สารบัญ
หน้าที่ 1 - การล้างพิษ หรือ ดีท็อกซิฟิเคชัน (detoxification) คืออะไร
ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม
ระยะหลังนี้ ผมได้ยินคำว่า ดีท็อกซ์ บ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ จนอดรนทนไม่ไหว
อยากรู้จริงๆ ว่า ร่างกายของคนเราต้องการความช่วยเหลือในการ ล้างพิษ
ด้วยกระบวนการอะไรต่างๆ อย่างที่ร่ำลือกันจริงหรือ
สิ่งที่จะได้อ่านต่อไปนี้คือ มุมมองด้านวิทยาศาสตร์ที่ผมประมวลมาได้ ขณะที่พยายามตอบคำถามว่า ดีท็อกซ์ ที่เป็นแฟชั่นฮิต เรื่องอาหารการกิน อีกเรื่องหนึ่งในยุคปัจจุบันนั้น ช่วยล้างพิษให้ร่างกายได้จริงหรือ และมีความจำเป็นกับชีวิตเราเพียงใด
ดีท็อกซ์คืออะไร?
คำว่า ดีท็อกซ์ ย่อมาจากคำนามในภาษาอังกฤษว่า
ดีท็อกซิฟิเคชัน (detoxification) หมายถึง วิธีการหรือกระบวนการ นำเอาสารพิษหรือชีวพิษ (toxic substances หรือ toxin) ต่างๆ ออกจากร่างกาย หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่าเป็น
การล้างพิษ นั่นเอง นอกจากใช้เป็นคำนามแล้ว คนไทยใช้คำนี้ เป็นคำกริยาและคำวิเศษณ์อีกด้วย
คำว่า ดีท็อกซ์ นี้ ความหมายเดิมทางการแพทย์ก็คือ กระบวนการฟื้นฟู และรักษาผู้ป่วยที่ติดสารเสพติดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ติดสุราเรื้อรัง ไปจนถึงติดสารเสพติดชนิดต่างๆ แต่คำว่า ดีท็อกซ์ ที่ชินหูในปัจจุบันนั้น มักจะหมายถึง วิธีการรับประทานอาหารแบบหนึ่ง ซึ่งมี
สมมติฐาน (hypothesis) หลักว่า ร่างกายของคนเราสะสม สารพิษ ที่มาจากสิ่งแวดล้อม และจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจำเป็นต้องมีการ ล้าง(สาร) พิษเหล่านี้ออกจากร่างกาย
คำถามสำคัญในทางวิทยาศาสตร์ของเรื่องนี้ก็คือ สมมติฐานข้างต้น ถูกต้อง หรือไม่ และถูกต้องเพียงใด ? เชิญค้นหาได้ในหน้าถัดไป
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 20 ความเห็น, หน้า่ |
1| -
2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 มิ.ย. 2549 (23:31) น่าลองจัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 16 มิ.ย. 2549 (09:11) พี่ ๆ ที่ออฟฟิศก็นิยมทำดีทอกซ์กันค่ะ (แบบที่ใช้น้ำกาแฟต้มแล้วสวนเข้าไปในลำไส้) ตอนนี้ก็ซื้ออุปกรณ์มาลองบ้างเพราะมีปัญหาด้านการขับถ่าย แต่ก็จด ๆ จ้อง ๆ อยู่ยอมรับว่าไม่กล้าทำค่ะ ยังไม่ค่อยมั่นใจ พอมาเจอบทความนี้ก็เลยหยุดโครงการไว้ก่อน ไว้มีข้อมูลเพียงพอแล้วค่อยตัดสินใจกันใหม่
รอติดตามอ่านตอนต่อไปอยู่ค่ะ และขอให้กำลังใจดอกเตอร์ด้วยนะคะ ที่นำเสนอบทความดี ๆ อย่างนี้มาให้อ่าน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 มิ.ย. 2549 (21:23) ชักสนใจสะแล้วว่าล้างได้จริงป่าว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 มิ.ย. 2549 (12:05) เห็นบุคคลรอบข้างนิยมทำกันมาก ตอนแรกๆ ก้อรีๆรอๆเพราะเขาว่าดีกัน แต่ด้วยความคิดของตัวเองที่ว่า การที่จะนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายโดยไม่ผ่านกระบวนการใดๆเลย มันน่ากลัวมาก ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด เมื่อได้มาอ่านบทความนี้แล้วยังคิดว่า โอย เป็นโชคดีของเราจริงๆที่ไม่ลอง...
เรื่องการลดน้ำหนักโดยวิธีการ..ลด..อาหารจำพวกแป้งนั้น(เน้นว่าลดนะคะไม่ใช่อดเพราะทานอาหารเป็นปกติทุกมื้อ) ตูก้าลองใช้ด้วยตัวเองมาแล้ว เป็นวิธีการที่ได้ผลมาก ก่อนที่ใช้วิธีการนี้ ตูก้ามีน้ำหนักถึง 102 กิโลกรัม แต่เมื่อใช้วิธีการนี้แล้ว น้ำหนักตัวลงถึง 82 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 4 เดือน น้ำหนักตัวหายไป 20 กิโลกรัม จากกางเกง เอว 39 นิ้ว ต้องซื้อกางเกงใหม่ เอว 34 นิ้ว เดือดร้อนเงินในกระเป๋า แต่เป็นความเดือดร้อนที่ ยินดีจ่าย เป็นอย่างยิ่ง เพื่อนๆคนไหนอยากลดน้ำหนัก นำวิธีการไปใช้ได้เลยนะคะ เห็นผลจริงๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 มิ.ย. 2549 (15:50) เคยลองเหมือนกันค่ะล้างลำไส้ด้วยกาแฟ การขับถ่ายดีขึ้นค่ะ แต่อย่าทำบ่อยนักนะค่ะ ขอเตือน ให้ร่างกายปรับตัวเองดีกว่า แล้วอย่า Detox ตอนเย็นๆล่ะ เดี๋ยวจะตาค้าง นอนไม่หลับเพราะบริโภคกาแฟมากไปค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 14 ก.ค. 2549 (17:10) เคยทำ เหมือนกันนะแต่เป้นแบบธรรมชาติ โดยการใช้สูตรจากหนังสือ "นาฬิการชีวิต" อะนะ
เค้ากล่าวไว้ว่า นำมาจากพระไตรปิฎก คือ นำ โยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึง+น้ำมะนาว นำมาผสมกัน
โดยถ้ากินเข้าไปจะไปล้างลำไส้ำเ้ แลคโตบาซิลัสในโยเกิร์ตจะไปช่วยไขมันที่อยู่ในสำไส้ ไปย่อยขยะในสำไส้
โดยเปลี่ยนเป็นวิตามิน B12 โดยจะรับประทานตอนเช้าจะลดความอ้วน(เกิน 9.00 น) กินตอนเย็นจะเพิ่มความอ้วน
แต่้จะใช้วิธีฝึกดื่มน้ำมาก ๆ เป็นวิธีแก้ อ่ะนะ มันจะเป้นยาถ่ายอ่อน ๆ (โดยจะถ่ายสะดวกดีนะ)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 3 ก.ย. 2549 (18:27) ไม่เข้าใจ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 12 ธ.ค. 2549 (10:02) การทำดีทอกซ์โดยการสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ ควรจะทำช่วงไหนดีที่สุดครับ
(เช้า เย็น ก่อนนอน) แล้วถ้าทำทุกวัน ดีไหมครับ หรือทำวันเว้นวัน
pairat@ars.co.th (IP:58.10.234.246)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 23 ม.ค. 2550 (18:14) ไม่จำเป็นอย่าทะครับ เหมาะสำหรับ คนที่มีสุขภาพไม่ดี หรือ คนอายุมากๆ
คนปกติ ไม่ได้ทำอะไร แค่ออกกำลังกายให้เหงื่อออก เยอะๆ ก็ใช้ได้เเล้วครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 8 ก.พ. 2550 (17:35) ไม่รู้จะเชื่อใครดี แต่ก็ไม่เคยคิดจะลองหรอก ถึงอย่างไรก็เชื่อว่า คนปัจจุบันป่วยมากด้วยสภาพแวดล้อม ทั้งอาหารการกิน ความเป็นอยู่ อากาศ ที่มีสิ่งเจือปนที่เป็นอันตรายมากขึ้น ทั้งนี้เพราะประชากรเพิ่มมากขึ้นไง ต่างคนต่าง แย่ง ต่างคนต่างทำมาหากิน เพื่อให้ตนเอง มี จึงทำให้สร้างสิ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษมากขึ้น ไม่เชื่อก็ ผักสวยๆ ที่ไหน ที่ไม่ใส่ยาฆ่าแมลงบ้าง (อาจจะมี แต่น้อย และราคาแพง) อาหารที่ขาย เจ้าไหน ไม่ใส่ผงชูรสบ้าง ผลไม้ อยากเก็บไว้ขายนาน ๆ หรือเนื้อสัตว์ ขายได้นาน ต้องใส่สารอะไร นึกดูแล้วกัน สมัยปู่ย่าตายาย เขามีโรคแปลกๆมาให้เห็นบ้างไหม แต่ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่หอบหืดถามหา เชื่อเถอะ อยู่แบบบ้านๆ และพอเพียง เหมือนคนโบราณ แล้วไม่ต้องไปทำดีทอกซ์หรอก ว่ามั๊ย?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 19 ก.พ. 2550 (10:38) to ผู้ต้องการล้างสารพิษ
สวัสดีทุกคนที่สนใจใส่ในเรื่องสุขภาพของตน และคนที่เรารัก ดิฉันอยากแนะนำผลิตภัณฑ์ล้างสารพิษตัวหนึ่ง ใช้ได้ดีมากเลยค่ะ ดิฉันได้ร้บคำแนะนำจากพี่ที่ทำงานอยู่ด้วยกันให้ใช้ ทานประมาณ 2 สัปดาห์ จะถ่ายอุจจาระออกมาเป็นสีดำเลยค่ะ นั่นก็คือ มันได้ขับล้างสารพิษออกจากร่างกายของเรา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ซึ่งดูแลสุขภาพเกี่ยวกับโรคเบาหวาน มะเร็ง กระเพาะ โรคภูมิแพ้ ความดันโลหิตสูง / ต่ำ โรคหัวใจ อีกด้วยค่ะ ที่ดิฉันแนะนำมาเพราะดิฉันและแม่ของดิฉันทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ หากท่านใดสนใจ ติดต่อได้ที่ 083-1130533 หรือ ที่ suvimol_200750@hotmail.com นะค่ะ
suvimol_200750@hotmail.com (IP:203.113.81.74)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 28 มิ.ย. 2550 (09:32) จริงหรือไม่จริง ก็ต้องทำการวิจัย ใช่มั๊ย?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 9 ก.ค. 2550 (14:28) คนเราส่วนใหญ่บริโภคอาหารไม่ถูกต้องกันมานาน รวมทั้งตัวผมเองด้วย
มีคำพูดที่ว่า YOU ARE WHAT YOU EAT คนไทยเราส่วนมากบริโภคนิยมตามก้นฝรั่ง
รวมทั้งผมด้วยเพราะเคยไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาช่วงหนึ่ง คนเราเอาสารพิษใส่ไว้ในตัวตลอดเวลา จนทำให้ร่างกายเรามีสภาพเป็นกรดในเกือบทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งตัวการที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บก็คือสภาพความเป็นกรดภายในร่างกายของเรานั่นเอง การทำให้ร่างกายสมดุลคือจะทำอย่างไรให้สภาพภายในของเรามีความเป็นด่างโดยเฉพาะของเหลวภายในร่างกายเช่น น้ำ น้ำเหลือง เลือด ถ้าผู้ที่เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์มาบ้างคือ ค่า Ph ประมาณ 7.5 ขึ้นไปจะมีค่าความเป็นด่าง รวมทั้งควบคุมระดับวิตามิน และเกลือแร่ ในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม คนเราส่วนใหญ่ไปแก้กันที่ปลายเหตุและต้องการผลลัพธ์ในระยะสั้นๆ โดยลืมคำนึงไปว่าเราใส่สารพิษเข้าไปในร่างกายมาเป็นเวลานับสิบๆ ปี แต่ต้องการบำบัดให้ได้ภายในวันสองวัน ก็เลยเป็นช่องทางให้มีการโฆษณาชวนเชื่อในรูปแบบต่างๆ มากมาย อาจมีหลายคนอาจจะคัดค้านความเห็นของผมนะ แต่ต้องการให้เราๆ ท่านๆ ลองไตร่ตรองดูให้ดีว่าเป็นความจริงหรือไม่ เหตุผลที่พวกเราคล้อยตามโฆษณาประเภทนี้ก็คือ หน่วยงานที่ควรจะรับผิดชอบจริงๆ จังๆ ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างจริงจังกับโฆษณาพวกนี้ พอมีเรื่องราวกันที่ก็จัดการกันเสียที่ แล้วก็ไม่เคยจะบอกให้พวกเราๆ ท่านๆ ได้ทราบกันเลยว่าทำอะไรกันไปบ้าง..แต่อย่างน้อยๆ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านนะครับที่คิดจะเปลียนแปลงตัวเองให้มีสุขถาพทีดีขึ้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 11 ก.ค. 2550 (21:57) ลมเยอะ ถ่ายก็ลำบากทั้งที่ ผัก ปลาก็กินทามมายจึงเปนเช่นนี้ครับ
ลมในลำไส้ใหญ่อ่ะคับไม่ใช่ลมในกระเพาะอาหาร กิน air X ไม่ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 5 ส.ค. 2550 (16:19) คุณกฤษณ์32714 ต้องสังเกตตนเอง ไม่มีใครรู้จักตัวเรามากกว่าตนเอง พิจารณาดูว่ากินอะไรเข้าไปจึงตดมาก เวลาตดมากๆ ควรเข้าห้องน้ำลองถ่ายอุจจาระว่าออกไหม ถ้าถ่ายไปแล้วครั้งหนึ่งอาจจะไม่มีกากเหลืออยู่ ก็ควรจะลดอาหารที่ทำให้ตดมาก ได้แก่ ถั่วต่างๆ สะตอ ข่า ตะไคร้ฯลฯ
อันที่จริงเรื่องตดเป็นของธรรมดา ถ้าท้องไม่ผูกตดมักจะไม่เหม็นแต่มีเสียงดัง ถ้าไม่ตดออกมาแก๊สในลำไส้ใหญ่จะดันขึ้นลำไส้เล็ก ทำให้ท้องอืดได้เหมือนกัน ปกติคนเราจะมีลมกองหยาบออกทางทวารหนักด้านล่าง และลมกองละเอียดที่ออกมาด้วยการเรอทางปาก โบราณท่านให้กินน้ำขิงแก้ลมออกทางปาก และกินน้ำข่า (ต้มข่าไก่, ต้มยำกุ้ง หรือเมนูที่มีข่าผสมอยู่) แก้ลมออกจากทวารหนัก (ทำให้ลมกับกากอาหารออกมาพร้อมๆ กันจะได้ไม่ตดบ่อย)
อยากได้กากอาหารต้องลองกิน ฝรั่งสุกๆ (รสไม่ฝาด) กล้วยน้ำว้าสุก (รสไม่ฝาด) น้ำต้ม(เนื้อใน)ลูกสำรอง มะละกอสุก ลูกแก้วมังกร ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ
yama
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 52 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 16 พ.ย. 2550 (10:30) พียงดื่มกาแฟ คุณก็สวยสุขภาพดีได้ กาแฟทิพ อีกหนึ่งนวัตกรรม เปิดโลกใหม่แห่งกาแฟที่คัดสรรสิ่งดี ๆ จากธรรมชาติมารวมอยู่ใน 1 ถ้วยของคุณ ให้ 1 ถ้วยโปรดของคุณสร้างสิ่งที่ตาเห็นได้มากกว่าที่เคย มาสร้างชีวิตให้มีชีวาด้วยกาแฟทิพ สนใจผลิตภัณฑ์หรือเป็นตัวแทนจำหน่าย (ผลตอบแทนที่คุณพอใจ)
ติดต่อคุณหมวย 084-102-4242
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 12 ธ.ค. 2550 (17:45) คลอโรฟิลด์หล่ะค่ะมีคำอธิบายบ้างมั้ยค่ะ :D
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 6 ม.ค. 2551 (16:59) ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้ดี ๆ