คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32808" type="text/javascript"></script>
ศาสนาเปรียบเทียบแห่งสากลโลก
ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลายอาตมาขอแสดงความยินดีในการมาของท่านทั้งหลายสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเพื่อจะฟังธรรมเพื่อจะศึกษาพระธรรมเพิ่มพูนยิ่งยิ่งๆขึ้นไปท่านที่มาแต่ที่ไกลได้รับความลำบากก็ขอนุโมทนาและขออภัยถ้ามีความบกพร่อง
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 57,661 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 26 September 2007, 5:18 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 20 December 2007, 10:09 am

หน้าที่ 3 - ศาสนา
ในน้ำอุจจาระมันก็แยกเอาน้ำบริสุทธิ์ออกมาได้น้ำบริสุทธิ์H2Oนั่นแหละเอาออกมาได้ทุกจากทุกน้ำจากทุกน้ำน้ำเหงื่อน้ำไคลน้ำปัสสาวะน้ำอุจจาระมันก็มีน้ำบริสุทธิ์อยู่ในนั้นแยกออกมาได้แต่ที่นี้คนเรามันก็เกลียดเกลียดน้ำเหม็นน้ำสกปรกจนถึงกับว่ามันเข้ากันไม่ได้โดยที่ไม่รู้ว่าในน้ำเลือดน้ำหนองของตนนั้นมันก็มีน้ำบริสุทธิ์อยู่ในนั้นน้ำทั้งหลายมีหัวใจเป็นน้ำบริสุทธิ์อยู่ด้วยกันทั้งนั้นมันแล้วแต่ใครจะรู้จักแยกออกมาหรือไม่รู้จักแยกออกมาคือมันจะมองให้เห็นว่าน้ำทั้งหลายมีน้ำบริสุทธิ์อยู่เป็นแกนกลางทั้งนั้นอย่าไปดูถูกดูหมิ่นมันเลยเพราะนั้นทุกศาสนากี่สิบศาสนาก็ตามมันมีส่วนที่ดับทุกได้ตามมากตามน้อยอยู่ทั้งนั้น



ตั้งแต่มีโลกมีมนุษย์ขึ้นมามันมีศาสนาตั้งตนมาหลายรูปแบบเปลี่ยนแปลงมาตามลำดับถ้าจะนับกันจริงๆแล้วตั้งหลายสิบศาสนาแล้วในแต่ละศาสนานั้นเคยดับทุกข์ของประชาชนที่นั่นมาแล้วทั้งนั้นไม่มากก็น้อยหมายความมันเคยดับทุกข์มาแล้วทั้งนั้นเพราะนั้นส่วนที่มันดับทุกข์ได้นั้นมันคือหัวใจของศาสนาเราจึงถือว่าทุกศาสนานั้นมีหัวใจเหมือนกันที่ดับทุกข์ได้เหมือนกับของเหลวทุกชนิมีน้ำบริสุทธิ์อยู่ในนั้นทั้งนั้นและจะไปรังเกียจรังงอนให้มันพูดหยาบคายอีกแล้วจะไปรังเกียจกันมันโง่ทำไม่ในทุกศาสนามีค่าดับทุกข์ได้อย่างเดียวกันเลยไม่ต้องเปรียบเทียบดับทุกข์ได้โดยเสมอกันแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วมันก็เป็นศาสนาแล้วโดยไม่ต้องเปรียบเทียบก็ได้มีแต่จะเลือกๆให้เหมาะกับปัญหาของตนให้เหมาะสมแก่ความทุกข์ของตนแล้วก็ไปใช้ดับทุกข์ได้ก็พอ


54810




ที่นี้เราจึงไม่มีการกระทบกระทั่งระหว่างพุทธศาสนานี่คือการเปรียบเทียบชนิดที่ว่าให้มันเข้ากันได้ให้มันเป็นมิตรกันได้ให้มันร่วมมือกันได้แก้ไขปัญหาในโลกได้ไม่ใช่มาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกันหรือว่าเกลียดชังกันอันนี้มันไม่ใช่เรื่องของศาสนาแล้วแต่มันเป็นเรื่องของภูตผีปีศาจไปแล้วไม่ใช่เรื่องของพระศาสนาแล้วถ้าเป็นเรื่องของพระศาสนามันก็ต้องทำชนิดที่ว่าให้มนุษย์ได้รับประโยชน์โดยร่วมมือกันได้เดี๋ยวนี้เรามองเห็นหัวใจของศาสนาแต่ละศาสนาดับทุกข์ได้ไม่อย่างไหนก็อย่างหนึ่งอย่างนี้มันเหมือนกันเสียแล้วไม่ต้องเปรียบเทียบโดยขนาดมันไม่มีความหมายเพราะความทุกข์ของคนโง่เอาศาสนาของคนฉลาดมาดับไม่ได้ความทุกข์ของคนฉลาดเอาศาสนาของคนโง่มาดับไม่ได้มันต้องมีถูกฝาถูกตัวกันไปทั้งนั้น



เพราะนั้นมันก็เลยมีค่าเหมือนกันก็คือดับทุกข์ได้นี่เราจะมองกันในแง่นี้ว่าทำให้มนุษย์หลุดพ้นจากความทุกข์ของตนมีแต่ความสงบสุขมีแต่การทำให้การเป็นมนุษย์นี้เป็นประโยชน์อยู่ร่วมกันอย่างมีประโยชน์ทุกคนไม่มีความทุกข์และทุกคนกำลังผลิตประโยชน์ออกไปรอบตัวให้เพื่อนมนุษย์กันพลอยได้รับนี่คือความสมบรูณ์ของศาสนาเมื่อยู่ในระดับต่ำมันก็มีความหมายเต็มที่ของการดับทุกข์เมื่อยู่ในระดับสูงเท่าไหร่มันก็มีความหมายเต็มที่ของการดับทุกข์เอาที่ไม่มีความทุกข์เอานั้นนั่นแหละเป็นเครื่องวัดนี่เรียกว่าเราจะเปรียบเทียบดูว่าแต่ละศาสนานั้นมีส่วนดีไม่ใช่เพียงแต่ว่าสอนให้คนทำดีเหมือนที่เขาชอบพูดกันมาก



อาตมาพูดว่าพูดอย่างนั้นมันเป็นเด็กอมมือเกินไปเช่นพูดว่าศาสนานาทุกศาสนาล้วนแต่สอนให้คนทำดีแล้วก็เหมือนกันอย่างนี้ก็ได้ถูกที่สุดที่มันถูกอย่างเด็กอมมือมันจะต้องพูดว่าทุกศาสนาดับทุกข์ได้ดับทุกข์ของมนุษย์ได้มนุษย์มีกี่ร้อยชนิดมันก็มีศาสนาหลายร้อยชนิดเหมาะสมถูกฝาถูกตัวดับทุกข์ของมนุษย์แต่ละชนิดได้เราจึงพอใจเอาที่นี้ก็ดูต่อไปในอนาคตในอนาคตนี่โลกมันอยู่ใต้อำนาจวิสัยของวิชาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ที่กำลังก้าวหน้าๆอยู่ในโลกและโลกก็ยอมรับวิทยาศาสตร์ยอบรับนับถือวิทยาศาสตร์ยิ่งๆขึ้นไปโลกมันเปลี่ยนพื้นฐานเปลี่ยนอุปนิสัยเปลี่ยนอะไรไปในทางที่ยึดแต่วิทยาศาสตร์เป็นหลัก



ดังนั้นในอนาคตมันจะเหลืออยู่แต่ศาสนาเดียวคือศาสนาวิทยาสตร์ไม่ต้องเรียกว่าพุทธ คริสต์อิสลาม พราหมณ์ ฮินดู สิกข์ ก็แล้วแต่ไม่ต้องเรียกมันแล้วมันจะเรียกว่าศาสนาวิทยาสตร์คือศาสนาที่กล่าวถึงความจริงอันเด็ดขาดของธรรมชาติเรียกว่าศาสนาของความจริงความจริงของอะไรของธรรมชาติที่ศึกษาได้เกี่ยวข้องได้ด้วยวิทยาศาสตร์ด้วยวิถีทางวิทยาสตร์ในอนาคตที่มนุษย์เข้าถึงในระดับสูงสุดของวิทยาศาสตร์ศาสนามันก็จะเหลืออยู่แต่ศาสนาวิทยาศาสตร์ที่เข้ากันได้กับวิทยาศาสตร์ที่ไอสไตร์ได้พูดไว้ว่าจะเหลืออยู่ศาสนาเดียวที่สามารถจะโคบแมคจะรอนี่ศาสนาที่สามารถจะตอบคำถามหรือสู่หน้าได้กับความต้องการของวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติศาสนานี้จะเหลืออยู่ก็เรียกว่าศาสนาอะไรก็ตามใจเพราะมนุษย์เป็นลูกน้องของวิทยาศาสตร์ไปหมดแล้วมันก็เป็นศาสนาวิทยาศาสตร์แต่อย่าลืมว่าหัวใจของทุกๆศาสนาแต่ละศาสนามันเข้าไปอยู่ที่นั่นคือมันดับทุกข์ได้มันจะดับทุกข์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ก็ตามใจเถอะมันก็ตรงกับหลักของศาสนาใดศาสนาหนึ่งที่เป็นมาแล้ว


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,248 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ศาสนาเปรียบเทียบแห่งสากลโลก [57,662]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,327]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,597]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,357]
Global Warming { English } [116,701]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.