วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32723" type="text/javascript"></script>
แม่ คือ ผู้สร้างโลก
คือ ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลายในการบรรยายนี้เป็นการบรรยายพิเศษนั่นคือได้บรรยายในเรื่องเกี่ยวกับวันแม่ ตามตำราเราพูดกันเรื่องอิทัปปัจจยตา เข้ามาถึงวันนี้ก็มีผู้ขอร้องให้พูดเรื่องวันแม่ ให้ยอมสลัดในเรื่องอิทัปปัจจยตาออกไป แม่การบรรยายที่จะส่งไปย
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 13,415 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 21 September 2007, 2:26 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 21 September 2007, 3:18 pm

หน้าที่ 1 - ธรรมชาติธรรมชาติแท้ ๆ
ดังนั้นใครหัวหงอกแล้วก็ต้องรู้สึกว่าเราก็มีแม่ ที่จะต้องประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องต่อผู้ที่เรียกกันว่าแม่และถ้ายังไม่ได้ปฏิบัติ มันก็เป็นคนบกพร่อง นั่นก็คือใช้ไม่ได้ยังจะต้องปฏิบัติเพื่อหน้าที่ของตัวเอง และยังต้องปฏิบัติเพื่อเป็นตัวอย่างให้เด็กๆ แม้เป็นเด็กไม่นุ่มผ้า คนแก่ๆก็ปฏิบัติให้ดูมันยังไม่พ้นหน้าที่ที่ต้องจะปฏิบัติต่อแม่ และไม่พ้นหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ อย่างกับเป็นแม่เอง มันทั้งขึ้นทั้งร่องเราจะต้องปฏิบัติต่อมารดาของเรา แม้แก่เฒ่าชราแล้ว เพียงแต่เราต้องปฏิบัติต่อแม่

เดี๋ยวนี้เรามีอายุเป็นมารดา ดังนั้นการพูดกันถึงเรื่องแม่ตามโอกาสนี่นับว่าจึงเรียกว่ามีเหตุผล ดังนั้นอาตมาจึงขอถือโอกาสนี้พูดเรื่องแม่ แทนที่จะพูดเรื่องหลักธรรมะโดยทั่วไป แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังจะพูดเรื่องแม่ชั้นปรมัตอยู่นั้นเองเราจะพูดถึงผู้ที่เรียกว่าแม่ในความหมายที่ลึกขั้นที่เป็นปรมัต ขอให้ฟังให้ดีให้สำเร็จประโยชน์ทั้งผู้ที่มีแม่และผู้ที่กำลังเป็นแม่ และผู้ที่เป็นแม่แก่เด็กๆ เมื่อพูดโดยปรมัติ คำว่าแม่นั้นก็มีความหมายหลายอย่าง ซึ่งเขาไม่มองกัน อย่างน้อยที่สุดเราก็จะมองกันในแง่ที่ว่า แม่นั่นแหละคือผู้ที่สร้างโลก เขาจะพูดว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกก็ตามใจเขา เดี๋ยวนี้เรามองว่า ผู้ที่เป็นแม่นั่นแหละเป็นผู้ที่สร้างโลก นั่นคือแม่สร้างลูก สร้างเด็กขึ้นมาในลักษณะอย่างไร คนเหล่านี้ก็ประกอบกันขึ้นเป็นโลก นั้นแหละมันดีมันชั่วอย่างไร


54027




ในโลกนี้ทั้งหมดมันจะดีจะชั่วจะดีอย่างไร มันก็แล้วแต่ว่าไอ้คนทั้งหมดที่ประกอบกันเป็นโลกจะดีจะชั่วอย่างไร แล้วคนเหล่านี้จะดีจะชั่วอย่างไร ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่ที่แม่ ที่ปั้นดวงวิญญาณของเขามาตั้งแต่อ้อนแต่ออก อาตมาให้ความสำคัญแก่ครูบาอาจารย์ทั่วๆไปน้อยมาก มันถือว่าครูคนแรกเป็นแม่ไม่ได้ แม่เป็นครูของเด็กทารกมาตั้งแต่แรกคลอดมาทีเดียว แม่สอนอะไรทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเจตนา ก็มีไม่เจตนาเลยก็มี มันเป็นธรรมชาติที่จะต้องเป็นอย่างนั้น เราจึงถือว่าแม่เป็นครูคนแรกที่สุดแล้วก็ที่ปั้นวิญญาณของมนุษย์มาโดยตรง พ่อมีความสำคัญน้อยมากในเรื่องนี้

แต่มีความสำคัญอย่างอื่น ซึ่งก็ต้องพูดถึงด้วยเหมือนกัน แต่วันนี้เป็นวันแม่ เราควรพูดเรื่องแม่ สิ่งแรกที่จะเอามาเป็นหลักวินิจฉัยหาข้อเท็จจริง นั่นก็คือคำว่า มาตาปิตา ในภาษาบาลี ในภาษาบาลีจะมีคำพูดว่ามาตาปิตาว่าแม่พ่อ แม่และพ่อ ผิดกับในภาษาไทย ในภาษาไทยจะพูดว่าพ่อแม่ พ่อแม่ แม้แต่ในภาษาบาลีแม่พ่อ แม่พ่อ เอาแม่มาเป็นคำแรก พ่อเป็นคำตามหลัง เรียกกันว่ามาตาปิตา แม่และพ่อ มิได้ว่าเราดูกันจากภาษา ว่าทำไมมนุษย์จึงเรียกแม่ก่อนพ่อ อาตมาคิดว่า ก็เพราะว่า แม่เป็นผู้ที่ถึงก่อน เป็นผู้ถึงแก่ลูก หรือลูกถึงก่อนใครๆหมด พอเด็กคลอดออกมาจากท้องแม่ มันยังเกิดคำพูดแม่ ก่อนคำว่าพ่อ

ที่นี้ดูตามธรรมชาติธรรมชาติแท้ ๆ แต่ปากเล็กๆ ของลูกเด็กๆ นั่นแหละแรกคลอดออกมาพอจะพูดได้ มันพูดคำว่าแม่ ง่ายกว่าคำว่า พ่อ พูดคำว่ามะ ง่ายว่าคำว่า ปะ คือเขาออกเสียงตัว ม ได้ง่ายกว่าออกเสียงตัว ป นั้นตามธรรมชาติ แม้ไม่มีใครสอน ตามโบราณกาล มันก็อาจจะออกเสียง ม ก่อน เพียงเท่านี้ก็เป็นเครื่องแสดงว่าแม่มาก่อน แม้แต่เสียงที่จะพูดออกมา แม่มาก่อน ถึงก่อน สอนก่อน อะไรก็ ก่อนทั้งนั้น สมกับคำที่ว่า เป็นครูคนแรก สร้างดวงวิญญาณของทารกตั้งแต่จุดแรกตั้งแต่ปรมนูแรก นั่นก็แล้วแต่จะพูด แปลว่าทั้งเนื้อทั้งตัว ของเรานี้แม่ให้มามากกว่า เนื้อตัวนั้นก็ออกมาจากแม่ แบ่งภาคมาจากแม่กินนมแม่ซึ่งเป็นเนื้อเป็นตัวของแม่มันก็เอามาเป็นส่วนที่เป็นเนื้อเป็นตัว ในส่วนที่เป็นจิตวิญญาณก็แบ่งมาให้คืออบรมให้ใส่ลงไปให้ในจิตในวิญญาณก่อนพ่อ จึงเห็นว่าแม่เป็นบุคคลที่มาก่อน ถึงก่อน ใส่อะไรลงไปก่อนอะไรหมด ในจิตในวิญญาณของเรามีแต่สิ่งที่แม่ให้มา ก่อนใครหรือก่อนสิ่งใด ท่านเรียกว่า พ่อนั้นเป็นผู้คุ้มครองมากกว่า

แม่นั้นเป็นผู้ให้เกิดให้กำเนิดทั้งทางกายและทางจิต พ่อสร้างชีวิต แม่สร้างวิญญาณ มีชีวิตสำคัญอยู่ที่มีวิญญาณถูกต้องหรือไม่ ขอให้ท่านทั้งหลายสนใจว่า ดวงวิญญาณของเรานั้นถูกสร้างขึ้นโดยใคร อาตมาอยากให้เราทบทวนดูกันเป็นพิเศษในวันนี้ ซึ่งเราสมมุติให้ว่าเป็นวันแม่ นั่นคือจะมีหลักเสนอว่าอะไรๆ ที่เรามี เราได้ เราเป็น เรามีอยู่ในจิตในวิญญาณในนิสัยสันดาร เพราะเราได้มาจากแม่ เพราะพ่อไม่ค่อยมีโอกาสสอน แม้ในทางที่จะบีบบังคับ อบรมเราก็ได้รับจากแม่ เราได้รับก้านมะยมจากแม่ นับไม่ไหว นับไม่ถ้วน แต่เราไม่เคยรับจากพ่อ นี่เรียกว่ามันผิดกันถึงขนาดนี้อาตมาอยากขอแยกแยะเป็นอย่างๆ เพื่อช่วยการนึก ใคร่ครวญ เราได้นิสัยของการทำอะไรเรียบร้อยมาจากแม่ เพราะแม่เขาจะคอยดูแลให้ทำเรียบร้อยทุกอย่าง

นับตั้งแต่ว่าจะกินข้าวก็ต้องเรียบร้อย จะล้างจานก็ต้องสะอาด ถ้าล้างจานไม่สะอาด แม่ก็ไม่ยอม ก็ต้องขอให้ล้างจานให้สะอาดแล้วก็เก็บให้เรียบร้อย เสื้อผ้าก็ต้องเรียบร้อย ที่หลับที่นอนก็ต้องจัดเรียบร้อย ล้างมือล้างเท้า สะอาด เรียบร้อยอยู่เสมอ นิสัยความเรียบร้อยนี่เราได้มาจากแม่เพราะแม่จ่ำจี้จ่ำไช ไม่ยอมให้ทำอะไรไม่เรียบร้อย นานเข้าเราก็มีนิสัยเป็นคนที่ทำอะไรเรียบร้อย ท่านทั้งหลายคงจะนึกได้กันทุกคน ถ้าว่าความเรียบร้อยเป็นสิ่งที่มีค่า เราก็ได้รับสิ่งที่มีค่ามาจากแม่ ทำไมเราจะไม่นึกถึงพระคุณของแม่ ในข้อนี้กันบ้าง ถ้าเดี๋ยวนี้เราไม่มีเรียบร้อย เราจะทำอย่างไร คนเขาจะตำหนิกันทั่วไป แล้วเราก็จะเกียจน้ำหน้าตัวเอง ขอใช้คำหยาบคายอย่างนี้ เราจะเกียจนำหน้าตัวเอง แม้ว่าเราจะเป็นคนขี้เกียจ แต่เราก็จะเกียจน้ำหน้าตัวเอง

ถ้าทำอะไรไม่เรียบร้อย ความขี้เกียจมันก็ช่วยไม่ได้ และจะเรียกว่า นิสัยทำอะไรเรียบร้อยแต่งตัวเรียบร้อย ทำอะไรเรียบร้อย นั่ง ลุก เดิน ยืน เรียบร้อย มีความเรียบร้อยซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดอย่างทีเดียว ที่นี้จะพูดถึงการประหยัด พ่อจะไม่มาตักเตือนลูกเรื่องการประหยัด แต่แม่นี่มาตักเตือนลูกทุกกระเบียดนิ้ว คนอื่นไม่ทราบ แต่อาตมารู้สึกกับตัวเองอย่างนี้ คือในเขตที่จะมองเห็นบ้านใกล้เรือนเคียงก็เห็นว่าแม่นี้อบรมนิสัยประหยัดเหลือประมาณ โดยเฉพาะมารดาอาตมาเป็นคนจู่จี้พิถีพิถันเรื่องการประหยัดจะต้องประหยัด แม้กระทั่งน้ำล้างเท้า น้ำล้างหน้า ไม่ต้องพูดถึงน้ำอาบมันก็ต้องประหยัดทั้งนั้น


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ม.ค. 2551 (09:19)
เเต่



หากปราศจาก "พ่อ" เเล้ว "เเม่" จะสร้างโลกได้ยังไง ละ !!
จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 13,804 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 157 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.