คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32803" type="text/javascript"></script>
การศึกษาเพื่อรู้และมีธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์
นักเรียนและนักศึกษาทั้งหลายในขั้นแรกนี้ขอแสดงความยินดีแก่เธอทั้งหลายเป็นที่ประจักษ์ว่าเธอได้เลือกเอาวิชาพุทธศาสนาเป็นวิชาเลือกเพื่อนของเราจำนวนหนึ่งหรือจำนวนมากไม่เลือกเราเลือกเพื่อศึกษาวิชาพุทธศาสนาข้อนี้จะมีผลดีอย่างไรต้องทำให้เป็นที่ประจักษ์เราจะต้องพิ
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 43,969 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 26 September 2007, 3:35 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 18 December 2007, 10:37 am
สารบัญ

หน้าที่ 5 - อัตตา อัตตา อัตตา วาธุปาทาน
นั้นเราเริ่มมีทารกหรือเราเริ่มมีความรู้สึกขนาดแยกออกจากกันได้ เป็นอนุโรทะยินดีหรือวิโรทะหรือวิโรทะไม่ยินดีจะเกิดขึ้นเรื่องละ พอเด็กได้รับเวทนาชนิดอนุโรทะคือยินดี นั้นความรู้สึกพอใจได้ ยินดีคือความพอใจได้ หรือไม่ยินดีก็ยินร้ายคือโกรธได้ เพื่อมันได้รับอารมณ์ทาง ตา หู จมูก สิ้น กาย อะไรก็ได้ ที่เท่ายินดี มันก็รู้สึกยินดี รู้สักยินดี รู้สึกเป็นสุข รู้สึกพอใจ เป็นความรู้สึกเท่าไร ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เป็นดิน เป็นก้อนอะไร เป็นเพียงความรู้สึกยินดี พอใจ ในความอร่อย ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ แต่อย่าทำเล่นกับมันนะ ความรู้สึกเท่าไรล่ะที่ปรุงความรู้สึกในต่อไปได้ ความรู้สึกยินดี อร่อย พอใจนั่นล่ะ มันปรุงความรู้สึกอีกชั้นหนึ่งขึ้นมา ว่ากูธรรมดาต้องพูดว่า กูรู้สึกอร่อย กูรู้สึกยินได้ ความรู้สึกที่ตัวกูยังไม่รู้สึกเกิดจนกว่าเมื่อไรมันมีเวทนา รู้สึกต่อเวทนา ที่น่ารัก พอใจ เอร็ดอร่อย พอใจเกิดความรู้สึกเอร็ดอร่อย พอใจ ที่เรียกว่าสุขก็เวทนา และมันก็จะเกิดความรู้สึกต่อไปว่ามันมีตัวกูผู้อร่อย มันจะขึ้นตอนบางตอนเทรกอยู่ก็ได้ ก็ว่ามันรู้สึกอร่อย มันก็อยากในความอร่อย มันเกอดความรู้สึกว่าตัวกูผู้อร่อย มันสำคัญอยู่ตรงที่มันเกิดความรู้สึกตรงที่ กูผู้ได้รับความอร่อย หรือกูกำลังอร่อย ที่กรณีที่ไม่อร่อยมันเป็นทุกข์อยู่กับเวทนา มันเกิดกูที่ไม่อร่อย กูในทางลบ ถ้าอร่อยเป็นกูนาทางบวก ถ้าไม่อร่อยเข้ากูในทางลบ


ถ้าแต่กูเป็นตัวกูด้วยกัน ทั้งนั้นแต่ถ้าเรียกในบาลีก็เรียกได้ว่า อัตตา อัตตา อัตตา วาธุปาทาน ได้เกิดขึ้นแล้วเป็นจุดตั้งต้นคือความรู้สึกหมายว่าตัว ว่ากู ว่าต้น เกอดขึ้นแล้วจุดสำคัญที่สุดของเรื่อง ถ้าวันนี้มีขั้นในจิตใจของทารกแล้ว ตามคราว ตามโอกาสที่เราได้เสวยเวทนา สุขก็เวทนา ก็ตัวกู อร่อย ทุกข์เวทนาก็ตัวกูไม่อร่อย ก็มีตัวกูเป็นจุดศูนย์กลางในตัวเด็กแล้ว คือจุดศูนย์กลางที่ขยายออกไปมากมายเลยที่เดียว มีความรู้สึกได้แล้ว มันก็รู้สึกของกูขึ้นมาได้ ความรู้สึกคืออัตตามีขึ้นมาได้ความรู้ว่าของกูคืออัตตาริยาที่มัน อัตริยาก็เกิดขึ้นมาได้ นั่นเด็กก็เกิดขึ้นกับตัวกู ตัวกูอร่อย อร่อยของกูทางตาเห็นก็ งดงามก็สวยอร่อยของกู มันก็มีความต้องการ ต้องการ ต้องการที่ไม่มีความที่สิ้นสุด มันเป็นความอร่อยที่ไม่มีสิ้นสุด มันก็มีความเป็นตัวกู กว้างออกไป กว้างออกไป มันอิ่มแล้วก็หิวอีก แล้วก็หิวอีก มันต้องการต้องกู การเป็นของกูต้องการเป็นของกู ที่นี่มีคำที่หนาหูที่สุด ในพระบาลีที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสแก่เด็กทารกมันไม่มีความรู้ใน เรื่องจริงปะไรเลย อร่อยมันก็อยากไม่อร่อยมันก็ไม่อยาก มันก็มีความคิดกูและของกูไปตามแบบของทารก เพราะมันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตางที่ท่านกล่าวว่าทารกไม่รู้เรื่อง โตเรามุท ปัญญาเรมุท



54796





ถ้ามีแล้วก็ดับความทุกข์นั้นได้ นั่นเด็กทารกก็ปล่อยไปตามเลย ปรุงแล้วแต่จัดจะปรุงไปเองตามธรรมชาติ ปรุงเป็นตัวกู เป็นของกูยิ่งขึ้นไป ยิ่งขึ้นไป มันอยากในสิ่งใด ด้วยความไม่รู้ในสิ่งนี้ ก็เรียกด้วยความโลภ มันเกิดขึ้นแล้ว เป็นครั้งแรก ไม่ใช่ตัวน้อย ๆ ตามภาษาเด็กตัวน้อย ๆ มันก็คือความโลภ นั้นเอง เดี๋ยวนี้ทารกมันก็เกิดความโลภนั้นได้แล้ว



ที่นี้มันรู้จักอยากนี้ได้แล้ว ถ้าสมอยากได้แล้วมันก็อยากยิ่งขึ้นไป อยากเรื่อย ๆจนชินเป็นนิสัย ที่จะอยาก กิเลสเกิดแล้วมีอนุไส เกิดแล้ว มีความอยาก มีความโลภ มีความเคยชินที่จะอยาก ที่จะโลภ ที่นี่หากรณีที่ไม่เป็นไปในความต้องการ เด็กมันก็โรธซิ เพราะมันโกรธเป็นแล้ว เป็นกิเลสของความโกรธแล้ว โกรธบ่อย ๆ เข้าก็เป็นอนุไสเองตามความเคยชิน ที่จะโกรธ ทารกก็มีความโลภเป็น ความโกรธเป็นแล้วมันก็ไม่รู้เรืองที่จะต้องพูดระมุดอยู่ตลอดเวลา มันก็อยู่ตลอดเวลา มันก็หลงรัก หลงโกรธ หลงรัก หลงโกรธ หลงมัวเมาเป็นของกูเป็นตัวกูอยู่ตลอดเวลา นี่เรียกว่า โมหะ โมหะ ลกทารกของเราก็มีโมหะแล้ว นี่ทารกของเราได้ทั้งโลภะและโมหะแล้ว จนเติบโตขึ้นมาจนเป็นเด็กทารกขึ้นโต เป็นวัยรุ่นเป็นหนุ่ม เป็นสาวอย่างเดียวกันเลย ที่ทารกแรกตั้งขึ้นมาอย่างไร


เดี๋ยวนี้ความคิดมันก็ยังเป็นอย่างนั้น เว้นแต่มันเข็มข้นหรือรุนแรง รุนแรงขึ้นทุกที เด็กทารกน้อย ๆ ก็มีไปตามทารก เด็กวัยรุนก็มีไปตามวัยรุ่น รุ่นหนุ่มสาวก็มีไปตามคนหนุ่มสาว โตเต็มที่เป็นผู้ใหญ่ก็มีมากตามอำนาจ ตัวใหญ่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง มาจากตัวกูที่เกิดขึ้นในครั้งแรกเป็นครั้งแรกในจิตใจในตัวทารก มันเกิดความอร่อย อร่อยของกู นั้นก็ตนหรือตัวตนหรือตัวกูที่ไม่ไว้เกิดแล้ว จุดตั้งต้นก็ได้ หรือจุดศูนย์กลางก็ได้ จุดตั้งต้นก็ได้ อย่างแน่นแฟ้นแล้ว นั้นทารกนั้นหรือชีวิตนั้น มันก็มีความโกรธ ว่าตัวกู ว่าของกูเป็นจุดศูนย์กลางสำหรับการเกิดจากความโลภ ความโกรธ ความหลงยิ่ง ๆ ขึ้นไป รุนแรงขึ้นไป จนเป็นหนุ่มสาว จนเดี่ยวนี่ความเห็นแก่ตัวมันเกิดขึ้นเพราะมีความรู้สึกว่ามีตัว


ถ้าอยากมีความรู้สึกว่ามีตัวกู มันก็ไม่เกิดความเห็นแก่ตัว เดี๋ยวนี่มีความรู้สึกว่ามีตัวกูไปได้ยิ่งไร ความรู้ที่มองลงมาเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัว จะเองในทางโลภ เมื่อไม่ได้ก็โกรธก็เห็นแก่ตัวอยู่อย่างนี้ เมื่อไม่ได้ก็โกรธ เห็นแก่ตัวอยู่อย่างนี้ เห็นแก่ตัวเพื่อจะโลภ เห็นแก่ตัวเพื่อความโกรธ เห็นแก่ตัวเพื่อจะหลงใหลมัวเมาก็ล่ะแม้ความเห็นแก่ตัวเป็นตัวปัญหา เด็กทารกนั้นมันก็ทนทุก๘ทรมานกับความเห็นแก่ตัวมาตั้งแต่ขึ้นทารกกลัวละ รุนแรงโชกช่วง เมื่อเดี่ยวนี้เมื่อโตแล้ว นี่เรารู้นั้นดี ความโลภ ความโกรธ ความหลงเป็นความรู้สึก นี่มันเกิดมาวางความรู้สึกเห็นแก่ตัว ความรู้สึกเห็นแกตัว มันก็เกิดมาจากความรู้สึกมีตัว มีตัว มีอัตตา อหังสาระ มนะ มีความสำคัญว่าตัวกู คือมีตนเกิดขึ้นแล้วมีความรู้สึกนี่จิตที่โว่ นี้คือตัวตน มีความรู้สึกว่าด้วยตัวตนหรือเกี่ยวกับตน มันก็เห็นแก่ตนที่ว่าเห็นแก่ตัว นั่นตัวคือ อีโกอีสซึ่ง อีโก ว่าตน อีสซึ่ง ว่าด้วยความมีตัวเราจะอ่านพบใน ในหนังสือภาษาอังกฤษย่อยว่าอีก็อีสซีง


ถ้าว่าเป็นภาษาธรรมดาเรียกกว่า เซลล์โลเซลล์คือตัว ถ้าภาษาไทยโบราณจากภาษาคริสต์ อะไรที่ก่อนโน่น เอโก algorism ความรู้สึกว่ามีตัว คำเป็นภาษาธรรมดาเรียกว่า เซล ถ้าไม่เห็นแก่ตัว เรียกว่า เซลโลฟิก เกี่ยวกับตัว ถ้าเป็นภาระขึ้นมา เขาเรียกว่า เซลล์โลฟิกเนก เซลล์โลฟิกเนก ก็คือถ้าเ ความเห็นแก่ตัว ถ้าเกิดโลภะ โมหะ โทสะ เกิดขึ้นกับตัวถ้าตรงกันข้าม เซลเล็กเนท คือไม่มีตัว ความไม่มีตัว อย่างนี่ไม่เกิดโลภะ โมหะ โทสะ เขายังชอบความไม่เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น เซลเล็กเนท เขาเกลียดกันทั่วโลก เธอต้องรู้จักมันใช้มันให้เป็นความรู้สึกคิดนึกที่เลวร้าย มาจากความไม่รู้อะไรเป็นอะไร เขาเรียกว่าอวิชา อวิชา เป็นจุดตั้งต้นของเรื่องเลวร้ายทั้งหลาย อวิชา อวิชา ซึ่งมันมีตามธรรมชาติก็มีอวิชา ตามธรรมชาติอวิชา เด็กทารกคนนี้ไม่มีความรู้ทางปัญญามันคือก็มี อวิชา รู้ผิดก็ได้ ไม่รู้ก็ได้ เพราะมันมีผลเท่านั้น เด็กที่ไม่รู้ผิดหรือไม่รู้เลยมันก็มีผลเท่าไร เพราะปราศจากความรู้ จิตคิดไปในทางที่ผิด ๆ ที่รู้สึกว่ามันมีตัวกู



54801



นั้นมันมีตัวกู ก็มีท้องกู ก็มีท้องกูเป็นแก่กู มีความเห็นแก่ตัว ก็เกิด โลภะ โทสะ โมหะ นี่ไม่ต้องคำนวณนะ เลยเป็นวิทยาศาสตร์ ถึงแม่ว่าจะไม่ใช้วัตถุเหมือนก้อน หิน ทราย ก็จริงมาใส่ฝ่ามือดูเล่นไม่ได้ก็จริงแต่มันเป็นสิ่งที่รู้สึกได้ รู้สึกได้ด้วยจริง รู้สึกอร่อย ตาจิตไม่ต้องคำนวณ ยังมีอยู่ในจิตใจแล้วด้วย เราก็รู้สึกได้ตั้งแต่เกิด เวทนา เมื่อไรเกิดเวทนา เกิดตัณหา เกิดอุปตะ เกิดพบเกิดชาติ เกิดเป็นตัวกู และก็มีทุกข์ นี่คือหัวใจของพุทธศาสนาโดยแท้


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 4) หน้าถัดไป (หน้า 6) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,792 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การศึกษาเพื่อรู้และมีธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์ [43,970]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,914]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [391,974]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,197]
Global Warming { English } [142,117]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.