สารบัญ
หน้าที่ 5 - ความกระทบกระทั่งแห่งจิต
นี่
นิวรณ์ตัวที่หนึ่งเรียกว่าความรู้สึกทางเพศ เรียกทางบาลีว่า กามฉันทะ ความพอใจในกาม พูดง่ายๆ ว่าความรู้สึกทางเพศเป็นนิวรณ์ตัวที่หนึ่งรบกวน ใครคนไหนกล้าพูดว่าไม่เคยถูกรบกวนหรือกำลังไม่ถูกรบกวน วันหนึ่งมันรบกวนกี่ครั้งทำไมไม่ลองสำรวจดู แต่มันก็ไม่เอาใจใส่ทั้งที่ถูกรบกวน และไม่สนใจว่ามันเป็นเรื่องเป็นราวอย่างไรนี่มันเกิดได้เองตามธรรมชาติของสัตว์ที่มีธรรมชาติอย่างนี้ มีสัญชาตญาณอย่างนี้มันก็ต้องมีความรู้สึกของสัญชาตญาณรบกวน ความรู้สึกน้อมไปทางเพศ สัญชาตญาณของสัตว์ธรรมดามันก็รบกวน
นิวรณ์ที่สองเขาเรียกว่า ความกระทบกระทั่งแห่งจิต ใช้คำบาลีมันถูกแต่พอแปลเป็นไทยมันผิด ถ้าเราพยาบาทไม่ใช่เราพยาบาทอาฆาตแค้นใคร ไม่ใช่คือมันหงุดหงิดอยู่ในความไม่พอใจ ไม่พอใจนั่นนี่ ไม่พอใจอะไรก็ตามแต่ละวันแต่ละวันมันมีสิ่งที่ทำให้ไม่พอใจหงุดหงิดอยู่เรื่อยๆ ไป เดี๋ยวนั่นบ้าง นี่บ้าง ทางตามบ้าง ทางหูบ้าง ทางจมูกบ้างไม่พอใจ ไม่ชอบหน้าคนนั้น ไม่ชอบหน้าคนนี้
มีเรื่องที่เรียกว่าไม่พอใจหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาก็เรียกว่าได้ บางคนก็เป็นมากบ้างคนก็เป็นน้อยแต่ก็ต้องมีด้วยกันทั้งนั้นที่ว่ารำคาญไปด้วยสิ่งที่เราไม่ชอบใจ ในที่สุดก็โกรธมัน มันก็มีเรื่องมากมายที่เป็นความไม่ชอบใจ หนวกหูรถบ้าง หนวกหูเรือบ้าง เด็กๆ ทำหนวกหูบ้าง หรือทำงานที่ไม่พอใจ มีหน้าคนทำงานที่ไม่ชอบใจอย่างนี้ละยากมากที่สุด หงุดหงิดอยู่ด้วยความไม่พอใจนั่นแหละเป็นนิวรณ์ ต้องการจะละหรือกำจัดหรือไม่ต้องว่ากันอย่างนี้เสียก่อน และจะกำจัดมันอย่างไรคือธรรมะนั้นแหละต้องไปศึกษา
นิวรณ์ที่สามเรียกว่าถีนมิทธะ คือ จิตตกแฟบระเหี่ยระห้อย ไม่สดชื่นสดใส ไม่ร่าเริง มันก็มีได้ง่ายๆ โดยไม่มีเหตุผล ตอนที่จิตมันอ่อนกำลัง ทำอะไรก็ไม่สนุกทำอะไรก็ไม่มีความหมาย จิตมันตกลงไป หมดกำลังเรียกว่าถีนมิทธะ ในที่สุดก็มึนตาง่วงนอน อิ่มอึดอัดจนทำอะไรไม่ได้ก็เรียกว่าอยู่ในพวกนี้ ใครไม่เคย ก็เคยกันมาแล้วทั้งนั้นแต่ไม่สนใจว่ามันเป็นปัญหา
ทีนี้ตัวถัดไป
ตัวที่สี่เขาเรียกว่า อุจธัจจกุกกุจจะ นี้ตรงกันข้าม ไอ้ที่แล้วมันตกต่ำลงไป อันนี้มันมันฟุ้งขึ้นข้างบน จิตฟุ้งซ่านบังคับไม่อยู่ เวลาฟุ้งซ่านก็เรียนหนังสือไม่ได้ทำอะไรไม่ได้ เป็นเวลาที่มันตกต่ำ
และตัวสุดท้ายเรียกว่า วิจิกิจฉา ความไม่แน่ใจลงไปได้ในสิ่งที่เรียกว่าที่ควรจะแน่ใจ ตัวนี้เป็นปัญหาร้ายกาจมากจึงตั้งอยู่ด้วยความแน่ใจ ทุกคนนี่อยู่ด้วยความแน่ใจว่าปลอดภัย ปลอดภัยในทางเศรษฐกิจ ปลอดภัยในทางสุขภาพอนามัย ปลอดภัยในชีวิต ปลอดภัยในร่างกาย ปลอดภัยทุกอย่าง และยังปลอดภัยในผู้ที่ยึดถือว่าเป็นของเรา เป็นภรรยาสามีของเราจะต้องปลอดภัย และแน่ใจว่าเงินทองที่มีอยู่จะไม่เกิดอันตรายขึ้นมา
วงศ์ตระกูลของเราจะไม่ถูกทำลายนี่มันลังเลไปหมดว่าไม่มีความแน่ใจและมั่นใจอะไรได้ ตัวสุดท้ายนี้รบกวนมากที่สุด คือความไม่แน่ใจลงไปได้ในความปลอดภัย ก็ดูสิเดี๋ยวนี้ก็เป็นโรคประสาทกันเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะมันไม่มีความแน่ใจจนหลับสนิท มันนอนสะดุ้ง มันวิตกกังวล ลังเล อาลัยอาวรณ์ หยุดคิดหยุดนึกไม่ได้เพราะมันลังเลไม่ปลอดภัย เราจึงถูกรบกวนด้วยไอ้นิวรณ์ตัวนี้ในขอบเขตที่กว้างขวางมากจนเป็นโรคประสาทกันทั้งบ้านทั้งเมือง
นี่ห้าตัวเท่านั้นแหละเรียกว่า นิวรณ์ มันสกัดกั้นไม่ให้จิตแจ่มใส หลุดพ้นเป็นอิสระ มันครอบงำย่ำยีให้หม่นหมองให้สูบซีดเศร้าหมอง ทุรนทุรายกระวนกระวายนี่มีอยู่จริงแต่ไม่เคยสนใจ รู้สึกรำคาญบ้างก็ปัดทิ้งไปด้วยไม่ต้องสนใจมันก็มีอยู่เป็นธรรมดา ไม่ถูกแก้ไขหรือไม่ถูกระงับเสีย ถ้าไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีทางรู้จักปัญหา ว่าชีวิตมีปัญหาที่ต้องแก้ไขความทุกข์นั่นแหละ เพียงแต่ความทุกข์มีอยู่จริง มีอยู่ทั่วไปนั้นก็ไม่รู้จัก
ขอให้รู้จักตัวจริงของมันก่อนเถิด ว่านิวรณ์ตัวที่หนึ่งมันรบกวนอย่างไร ตัวที่สองมันรบกวนอย่างไร ตัวที่สามมันรบกวนอย่างไร ตัวที่สี่มันรบกวนอย่างไร ตัวที่ห้ามันรบกวนอย่างไร ศึกษาจากของจริงไม่ใช่จากหนังสือ หนังสือมันก็อยู่ในหนังสือเรียนนักธรรมมันก็ไม่รู้จัก เพราะมันเรียนอย่างในหนังสือ เรียนจากในหนังสือ ให้มันเรียนนักธรรมจะตายมันก็ไม่รู้จักนิวรณ์ห้าประการ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 มิ.ย. 2551 (18:01) เป็นบท ความที่ดีมากๆๆ เลยคับ น่า จะมีที่เกี่ยวกับ วัย รุ่น เยอะๆๆ นะครับ