สารบัญ
หน้าที่ 1 - นโยบายส่งเสริมการผลิตเอธานอล
โดย ผศ.ดร. จำนง สรพิพัฒน์
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มจธ.
www.jgsee.kmutt.ac.th
จาก ม.พระจอมเกล้าธนบุรี JGSEE
นับแต่ที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายส่งเสริมการผลิตเอธานอลในปีพ.ศ. 2543 เพื่อใช้ทดแทนน้ำมันเบนซิน โดยเริ่มจากการผสมกับน้ำมันเบนซิน 95 ก่อน 10% โดยปริมาตร หรือที่เรียกว่าแก๊สโซฮอล์ E 10 และจะเพิ่มสัดส่วนปริมาณของแก๊สโซฮอล์ที่ออกจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดจะยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 95 ในท้องตลาดทั้งหมด แต่จนแล้วจนรอด ดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน ยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่า นโยบายนี้จะทำได้จริงหรือไม่ การยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 95 ทั้งหมด จึงยังไม่เกิดขึ้นจริงซักที
สาเหตุที่ภาครัฐยังกล้าๆกลัวๆ คงเนื่องจากเหตุปัจจัยหลายประการ ประการแรก รัฐอาจไม่มั่นใจว่า จะมีวัตถุดิบเพียงต่อการผลิตเอธานอลภายในประเทศมากพอที่จะป้อนโรงกลั่นน้ำมันตามที่ต้องการหรือไม่ อีกประการคงมาจากข้อกังวลของรัฐว่า จะสามารถทนแบกการอุ้มหรืออุดหนุนราคาได้มากน้อยซักเพียงใดในระยะยาว เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตและผู้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์
บทความนี้ ผู้เขียนขอนำเสนองานวิจัยที่ได้มีการศึกษาต้นทุนการผลิตเชื้อเพลิงเอธานอลจากพืชเศรษฐกิจหลัก 4 ประเภทของประเทศ ซึ่งได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดและข้าว เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับราคาน้ำมัน และดูว่านโยบายการสนับสนุนการผลิตเอธานอลเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน จะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
เอธานอลหรืออีกนัยหนึ่งก็คือแอลกอฮอล์ที่ใช้ดื่มกันเป็นเหล้านั่นแหละ เพียงแต่ว่าเอธานอลมีความบริสุทธิ์กว่ากันมาก ในระดับที่มีความบริสุทธิ์เกินกว่า 99% ขึ้นไป จึงจะนำมาผสมกับน้ำมันเบนซินเป็นแก๊สโซฮอล์ได้และใช้แล้วไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์ ปัจจุบัน วัตถุดิบที่ใช้ผลิตเอธานอลในเชิงอุตสาหกรรม สามรถผลิตจากพืชอาหารสองประเภทคือ พืชประเภทน้ำตาล เช่นอ้อย บีชรูท และ อีกประเภทคือพืชจำพวกแป้งเช่น มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น
กระบวนการผลิตเอธานอลเริ่มต้นก็เหมือนกับกระบวนการผลิตเหล้านั่นแหละกล่าวคือ ถ้าวัตถุเป็นพืชประเภทแป้งก็ต้องเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลเสียก่อนโดยใช้เอนไซม์หรือกรดบางชนิดช่วยย่อย แต่ถ้าเป็นพืชประเภทน้ำตาลก็ใช้งานได้เลย น้ำตาลที่เตรียมไว้จะถูกนำมาเติมเชื้อยีสต์ เพื่อให้ยีสต์ย่อยน้ำตาลโดยวิธีการหมักเหมือนหมักเหล้า ซึ่งจะทำให้ได้ แอลกอฮอล์ออกมา แต่มีความเข้มข้นต่ำไม่เกิน15% เพราะแอลกอฮอล์ระดับเข้มข้นสูงจะเป็นพิษต่อยีสต์เอง จึงต้องนำแอลกอฮอล์ที่ได้มากลั่นเพื่อทำให้มีความเข้นข้นและมีความบริสุทธิ์มากขึ้น โดยกระบวนการทางความร้อน ซึ่งทำให้ได้แอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงสุดที่ประมาณ 95%เท่านั้นที่เหลือจะเป็นน้ำ เรียกว่า hydrous Alcohol ปกติเราไม่สามารถกลั่นให้แอลกอฮอล์มีความบริสุทธิ์ที่มีค่าสูงกว่านี้โดยกระบวนการใช้ความร้อนแบบธรรมดาได้ การกลั่นเพื่อที่จะทำให้มีความเข้มข้นสูงกว่านี้นี้ จะต้องใช้เทคนิคพิเศษ ปัจจุบันนิยมใช้เทคนิคที่เรียกว่า Molecular Sieve เพื่อทำหน้าที่แยกโมเลกุลของน้ำออกจากแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถทำให้แอลกอฮอล์มีความบริสุทธิ์ในระดับ 99.5% ขึ้นไป เรียกว่า Anhydrous Alcohol จึงจะสามรถนำมาใช้ผสมกับน้ำมันเบนซินให้เป็นแก๊สโซฮอล์ได้ โดยที่แอลกอฮอล์หรือเอธานอลจะไม่แยกตัวจากน้ำมัน
ปกติในกระบวนการกลั่นของแอลกอฮอล์ จะมีผลพลอยได้ 3 อย่างเกิดขึ้น ซึ่งสามารถนำไปจำหน่ายได้คือ กากการหมัก(stillage) น้ำมันFusel และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กรณีที่ใช้พืชจำพวกแป้งจะมีผลพลอยได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างคือ กากแป้ง(Distillers Dried GrainหรือDDG). ผลพลอยได้เหล่านี้ผู้ผลิตสามารถนำไปจำหน่ายเพื่อหารายได้เพิ่มเติมได้นอกเหนือจากเอธานอลที่ผลิตได้
การผลิตเอธานอลจากอ้อยมีข้อสังเกตพิเศษประการหนึ่งคือ เอธานอลสามารถผลิตได้โดยตรงจากน้ำอ้อยล้วน หรืออาจผลิตโดยอ้อมจากน้ำโมลาสก็ได้ โมลาสคือกากน้ำตาลที่เกิดจากการผลิตน้ำตาลจากอ้อย กรณีที่ผลิตเอธานอลจากโมลาส ผู้ผลิตจะผลิตน้ำตาลเป็นหลัก เมื่อได้ผลพลอยคือโมลาสแล้ว จึงนำเอาโมลาสไปผลิตเป็นเอธานอลอีกทีหนึ่ง ซึ่งต้นทุนในการผลิตเอธานอลโดยวิธีทั้งสองไม่เท่ากัน
เนื่องจากวัตถุดิบของพืชแต่ละละชนิดมีต้นทุนไม่เท่ากัน ในการวิเคราะห์เปรียบเปรียบเทียบต้นทุนการผลิต จึงแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือ ต้นทุนของวัตถุดิบ ส่วนที่สองคือต้นทุนเบื้องต้น เช่นค่าอาคารและเครื่องจักร และส่วนที่สามคือต้นทุนของค่าดำเนินการแปรรูปหักด้วยกำไรที่ได้จากการขายผลพลอยได้ต่างๆที่ได้ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผลจากการวิเคราะห์ ค่าวัตถุดิบ ค่าลงทุนเบื้องต้นและค่าดำเนินการของโรงงานผลิตเอธานอลขนาดกำลังการผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน (โดยใช้ข้อมูลวัตถุดิบย้อนหลังไปในอดีตระหว่างพ.ศ. 2545 ถึง พ.ศ. 2548) ได้ผลเป็นดังนี้
| วัตถุดิบ |
มันสำประหลัง |
ข้าวโพด |
ข้าว |
อ้อย |
โมลาส |
สูงสุด |
ต่ำสุด |
เฉลี่ย |
สูงสุด |
ต่ำสุด |
เฉลี่ย |
สูงสุด |
ต่ำสุด |
เฉลี่ย |
สูงสุด |
ต่ำสุด |
เฉลี่ย |
สูงสุด |
ต่ำสุด |
เฉลี่ย |
ค่าวัตถุดิบ
(บาทต่อลิตร) |
8.56 |
5.75 |
6.85 |
12.80 |
11.92 |
12.45 |
15.19 |
10.95 |
12.61 |
8.24 |
6.29 |
7.06 |
20 |
12.5 |
15.83 |
ค่าดำเนินการสุทธิ (บาทต่อลิตร) |
2.58 |
2.34 |
2.45 |
0.78 |
1.44 |
ค่าลงทุนครั้งแรก (บาทต่อลิตร) |
2.13 |
2.13 |
2.13 |
2.13 |
2.13 |
ต้นทุนรวมต่อลิตร
(บาท) |
13.27 |
10.46 |
11.56 |
17.27 |
16.39 |
16.92 |
19.77 |
15.53 |
17.19 |
11.15 |
9.20 |
9.97 |
23.57 |
16.07 |
19.4 |
ต้นทุนของเอธานอลต่อลิตรเทียบเท่าของเบนซิน
(บาท)
|
20.83 |
16.42 |
18.15 |
27.11 |
25.73 |
26.56 |
31.04 |
24.38 |
26.99 |
17.51 |
14.44 |
15.65 |
37.00 |
25.23 |
30.46 |
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 23 มี.ค. 2551 (09:40) 1. อยากทราบว่า มันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าว และอ้อย กี่กิโลกรัมถึงจะผลิตเอทานอล ได้ 1 ลิตร
2. ขอทราบค่าเฉลี่ยของผลผลิตต่อไร่ ของ มันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าว และอ้อย
3. การสร้างโรงงานทำเอทานอลจากอ้อย ขนาดเล็กใช้ในชุมชน มีค่าก่อสร้างเท่าไหร่ และมีบริษัทรับสร้างหรือไม่ จะผลิตไว้ใช้ในชุมชนซึ่งมีวัตถุดิบมาก
กรุณาตอบให้ด้วยนะครับ