 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32686" type="text/javascript"></script> |
|
|
ต้นทุนการผลิตของเชื้อเพลิงเอธานอลจากพืชเศรษฐกิจกับนโยบายส่งเสริมการผลิตเอธานอลของภาครัฐ
นับแต่ที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายส่งเสริมการผลิตเอธานอลในปีพ.ศ. 2543 เพื่อใช้ทดแทนน้ำมันเบนซิน โดยเริ่มจากการผสมกับน้ำมันเบนซิน 95 ก่อน 10% โดยปริมาตร หรือที่เรียกว่าแก๊สโซฮอล์ E 10 และจะเพิ่มสัดส่วนปริมาณของแก๊สโซฮอล์ที่ออกจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุ
post ครั้งแรก: Wed 19 September 2007, 11:27 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 24 September 2007, 11:03 am
|
หน้าที่ 2 - ต้นทุนของค่าวัตถุดิบ
จากตารางจะเห็นได้ว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนการผลิตเอธานอลจากวัตถุดิบทุกประเภท เกิดจากต้นทุนของค่าวัตถุดิบ แต่หากไม่นำค่าวัตถุดิบมาคิด พบว่าต้นทุนของเอธานอลที่ผลิตจากน้ำอ้อยจะมีมูลค่าต่ำสุด รองลงมาได้แก่การผลิตจากโมลาส ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะว่าค่าแปรรูปจากอ้อยโดยตรงจะมีต้นทุนต่ำสุด เพราะไม่ต้องเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล ส่วนโมลาสนั้นแม้ว่าจะมีต้นทุนค่าแปรรูปต่ำรองลงมา แต่เนื่องจากราคาวัตถุดิบของโมลาสในช่วงที่ผ่านมามีราคาสูงมาก ทำให้ต้นทุนของเอธานอลที่ผลิตจากโมลาสมีต้นทุนเกือบสูงสุด แพงรองลงมาจากข้าวเท่านั้น
ผลการจากศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าราคาต้นทุนของการผลิตเอธานอลจะขึ้นกับปัจจัยของต้นทุนวัตถุดิบเป็นส่วนสำคัญที่สุด แต่เนื่องจากว่าราคาของผลผลิตทางเกษตรโดยปกติแล้วจะมีความผันผวนสูงมาก ซึ่งกับฤดูกาลและผลผลิตที่ได้แต่ละปีว่าจะมีมากน้อยเพียงใด ดังนั้นการกำหนดราคาเอธานอล เพื่อให้เกษตรกรและผู้ผลิตเอธานอลสามรถทำธุรกิจอยู่ได้ และขณะเดียวกันก็ต้องไม่ให้ผู้ใช้เอธานอลต้องบริโภคเชื้อเพลิงที่แพงเกินไป จึงไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายนัก

เพื่อวิเคราะห์ว่าราคาต้นทุนของเอธานอลจะสามารถแข่งขันกับน้ำมันได้มากน้อยเพียงไร ผู้เขียนได้เปรียบเทียบราคาน้ำมันเบนซิน 95 ที่หน้าโรงกลั่น(ยังไม่บวกภาษีและค่าขนส่งใดๆ) ในช่วงระยะเวลาเดียวกันระหว่างปีพ.ศ. 2545 ถึง พ.ศ. 2548 พบว่า ราคาเฉลี่ยของเบนซินแกว่งอยู่ระหว่าง 6.18 บาทต่อลิตรถึง 20.83 บาทต่อลิตร จะเห็นได้ว่า เมื่อราคาเบนซินลงต่ำสุด เอธานอลจะไม่สามารถแข่งขันได้กับน้ำมันเบนซินได้ในทุกกรณีไม่ว่าจะผลิตจากวัตถุดิบอะไรก็ตาม ต่อเมื่อราคาของเบนซิน 95 มีราคาเกินกว่าประมาณ 15 บาทต่อลิตรไปแล้ว (หรือประมาณ 25 บาทต่อลิตรเมื่อรวมภาษีแล้ว) จึงจะทำให้ราคาเอธานอลที่ผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลังพอจะสามารถแข่งขันได้กับราคาของน้ำมันเบนซิน
ดังนั้น เพื่อให้นโยบายการผลิตเอธานอลเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร รัฐจึงควรมีนโยบายดังนี้ เพิ่มอัตราภาษีของน้ำมันเบนซิน95 หรืออุดหนุนต้นทุนของเอธานอล เมื่อราคาของน้ำมันในตลาดโลกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของเอธานอลในประเทศ แต่ควรปล่อยให้ของเอธานอลแข่งขันกับน้ำมันเบนซินโดยเสรี และปราศจากการแทรกแซงใดๆจากรัฐ เพื่อปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกของตลาด หากราคาน้ำมันเบนซินสูงกว่าต้นทุนการผลิตของเอธานอล และควรอ้างอิงกับต้นทุนการผลิตเอธานอลจากมันสำปะหลังเป็นหลัก เพราะมันสำปะหลังเป็นผลผลิตทางเกษตรที่มีส่วนเกินจากการบริโภคมากที่สุดของประเทศ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 23 มี.ค. 2551 (09:40) 1. อยากทราบว่า มันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าว และอ้อย กี่กิโลกรัมถึงจะผลิตเอทานอล ได้ 1 ลิตร
2. ขอทราบค่าเฉลี่ยของผลผลิตต่อไร่ ของ มันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าว และอ้อย
3. การสร้างโรงงานทำเอทานอลจากอ้อย ขนาดเล็กใช้ในชุมชน มีค่าก่อสร้างเท่าไหร่ และมีบริษัทรับสร้างหรือไม่ จะผลิตไว้ใช้ในชุมชนซึ่งมีวัตถุดิบมาก
กรุณาตอบให้ด้วยนะครับ