ ถ้ามันมีความโกธรมันก็ทำได้ทุกอย่าง แต่ถ้าไม่มีความโกธรมันก็ร่มเย็นได้ พูดเป็นอุปมา
ถ้ามันไม่มีความโกธรจริงตามหลักของธรรมะมันก็จะส่งผลมีกิเลสอย่างอื่นน้อยลงตามหลักตามส่วนเพราะมันเชื่อมโยงกันมันเป็นเพราะพระอนาคามี มีได้แม้ในบ้านเรือนในเพศคารวาส เขาบรรณยัดในชั้นบุคคล แต่ไม่มีความมักมากทางกามหรือความโกธรอะไร หรือมันตัดเรื่อง โกธรเรื่องกามได้แต่ยังอยู่ในคารวาสในบ้านเรือนเลี้ยงบิดามารดาได้ ดังนั้นมีผลทำให้เป็นอนาคามีได้ในบ้านเรือนความไม่โกธรมันดีอย่างนี้ เป็นบ้านก็จะร่มเย็น ดังนั้นขอให้สนใจในเรื่องควบคุมเรื่องความโกธร เก็บความโกธร ทำลายความโกธรในระหว่างที่บวชนี้ให้มาก และสึกออกไปขอให้ได้ประโยชน์เท่าทีจะมากได้
ผมจะได้กล่าวโดยหัวข้อ ว่า การอยู่อย่างลดหัวลดหาง ทั้งหมดนี้ก็จะเห็นได้ว่า เป็นการกล่าวไปตามลำดับหัวข้อย่อๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วในการบรรยายครั้งที่หนึ่ง เราจะทำแบบนี้กันไปก่อน จนกว่าจะเปลี่ยน เป็นแนวอื่น เมื่อถึงเวลาอันสมควร ข้อหัวสำหรับบรรยากาศทุกครั้งจะเน้นถึงการที่ เวลาบวชเป็น บรรพชิต หรือ อนาธาลิตร แล้วจะได้ชินลองรสของ ธรรมะ ในแง่ต่างๆกัน เพื่อให้รู้จักสิ่งนั้นๆดี เพื่อให้รู้จักธรรมะนั่นๆดี ที่ว่าดีถึงขนาดที่ จะติดตัวเอาไปใช้ แม้ในเมื่อละจาก กิจสุ แล้ว ไปอยู่ในครอบครัว หรือ อย่างเช่น ฆราวาส ก็ยัง เป็นประโยชน์ได้ อย่างยิ่งอยู่นั่นเอง
ที่จริง มันอาจจะเป็นเรื่องที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่อาจจะ ยังไม่เข้มงวดพอ ไม่ชัดเจนพอ หรือ ยิ่งกว่านั่น มันอาจจะอยู่ในแบบเรียน บทเรียนที่เราเคยเรียนกันมาแล้ว ในฐานะที่เป็นนักเรียน เล็กๆๆด้วยย้ำไป แต่ก็ยังไม่ชัดเจนพอ แต่นี้เราเรียนอย่างผู้ใหญ่ เรียนเคล้ากันไปทางด้านร่างกาย และจิตใจ ตามแนวของพุทธศาสนา ที่มีอยู่อย่างละเอียดลึกซึ้ง
แต่ขอให้รู้ไว้ว่า ไม่ได้มีอยู่แต่ใน ฐานะจิตวิทยา หรือแม้แต่ปรัชญา เป็นต้น แต่มันมีอยู่ในอย่างหลักของศีลธรรม ในศาสนา มนุษย์ปฏิบัติโดยสูงขึ้นไปก็เป็นตัวศาสนาเสียเอง ที่นี้เราควรจะประหลาดใจ ในข้อที่ว่าหลักธรรมะ ในข้อศาสนา ทั่วไป บรรลุมรรคผล นิพาน นั่น มันก็มาเป็นหลักธรรมอันเดี่ยวกับที่ ฆราวาส จะมีในบ้านเรือน นี้อยากจะมองในแง่ที่ว่า แม้การเป็น ฆราวาสครองอยู่ มันก็จะเป็นการ ขยับเขยื้อนไปตามแนวทาง ของ ประทิพาน ด้วยเหมือนกัน แต่มันเนืองจากคนเขาไม่รู้ บางคนเขาไม่อยากจะรู้ เพราะเขาเห็นว่ามันเป็น ข้าศึก แก่กันจะต้องเรียกว่าเป็นคนที่ โง่มากไปซักหน่อย ละทิ้งที่ควรจะได้ โดยไม่ต้องลงทุนอะไร
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 ธ.ค. 2550 (20:24) Subject: Fw: วิธีตรวจสอบอาการเส้นเลือดในสมองแตก (คร่าวๆ)
Date: Mon, 1 Oct 2007 07:27:02 +0700
มีเพื่อนคนหนึ่งหกล้มในงานบาบีคิวปาร์ตี้
เพื่อนในงานแนะให้ไปหาหมอ แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร เพียงแต่ใส่รองเท้าใหม่แล้วสะดุดเท่านั้น
อิงอิงยืนไม่ค่อยมั่นคง เพื่อนๆ ช่วยปัดเป่าเสื้อผ้าให้ แล้วยกอาหารจานใหม่ให้ร่วมสนุกกันต่อ
หลังจากนั้น ผู้สามีแจ้งมาว่า อิงอิงถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แต่แล้วก็เสียชีวิตตอน 6 โมงเย็น
ถ้าหากเพื่อนๆ รู้จักวินิจฉัยอาการโรค ป่านนี้อิงอิงอาจยังมีชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ
บางคนเส้นโลหิตในสมองแตก อาจไม่ตาย แต่ก็อาจเป็น อัมพฤกษ์หรืออัมพาต
แพทย์ทางประสาทวิทยากล่าวว่า หากผู้ป่วยถึงมือแพทย์ภายใน 3 ชม. ก็จะมีโอกาสรอด
วิธีวินิจฉัยอาการ
ถ้าคนข้างเคียงไม่รู้จักวินิจฉัยอาการ
สมองผู้ป่วยก็จะถูกทำลายอย่างร้ายแรง
แพทย์แนะว่า คนข้างเคียงเพียงแค่ทดสอบผู้ป่วยด้วย 3 ข้อ
ก็สามารถวินิจฉัยอาการได้
โปรดจำเคล็ดลับ STR ดังต่อไปนี้
S:(smile) -> ให้ผู้ป่วยยิ้ม
T:(talk) ->ให้ผู้ป่วยพูดประโยคที่มีสาระสมบูรณ์ เช่น วันนี้อากาศสดใสดีจัง
R:(raise) -> ให้ผู้ป่วย(ยก)ชูแขนสองข้างขึ้น
อาการอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม ให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออก
ถ้าลิ้นม้วนหรือเบี้ยวไปข้างหนึ่ง ใช่แล้ว ส่อ! อาการอันตราย
ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบแจ้ง 119
และเล่าอาการให้ผู้รับสายฟัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 ธ.ค. 2550 (17:40) อื้ม ดีค่ะ ดีมากๆ