 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32696" type="text/javascript"></script> |
|
แผ่นดินธรรม - แผ่นดินทอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักแห่งศาสนา
ท่านสาธุชนผู้สนใจในธรรมและสนใจในแผ่นดินทอง แผ่นดินธรรมด้วยทั้งหลาย อาตมาจะได้บรรยายธรรมะในหัวข้อว่า เรื่อง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา ได้สังเกตดูได้พิจารณาดูทบทวนดู รู้สึกว่าหลักเกณฑ์อันนี้ถูกต้องตามหลักแห่งพระพุทธ
post ครั้งแรก: Wed 19 September 2007, 6:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 24 September 2007, 11:00 am
|
หน้าที่ 3 - สวรรค์ที่สะอาด
ดังนั้นจึงต้องมีธรรมะแนวเดียวกันทั้งทางกายและทางจิต ที่นี้ก็จะพิจารณากันถึงฝ่ายกายเป็นข้อแรกคือ แผ่นดินทอง การปฏิบัติถูกต้องทางฝ่ายกายนั้นมันมาจากความถูกต้องของทางฝ่ายจิต อย่านึกว่าเราจะสร้างแผ่นดินทองไปได้โดยไม่ต้องอาศัยแผ่นดินธรรมกำกับอยู่ มิฉะนั้นแล้วแผ่นดินทองมันจะกลายเป็นสวรรค์ที่สกปรก มันจะต้องเป็นสวรรค์ที่สะอาด คือมีความผาสุกสะดวกสบายแล้วก็ประกอบอยู่ด้วยความถูกต้องคือธรรมะ เดี๋ยวนี้คำว่า สวรรค์ สวรรค์นี้ถือเอาความหมายผิด กลายเป็นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยกามอารมณ์ เมื่อมีกามอารมณ์มากมันก็มีกิเลสมาก ในสวรรค์ก็มีความเศร้าหมองมาก มีกิเลสมาก ในเมื่อรุ่มหลงอยู่ด้วยกามอารมณ์ สวรรค์ที่แท้จริงนั้นคือ ความถูกต้อง เมื่อรู้สึกว่ามีความถูกต้องเป็นที่พอใจของตน ยกมือไหว้ตัวเองได้ ยกมือไหว้ได้ขอให้จำคำนี้หน่อย
นั่นแหละคือ สวรรค์ที่สะอาด สวรรค์ที่สะอาดไม่สกปรกด้วยกามอารมณ์ ความเป็นไปตามอำนาจของกิเลสนั้นเป็นสิ่งเศร้าหมอง ต้องเป็นสวรรค์ที่สะอาดเป็นสวรรค์ที่ไม่ประกอบไปด้วยอบายมุขหรือสิ่งเสพติดใดๆ ดูให้ดีเถิดกามอารมณ์นั้นเป็นสิ่งเสพติดยิ่งกว่าสิ่งใดๆ แต่ก็ว่ามันชอบใจกันมันก็เลยไม่ประณามกัน ที่จริงมันควรจะถูกประณามยิ่งกว่ายาเสพติดใดๆ การเสพติดทางกามอารมณ์หรือว่าการเสพติดทางอบายมุข ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการเล่นเล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตรเกียจคร้านทำการงาน
เหล่านี้เป็นธรรมชาติเป็นสวรรค์ชนิดที่สกปรก แต่เพราะเหตุที่มีความยั่วยวนมากจึงมีสมาชิกมาก คนตามปกติก็พร้อมที่จะเกี่ยวข้องกับสวรรค์ชนิดนี้ มีปัญหาอยู่ทั่วไปหมด มันก็ไม่เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ เพราะว่าไปทำสิ่งเสพติด และตกเป็นทาสของสิ่งเสพติด การเป็นทาสของสิ่งเสพติดนั้นมิใช่ประสงค์ของธรรมชาติ ถ้าธรรมชาติอันบริสุทธิ์นั้นต้องการจะปลดปล่อยให้พ้นไปจากปัญหานานาประการ จะต้องพ้นปัญหาในทางด้านวัตถุฝ่ายกาย แล้วก็เรียกว่า อาศัยอยู่ในแผ่นดินทอง ต้องเป็นแผ่นดินที่สร้างขึ้นมาด้วยความไม่เห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ตัวคือ ความเห็นแก่กิเลส ฟังให้ดีๆ ว่า ไอ้คำว่าเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัวนั้นคือความเห็นแก่กิเลส มีกิเลสเป็นตัวแล้วก็เห็นแก่กิเลส อย่างนี้เรื่องมันก็ไปคนละทาง
ในความถูกต้อง ต้องไม่เป็นความเห็นแก่ตัว แต่เป็นความเห็นแก่ทุกคนหรือทุกฝ่ายตามที่ธรรมชาติสร้างมาให้อยู่ด้วยกัน ธรรมชาติสร้างมาให้อยู่ด้วยกันมากไม่ใช่ว่าให้มาอยู่กันตามลำพัง ของใครของมัน นั่นแหละไอ้ความที่ต้องเห็นแก่ผู้อื่นและไม่เห็นแก่ตัวนั้นมันมีอยู่อย่างนี้ จุดหมายปลายทางของแผ่นดินทองก็คือทุกคนสะดวกสบายในทางฝ่ายวัตถุหรือฝ่ายกาย มีความมุ่งหมายเป็นโลกพระศรีอาริยเมตรัยอยู่เบื้องหน้า
หมายความว่าทุกคนปฏิบัติดี เกิดมีบุคคลดี บุคคลดีหลายคนเป็นครอบครัวที่ดี ครอบครัวดีหลายครอบครัวเป็นหมู่บ้านที่ดี หมู่บ้านที่ดีหลายหมู่บ้านก็เป็นเมืองหรือเป็นจังหวัดที่ดี หลายบ้านเมืองที่ดีก็เป็นประเทศชาติที่ดี ถ้าหลายประเทศชาติที่ดีก็กลายเป็นโลกที่ดี ทุกโลกดีก็เป็นจักรวาลที่ดี นี่อาศัยความถูกต้อง เรามีหลักที่ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติที่เกิดมาเพื่ออยู่ร่วมกันมากๆ
นี่แหละข้อนี้แหละที่ว่าไม่ค่อยจะสนใจ ถูกกิเลสชักนำไปให้เห็นแก่ตัว เกิดมีคนคิดว่าเราไม่ต้องทำงานอะไร ถ้าใครเขาทำเราเสมอเราดีกว่า ไม่ต้องทำให้เหน็ดเหนื่อย คนประเภทนี้ไม่รู้ว่าเราจะต้องอยู่ด้วยกันมากๆ และเขาก็ไม่รู้ว่าไอ้คนอื่นนั้นมันก็เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายของเรา คนทุกคนมีปัญหาเหมือนกัน มีความทุกข์เหมือนกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ต้องต่อสู้กับความทุกข์ตามธรรมชาติ ถ้าได้ร่วมมือกัน การต่อสู้กับธรรมชาติมันก็ง่ายขึ้น ทุกศาสนาเลยสอนให้รักผู้อื่น ไปค้นดูเถิดว่าทุกศาสนามีจุดร่วมกันอยู่อย่างหนึ่งคือ รักผู้อื่นทั้งนั้น จะเป็นศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดูอะไรก็ตามที่เป็นระบอบของศาสนาหรือที่พึงของศาสนาหรือแม้แต่เป็นเพียงวัฒนธรรม ก็ต้องมีความหมายเป็นรักผู้อื่น
เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาเบียดเบียนนั้นมันมาจากความไม่รักผู้อื่น พระศาสดาทุกพระองค์มองเห็นความจริงข้อนี้ พระศาสดาทุกพระองค์จึงบัญญัติความรักผู้อื่นเหมือนกันหมด เดี๋ยวนี้เรามาตั้งต้นที่จะแก้ปัญหาของชีวิตนั้นก็จะต้องกระทำให้แต่ละชีวิตแต่ละหน่วย แต่ละหน่วยนั้นมันถูกต้อง จึงมีหลักเกณฑ์สำหรับยึดถือตรงกันหมดทุกคนว่ามันมีความถูกต้องอย่างนี้ก็เลยสามารถร่วมมือกันได้ สร้างความถูกต้อง
คนโบราณรวมจุดหมายปลายทางไว้เป็นศาสนาของพระศรีอาริยเมตรัย บางคนเห็นเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่ความจริงเป็นเรื่องของสติปัญญา ในศาสนาพระศรีอาริยเมตรัยนั้นมีลักษณะกล่าวไว้มากมายแล้วแต่ที่สำคัญก็คือความรักผู้อื่น มีรายละเอียดว่าพอลงจากบ้านเรือนมาสู่ท้องถนน จำไม่ได้ว่าใครเป็นใครเหมือนกันหมด มีแต่ผู้เป็นมิตรชูมือสะล่อน ถามว่าจะให้ช่วยอะไร ต้องการอะไร บอกมาจะให้ทำอะไร เหมือนกันไปหมดจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร พอกลับมาถึงบ้านแล้วจึงรู้ว่าอ้าวนี่บ้านของเรา นี่ภรรยาของเรา สามีของเรา ลูกของเรา พอออกไปนอกถนนมันก็เหมือนกันไปหมด มีผู้ที่หวังดีรักใคร่พร้อมที่จะช่วยเหลือสะล่อนไปหมด หรือเขียนไว้ว่าทุกมุมเมืองมีต้นไม้ที่เรียกว่า กาลปะตะรูมะ ภาษาโบราณกาลปะตะรูมะ คือ ต้นกาลปะพฤกษ์ ใครขาดแคลนอะไรไปเอาได้ที่นั่น หรือไม่มีคนจน
มีลักษณะเหมือนกับสังคมสงเคราะห์ที่พร้อมที่จะช่วย แต่มันก็ตอบอยู่ในตัวแล้ว ก็ทุกคนชูมือสะล่อนกันไปหมด ให้ช่วยอะไรบอกมา อย่างนี้แล้วมันจะจนได้อย่างไรเล่า จะขาดแคลนอะไรได้อย่างไร ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนก็จะมีแต่มือที่ชูขึ้นมาว่าจะให้ช่วยอะไร ช่วยอะไรเรียกว่า ศาสนาพระศรีอาริยเมตรัย
ซึ่งอย่างอื่นก็มีอีกมากแต่ว่าเอาใจความสำคัญว่า ความรักผู้อื่นอย่างเป็นมิตร เมตรัย แปลว่า รากฐานแห่งความเป็นมิตร เกื้อกูลแก่การเป็นมิตร เมตตาคือ เมตตามาจากคำว่ามิตร ประกอบท้ายศัพท์เป็นเมตรัยยะ เกื้อกูลแก่การเป็นมิตร พระศรีอาริยะอย่างเลิศอย่างประเสริฐที่สุด ดังนั้นการที่จะสร้างแผ่นดินทองต้องนึกถึงหลักธรรมะก่อน คือทุกคนเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันมีปัญหาอย่างเดียวกันมีหัวอกอย่างเดียวกัน ธรรมชาติสร้างมาให้เป็นเช่นนั้น หรือถ้าจะถือพระเป็นเจ้าก็ต้องพูดว่าพระเป็นเจ้าสร้างมาสำหรับความเป็นอย่างนั้น เมื่อมองเห็นว่ามันเป็นเพื่อนยาก เป็นเพื่อนทุกข์เพื่อนยากด้วยกันแล้ว มันก็ง่ายที่จะสัมพันธ์กันที่จะไม่เบียดเบียนกัน ที่จะให้อภัยแก่กัน
แล้วก็ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้ ปัญหาของคนหมู่มากก็คือว่า มันทักกันไม่ได้ ทักท้วงกันไม่ได้ แนะนำกันไม่ได้ ขอร้องกันไม่ได้ เพราะต่างคนต่างมีกิเลสของตน เขาก็ไม่รู้ว่าตัวจิตแท้นี้ธรรมชาติสร้างมาให้สำหรับร่วมแรงร่วมใจกัน ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้ ดึงกันและกันให้ออกไปจากความชั่วได้ ถ้าแก้ปัญหาข้อนี้ไม่สำเร็จมันก็ไม่ทาง ไม่มีทางที่สร้างแผ่นดินของพระศรีอาริยเมตรัยขึ้นมาได้ ผู้ที่เป็นบิดามารดาควรจะอบรมลูกเด็กๆ ทารกที่เกิดมาให้รู้จักรักผู้อื่นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แล้วปัญหามันจะน้อย ปัญหาเลวร้ายทั้งหลายมันจะหมดไป
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม