 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32723" type="text/javascript"></script> |
|
|
แม่ คือ ผู้สร้างโลก
คือ ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลายในการบรรยายนี้เป็นการบรรยายพิเศษนั่นคือได้บรรยายในเรื่องเกี่ยวกับวันแม่ ตามตำราเราพูดกันเรื่องอิทัปปัจจยตา เข้ามาถึงวันนี้ก็มีผู้ขอร้องให้พูดเรื่องวันแม่ ให้ยอมสลัดในเรื่องอิทัปปัจจยตาออกไป แม่การบรรยายที่จะส่งไปย
post ครั้งแรก: Fri 21 September 2007, 2:26 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 21 September 2007, 3:18 pm
|
หน้าที่ 3 - กตัญญูกตเวที
ทีนี้แม่เขาก็อบรมนิสัยกตัญญูกตเวที ถ้าแม่ที่ดีจะคอยเตือนลูกให้รับรู้บุญคุณของผู้อื่น ของพ่อ ของแม่ ของพี่ ของน้อง ของเพื่อนบ้าน แม่จะให้เราช่วยทำงานที่เบาแรงแม่ นั่นแหละคือสอนให้กตัญญู ถ้าเด็กๆ ทำอะไรไม่ได้มากก็ช่วยตำน้ำพริกแกงให้แม่ก็ได้ ตำไม่เป็นกระเด็นเข้าตาแสบร้องโฮๆ มันก็ไม่เป็นไร มันก็ฉลาดขึ้นจึงขอให้รักลูกให้ถูกทาง ให้มันเข้มแข็ง แต่ไม่แข็งกระด่าง ให้มันอ่อนโยน แต่มันก็ช่วยแม่ทุกอย่างที่ให้แม่ได้รับการเบาแรง ช่วยเหยียบขาให้แม่ให้หายเมื่อย เมื่อแม่เจ็บไข้ ให้ได้รับการเบาแรงที่สุด เราก็ยังเห็นเด็กเลวๆ ที่พ่อแม่เขาไม่อบรมสั่งสอนไม่เอาใจใส่พ่อแม่ แม้ในยามเจ็บไข้ก็มีเหมือนกัน นั่นเป็นโทษของผู้ที่แม่ที่ไม่รู้จักอบรมลูกสั่งสอนลูก เพราะพอมีความเจริญสมัยใหม่เข้ามาถึงแล้ว มันก็ทำไม่ได้ มันจะช่วยล้างอุจจาระปัสสาวะให้แม่ไม่ได้แล้ว เพราะมันเจริญกันแล้วอย่างนี้เป็นต้น นี่คือการผิดพลาด แต่ถ้าแม่เขาอบรมมาดีมันก็ไปกันได้จนตาย เด็ก ๆ ก็จะยอมเสียสละเพื่อแม่ โตแล้วก็ยอมปรนิบัติจนตาย เป็นธรรมเนียมไทย เป็นเอกลักษณ์ไทย ซึ่งชนชาติอื่นบางชาติมันไม่มี ที่มันจะประคบประหงบเลี้ยงดูแม่จนแก่เฒ่า มันไม่มีในชนบางชาติ
แต่มันมีในชนชาติที่เป็นสัมมาทิฐิ นับถือพุทธศาสนา เราก็เป็นชาติที่นับถือพุทธศาสนามาแต่ไหนแต่ไรไว้มันจึงมาอยู่ในวัฒนธรรมนี้ แม่ก็อบรมสั่งสอนเราตามแบบฉบับ แม่ที่เป็นคนไทยหรือเป็นชาวพุทธ แม่ยังอบรมให้เคารพให้คนเฒ่าคนแก่ ไอ้แม่ที่ไม่ได้สอนให้เด็กๆ เคารพคนเฒ่าคนแก่ มันเป็นแม่สมัยใหม่เกินไปแล้ว มันเป็นแม่สมัยใหม่แล้ว ถ้ามันเป็นแม่สมัยเก่าแล้วมันจะควบคุมให้ลูกเคารพคนเฒ่าคนแก่ให้เป็นนิสัยเลย ให้เกิดเป็นคนอ่อนโยน ไม่กระด้าง เป็นที่รักของมนุษย์ ของเทวดา อบรมให้อ่อนน้อมต่อแก่คนเฒ่าพระเจ้าพระสงฆ์ มันมีมือที่ประนมอยู่ตลอดเวลา เมื่ออาตมาเป็นเด็ก ๆ ระเบียบไหว้คนเฒ่าคนแก่นี้เคร่งครัดกันมาก เด็กๆต้องไหว้คนแก่ แม้รู้กันว่าคนแก่คนนี้เป็นคนบ้า เราก็ต้องไหว้อยู่ดี เราไม่ไหว้สิอาจารย์เคี่ยนหรือแม่เขาจะให้ก้านมะยม
แม้ว่าคนนี้จะไม่เต็มบาทบ้าๆบอๆ เป็นคนแก่ก็จริง เขาก็ต้องไหว้ แล้วมันก็ไม่เสียหายอะไรนอกจากคนโง่มันจะล้อ แต่แล้วก็เกิดนิสัยที่ดีที่อ่อนโยน ติดไปตลอดชีวิตเลย ที่นี้เราจะเล่าว่าแม่อบรมนิสัย ปลูกฝัง จะปลูกต้นไม้ จะเป็นไม้ดอกก็ได้ สวนครัวก็ได้ มันมีที่ว่างไว้นิดนึงข้างเรือนมันก็ต้องปลูกไม่เคยปล่อยทิ้งว่างอยู่เฉยๆ เดี๋ยวนี้เขาเจริญเป็นเทวดากันหมดแล้ว เขาไม่ปลูกกันแล้ว เขาไปซื้อที่ตลาด จนเงินเดือนไม่พอใช้ดีกว่า แต่ที่ช่วยปลูกสวนครัวข้างบ้านไม่มี เมื่ออาตมาเป็นเด็กๆ แม่เค้าก็บังคับ ชักชวนให้ทำให้ปลูก เด็กๆจะปลูกดอกไม้เล่นก็ได้ แต่แม่ก็ชักชวนให้ปลูก พืชผลที่กินได้ เป็นตะไคร้ เป็นพริกเป็นมะเขือ อะไรก็ตาม จนกล้ายเป็นเรื่องสนุกไปเลย มีที่ดินกว้างหน่อยใกล้ๆบ้านนั้นก็ปลูกสับปะรด ปลูกกล้วย ซึ่งมีที่มากเขาก็ทำไม่เคยอยู่ว่าง เวลามีว่างก็ถูกชักชวนไปทำเรื่องนี้ เรียกว่าปลูกฝังมีของดีที่อยากจะอวด ว่าปลูกสับปะรด ปลูกกล้วย ขุดหลุมแล้ว ยังไม่เอาหน่อลงหลุมต้องทำพิธีกันก่อน ทำพิธีแสกคาถา กันขโมย กันสัตว์มากิน ให้ว่าคาถานี้
เมื่อว่าแล้วก็จะไม่มีขโมยมาขโมยไม่มีสัตว์มากิน ว่าคาถา 3 ครั้ง แล้วเอาหน่อกล้วยลงหลุม ในคาถานั้นมีว่า สัตว์กินเป็นบุญ คนกินเป็นทาน ช่วยจำไปสอนลูกหลาน สัตว์กินเป็นบุญ คนกินเป็นทาน สัตว์กินเป็นบุญ คนกินเป็นทาน สัตว์กินเป็นบุญ คนกินเป็นทาน 3 จบ หย่อนลงหลุม กลบดิน รับประกันได้ว่าจะไม่มีสัตว์มากินไม่มีสัตว์มาขโมย เข้าใจไหม ถ้ามีสัตว์มากินเราก็เอาบุญสะแล้ว ถ้าสัตว์มากินเราก็คิดเอาบุญไปแล้ว เอาบุญเพราะสัตว์มากิน เลยไม่มีสัตว์มากินให้เราเสียหาย ที่ว่าขโมยมาขโมยเราก็ว่าคนกินเป็นทานไปแล้วให้ทานล่วงหน้าไปแล้ว เขามารับทาน เลยไม่มีขโมย
นี่ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ไทย เป็นวัฒนธรรมไทยซึ่งแต่ก่อนต้องถือกันทั่วไปแน่ ถ้าไม่ได้ถือกันทั่วไปแล้วมารดาจะเอาที่ไหนมาพูด มันเป็นเรื่องที่ว่า อบรมสั่งสอนกันมาเป็นนิสัยสันดาน มารยาทของดีของประเสริฐของเอกลักษณ์ไทย ของวัฒนธรรมไทย ช่วยจำไปด้วย ถ้านกคือสัตว์เอามากิน เอาบุญนี่ไม่ต้องยิงไม่ต้องดักไม่ต้องฆ่า ถ้าขโมยมากินก็ไม่ต้องจับส่งตำรวจ เพราะเราให้ทานเอาบุญไปแล้วมันไม่กินหมด
ถ้าเราอยากขี้เกียจเราก็ทำเผื่อเอาไว้ เหมือนกับชาวอินเดียอาตมาไปเห็นเขาทำนาปลูกข้าว เขาเผื่อดินเอาไว้ เพราะลิงมันชุม ก็ทำมากเข้าไว้ ลิงมันกินไม่หมด ลิงกินแล้วก็ยังเหลือให้คนกินอีกพอกิน ที่ไปเห็นนี่คนเกี่ยวข้าวพรวดๆ ลิงก็กินข้าวพรวดๆ แข่งกับเจ้าของนาที่เกี่ยวข้าว แล้วเราไปยืนดู แล้วถามเขาว่า เขาทำเผื่อลิงไว้ เขาไม่ไล่ลิง เขาไม่โกรธลิง นี้เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ แต่ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่มันก็เอาปืนใส่โปงเข้าไป ลิงก็ลิง นี่มันเปลี่ยนกันถึงอย่างนี้ เรามีนิสัยนิ่มนวลอ่อนโยนมีเมตตากรุณา วัฒนธรรมเดิมมันสอนสิ่งเหล่านี้ให้โดยทางแม่ แล้วแม่เป็นผู้มอบสิ่งเหล่านี้ให้มากกว่าพ่อ ซึ่งจะเปรียบกันไม่ได้ ก็พูดดูแล้วว่านับดูว่าแม่ให้ก้านมะยมเท่าไรซึ่งจะเปรียบกันไม่ได้ เพราะไม่เคยให้เลย ต่างกันมาก ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน
ทีนี้อยากจะพูดถึงสิ่งไม่ดีอบายมุข การพนัน แม่ห้ามขาดไม่ให้ลูกเล่นการพนัน แม้แต่เล่นหมากรุก พ่อชอบหมากรุกอยากเล่นหมากรุกก็ต้องเล่นบ้านคนอื่น แต่บ้านของตัวนี่แม่ไม่ยอมให้เอากระดานหมากรุกเข้ามา และถ้าเราอยากเล่นหมากรุกบ้างก็ต้องไปเล่นที่บ้านคนอื่น แม้แต่พ่อเองก็บังคับแม่ไม่ได้ ที่ว่าไม่ยอมให้เอากระดานหมากรุกเข้ามา จะเสียนิสัยแก่ลูกการพนันใดๆที่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ได้ ไม่ต้องถือเป็นการพนันใหญ่โตก็ไม่มี อย่างไพ่ อย่างโปนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงกัน แม้แต่หมากรุกก็ไม่ได้ บางทีก็มากเกินไป ก็ไม่เป็นไร แม่ก็มีสิทธิที่จะทำได้ อย่างแม่อาตมาไม่ให้เป็นเกี่ยวข้องกับดนตรี บอกว่าเสียนิสัย โลเล่ ไม่เอา แต่เราชอบดนตรีเราก็หนีไปหัดเล่นที่บ้านคนอื่น ที่บ้านนี้เอาเครื่องดนตรีขึ้นมาไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว นี่เรียกว่าแม่เขากวดขันนิสัย สันดาน วิญญาณกันถึงขนาดนี้ ได้เรื่องที่เขาทำกันโดยมากเราก็ไม่ทำ มันก็ไม่ทำเอง อาตมาอยากอวดสักหน่อย อยากคุยโตสักหน่อยว่าแม่ไม่เคยห้าม ไม่มีโอกาสจะห้าม เรื่องกินเหล้าเรื่องสูบบุหรี่นี้ไม่มีโอกาสจะห้าม ไม่เคยถูกห้าม เพราะว่าเรามันไม่กินเอง ชิมเหล้า ดูกันครั้งแรกมันทั้งขมทั้งเหม็นบ้วนทิ้งแทบไม่ทัน สูบบุหรี่ครั้งแรกก็เหมือนกัน คิดว่ามันทั้งเผ็ดทั้งขมอะไรก็ไม่รู้ ทิ้งแทบไม่ทันเรียกว่าครั้งเดียวครั้งแรก ครั้งสุดท้าย
แม่ไม่ต้องห้ามเพราะเราไม่ เราไม่เอาเอง ถึงอย่างนั้นมันก็ถ่ายทอดมาบิดาก็ดี อาก็ดี ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เด็กๆเลยเป็นเองทุกคนเลย ขอให้นึกถึงพระคุณของแม่ที่ให้อะไรๆมาตามตัวอย่างเหล่านี้ ไม่ใช่ทั้งหมดแต่มีมากกว่านี้ยกตัวอย่างมาให้ดูไม่กี่อย่าง แต่แล้วไปดูว่ามันฝังอยู่ในนิสัย สันดาน ในวิญญาณจนกลายเป็นนิสัยหรือมรรยาทของลูก ลูกก็เป็นที่น่ารักมนุษย์ของเทวดา นั่นเป็นพลเมืองที่ดีในโลก ถ้ามันเป็นอย่างนี้กันทุกคนในโลก โลกนี้ก็จะประเสริฐ เป็นโลกวิเศษ เป็นพระอาริยตรัยนี่กันแน่นอน นี่ก็จะบอกให้รู้ว่าทำไมภาษาบาลีจึงมีคำว่ามาตาปิตา ว่าแม่และพ่อ เพราะแม่ถึงก่อนใส่อะไรลงไปในดวงจิตดวงวิญญาณของลูกก่อนใครๆ ในลักษณะแบบนี้
เพราะฉะนั้นคำพูดถูกแล้ว คำว่ามาตาปิตา แม่และพ่อ เราก็รับวัฒนธรรมอินเดีย มาโดยตรงแม้กระทั่งศาสนา แต่ไม่รู้มันมาเปลี่ยนกลับกันตอนไหน ว่าอย่างไร แต่นั่นไม่เป็นไรเป็นเพียงคำพูด แต่การประพฤติปฏิบัติของให้เป็นไปในทางเดิม แม่เขาได้ถ่ายอะไรลงไปในชีวิตในวิญญาณ เช่นเดียวกับให้กำเนิดทางร่างกายทางเลือดทางเนื้อมาพร้อมหมด วันนี้วันแม่ พูดเรื่องแม่กันอย่างนี้จะเป็นอย่างไร มีเหตุผลหรือไม่ ที่จะมาพูดกันในวันนี้ อาตมาขอร้องให้ผู้ที่มีแม่และตัวเองก็กำลังจะเป็นแม่ต่อไปได้รู้สึกในความรับผิดชอบในความหมายของคำว่าแม่กันให้เพียงพอ เพราะว่าอันนี้มันเป็นรากฐาน ความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องนั้นเป็นรากฐานที่จะมีธรรมะ การที่เราจะมีธรรมะต่อไปอย่างอื่นๆนี้ มันขึ้นอยู่กับรากฐานเดิมที่ถูกต้องครบถ้วน
อาตมาจึงบอกท่านทั้งหลายว่าที่ตั้งใจว่าจะมาศึกษาธรรมะจะมาดับทุกข์นิพพานเรื่องที่หนึ่งมันขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ถ้ามันมีความเป็นแม่และมีความเป็นลูกที่ไม่ถูกต้องอย่าหวังเลยป่วยการ พูดเผ้อไปเปล่าที่ว่าจะศึกษาธรรมะให้มันก้าวหน้า มันเป็นไปไม่ได้ความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง อาศัยความเป็นแม่ที่ถูกต้องสมบูรณ์ ช่วยสร้างรากฐานของมนุษย์ให้ดี คนเหล่านี้ก็พร้อมจะมีธรรมะศึกษาธรรมะสืบต่อไป ทีนี้จะพูดเรื่องประเด็นที่เป็นปัญหา เดี๋ยวนี้ในเมืองไทยเรามีอันธพาลเต็มบ้านเต็มเมือง พวกที่อยู่ในกรุงเทพฯจะรู้ดี เพราะในกรุงเทพฯ จะมีอันธพาลเต็มบ้านเต็มเมืองรุนแรงยิ่งขึ้นทุกที อาชญากรรมเลวร้ายมากขึ้นทุกที ยิ่งเจริญยิ่งมากด้วยอาชญากรรม แม้ว่าการศึกษาเจริญ ก็ยิ่งมากด้วยอาชญากรรม จนจะพูดได้ว่าการศึกษาสูญเปล่าหมดแล้ว
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ม.ค. 2551 (09:19) เเต่
หากปราศจาก "พ่อ" เเล้ว "เเม่" จะสร้างโลกได้ยังไง ละ !!
จิงไจ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว