คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32723" type="text/javascript"></script>
แม่ คือ ผู้สร้างโลก
คือ ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลายในการบรรยายนี้เป็นการบรรยายพิเศษนั่นคือได้บรรยายในเรื่องเกี่ยวกับวันแม่ ตามตำราเราพูดกันเรื่องอิทัปปัจจยตา เข้ามาถึงวันนี้ก็มีผู้ขอร้องให้พูดเรื่องวันแม่ ให้ยอมสลัดในเรื่องอิทัปปัจจยตาออกไป แม่การบรรยายที่จะส่งไปย
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 11,938 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 21 September 2007, 2:26 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 21 September 2007, 3:18 pm

หน้าที่ 2 - การอ่อนน้อมถ่อมตน
แม้กระทั่งฟืนจะถูกอบรมให้ใช้ถ่านใช้ฟืนอย่างประหยัด ประหยัดเกินไป จนคนอื่นเขารำคาญว่ามันประหยัดเกินไป ของที่คนอื่นเขาทิ้ง แม่ของเราไม่ยอม เช่น เชือกผูกของ กระดาษห่อของ หรือแม้แต่กระดาษที่ใช้อะไรไม่ได้แล้ว ใช้ได้เป็นเหยื่อจุดไฟ ติดไฟก็ยังไม่ยอมให้ทิ้งประหยัดถึงที่สุด ถึงขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงไม้ขีดไฟก้านหนึ่ง มันก็ต้องประหยัดอยู่ดี ท่านลองคิดดูสิว่าถ้าเราไม่ได้รับการจ่ำจี้จำไชพิถีพิถันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เราคงจะสุรุ่ยสุร่ายกันมากกว่านี้ เดี๋ยวนี้เรามันลืมพระคุณของแม่ไม่รักษาไว้ให้ดีในเรื่องของการประหยัด พอมีความเจริญ สมัยใหม่ ซึ่งทำอะไรชุ่ยๆ ลวกๆ ไม่มีการประหยัดนั่นแหละ เราจึงประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ และประเทศชาติเราก็พลอยประสบไปด้วยเพราะว่าพลเมืองมันไม่ประหยัดพลเมืองมีจิตใจหยาบคาย มันไม่รู้เรื่องประหยัด ถ้าทุกคนรู้เรื่องประหยัดประเทศชาติของเราจะดีกว่าดี

ทีนี้เราจะดูเรื่องการอ่อนน้อมถ่อมตน ที่เราไม่กระด้าง มีใจอ่อนน้อมถ่อมตนให้คนเขาเห็นแล้วรัก แม่เป็นผู้คอยกำชับคอยกำกับ ให้เป็นผู้อ่อนน้อยถ่อมตน ให้ยอมแพ้ เพื่ออย่าให้เกิดเรื่อง แต่ถ้าเรื่องมันจะเกิด ใหญ่โตเป็นอันตรายแม่เขาบอกให้ยอมแพ้ ยอมแพ้อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าเสียเกียรติ หรือขี้แพ้ก็สุดแท้ แต่ผู้ที่ยอมแพ้ให้เรื่องระงับไปนี่ เชื่อว่าประพฤติตรงต่อพระพุทธภาษิต ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ ว่าผู้ที่ทำให้เรื่องราวระงับได้ เป็นผู้ที่ประเสริฐและเป็นผู้ที่ชนะ การที่มีการอ่อนน้อมถ่อมตนไม่ยอมแพ้ได้เพื่อให้เรื่องยอมระงับไปนี่ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุดของคนเรา เพื่อจะอยู่กันอย่างปกติสุข ผู้อ่อนน้อมถ่อมตนย่อมปลอดภัย ใครๆก็รัก เทวดาก็รัก แม้แต่สุนัขก็ไม่รัก คนที่เกะกะเก้งกาแม้แต่สุนัขก็ไม่รัก




54028




ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนนี้แม้แต่สุนัขก็รัก จะไม่เห่า ไม่กัดมันเป็นเรื่องของธรรมชาติอยู่ไม่น้อยทีเดียว ทีนี้ก็จะต้องพูดถึงรักพวกพ้องพี่น้องเพื่อนฝูง แม่อบรมให้เรารักพี่รักน้อง รักเพื่อนรักพ้อง รักเพื่อนบ้านเรือนเคียง รักผู้อื่น แล้วถ้าปล่อยมาตามเรื่อง บางทีเราจะรักผู้อื่นน้อย เดี๋ยวนี้ที่เรารู้จักรักผู้อื่นเห็นแก่ผู้อื่นพ่อแม่เขาอบรมมาโดยไม่รู้สึกตัว แม่เขาเอากฎมาแต่ไหนก็ไม่ทราบโดยถือว่ามีมาแต่เดิมแต่ดั้งเดิม ฟังดูแล้วก็น่าขัน ที่บอกว่า แม่ ไอ้น้องเอาเปรียบพี่ได้ แต่พี่เอาเปรียบน้องไม่ได้ น้องมีสิทธิที่จะโกงพี่ได้ แต่พี่ไม่มีสิทธิจะโกงน้อง

คิดดู มันเป็นความยุติธรรมแบบไหนกัน แต่ถ้าลองปฏิบัติดูก็จะมีผลต่างกันลิบ ที่จะให้อภัย ให้รักน้องเป็นพิเศษ มันจะถึงกับว่าน้องขโมยของพี่ได้ แต่พี่ขโมยของน้องไม่ได้บาป อย่างนี้เป็นต้น ความที่แม่อบรมมาให้รักน้อง ให้มีความรักน้องมันละเอียดลออ ประณีต ถึงขนาดนี้ ข้อนี้เป็นการสอนที่ดี สอนให้เราอยู่ร่วมโลกกัน มันยังดี เราจะต้องช่วยกัน เราอยู่คนเดียวในโลกนี้ไม่ได้ ถ้าสมมุติว่าเขาจะยกโลกทั้งโลกให้เราคนเดียว โลกทั้งหมดทั้งโลกนี้ให้เราคนเดียว แต่ให้เราอยู่คนเดียวแล้วเรายอมรับไหวเหรอ และให้เราอยู่คนเดียวในโลก มันก็ยอมรับไม่ไหว เมื่อมีเมื่อมีเพื่อนอยู่ด้วย มันจึงต้องมีระเบียบแบบแผน อะไรที่จะต้องประพฤติต่อเพื่อน จะให้เราอยู่ร่วมกันได้ก็จะต้องมีระเบียบอีกแบบหนึ่งว่าเราจะต้องรู้จักประพฤติกระทำให้เราอยู่ร่วมกันได้โดยสนิทสนม สะดวกสบาย มันเลยกลายเป็นเข้ากับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ทุกๆอย่างมันจะต้องช่วยเหลือกันเหมือนในโลกนี้มีอะไรบ้าง มีคน มีสัตว์มีต้นไม้ มันก็มีอะไรที่เอื้อเฟื้อเจือจานซึ่งกันและกันอยู่ไม่งั้นมันอยู่ไม่ได้ คนไม่มีสัตว์ ในโลกนี้มีแต่คนไม่มีสัตว์อยู่ไม่ได้ ไม่มีต้นไม้ก็อยู่ไม่ได้ นี่ระหว่างคนมันก็ต้องอยู่ด้วยกัน

แต่สำหรับทำงานแบ่งภาระหน้าที่กัน นี่เป็นชาวนา ชาวสวน เป็นพ่อค้า เป็นราชการ เป็นหมอเป็นครู มันต้องอยู่กันได้ด้วยการทำประโยชน์แก่กัน แม้แต่สัตว์มันก็ต้องมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน อาตมานั่งสังเกตดูว่ามันอย่างนี้นี่เอง ไอ้ลูกไก่ตัวเล็กๆมันจิกหมัดจิกเห็บที่หงอนที่หน้าของไก่ตัวโตๆ บางทีไก่ตัวโตๆมันก็จิกหมัดออกจากหงอนให้แก่กัน เพราะมันจิกเองไม่ได้ ไก่ตัวไหนล่ะที่มันจะจิกหมัดจิกเห็บให้ตัวเองได้ มันไม่มี แต่แล้วมันก็ก้มหัวให้ตัวอื่นช่วยจิก น่าเอ็นดู บางทีลูกไก่ตัวเล็กๆ ช่วยจิก มันเห็นได้ชัดว่าถ้ามันไม่ให้ไก่ตัวอื่นจิก มันก็จะมีหน้ามีหงอนเต็มไปด้วยเห็บเต็มไปด้วยหมัด สุนัขมันก็ยังช่วยกันกัดหมัดให้แก่กันและกัน

โดยเฉพาะที่หลังคอ หมัดมันก็ไปอยู่ที่ตรงนั้นเพราะว่าไอ้หมาตัวนั้นไม่กัดไม่ได้ หมัดมันก็เลยไปออกันอยู่ที่หน้าคอของสุนัข และก็มีสุนัขตัวอื่นช่วยกัด ช่วยงับ ช่วยแก้ไขให้ ลิงมันก็ช่วยหาหมัด หาเหาให้แก่ลูกลิง เพราะมันทำเองไม่ได้ในบางที่บางแห่ง นี่เห็นได้ชัดว่าธรรมชาติสร้างมา บางอย่างช่วยตัวเองไม่ได้มันก็ต้องให้ผู้อื่นช่วย เราจึงต้องอยู่ร่วมกันให้สัมพันธ์กับผู้อื่น ยิ่งเป็นแม่ที่ดีเท่าไรก็จะยิ่งอบรมสั่งสอนลูกเด็กให้เห็นแก่ผู้อื่นให้มากเข้าไว้ เห็นแก่ตัวน้อยที่สุด เห็นแต่ตัวน้อยที่สุด เพราะการเห็นแก่ตัวเป็นสัญชาตญาณมีได้ง่ายๆ มีได้ธรรมดา เช่นมีอะไรก็ไม่อยากให้ใครกิน อยากกินเอง มันก็เห็นแก่ตัวตลอดไป ต้องได้รับการอบรมสั่งสอนให้ ให้ผู้อื่น ให้เห็นแก่ผู้อื่น แม่ก็บอกว่า กินเองเดี๋ยวก็ถ่ายอุจจาระหมด

แต่ถ้าให้ผู้อื่นกิน มันไปฝังในจิตใจของผู้อื่นเป็นปีๆ หรือตลอดชีวิต นี่เรียกว่าผู้อื่นมันมีความหมายอย่างไร มีค่าอย่างไร เราจึงรักผู้อื่น เราเตรียมพร้อมสำหรับที่จะอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ไอ้ต้นไม้ต้นใหญ่ๆนี้อย่าอวดดีไป ถ้าไม่มีของรักษาความชื้นเป็นตะไคร่เป็นอะไรที่โคนต้นหรือในแผ่นดินไม่มีอะไรบางอย่างรักษาความชื้นมันก็ตายเหมือนกัน ไส้เดือนมันทำให้ดินดี ต้นไม้ก็สบายใหญ่โต งดงามเพราะว่าไส้เดือนมันช่วยไถให้ดินดี มันชอนไปในดิน มันกินดิน มันถ่ายออกมากลายเป็นอาหารของต้นไม้ นี่เรียกว่ามันได้รับประโยชน์จากไส้เดือน และต้นไม้มันก็ให้ความชุ่มชื้น ให้ใบออกมา หล่นลงมา ไส้เดือนไปกินใบไม้ที่ผุพัง นี่มันแลกเปลี่ยนกันอย่างนี้เรียกว่ามันอยู่กันได้ จะให้อยู่กันตามลำพังเป็นไปไม่ได้เป็นลัทธิที่บ้าบอ นายทุนจะอยู่ตามลำพัง คอมมิวนิสจะอยู่ตามลำพังก็อยู่ไม่ได้ มันต้องแลกเปลี่ยนกัน มันต้องจุนเจือกัน มนุษย์จึงอยู่กันเป็นผาสุขได้ แม่เขาก็สอนให้เรารู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เจือจานเกิดเป็นนิสัยอันนี้ขึ้นมา คุ้มครองเราให้มีความสุขสวัสดีมา จนกระทั่งทุกวันนี้


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ม.ค. 2551 (09:19)
เเต่



หากปราศจาก "พ่อ" เเล้ว "เเม่" จะสร้างโลกได้ยังไง ละ !!
จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,268 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

แม่ คือ ผู้สร้างโลก [11,939]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,276]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,498]
Global Warming { English } [159,893]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.