ทีมงานได้อัพเกรดเซฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว เว็บไซต์วิชาการดอทคอม เร็วและแรงยิ่งขึ้น!  
คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32803" type="text/javascript"></script>
การศึกษาเพื่อรู้และมีธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์
นักเรียนและนักศึกษาทั้งหลายในขั้นแรกนี้ขอแสดงความยินดีแก่เธอทั้งหลายเป็นที่ประจักษ์ว่าเธอได้เลือกเอาวิชาพุทธศาสนาเป็นวิชาเลือกเพื่อนของเราจำนวนหนึ่งหรือจำนวนมากไม่เลือกเราเลือกเพื่อศึกษาวิชาพุทธศาสนาข้อนี้จะมีผลดีอย่างไรต้องทำให้เป็นที่ประจักษ์เราจะต้องพิ
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 44,093 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 26 September 2007, 3:35 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 18 December 2007, 10:37 am
สารบัญ

หน้าที่ 2 - ความโง่
แต่ความมืด ความโง่ที่ปันป่วนอยู่ในจิตใจ ท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟัง มามากแล้ว โลภะโมหะ โททะ แต่ยังไม่รู้จักตัวจริงของมัน ถ้ารู้จักตัวจริงของมันต้องย้อนเข้าไปข้างในของเราเอง ที่เราโลภเราอยากได้ ยังไม่มีเหตุผล ยังที่ไม่ควรอยากจะได้หรือที่มันเกินที่ควรจะได้ และที่มันไม่ได้ก็เกิดโทสะเมื่อยังไม่ได้ตลอดไปหรือตลอดเวลานั้น ก็มีโมหะ ความโง่ โง่เข้าไปโลภโง่ก็ได้โง่เมื่อมันไม่ได้ก็โกรธ ก็ได้ เป็นความโง่ ที่กำลังปันป่วนอยู่ในจิตใจอยู่ขณะนี้ มันทำให้จิตใจไม่รู้อะไรตามที่มันอยากจะรู้ มันจะรู้ผิดเป็นเหตุที่ทำให้คิดผิด พูดผิด ทำอะไรก็ผิดไปหมดเลย นี่เรามีหรือไม่ เรามีอะไรพยายามดูจากภายในให้รู้จักสิ่งเหล่านี้


มันจะมีผลดีที่รู้จักสิ่งเหล่านี้ มันทำให้เรากังวลเกิดขึ้นในการที่จะกำจัดมันเลยให้หมดไป จะทำให้เราอยู่ได้โดยไม่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง อย่างที่เขามี ๆ กัน ถึงแม้จะไม่หมดสิ้น มันก็มี ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่เบาบาง ที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง คนธรรมดาก็มักมี ความโลภ ความโกรธ ความหลง อยู่ตามสมควรไม่ก็ถึงจะแผดเผา ร้ายแรงก็แผดเผา ที่ร้อนเป็นไฟ ในตัวมันเอง ในตัวคนนั่นเอง ในเมือบังคมไม่อยู่มันก็ทำให้ผู้อื่นเดือนร้อนด้วยกันทุกผ่าย แม้ที่มันเห็น ความเดือนร้อนของเราเองก็เป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารอย่างยิ่งอยู่แล้ว ที่เราหาความสงบสุขไม่ได้ เรามีความกระวนกระวายใจ เป็นทุกข์ นี่ก็เป็นเรื่องที่มากมายอยู่แล้ว โลภะเกิดขึ้น ราคะเกิดขึ้น ระวนกระวายเท่าไร ไปดูเอาเองก็แล้วกัน โทสะหรือโททะเกิดขึ้นมันร้อนอย่างไร


มันเป็นบ้าไป มีโทสะเป็นตาบอดอยู่ตลอดเวลา มันมีโทษเลวร้ายอย่างไร มีการคำนวณในทางกลับตรงกันข้าม ก็คือว่าถ้าไม่มีจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีจะเป็นอย่างไร ถ้าเรารู้จัก โลภะ โทสะ โมหะ ดีเราก็จะรู้ได้ดีว่า ถ้าไม่มีจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีเลยในประการทั้งปวง นิพพานไปแล้วก็จะเป็นพระอรหันต์ ไม่มีใครรู้จักพระอรหันต์ โดยการคำนวณ ถ้าไม่มีจะเป็นอย่างไร ของเราเองแล้ว ถ้าไม่มีจะเป็นอย่างไร ก็จะรู้ได้ว่าพระอรหันต์คือ บุคคลชนิดไหน คนที่สิ้นความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นพระอรหัน๖เป็นบุคคลชนิดไหน โดยเปรียบเทียบกับเราเองที่เป็นประตูชนกำลังมี ความโลภ ความโกรธ ความหลง อยู่ อยู่ในท่ามกลางกิเลสร้อน เพราะกิเลส


54793




นี่เรียนกว่าร้อนด้วยกิเลส ทุกข์ด้วยกิเลส เพราะมีกิเลสเป็นเหตุที่กระทำต่ำ อันเลวร้าย กรรมหลาย ๆ อย่าง นับตั้งแต่ ปานา ติปาฯ อติทานา นาเวร กามเน สุมิช่าน จาวาเน เลยไม่ทุกอย่างมันทำด้วยอำนาจของผลกิเลส นี่เป็นความทุกข์อีกประเภทหนึ่งเพิ่มเข้ามา ทุกข์และกิเลสมันอยู่ในกองไฟที่มีอยู่อย่างหนึ่งแล้ว ที่ไปทำกรรมเพิ่มเข้ามาอีก ได้รับผลกรรมข้าอีก มันก็มีความทุกข์ แปลกออำไป แปลกออกไป ล้วนแต่ไม่น่าปรารถนา ถ้าไม่คิดก็ไม่เน้น ถ้าเป็นก็จะรู้สึกว่า น่าละอาย เป็นเรื่องเสียหาย ทั้งความเป็นมนุษย์ เป็นดึกดำบรรพ์มองเห็นข้อนี้อยู่แล้ว เข้าจึง จัดตังระเบียบปฏิบัติทุกอย่าง ทุกประการ ที่จะขจัด โลภะ โมหะ โทสะ


เหล่านี้ได้มีวิธีต่าง ๆ กัน สูงลงมาตามลำดับ จนกระทั่งมาถึงพระพุทธเจ้า ที่ท่านรอบรู้เรื่องนี้ จนคิดวิธีในการทำลาย โลภะ โมหะ โทสะ อย่างสิ้นเชิง ที่เรียนว่าเป็นพระอรหันต์ ท่านทำให้หมดสิ้นไปได้ ท่านทำให้เป็นพระอดิเจ้ารอง ๆ ลงมา ดีกว่าเป็นประตุชนบุคคลธรรมดา นี่ท่านหลายรู้จักกับประตุชนคนธรรมดา คนที่มีกิเลสเต็มที ถ้าหมดกิเลสแล้วเป็นพระอรหันต์ ขึ้นต้น ๆ เช่น พระโสดาบัน พระศักดิ์ดีนา พระอานาคาดี ชื่อแปลก ๆ มันไม่สำคัญ แค่รู้ใจความว่า มันน้อยลงมาตามลำดับ ถึงขณะนี้เรียกว่าอย่างนั้น ดังขณะนั้นมันเรียนกว่าอย่างนั้น หมดกิเลสเลย เรียกว่าพระอรหันต์ คนโง่ไม่รู้เรื่อง พอรู้ได้ยินเรื่องอรหันต์มันก็ปิดหู มันไม่อยากจะฟัง เพรามันไม่รู้ว่าเรื่องอะไร มันมี่ต้องการความเป็นอรหันต์ หรือว่ารู้ว่าดี


มันก็คิดไม่ว่าทำไม่ได้ มันทำไม่ได้ ก็เลยไม่สนใจในเรื่องพระอรหันต์ ทั้งที่ประตุชนที่เรียกว่า จมอยู่ในกองกิเลส หรือจมอยู่ในวัตตะสงสาร ที่วนเวียนอยู่ในกองทุกข์ กองกิเลส อยู่ในวัตตะสงสาร เกิดกิเลส ก็ทุกข์เรื่อยไปวนอยู่ใน วัฏสงสาร คนเป็นอันมากที่ไม่รู้จักในเรื่องนี้ ก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น คือใคร่รู้เรียนอยู่ในวัตตะสงสารก็ไม่รู้ตัว ไม่รู้จักว่าตัวเป็นอย่างนั้น ก็มีอยู่มากสอนมาก จนมาเป็นอย่างนั้น ก็ลืมหู ลืมตา ขึ้นมา ละกิเลสให้เบาบางไปได้ให้มีน้อย ท่านละกิเลสเป็นพระอรหันต์ ถ้าท่านละได้น้อย มากขันไปอีก เราอยู่ในพวกไหน ก็ตรวจสอบเอาเองก็แล้วกัน ถ้าว่ามองเห็นทางที่เป็นจริงอย่างไร ก็อยากเรื่อยขึ้นกันบ้างให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปให้มีความทุกข์น้อยลง กิเลสน้อยลงนี่ถ้ารู้เรื่องส่วนลึกของจิตใจ


ถ้าปัญหามันอยู่ที่กิเลสมีแล้วเป็นทุกข์ แล้วกิเลสนั้นเป็นมาจากความเห็นแก่ตัว นั้นความความรู้สึกนึกคิดผิดที่รู้จักผิด มันเป็นแต่เพียงความรู้สึกนึกคิด มันเป็นอันตรายมากเหล่านี้ มันเป็นพียงความเห็นแก่ตัว มันเป็นต้นเหตุของกิเลสและเขาจะรู้ห้ำหลออกไป ว่าทำไมเราไมครอบคลุมกิเลสหรือละกิเลส ก็เพราะว่าเราไม่ได้ศึกษาในเรื่องนี่ละ โรงเรียนหรือวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยไม่ได้สอนเรื่องนี่ล่ะ สอนในแต่เรื่องหนังสือ เรื่องวิชาชีพให้หาเงินได้มาก ๆ เรียนไม่เหนื่อยเรียนน้อย ๆ ได้เงินมาก ๆ สอนแต่หนังสือและวิชาชีพ ไม่ได้สอนเรื่องความทุกข์ที่มาจากกิเลส ที่มาจากความเห็นแก่ตัว


ส่วนที่ไม่ได้สอนยังขาดอยู่ นี่เลยคือโอกาสตะโกนปาว ๆ ไปทั่วบ้าน ทั่วเมือง ทั่วโลก เพราะว่าหนังสือชนิดนี้เคยเผยแพร่ออกไปทั่วโลก เผยแพรหมาหางด้วน ทางวิทยุไม่ดี เอาครั้งที่ว่าการศึกษาของโลกของชาวโลกว่าไม่สมบูรณ์ วายังเป็นเหมือนหมาห่างด้วน เรียนแต่หนังสือเรียนแต่วิชาชีพ เมื่อเรียนธรรมะ รู้เราจะเป็นคนกันอย่างไร จึงจะไม่ทนทุกข์ ทรมานทางจิตใน


จึงขอพูดอีกที่หนึ่ง ขอพูดในโอกาสอีกที่หนึ่ง เพราะว่าการที่พวกเธอทั้งหลาย สมัครที่เลือกวิชชาพระพุทธศาสนา เป็นวิชาเลือกของตนเพื่อจะเรียนขออนุโมทนา เพราะว่าเธอจะได้ทำให้การศึกษาของเธอ เมื่อไม่มีในหลักสูตรบังคับแต่ว่าเขาอนุญาตให้ เป็นสิ่งที่ดี ที่เลือก เราก็เรียน ถ้าเราเรียนอย่างนี้ เราก็มีการศึกษาที่สาม ก็คือธรรมะ ว่าเป็นมนุษย์กันอย่างไร อย่างศึกษาของเราของสมบูรณ์ การศึกษาของเราก็ไม่เป็นหมาหางด้วน ถ้าจะพูดกันตรงๆ อย่างโกรธ ก็คือการต่อหางหมากัน เราเป็นพวกต่อหางหมากัน การศึกษาธรรมะ เป็นการศึกษาที่สมบูรณ์ การศึกษาที่ศึกษาหมาหางด้วน แต่มันไม่ด้วน ถ้าพูดกันไพเราะ


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,050 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การศึกษาเพื่อรู้และมีธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์ [44,094]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [536,159]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [396,237]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [403,633]
Global Warming { English } [152,633]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.