คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32693" type="text/javascript"></script>
ความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า ธรรม
นักศึกษาครูบาอาจารย์และท่านผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายในครั้งนี้จะบรรยายโดยหัวข้อว่า ความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า ธรรม ที่จริงก็เป็นเรื่องที่พูดกันมาเรื่อยๆ แต่ไม่เป็นการรวบรัด ในครั้งนี้หลังจากที่เป็นการพูดให้รวบรัด เห็นความสำคัญสูงสุดของสิ่งที่เรี
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 21,356 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 19 September 2007, 4:31 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 25 December 2007, 11:09 am

หน้าที่ 3 - ศาสนา
ขอให้มองดูที่คำว่าหน้าที่ หน้าที่เรียกในภาษาบาลีว่าหน้าที่ ถ้าเรียกในภาษาไทยว่าหน้าที่ เรียกในภาษาบาลีว่าธรรมะ ธรรมะคำนี้ก็เป็นภาษาเก่าแก่เก่าแก่ดึกดำบรรพ์ก่อนพุทธกาล คือพอมนุษย์ที่มีขึ้นมาในโลก พ้นจากสภาพคนป่าพอจะเรียกได้ว่ามนุษย์ โดยพูดจาได้ สัตว์เดรัจฉานพูดจาไม่ได้ อยู่กันคนละระดับ ที่เป็นคนนี่มันพูดจาได้มีความหมาย คนคนแรกที่พ้นจากความเป็นคนป่ามาพอสมควรแล้ว มันเกิดความสำนึกรู้สึกสังเกตเห็นว่าโลกมีสิ่งที่ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ และมันก็เรียกชื่อสิ่งนั้นว่าหน้าที่ โดยภาษาสมัยนั้นว่าธรรมะ ธรรมะคือหน้าที่ นี่คำว่าหน้าที่มันได้เกิดขึ้นนมนานก่อนพุทธกาลก่อนพระพุทธเจ้าเกิดโน่น มนุษย์มีคำว่าธรรมะใช้กันอยู่แล้ว แล้วก็รับช่วงมาใช้ต่อๆ กันมาจนยุคหลังๆ โดยอธิบายความหมายของคำว่าหน้าที่นั้นให้สูงขึ้นไป สูงขึ้นไป ไม่ใช่หน้าที่แต่เพียงหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

แต่เป็นหน้าที่ที่ทำให้เกิดความสุขความสงบสูงยิ่งขึ้นไป มีหน้าที่ที่ดีกว่าธรรมดา หน้าที่ตามธรรมดาของชาวบ้านชาวโลกก็คือหน้าที่อย่างโลกๆ ถ้าเป็นหน้าที่ทางจิตทางใจที่ทำให้อยู่เหนือความบีบคั้นของสิ่งต่างๆ ในโลก เรียกว่า เป็นเรื่องเหนือโลก ผู้รู้ผู้ศึกษาก็ค้นพบหน้าที่สูงขึ้นไปสูงขึ้นไปตามสติปัญญาของตน แล้วก็สอนหมู่มนุษย์เหล่านั้นให้รู้ด้วยกันตามลำดับ จนกว่าจะเกิดพระพุทธเจ้าขึ้นมาในโลก ตั้งแต่หน้าที่ที่สูงที่สุดคือหน้าที่ที่ปฏิบัติแล้วหมดความทุกข์ด้วยประการทั้งปวง คือหน้าที่ที่กำจัดกิเลสเสียได้ทุกอย่างทุกประการ นี่เป็นหน้าที่ชั้นสูงสุด ที่บุคคลสูงสุดในระดับพระพุทธเจ้าได้ค้นพบแล้วก็ได้สอนกันไว้เป็นหลักเรียกกันมาว่า พระศาสนา ก็คือคำว่าธรรมะ ธรรมะนั่นแหละคือศาสนา ธรรมะ


53823






ธรรมะก็คือเรื่องหน้าที่ บอกว่าจะต้องทำอย่างไร ทำอย่างไร ทำอย่างไร เมื่อกล่าวเฉพาะภายในระบบพระพุทธศาสนา ก็จะมองได้ว่ามันมีหน้าที่ที่ตรัสไว้ในรูปแบบของศีล สมาธิ ปัญญา หน้าที่ทางกายทางวาจาให้ถูกต้องเรียกว่า ศีล ทำจิตให้ถูกต้องเรียกว่า สมาธิ ทำปัญญาหรือความรู้ความถูกต้องนั้นก็เรียกว่า ปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นระบบหน้าที่ประเสริฐสูงสุดชั้นที่จะทำให้อยู่เหนือทุกๆ อย่างทุกประการ เรียกว่าอยู่เหนือโลก หมายความว่าโลกนี้จะไม่ทำให้บุคคลนี้เป็นทุกข์อะไรได้เลยแม้ว่าเขาจะอยู่ในโลกนี้โดยร่างกาย

แต่โดยจิตใจของเขาอยู่เหนืออิทธิพลของสิ่งทุกสิ่งในโลกนี่คือธรรมะสูงสุด หน้าที่สูงสุดของชาวพุทธเรา เมื่อทำหน้าที่นี้แล้วมันก็มีผลเป็นมรรคผลนิพพาน ในการบรรลุมรรคผลนิพพานคือมีกิเลสสิ้นสุดลงไปเป็นตอนๆ เป็นขั้นตอน เป็นก้อนๆ จนกระทั่งหมดไม่มีเหลือ ไม่มีกิเลสใดใดเหลือเรียกว่า บรรลุ ผลสุดท้ายหรือพระนิพพานก็เรียกจบเรื่องของมนุษย์ มนุษย์เกิดมาสามารถทำได้อย่างนี้ และเมื่อทำได้อย่างนี้ก็จบเรื่องมนุษย์คนนั้น เรียกคนนั้นว่าเป็นพระอรหันต์บ้าง เป็นอย่างอื่นบ้าง แล้วแต่ว่าภาษาไหนจะเรียก แต่นิยมเรียกกันมาแต่โบราณว่า พระอรหันต์ แปลว่าผู้จบหน้าที่ของมนุษย์ เป็นบุคคลสูงสุด ยอดสุดของมนุษย์ มนุษย์สิ้นสุดแห่งการทำหน้าที่ มีแต่ความรอดพ้น อยู่อย่างเป็นผู้มีความรอดพ้น นี่ลองคิดดู ลองใคร่ครวญดู ลองเทียบเคียงดูไล่เรียงดูว่าธรรมะคืออะไร หน้าที่คืออะไร เป็นคู่กันมากับชีวิตอย่างไร

ถ้าชีวิตนั้นปราศจากธรรมะ ชีวิตนั้นก็ต้องตาย เป็นภาษาของชาวบ้านว่าคู่ชีวิตคือภรรยาสามี มันมีความรู้แค่หางอึ่ง มันรู้เพียงแค่นั้น ไอ้คู่ชีวิตโดยแท้จริงนั้นคือธรรมะ สามารถทำให้ชีวิตนั้นรอดตลอดมาตลอดไป ส่วนคู่ชีวิตคู่ผัวตัวเมียนั้นบางคู่ก็ทะเลาะกัน ตีกัน ด่ากันหัวเดือนท้ายเดือน ไม่เท่าไร่ก็หย่ากันแล้วก็ไปหาคู่ใหม่ แล้วก็ทะเลาะกันหัวเดือนท้ายเดือน อย่างนี้เรียกว่าคู่ชีวิต ถ้าคู่ชีวิตอย่างนี้ก็สู่แมวหมาก็ไม่ได้ เพราะแมวและหมามันก็ไม่ได้ทะเลาะกันหัวเดือนท้ายเดือน หรือต้องไปฟ้องหย่าหรือไปอะไรกันให้ยุ่งยาก เมื่อพูดถึงคู่ชีวิตที่เป็นโดยแท้จริงแล้ว มันก็ต้องถือว่าไอ้สิ่งที่ทำให้ชีวิตรอดนั่นแหละคือคู่ชีวิต สิ่งใดทำให้ชีวิตรอด สิ่งนั้นเป็นคู่ชีวิต และอะไรหน้าที่ หน้าที่มันคู่กันอยู่กับชีวิตทุกเวลานาที ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปีจนตลอดชีวิต

หน้าที่คือธรรมะ ธรรมะคือหน้าที่ ขอให้ทุกคนจงตรวจสอบหน้าที่ของตนว่าได้ทำแล้วอย่างถูกต้อง วันหนึ่งคืนหนึ่งอะไรเป็นหน้าที่จะต้องกระทำให้ครบถ้วนถูกต้องและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรามีหน้าที่ที่จะต้องบริหารกาย ข้อแรก จะต้องกินอาหาร ต้องอาบน้ำ ถ้าจะต้องถ่ายอุจจาระปัสสาวะก็ต้องทำอะไรทุกอย่างเป็นกิจประจำวัน และก็มีหน้าที่ที่จะต้องไปทำการงาน ถ้าเป็นนักเรียนก็ไปเรียน ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ไปทำหน้าที่ ที่ๆ ทำงาน เสร็จแล้วก็กลับมาบ้านมาทำหน้าที่ทุกอย่างที่จะต้องทำทุกวันๆ ขอให้ตั้งจิตอธิษฐานจิตอย่างดีแล้วว่าจะทำหน้าที่นั้นๆ ให้ถูกต้อง ไม่ขี้เกียจ ไม่ขี้เกียจแม้กระทั่งอาบน้ำ ไม่ขี้เกียจแม้กระทั่งรักษาความสะอาดของบ้านเรือน วัตถุ สิ่งของ ไม่ขี้เกียจบริหารกาย

ถ้ามีคนที่ขี้เกียจบริหารกาย คนนั้นก็มีร่างกายเสื่อมสุขภาพแล้วก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ นี่มันผิดธรรมะสำหรับคนที่ไม่ทำหน้าที่ละเลยต่อหน้าที่ นอนตื่นสายอย่างนี้ก็เป็นคนที่ไม่มีธรรมะ คนไม่ทำงานตามหน้าที่ของตนนั่นแหละคือ คนไม่มีธรรมะ ถ้าเขามีธรรมะเขาจะนิ่งอยู่ไม่ได้ เขาจะทำหน้าที่ของตนอย่างสนุกสนาน ดังนั้นอาตมาจึงบอกว่าเพียงแต่ศีลธรรมกลับมา ศีลธรรมะกลับมา ปัญหาจะหมดไป เพราะว่าคนมีศีลธรรมะมันสนุกในการทำหน้าที่ก็เลยไม่มีการยากจน ไม่มีใครเจ็บไข้ ไม่มีใครโง่เง่างมงายเพราะเขาทำหน้าที่ จะพูดไว้สักประโยคหนึ่งซึ่งขอให้จำไว้จนตายเลยว่า ขอยืนยันว่าถ้าทุกคนทำหน้าที่ ปัญหาในหมู่มนุษย์นี้จะไม่มีเลย ถ้าทุกคนทำหน้าที่ ปัญหาในหมู่มนุษย์นี้จะไม่มีเลย

ถ้าทุกคนทำหน้าที่ ปัญหาในหมู่มนุษย์นี้จะไม่มีเลย เดี๋ยวนี้ประเทศชาติมีปัญหาในเรื่องยากจน เรื่องเบียดเบียน เรื่องเอาเปรียบ เรื่องอะไรทุกอย่างทุกประการ ประเทศชาติมีปัญหาเศรษฐกิจ ขาดดุลการค้าเป็นหนี้เป็นสิน ท่วมหูท่วมหัว ปัญหานี้จะหมดไปทันที ถ้าทุกคนทำหน้าที่ ถ้าทุกพลเมืองทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้องเท่านั้นปัญหานี้จะไม่มีเลย จะไม่มีใครใช้ของฟุ่มเฟือย ซึ่งทำให้มันขาดดุลการค้า และก็จะไม่มีใครคดโกงเบียดเบียนใคร ก็ไม่มีปัญหาเรื่องอาชญากรรมเรื่องอะไรต่างๆ

ทุกอย่างปัญหาเกิดจากการที่คนไม่ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตนเท่านั้นแหละไม่ทำหน้าที่ของผู้อื่น ทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้องมันจะมีความถูกต้องเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ จนไม่มีปัญหา ถ้าทำหน้าที่ของตนถูกต้องจิตใจก็เจริญ จิตใจก็จะสูงขึ้นไป สูงขึ้นไป จนรู้ว่าธรรมะคือหน้าที่สูงสุด ไม่เบียดเบียนเขาหรือรักผู้อื่น ยินดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

หากเรารู้สึกว่า เราอยู่ในโลกคนเดียวไม่ได้ เพราะว่าธรรมะชาตินี่ได้สร้างมนุษย์มาสำหรับอยู่กันมากๆ ไม่ใช่สำหรับอยู่คนเดียว เราไม่อาจจะอยู่คนเดียวได้ สมมุติว่าทั้งหมดในโลกเนี่ยเค้ายกให้เราคนเดียว ยกทรัพย์สมบัติในโลกให้เราคนเดียวแล้วให้เราอยู่คนเดียว จะอยู่ได้หรือไม่ลองคิดดู แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร อยู่คนเดียวครองโลกทั้งหมดนี้คนเดียว 2-3 วันก็บ้าตาย เพราะว่าธรรมะชาติมันสร้างมาสำหรับอยู่กันมากๆ ถ้าเป็นคนมีธรรมะแล้ว ไม่เป็นไรอยู่กันได้สบายไม่คุ้มกำเนิด


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,245 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า ธรรม [21,357]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,258]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,123]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [415,909]
Global Warming { English } [159,143]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.