 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32696" type="text/javascript"></script> |
|
แผ่นดินธรรม - แผ่นดินทอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักแห่งศาสนา
ท่านสาธุชนผู้สนใจในธรรมและสนใจในแผ่นดินทอง แผ่นดินธรรมด้วยทั้งหลาย อาตมาจะได้บรรยายธรรมะในหัวข้อว่า เรื่อง แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา ได้สังเกตดูได้พิจารณาดูทบทวนดู รู้สึกว่าหลักเกณฑ์อันนี้ถูกต้องตามหลักแห่งพระพุทธ
post ครั้งแรก: Wed 19 September 2007, 6:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 24 September 2007, 11:00 am
|
หน้าที่ 8 - นิพพานไม่คิดสตางค์
ถ้ามีจิตใจชนิดนี้เหงื่อออกมาจะกลายเป็นน้ำมนต์เย็น ถ้าไม่มีธรรมะข้อนี้พอเหงื่อออกมาก็ไปขโมยดีกว่า ไม่อยากไถนา ไม่อยากทำอะไรแล้ว พอเหงื่อออกมาก็ชวนกันให้ไปขโมยดีกว่า แต่ถ้ามีจิตใจอย่างนี้พอเหงื่อออกมาก็ยิ่งเย็น ยิ่งเย็น เย็น เพราะมันเป็นเหงื่อที่ออกมาจากธรรมะ นี่ขอให้ทุกคนพอใจในหน้าที่ เพราะหน้าที่คือธรรมะ แล้วความพอใจนี่เป็นเครื่องทุ่นแรงสูงสุด ยิ่งกว่ารถเท็กเตอร์เป็นสิบตัว ความพอใจในหน้าที่คือ ธรรมะนั้นเป็นเครื่องทุ่นแรงสูงสุดยิ่งกว่าเครื่องทุ่นแรงใดๆ ทำไปด้วยสติปัญญา อย่าทำไปด้วยกิเลสตัณหา พอมีกิเลสตัณหามันก็ร้อน คิดจะทำก็ร้อน ร้อนเมื่อไรก็อยากได้เงิน เมื่อได้เงินก็นำไปเอาของร้อน มันก็ร้อนตลอดสายอย่าทำอะไรด้วยกิเลสตัณหา
แต่ทำด้วยโพธิปัญญาคือ ความรู้ที่ถูกต้องเรียกว่า ตัวโพธิปัญญา ในความรู้ที่ผิดๆ เรียกว่ากิเลสตัณหา ความรู้ผิดเรียกว่า มิจฉาทิฎฐิคือกิเลสตัณหา ความรู้ถูกเรียกว่า สัมมาทิฏฐิเป็นโพธิปัญญา ถ้าทำด้วยโพธิปัญญาไม่เหนื่อย จะไม่รู้สึกเหนื่อย จะไม่รู้สึกเครียด มีความพอใจ ถ้าทำด้วยกิเลสตัณหาจะตั้งแต่การกระทำพอคิดจะกระทำ อะไรก็ตาม คือ มันหิว มันหวัง มันหิวอยู่ตลอดเวลา มันก็เหนื่อยซะตั้งแต่ก่อนทำ ทำอยู่ก็เหนื่อย ได้มาแล้วก็ยังเหนื่อย ตะกะในเรื่องกิเลสตัณหา เอาเงินมาเท่าไรก็ซื้อเหยื่อให้กิเลสไม่พอ
ดังนั้นมันจึงหิวอยู่เรื่อยมันก็เลยคอรัปชั่น นี่ที่ว่าคอรัปชั่นกันนักเพราะว่ามันเป็นทาสของกิเลสตัณหา อย่าทำงานด้วยกิเลสตัณหาเลย ทำงานด้วยโพธิปัญญา แล้วสิ่งต่างๆ ทางจิตนี่จะสบายจะไม่เครียด การทำงานอย่างเครียดๆ มันตายเร็ว ไม่ต้องมีใครมาแช่งทำงานด้วยกิเลสตัณหา เครียดคัดอยู่นี่มันตายเร็ว ทำงานด้วยสติปัญญา รู้หน้าที่คือ ธรรมะ ธรรมะคือ หน้าที่อันเป็นสุขเมื่อทำงานนี่ฟังยากไหม มันเป็นสุขเมื่อกำลังทำงาน เข้าใจว่าท่านทั้งหลายไม่ถือหลักว่าเป็นสุขเมื่อกำลังทำงาน จะถือหลักว่าทำงานได้เงินมาแล้วก็นำไปซื้อหาความสุข อย่างนั้นยิ่งโง่ใหญ่ ไอ้ที่เอาเงินไปซื้อมาไม่ใช่ความสุข เป็นความเพลิดเพลินมาหล่อเลี้ยงตัณหา
ไอ้ความสุขนี่เกิดเมื่อมีความรู้สึกแก่ตัวเองว่ามันถูกต้อง ถูกต้อง ทำงานอยู่รู้สึกเป็นสุข เพราะว่าเป็นความถูกต้อง ความสุขนี้แท้จริง ความสุขที่เกิดอยู่ในขณะที่ทำงานนั้นมันไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องใช้เงินแต่เป็นความสุขจริงให้แก่ผู้นั้น ทำงานได้เงินแล้วไปซื้อหาอาบอบนวดอะไรนั่นเป็นความเพลิดเพลินไม่ใช่ความสุขเพราะเท่าไรก็ไม่พอ ไม่เท่าไรก็ต้องไปคอรัปชั่นแล้วก็ได้ไปนอนในตาราง นี่พูดกันเป็นคำสั้นๆ ว่าความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ ไอ้ความสุขยิ่งหลอกลวงเท่าไรก็ต้องใช้เงินมากเท่านั้น ความสุขที่แท้จริงมันไม่ต้องการเงิน มันสุขกันแล้วเมื่อกำลังทำงาน หรือว่าเงินเหลืออยู่เยอะเอาไปใช้อะไรก็ได้ ความสุขหลอกลวงมันกระหายต่อกิเลสมันก็ต้องเอาเงินไปซื้อหาเหยื่อของกิเลส สถานเริงรมย์จึงเต็มไปทั้งโลก
เพื่อว่าจะให้คนโง่เหล่านี้ไปซื้อหาเป็นความเพลิดเพลินนั้น แล้วโลกก็ยิ่งไม่มีสันติสุข ไม่มีสันติภาพ มีแต่ความปั่นป่วนของบุคคลผู้ที่จะมีกิเลสอันนั้น ความสุขที่แท้จริงไม่ต้องใช้เงิน ก็จำไว้ด้วย ถ้าต้องใช้เงินก็เป็นความสุขหลอกลวงเสมอ ถ้าความสุขที่แท้จริง คือ ความพอใจ เมื่อรู้สึกว่าปฏิบัติธรรมะคือ หน้าที่ พระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสว่านิพพานนั้นให้เปล่าอย่ากลัวนิพพานกันนักเลย เป็นของให้เปล่า เมื่อนิมนต์พระไปสวดเจริญพระพุทธมนต์ที่บ้าน พระจะสวดบทนี้เสมอ เจ้าของบ้านจะฟังหรือไม่ฟังก็ไม่รู้ ทุกคราวที่เจริญพระพุทธมนต์ที่บ้าน พระจะต้องสวดประโยคนี้เสมอว่า ระทามูทานิมุติง ปุญญานา นิพปัญจิตีรา นี่นิพพานมาบริโภคกันอยู่เปล่าๆ เสียก็ตาม เมื่อได้ปฏิบัติตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นจะมาถึงนี้ก็เรียกว่าได้นิพพานมาบริโภคเปล่าๆ
นิพพานไม่คิดสตางค์ อย่าได้กลัวนิพพานเลย เอาอย่างน้อยๆ เอาอย่างน้อยๆ เป็นครั้งเป็นคราวเป็นระยะๆ จะหล่อเลี้ยงชีวิตให้เย็นเป็นชีวิตเย็น ขอบคุณพระนิพพานที่ธรรมชาติให้ เวลาใดเราไม่มีกิเลสอยู่ในใจเมื่อนั้นเป็นนิพพาน พอกิเลสมาก็ร้อนเป็นไฟ เป็นวัฏสงสารอยู่พักหนึ่งแล้วกิเลสก็ดับไป ก็เป็นนิพพานนี่มันสลับกันอยู่กับวัฏสงสารอย่างนี้
ส่วนที่เป็นนิพพานช่วยให้เรานอนหลับ ช่วยให้เราพักผ่อน ถ้าไม่มีอันนี้จะเครียดจนเป็นบ้า จนเป็นโรคประสาท เป็นบ้าหรือตาย นี่ขอบคุณพระนิพพานน้อยๆ คราวละน้อยๆ ที่ธรรมชาติมีให้ ที่จะให้นอนหลับสนิทไม่ต้องละอายแมวไปทีหนึ่งก่อน และก็จะได้มีอัตภาพ มีชีวิตดี มีสุขภาพดี มีอนามัยดี เพราะการนอนหลับสนิท พักผ่อนสนิท
นี่หวังว่าสมาชิกแผ่นดินธรรมทั้งหลายจะได้รู้จักสิ่งนี้คือ นิพพานที่ให้เปล่า พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่านิพพานให้เปล่าแล้วก็ให้เปล่าจริงๆ ด้วย คือ พอใจในขณะที่ได้ทำหน้าที่ หน้าที่ชื่อว่าธรรมะ ธรรมะชื่อว่าหน้าที่ เพราะทุกเวลาทำหน้าที่ทำการงาน พนมมือให้หน้าที่เสียทีหนึ่งก่อน เข้าไปในห้องทำงานหรือราชการอะไรก็ตามพนมมือให้แก่หน้าที่ แสดงความเคารพหน้าที่ บูชาหน้าที่ก็ทำงานสบายใจ ทำงานได้สนุก เบิกบานในการงาน ชาวนาเอาควาย เอาไถมาแล้วก็พนมมือเสียก่อน พนมมือให้ควายให้ไถอย่าระอาเลย
นี่เป็นหน้าที่ เป็นหน้าที่ เป็นธรรมะแล้วก็หน้าที่ไถนา ชาวสวนคนค้าขายอะไรก็ตามเมื่อเข้าไปในที่ทำงานก็ต้องพนมมือให้แก่เครื่องใช้ไม้สอยที่จะทำงานช่วยให้ทำงานด้วยความเคารพ ให้มันเคารพทั้งทางกาย ให้มันเคารพทั้งทางจิต เรียกว่าเคารพหน้าที่ เคารพธรรมะซึ่งเป็นหน้าที่ ถ้ามีปัญหาอะไรขึ้นมาผุนผันตัดสินด้วยอำนาจกิเลส ถ้ามีความสงสัยอะไรขึ้นมาจงสำรวมสติสัมปชัญญะให้เป็นสมาธิ แล้วก็ถามเหมือนกับถามพระพุทธเจ้า มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นขอให้ถามพระพุทธเจ้า คือ ตั้งจิตให้ดีสำรวมจิตให้ดีว่านะโมหรืออะไรก็ตาม สำรวมจิตให้เป็นสมาธิด้วยอานาปานสติ กำหนดลมหายใจเข้า-ออกให้จิตเป็นปกติแล้วตั้งปัญหาถามขึ้นมาคำตอบนั้นจะเป็นเสมือนหนึ่งคำตอบที่มาจากพระพุทธเจ้า
นี่เรียกว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้ถามพระพุทธเจ้าก่อนอย่าพึงตัดสินอะไรลงไปพรวดพลาดมันจะเป็นกิเลสทั้งนั้น นี่เรียกว่าธรรมชาติมีอยู่อย่างนี้ ธรรมชาติมีให้อย่างนี้ เป็นพุทธบริษัททั้งทีมีปัญหาอะไรให้ถามพระพุทธเจ้าก่อน ทำจิตให้สะอาด สว่าง สงบ แล้วตั้งปัญหาขึ้นมา คำตอบนั้นจะถูกต้อง เพราะว่ามันมาจากพระพุทธเจ้า คือ สติปัญญาที่ถูกต้อง สติปัญญาที่แท้จริง แล้วในที่สุดนี้ก็เป็นอันว่าทุกคนพอใจในสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่ ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ ทุกคนคงจะรักหน้าที่ แล้วก็ทำหน้าที่ด้วยความรู้สึกเป็นสุขตลอดเวลาที่ทำหน้าที่
ครั้นครบวันหนึ่งแล้วก็พอใจตัวเอง ยกมือไหว้ตัวเอง การยกมือไหว้ตัวเองเท่ากับไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เสร็จหมดเลย ยกมือไหว้ตัวเองเท่านั้นแหละ จะเหมือนกับไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ด้วยเสร็จ เพราะการทำหน้าที่ถูกต้องนั้นมันเป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในนั้น ยกมือไหว้ตัวเองที่ทำอะไรได้ถูกต้องเท่ากับไหว้หมดเลย ไหว้พระพุทธ ไหว้พระธรรม ไหว้พระสงฆ์ ไหว้ครูบาอาจารย์ บิดามารดาอะไรหมด เขาสอนกันให้ไหว้กัน 3 ครั้ง 4 ครั้ง อาตมาว่าไหว้ครั้งเดียวพอ คือไหว้ตัวเอง
ถ้าไหว้ตัวเองได้คือไหว้หมดเลย มันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในความดีของตัวเองที่ทำให้ไหว้ตัวเองได้ ท่านทั้งหลายคงจะไหว้ตัวเองได้ทุกวันๆ การบรรยายที่ก็เป็นเรื่องที่แสดงว่าเรื่องแผ่นดินธรรม แผ่นดินทองนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา หรือว่ายิ่งกว่านั้นก็คือถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ตามหลักของธรรมชาติ ธรรมะคือหน้าที่ จงทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติที่สร้างมนุษย์ขึ้นมาสำหรับให้ทำประโยชน์ ให้มีประโยชน์ให้โลกนี้มีประโยชน์โดยที่มีมนุษย์ทำหน้าที่ หวังว่าคงจะจัดจะทำให้มันเป็นอย่างนี้ ให้มันเป็นอย่างที่ว่า
ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ ธรรมะคือทำหน้าที่ทุกหน้าที่นับตั้งแต่หน้าที่ของคนขอทานขึ้นไปถึงหน้าที่ของเทวดาบนสวรรค์ ขอให้ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง แล้วปัญหาจะไม่มีเหลือ นั่นแหละคือความหลุดรอด เป็นวิมุติคือหลุดพ้นจากทั้งปวง การบรรยายนี้สมควรแก่เวลาแล้วขอฝากความหวังว่าให้ท่านทั้งหลาย คงจะประพฤติตนให้เจริญงอกงามได้ ก้าวหน้าในทำนองคลองธรรมของพระศาสดามีความเป็นสุขอยู่ทุกทิภาราตรีกาลเทอญ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม