คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32696" type="text/javascript"></script>
แผ่นดินธรรม - แผ่นดินทอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักแห่งศาสนา
ท่านสาธุชนผู้สนใจในธรรมและสนใจในแผ่นดินทอง แผ่นดินธรรมด้วยทั้งหลาย อาตมาจะได้บรรยายธรรมะในหัวข้อว่า เรื่อง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา ได้สังเกตดูได้พิจารณาดูทบทวนดู รู้สึกว่าหลักเกณฑ์อันนี้ถูกต้องตามหลักแห่งพระพุทธ
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 13,229 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 19 September 2007, 6:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 24 September 2007, 11:00 am

หน้าที่ 5 - คถาคต
บาลีเรียกรวมๆ กันว่า สิ่งซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท นี่มาสอนกันแต่เพียงไม่กินเหล้าเมายาอะไรบางอย่างมันไม่พอ มันไม่ถูก บรรดาสิ่งที่ทำให้เกิดความสูญเสียสติสัมปรดี มีความประมาทแล้วอย่าไปแตะต้องเลย เรื่องดูหนัง ดูละคร ดูอะไรชนิดที่เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมาเกิดความประมาทเข้าไปด้วยก็ได้ในศีลข้อนี้ ก็ไม่ต้องถือศีลมากข้อ ศีลเพียงห้าข้อนั้นก็พอที่จะขจัดสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นแก่บุคคลและแก่สังคมในการที่จะสร้างแผ่นดินทองอันสงบเย็นขึ้นมา จะต้องรู้ใจความของบทธรรมะนั้นๆ แล้วขยายความให้ถูกต้อง อย่าอธิบายกันจนว่าลูกเด็กๆ ไม่ต้องถือศีลข้อกาเม เมื่อได้มีหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องถือเป็นหลักอยู่ ชีวิตส่วนนี้

ส่วนร่างกายนี้ก็ดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง เรียกว่า ตัวเองติเตียนตัวเองไม่ได้ คำพูดที่มีอยู่เป็นหลัก ต้องใช้คำว่าตัวเองติเตียนตัวเองไม่ได้ควรมีศีล คนจะมีศีลคือคนที่ติเตียนตัวเองไม่ได้ มองดูตัวเองแล้วมันพบแต่ความถูกต้อง ในที่สุดก็ยกมือไหว้ตัวเองได้ อะไรๆ มันก็ถูกต้องไปเสียหมดทั้งกลางวันกลางคืนทั้งหลับทั้งตื่น ก็พอใจตัวเองยกมือไหว้ตัวเองได้ และก็เป็นสวรรค์แท้จริงขึ้นมาทันที ที่เรียกว่า ทางศีลนำไปสูสวรรค์ มันหมายความอย่างนี้คือ เรายกมือไหว้ตัวเองได้ เป็นสวรรค์สะอาด สวรรค์เต็มไปด้วยกามอารมณ์

อย่างที่พูดๆ กันนั้นเป็นสวรรค์สกปรกอาตมากล้าพูดอย่างนี้ แม้แต่จะเป็นที่นิยมกันทั่วๆไปหมด สวรรค์ที่เต็มไปด้วยกามอารมณ์เป็นสวรรค์สกปรก สวรรค์ที่สะอาดนั้นก็คือ ยกมือไหว้ตัวเองได้ เพราะมองดูตัวเองแล้วเห็นแต่ความถูกต้อง มันมองเห็นแต่ความถูกต้องของตนเอง ยกมือไหว้ตัวเองได้ที่ไหนเป็นสวรรค์ที่นั่น เมื่อนั่น ไม่ต้องรอให้ตายแล้ว สวรรค์นี่จริงเพราะเป็นสันทิฏฐิโก สิ่งที่เป็นของจริงนั้นต้องเป็นสันทิฏฐิโก พระพุทธเจ้าเขาว่าอย่างนั้น คือรู้สึกได้ด้วยตนเอง สัมผัสได้ด้วยตนเอง ประจักษ์แก่ใจตนเอง


54018



ถ้ายังต้องเชื่อตามคนอื่นนั้นนั่งยันยืนยันว่าไม่ใช่คำของคถาคต ต้องรู้สึกได้ด้วยตนเองว่าเป็นอย่างนั้นจริงเรียกว่าสันทิฏฐิโก แล้วก็อะกาลิโก อะกาลิโกไม่ต้องรอเวลาได้ผลทันที ทำที่ไหนได้ผลเมื่อนั้น ทำเมื่อไรได้ผลเมื่อนั้น ทำมากก็มาก ทำน้อยก็น้อยนี่มันเป็นอะกาลิโก เอหิปัสสิโก จะเรียกผู้อื่นมาดูได้ มาดูฉันสิ มาดูตัวฉัน ดูที่เนื้อตัวของฉันไม่มีความลับอะไร ไม่มีความชั่วอะไรที่จะปกปิดไว้ พวกเทวดาทั้งหลายที่ว่ามีหูเป็นทิพย์ มีตาเป็นทิพย์ มาดูสิมาสรรหาความผิดของฉันสิ มันไม่มี มันหาไม่พบ อย่างนี้เป็นสวรรค์สะอาด สวรรค์ที่เป็นสันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโกควรมีอยู่ในตน และปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูชน รู้ได้ด้วยตนเอง นี้เป็นสวากขาโตคือคำกล่าวที่ถูกต้อง มีสวรรค์ได้แม้กลางทุ่งนา ในร้านค้า ในที่ไหนก็ตามที่ประพฤติกระทำหน้าที่ ในออฟฟิศราชการถ้ามีแต่ความถูกต้องก็มีสวรรค์อยู่ในที่อย่างนั้นทั่วไปหมด มองดูทีไรแล้วเห็นแต่ความถูกต้องแล้วก็รู้สึกพอใจ

นี่ขอร้องสักอย่างหนึ่งว่า ขอให้ประพฤติกระทำจนกระทั่งมองดูตัวเองแล้วรู้สึกว่าถูกต้องและพอใจ ถูกต้องและพอใจอยู่ตรงไหนก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องและพอใจอย่างนี้ตลอดเวลา ตื่นขึ้นมาก็ทำสิ่งที่ถูกต้องและพอใจ จะกินอาหาร จะอาบน้ำ จะแต่งเนื้อแต่งตัว จะทำการทำงานแม้ที่สุดแม้แต่จะช่วยถูบ้าน ช่วยกวาดเรือน ในจิตก็รู้สึกว่าถูกต้องและพอใจกันไปหมด ไปทำงานที่เป็นงานหลักก็ทำด้วยความรู้สึกว่าถูกต้องและพอใจ จนเลิกงานกลับบ้านด้วยความรู้สึกว่าถูกต้องและพอใจ มากินอาหาร ทำกิจประจำวันก็ถูกต้องและพอใจ เวลาจะนอนยกมือไหว้ตัวเองได้ วันนี้ทั้งวันมีแต่ความถูกต้อง เป็นอยู่อย่างนี้แหละเรียกว่า เป็นพลเมืองของแผ่นดินธรรม เป็นสมาชิกของแผ่นดินธรรม ยกมือไหว้ตัวเองได้ทุกคราวที่มองดูตัวเองเป็นสวรรค์อันสะอาด

ทีนี้ถ้ามองดูตัวเองแล้วโอ้ชั่งหัวตัวเอง คิดหนาระอาใจแก่ตัวเองที่คือ นรก นรกที่แท้จริง นรกที่นี่และเดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอตายแล้ว แล้วมันกัดกร่อนหัวใจยิ่งนรกที่เขาพูดๆ กันเสียอีก เรื่องนี้อยากจะบอกสักหน่อยหนึ่งว่า เรื่องนรกใต้ดิน สวรรค์บนฟ้าเป็นเรื่องที่เขาพูดกันก่อนพระพุทธเจ้า ในประเทศอินเดียเขาพูดเรื่องนี้กันก่อนพระพุทธเจ้าเกิด ไม่ใช่คำของพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาในพลเมืองที่เขาเชื่อเรื่องนรกสวรรค์กันอย่างนี้ ท่านไม่คัดค้าน นี่เป็นคุณสมบัติอันเลิศของพระพุทธเจ้าอย่างหนึ่งที่พวกเราควรจะเอาอย่าง

เมื่อเขาพูดกันอยู่อย่างนั้นว่าเขาเชื่อกันอยู่อย่างนั้น เขาถือกันอยู่อย่างนั้นแล้วเราไม่เห็นด้วยแล้วอย่าไปทะเลาะกับเขา เราอย่าไปหักล้างกับเขา ถ้าเราจะประสมรอยได้ก็ประสมรอย แล้วถ้าเรามีอะไรจะพูดเราก็พูด พระพุทธเจ้าไม่ยกเลิกไอ้นรกสวรรค์ที่เขาถือ เขาพูดกันอยู่ก่อนอย่างนั้น แต่ท่านไปเสริมว่าถ้าอยากไปสวรรค์ก็ทำอย่างนี้สิ ทำอย่างนี้สิ แล้วก็อีกทางอย่าทำอย่างนี้ อย่าทำอย่างนี้ก็ไปนรกชนิดที่เราไม่ต้องการ

แต่ว่าสวรรค์ที่อยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กันเห็นแล้ว นรกจะอยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจกันเห็นแล้ว คือ มันจะทำผิดทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ทำผิดเป็นนรกผิดเนื้อผิดตัว ทำถูกทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจก็เป็นสวรรค์และก็อยู่ที่เนื้อที่ตัว ท่านใช้คำว่า มายาทิฐา มายาทิฐากันเห็นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ค้านเพื่อให้อย่างนั้นและยังประสมโรงด้วยว่า อย่าจะไปชนิดนั้นก็ทำทาน ทำศีล ทำอย่างนี้สิ ท่านช่วยแนะด้วย แต่ท่านไม่ได้แนะให้มัวเมาอันสวรรค์ที่เต็มไปด้วยกามอารมณ์ นี่สวรรค์ที่แท้จริงนั้น คือ ความรู้สึกพอใจตัวเองจนยกมือไหว้ตัวเองได้ ชื่นใจในตัวเอง เป็นหลักสากล จริยธรรมสากล ศีลธรรมสากลเขาก็พูดกัน

ที่พวกฝรั่งเขาก็เคยพูดกันมาก แต่เดี๋ยวนี้ไม่พูด พวกฝรั่งยุคก่อนๆ พูดเรื่องรู้จักตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเอง บังคับตัวเอง ช่วยตัวเอง ประสบผลสำเร็จแล้วพอใจตัวเอง เป็นหลักธรรมะในรูปกะทัดรัดที่สุด เป็นหลักสากลซึ่งเรารับเอามาถือได้ อาตมาคิดว่าแผ่นดินธรรมนั้นจะต้องมีลักษณะเป็นผู้ที่รู้จักตนเองว่าธรรมชาติสร้างมาอย่างไร ไว้ใจตนเองว่าสามารถจะแก้ปัญหาได้ และก็บังคับตัวเองให้กระทำอย่างนั้น ครั้นแล้วก็มีความพอใจตัวเอง แล้วก็เคารพนับถือตัวเอง ถ้ามันอยู่ได้อย่างนี้มันก็เป็นหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นของของธรรมชาติ เป็นกฎของธรรมชาติ ไม่เรียกว่าเป็นของศาสนาไหนถ้าเป็นของธรรมชาติ เรารู้เรื่องของธรรมชาติโดยนัยดังที่กล่าวมาแล้วว่า รู้จักตัวธรรมชาติ รู้จักกฎธรรมชาติ รู้จักหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ รู้จักผลของหน้าที่ สี่อย่างนี้เป็นหลักประกันไม่ผิดได้ ไม่ผิดหรือไม่ให้เกิดโทษขึ้นมาได้ การทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎของธรรมชาตินั่นแหละมันรับประกันไม่ให้เกิดการผิดพลาดขึ้นมาได้

เมื่อได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎของธรรมชาติในทางที่จะไม่เกิดกิเลส ไม่เกิดความทุกข์ จะมีผลอย่างไรลองคิดดู เรียกเป็นคำอุปมาเรียกว่า เย็น เย็น ที่จริงเย็นคำนี้ไม่ใช่เย็นอย่างแช่น้ำแข็ง แต่มันเย็นทางวิญญาณ เรื่องแผ่นดินธรรมนี่เป็นเรื่องทางฝ่ายวิญญาณ มันก็มีเย็นตามแบบฝ่ายวิญญาณ ถ้าเย็นอย่างน้ำแข็งเป็นฝ่ายวัตถุ เดี๋ยวนี้มันฝ่ายวิญญาณ มันมีความเย็นอกเย็นใจ เย็นทางจิต เย็นทางวิญญาณ ทุกคราวที่พอใจจนยกมือไหว้ตัวเองได้


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 4) หน้าถัดไป (หน้า 6) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,247 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

แผ่นดินธรรม - แผ่นดินทอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักแห่งศาสนา [13,230]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,320]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,595]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,320]
Global Warming { English } [116,668]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.