วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32803" type="text/javascript"></script>
การศึกษาเพื่อรู้และมีธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์
นักเรียนและนักศึกษาทั้งหลายในขั้นแรกนี้ขอแสดงความยินดีแก่เธอทั้งหลายเป็นที่ประจักษ์ว่าเธอได้เลือกเอาวิชาพุทธศาสนาเป็นวิชาเลือกเพื่อนของเราจำนวนหนึ่งหรือจำนวนมากไม่เลือกเราเลือกเพื่อศึกษาวิชาพุทธศาสนาข้อนี้จะมีผลดีอย่างไรต้องทำให้เป็นที่ประจักษ์เราจะต้องพิ
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 45,225 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 26 September 2007, 3:35 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 18 December 2007, 10:37 am

หน้าที่ 3 - คู่ชีวิต
ถ้าว่าไปเจอเจดีย์ที่ด้วน เราก็ต่อพระเจดีย์ให้หายด้วน ก็นาดู ในการศึกษาเราก็สมบูรณ์ ขอความยินดี ขออนุโมทนาแก่เธอทั้งหลายทุกคน ธรรมะเป็นวิชาเลือกจะเรียนให้สมบูรณ์ตามหลักสูตร ถ้าพูดถึงพวกอื่น หรือเพื่อนของเราเป็นจำนวนมากที่ไม่เลือกก็ตามใจเขา เขาก็มีศึกษาหมาหางด้วนตลอกไปก็เราพอมีการศึกษาที่สมบูรณ์ ก็ชั่งน่ายินดี ขอแสดงความยินดีที่เรียกว่า ขออนุโมทนา ทำให้รู้เถอะว่าการศึกษาที่มีประโยชน์ที่เธอทำให้สมบูรณ์ มีประโยชน์ ก่อน ไม่แค่จะจบตามหลักสูตรได้ มันจะอยู่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตของเธอ เป็นคู่ชีวิตของเธอ ตลอดชีวิตของเธอ ก็ใช่คำว่าคู่ชีวิตไม่มากเกินไปหรอก ไม่หลอกด้วยไม่ใช้แค่แกล้งพูดหลอก ไว้คู่ชีวิตนั่นมันทำให้ชีวิตไม่เป็นทุกข์ คู่ชีวิตที่แท้จริงต้องทำให้ชีวิตไม่เป็นทุกข์นั้นก็คือธรรมะนั้นเองล่ะ


คู่ชีวิตที่เขาพูดกันตามภาษาชาวบ้าน ไม่จริงหรอก แต่งกันไม่ดีวันมันก็ขัดกันแล้ว มันก็กัดกันแล้ว ไม่กี่มันก็หย่ากัน จะเรียกว่าคู่ชีวิตกันได้อย่างไร คู่ชีวิตที่เป็นได้ตลอดไปก็คือธรรมะ ที่คอยปะครบปะครองให้ชีวิตมันเดินถูกทางแล้วก็มีความสุขตลอดไป เมื่อคู่สมรสที่มีธรรมะนั่นล่ะ จะเป็นคู่ชีวิตแก่กันและกันได้ ผ่ายชายก็มีธรรมะ ฝ่ายหญิงก็มีธรรมะ จะเป็นคู่ชีวิตแก่กันละกันได้ ถ้าไม่มีธรรมะจะเป็นคู่ชีวิตเป็นคู่กัดกัน ฟังดูหยาบเกินไปไหม แทนที่จะเป็นคู่ชีวิตเลยเป็นคู่กัดกัน เราไม่มีธรรมะ ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายไม่มีธรรมะมาสมรสกันจะเป็นคู่กันกันมากกว่า ไม่เท่าไรมันก็หย่ากัน เห็นประโยชน์ของธรรมมะในฐานะคู่ชีวิตจริง ๆ ต้องอยู่คู่ชีวิตตลอดไป พอปราศจากธรรมะหรือไม ในชีวิตนี้ก็จะเป็นของร้อน ของทุกข์ ทนทุกข์ทรมานเหมือนการตกนรกทั้งเป็น



54794



โดยการขาดคุณธรรมเป็นคู่ชีวิต เราจึงเห็นได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องฟังคนอื่น ว่าธรรมเห็นคู่ชีวิตจะทำให้ชีวิตเหยือกเย็น เป็นชีวิตที่ดีที่สุด จนถึงจุดสุดท้ายของชีวิต เป็นพระอรหันต์ได้ก็ดี ถ้าเป็นพระอรหันต์ไม่ได้ ก็เป็นมนุษย์ที่ดีมีความสุข


จนกระทั้งตาย จนกระทังเข้าโลง ธรรมะจะปะครบปะครองเตาให้มีความสุขเรื่อยไปจนกว่าจะเข้าโลง แม้จะไม่เป็นพระอรหันต์ มันก็ดีที่สุดอยู่แล้ว ยังเป็นพระอรหันต์ได้ก็ยิ่งวิเศษ นั่นล่ะคือเรื่องของธรรมะ ในอันที่เป็นปัญหาคือความทุกข์ มันมาจากกิเลสความโลภ ความโกรธ ความหลง ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็มาจากความเห็นแก่ตัว ถ้าเรากำจัดความเห็นแก่ตัวได้ มันก็ไม่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง มันก็ไม่เกิดกิเลสประเภทนี้ เรื่องก็สมบูรณ์จบด้วยความสุขชนิดแม้จริงและนิรันดร ดังนั้นเรื่องที่กำจัดความเห็นแก่ตัวได้ เป็นตัวธรรมะ ขั้นคิดมาคือการแก้ปัญหา ความเห็นแก่ตัวต่อเป็นตัวปัญหา เป็นธรรมะที่เราต้องรู้ และธรรมะที่เราจะเรียนรู้


ขั้นแรกของปัญหาต่อไป จะแก้ปัญหาความเห็นแก่ตัวนั้นเสีย เราจะทำลายความเห็นแก่ตัวกันอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันต่อไป ขอให้ตั้งใจฟังกันให้ดี


ที่สุดความเห็นแก่ตัวเกิดขั้นได้อย่างไร และกำจัดได้อย่างไร เราต้องเรียนเรื่องนี้เหมือนเรียนวิทยาศาสตร์ อย่าเรียนเหมือนไสยศาสตร์ งมงายไปแล้ว บ้าๆ เบลอ ๆ ไปตามเขาพูด เราต้องเรียนเหมือนวิทยาศาสตร์คือเห็นอยู่ เห็นประจักเท่าสติปัญญาหรือความรู้ของเรา นี่ของพูดแทรกขั้นเลยว่า พุทธศาสนาไม่ใช่ไสยศาสตร์ ซึ่งงมงาย ศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์ และพุทธศาสนาไมใช้เป็นปรัชญา เดี๋ยวนี้เขาพูดกัน ก้องบ้าน ก้องเมือง ก้องประเทศไทย ก้องโลก พุทธศาสนาเป็นปรัชญา คงมีใครพูดผิดตามๆ กันไป สักคนเลยพูดผิดไปเลย ไปค้นดูว่าปะรัฐสะยามันเป็นเช่นไร ปรัชญา เขาไว้คำนวณไม่อาจจะเป็น ความรู้โดยปะจัก ให้ตลอดตำรับตำราว่าปรัชญา ปรัชญาต้องมีสมมุติฐาน สมมุติเรื่องขึ้นมา และต้องหาเหตุผลมาแวดล้อม ให้ได้คำตอบว่าเป็นเช่นใดแน่ ว่าจะลงมติว่าดีอย่างไร ทำอย่างไรว่าเรากำจัดปัญหาที่เราสมมุติขึ้นมานั้นได้ อย่างนี้ล่ะคือปรัชญา ไม่มีตัวจริงเป็นเรื่องสติ ไม่รู้จบ เรื่องปรัชญา ไม่รู้จบ คำว่าปรัชญา


ในที่นี้เธอต้องรู้ไว้ด้วยว่าเป็นคำพูดที่ผิดพลาด ไปให้คำแปลที่ผิดพลาด เอาคำปรัชญาไปใช้อย่างที่ผิดพลาด เมื่อพูดปรัชญาในลักษณะนี้อย่างนี้แล้วก็คือสิ่งที่เขาเรียกว่าphilosophy ซึ่งคุณหนูกันนำที่ศึกษากันทั่วไปอยู่แล้ว philosophyไม่ใช่วิทยาศาสตร์แล้วphilosophyเป็นเรื่องคำนวณ ไม่ใช่ปรัชญา ปรัชญาแปลว่ารู้จริง รู้แจ้ง รู้โดยประจักษ์แต่ขนาดหนังในเมืองไทยนำไปแปลเป็นphilosophy โดยคนทั้งหลายโดยค้อยตาม เลยผิดกันทั่วเมือง philosophyแปลว่าปรัชญาไม่ถูก philosophyไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องสมมุติ สมมุติฐานและคำหนึ่ง คำนวณไปตามเหตุผลที่หามาโดยสมมุติฐานอย่างนี้ ไม่ตรงกับคำว่าปรัชญา โดยซึ่งเป็นภาษาอินเดียคำว่าปรัชญาไม่ต้องคำนวณแต่จะได้ทำอย่างอื่น โดยการทำอย่างอื่นคือการมองลงไปจริง ๆ จนเห็นจริงเหมือนวิทยาศาสตร์


ในอินเดียแปลกันอย่างนี้ ในเมืองไทยไปคว้ามาใช้ผิดมาเป็นphilosophy แต่เมื่อผิดกันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว ใช้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย ปรัชญาเป็นสิ่งที่เรียกว่าphilosophy ถ้าเป็นอย่างไรว่าพระพุทธศาสนาไม่ใช่philosophyแล้วไม่ใช่ปรัชญา ชนิดที่เป็นphilosophy แต่เป็นปรัชญา ในความหมายของอินเดีย ภาษาสันสกฤตหรือภาษาบาลีคือคำว่าปัญญา


ในภาษาบาลีเป็นภาษาสันสกฤตที่รู้แจ้งเห็นจริง โดยประจักษ์ โดยการประพฤติปฏิบัติ วิปัสสนาเป็นต้น แต่เดี๋ยวนี้พูดกันปรัชญา ปรัชญา คือพูดเป็นphilosophy ก็พูดไป ก็พูดกันเลยตามเลย นั้นก็ต้องบอกเธอทั้งหลายว่าphilosophyไม่ใช่ปรัชญา ในภาษาไทย ทั้งที่แม้ว่าพระพุทธศาสนะคือphilosophyตัวในภาษาอินเดียทั้งที่เป็นภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตก็ตาม คือรู้จริง โดยประจักษ์ เพราะว่าได้สัมพันธ์สิ่งนั้นค้อยจิตใจ โดยไม่ต้องคำนวณ ความทุกข์เป็นอย่างไร


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 14,670 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 157 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.