vcharkarn
Username : Password : จำไว้ตลอด | ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
facebooktwitter
ดีท็อกซ์: ล้างพิษร่างกาย ... ทำได้จริงหรือ?
ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ (183,068 views) first post: Tue 20 June 2006 last update: Fri 6 November 2009
มีโฆษณา ชวนสาวๆ ที่อยากสวยใส ไร้มลพิษ ไปทำ “ดีท็อกซ์” (Detox) กลายเป็นแฟชั่นฮิต เรื่องอาหารการกิน อีกเรื่องหนึ่งในยุคนี้ ดีท็อกซ์ ช่วยล้างพิษให้ร่างกายได้จริงหรือ และมีความจำเป็นกับชีวิตเราเพียงใด ดร. นำชัย พาเราร่วมค้นหาความจริงในบทความนี้

หน้าที่ 1 - การล้างพิษ หรือ ดีท็อกซิฟิเคชัน (detoxification) คืออะไร
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม



ระยะหลังนี้ ผมได้ยินคำว่า “ดีท็อกซ์” บ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ จนอดรนทนไม่ไหว …
อยากรู้จริงๆ ว่า ร่างกายของคนเราต้องการความช่วยเหลือในการ “ล้างพิษ”

ด้วยกระบวนการอะไรต่างๆ อย่างที่ร่ำลือกันจริงหรือ
สิ่งที่จะได้อ่านต่อไปนี้คือ มุมมองด้านวิทยาศาสตร์ที่ผมประมวลมาได้ ขณะที่พยายามตอบคำถามว่า “ดีท็อกซ์” ที่เป็นแฟชั่นฮิต เรื่องอาหารการกิน อีกเรื่องหนึ่งในยุคปัจจุบันนั้น ช่วยล้างพิษให้ร่างกายได้จริงหรือ และมีความจำเป็นกับชีวิตเราเพียงใด

ดีท็อกซ์คืออะไร?
คำว่า “ดีท็อกซ์” ย่อมาจากคำนามในภาษาอังกฤษว่า ดีท็อกซิฟิเคชัน (detoxification) หมายถึง “วิธีการหรือกระบวนการ นำเอาสารพิษหรือชีวพิษ (toxic substances หรือ toxin) ต่างๆ ออกจากร่างกาย” หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่าเป็น “การล้างพิษ” นั่นเอง นอกจากใช้เป็นคำนามแล้ว คนไทยใช้คำนี้ เป็นคำกริยาและคำวิเศษณ์อีกด้วย



คำอธิบายเรื่องการล้างพิษว่าเกี่ยวข้องกับตับและอวัยวะอื่นๆ อีกหลายอวัยวะอย่างไร
(ภาพจาก http://www.homeopathicdoctor.ca/)



คำว่า “ดีท็อกซ์” นี้ ความหมายเดิมทางการแพทย์ก็คือ “กระบวนการฟื้นฟู และรักษาผู้ป่วยที่ติดสารเสพติดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ติดสุราเรื้อรัง ไปจนถึงติดสารเสพติดชนิดต่างๆ” แต่คำว่า “ดีท็อกซ์” ที่ชินหูในปัจจุบันนั้น มักจะหมายถึง วิธีการรับประทานอาหารแบบหนึ่ง ซึ่งมี “สมมติฐาน (hypothesis)” หลักว่า “ร่างกายของคนเราสะสม “สารพิษ” ที่มาจากสิ่งแวดล้อม และจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจำเป็นต้องมีการ ล้าง(สาร) พิษเหล่านี้ออกจากร่างกาย”

คำถามสำคัญในทางวิทยาศาสตร์ของเรื่องนี้ก็คือ สมมติฐานข้างต้น “ถูกต้อง” หรือไม่ และถูกต้องเพียงใด ? เชิญค้นหาได้ในหน้าถัดไป



หน้าที่ 2 - วิธีการทำดีท็อกซ์ และ สรรพคุณและความนิยมเรื่องดีท็อกซ์
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม



วิธีการทำดีท็อกซ์
ในแวดวงดีท็อกซ์ซึ่งในเมืองไทย ก็มีแพทย์และนักโภชนาการที่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องนี้หลายคน เชื่อกันว่า อวัยวะในร่างกายของคนเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะในระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายของคนเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ลำไส้ ไปจนถึงทวารหนัก และกระแสเลือด ต่างก็ล้วนแล้วแต่กำลัง “อุดตัน” หรือ “ผุพัง” อยู่ เนื่องจากอาหารที่ไม่ย่อยสลาย (ส่วนหนึ่งจะถูกแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารนำไปย่อยสลายแทน มีผลทำให้เกิดสารพิษขึ้นอีกด้วย) หรือเพราะสารพิษที่ปะปนมากับอาหาร จำพวกสารทดแทนน้ำตาล อาหารฟาสท์ฟูดต่างๆ และสารเติมแต่งสีรสอาหารแบบต่างๆ มีมากจนร่างกายของเราไม่สามารถกำจัดได้หมดสิ้น บางทีรายการอาหารต้องห้ามก็ยังรวมเอาอาหารจำพวกแป้ง เนื้อ (รวมทั้งเนื้อปลา) ไข่ น้ำตาล เกลือ เค้ก อาหารแปรรูปแบบต่างๆ คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ ไว้ด้วย

เรียกว่า กินอาหารอะไรที่อร่อยและชอบๆ ทานกันแทบไม่ได้เลยสักอย่าง!



ภาพจาก http://www.liverdoctor.com/


นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว บางสำนักก็พ่วงเรื่องสัพเพเหระต่างๆ เช่น รังสีจากคลื่นไมโครเวฟ คลอรีนในน้ำดื่ม คาเฟอีน บุหรี่ สุรา ไปจนถึงอารมณ์โกรธ และสิ่งแวดล้อมที่ “ดูเหมือนจะเป็นพิษ” มากขึ้นทุกวันเข้ามาไว้เป็นสาเหตุอีกด้วย

ข้อแนะนำหรือทางออกสำหรับผู้ที่เชื่อในเรื่องนี้ก็คือ ต้องหันมาใช้วิธีการกินอาหารที่ถูกต้อง อาจต้องอาหารบางอย่างหรือบางมื้อด้วย นอกจากนี้ก็ต้องทานอาหารจำพวกพืช ผัก ผลไม้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบางแห่งก็อาจจะรวมถั่วแบบต่างๆ เมล็ดพืช และน้ำผึ้งเข้าไว้ด้วย ยิ่งไปกว่านี้ บางสำนักหรือบางคลินิกก็อาจมี “ทีเด็ด” เช่น สูตรน้ำผลไม้มหัศจรรย์ รักษาโรคได้ครอบจักรวาล ชาสมุนไพรสูตรเก่าแก่ (ภูมิปัญญาไทย จีน แขก) ยาเม็ดหรือแคปซูลจากสมุนไพรหรือพืชพิสดารหายาก บางที่ก็อาจพ่วงเรื่องของการพอกตัวด้วยสาหร่าย การขัดหรือการนวดตัวและการแช่สารพัดแบบ (น้ำนม, โคลน ฯลฯ) การอบไอน้ำ การอบซาวนา (sauna) ไปจนถึงการนั่งสมาธิ ทำโยคะเข้าไปด้วย เป็นต้น


detox box.jpg

detox herbal tea.jpg

detox kit.jpg
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วย “ดีท็อกซ์” ร่างกายได้

ในต่างประเทศก็อาจมี “สารสกัดจากตับ” (เพราะตับมีหน้าที่กำจัดของเสียในร่างกาย) มี “การฟอกเลือด” ด้วยการถ่ายสารเคมีบางอย่างเข้าสู่กระแสเลือด (อ้างว่าเพื่อให้ไปจับกับธาตุบางชนิดที่เป็นอันตราย) นอกจากนี้ก็ยังมีการสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำอุ่นหรือกาแฟ (ตามสโลแกนที่ว่า “กาแฟไม่ได้มีเอาไว้ดื่ม แต่มีไว้สำหรับสวนลำไส้”!) ซึ่งอันหลังสุดนี้ ก็ได้ยินมาว่า ที่เมืองไทยก็นิยมกันน่าดูเช่นกัน



สรรพคุณและความนิยมเรื่องดีท็อกซ์


ข้อกล่าวอ้างต่างๆ เกี่ยวกับดีท็อกซ์นั้นมีเยอะมากนะครับ ซึ่งบางอย่างก็จริง เพราะรู้กันดีอยู่แล้วในทางการแพทย์ ในขณะที่หลายเรื่องก็หมิ่นเหม่ว่าอาจจะเกินจริง หรือเกินจริงจนโดนหน่วยงานที่กำกับดูแล (ในต่างประเทศ) เล่นงานไปแล้วก็มี ประโยชน์ของดีท็อกซ์ที่มักจะอ้างกันก็คือ ทำให้ “กลับเป็นหนุ่มเป็นสาว” อีกครั้ง ทำให้อายุยืนยาว ช่วยเรื่องการลดและควบคุมน้ำหนก ลดความดันเลือด ลดปริมาณคอเลสเทอรอล ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดอาการเหนื่อยอ่อนง่าย กำจัดเซลลูไลท์ (cellulite) ลดอาการปวดศีรษะ ลดอาการผิวหนังด้าน ทำให้ผิวหนังเป็นประกาย

นอกจากนั้น ยังช่วยในเรื่องต่างๆ มากมาย เช่น ช่วยไม่ให้เหนื่อยอ่อนง่าย ทำให้กระฉับกระเฉง ย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานดียิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายกำจัดของเสียทำงานได้ดี เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการเป็นโรคหอบหืด ทำให้หายหวัดเร็วขึ้น รวมไปถึงทำให้สงบและเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

แนวคิดเรื่องการทำดีท็อกซ์นี้ได้รับความนิยมมากนะครับ ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทยเราเอง หนังสือมีออกมาหลายเล่มเต็มที วีดิโอ วีซีดี ดีวีดี โดยนางแบบชื่อดังก็มีเพียบ การสัมมนาและคอร์สอบรมเชิงปฏิบัติสำหรับผู้สนใจก็มีให้เลือกได้อย่างจุใจ เรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ ก็มีไม่น้อย บางแห่งถึงกับเล่นกลยุทธ์การขายแบบเคาะประตูบ้านก็มี (พ่วงผลิตภัณฑ์ไปกับกลุ่มขายตรงรายใหญ่ก็มีครับ) ข้อมูลและสินค้าบนอินเทอร์เน็ตนี่ยิ่งหาได้ง่ายๆ เลยครับ


detox book 05.jpg

detox book 06.jpg

detox book 04.jpg

detox book 01.jpg

ตัวอย่างหนังสือเกี่ยวกับดีท็อกซ์ในต่างประเทศที่มีจำนวนมาก


ระยะหลังลามไปถึง “การดีท็อกซ์เส้นผมและหนังศีรษะ” ซึ่งก็ระบาดมาถึงเมืองไทยแล้วครับ สนนราคาก็เบาะๆ เพียง 2,500-3,000 บาท สำหรับการดีท็อกซ์ด้วยเครื่องโดยใช้เวลาเพียง 3-10 นาที

ที่ไปไกลกว่านั้นก็คือ มีการดีท็อกซ์จิตวิญญาณ (spiritual or mind detox)” และการดีท็อกซ์การเงิน (detox finances) ด้วยครับ




หน้าที่ 3 - ดีท็อกซ์ … ได้ผลจริงหรือ?
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม




ดีท็อกซ์
… ได้ผลจริงหรือ?

บางคนก็ว่า การทำดีท็อกซ์ได้ผลดี แต่บางคนก็มีได้ผลน้อยหรือมีปัญหาตอนทำดีท็อกซ์ด้วยซ้ำไป ... ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? การที่ทำดีท็อกซ์แล้วได้ผลดีในบางคนนั้น เนื่องจากอาหารจำพวกผักและผลไม้มีผลดีต่อร่างกายดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ในรายที่ทานผัก ผลไม้น้อยหรือไม่ยอมทานเอาเสียเลย จึงมีโอกาสเห็นผลได้เร็วและมาก ... แม้ว่าอาจจะเป็นช่วงเวลาการเข้าคอร์สเพียง 3-10 วัน โดยเฉพาะในคนที่ปกติไม่ทานผักผลไม้ หรือทานผักผลไม้น้อยอยู่แล้ว

การลดอาหารจำพวกแป้งก็เป็นวิธีหลักของคนที่ต้องการลดน้ำหนักอยู่แล้ว เพราะการที่คนเรามีน้ำหนักตัวเพิ่ม สาเหตุหลักก็คือ มีพลังงานจากอาหารที่ทานเข้าไปมากกว่าพลังงานที่นำไปใช้งานแต่ละวัน จึงเกิดการสะสม และพลังงานที่ว่านั้น ก็มาจากแป้งและไขมันต่างๆ เป็นหลักนั่นเอง แต่การงดแป้งไปเลยมีผลเสียมากนะครับ ไม่ควรทำ (อันนี้ขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ)

แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญทางฝั่งที่ไม่เชื่อว่า การทำดีท็อกซ์จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดีอย่างจริงจังอยู่ไม่น้อยเช่นกัน พวกเขาไม่เชื่อว่า “สมมติฐาน” ที่ว่า ร่างกายของคนเราสะสม “สารพิษ” ที่มาจากสิ่งแวดล้อม และจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งต้องมีการ “ล้าง(สาร) พิษ” เหล่านี้ออกจากร่างกายนั้น ไม่น่าจะเป็นความจริงครับ


mind detox.jpg

detox your finances.jpg

ความโด่งดังของดีท็อกซ์ในต่างประเทศจะเห็นได้ทางอ้อมจากชื่อของหนังสือเหล่านี้


แม้หลายคนอาจจะรู้สึกเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะ แต่ “ข้อเท็จจริง (fact)” ที่เป็นที่ประจักษ์อย่างไม่ทีทางโต้แย้งได้ก็คือ คนเรามีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งอาจจะชี้ให้เห็นได้ว่า ร่างกายมีวิธีจัดการกับสารพิษต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากอยู่แล้วตามธรรมชาติ … ผู้ที่ให้ความเห็นเรื่องนี้ได้แรงและชัดเจนที่สุดรายหนึ่งก็คือ คุณหมอวินเซนท์ คอร์ดาโร แพทย์จากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐฯ (หรือที่คุ้นกันในชื่อ FDA) บอกว่า ”ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง เผ่าพันธุ์มนุษย์คงจะต้องไม่สามารถอยู่รอดได้”

คุณหมอปีเตอร์ โฟดอร์ กล่าวแรงไปกว่านั้นอีก คือถึงกับฟันธงลงไปเลยว่า “มีการสร้างแนวคิดเกี่ยวกับสารพิษพวกนี้ขึ้นมา เพราะมันจะทำให้พวกเขามีอะไรบางอย่างที่ทำให้สามารถ “แสร้งว่า” รักษาได้” ในขณะที่ดร. ไมเคิล เฮิร์ท ผู้อำนวยการศูนย์แพทย์บูรณาการ (the Center for Integrative Medicine) ที่ศูนย์การแพทย์เอนซิโน-ทาร์ซานา ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการปวดศีรษะหรืออาการภูมิแพ้ที่อ้างกันว่า เป็นผลมาจากสารพิษในร่างกายว่าเกิดจากคนจำนวนมากมักนอนหลับไม่เพียงพอ ทานน้ำตาลมากเกินไป และมีความเครียดสูง ดังนั้น ไลฟ์สไตล์ (life style) ของคนเหล่านี้ต่างหากที่เป็นต้นเหตุของอาการป่วยข้างต้น ไม่ใช่สารพิษดังที่อ้างกัน

อันที่จริงแนวคิดเรื่องการล้างพิษนี้มีกล่าวถึงมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ จีน และอินเดียโบราณ แต่ปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ก็คือ แม้จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังไม่เคยมีใครสามารถระบุได้ว่า สารพิษที่ว่าสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดความเจ็บป่วยต่างๆ นานานั้น  คือ สารอะไรกันแน่  
ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่งที่อาจทำให้การทำดีท็อกซ์เป็นเรื่อง “เกินจำเป็น” ก็คือ ร่างกายของคนเรานั้นมีวิวัฒนาการตามธรรมชาติที่ดีเยี่ยมอย่างน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น ปริมาณของเสียที่ร่างกายขอเรากำจัดได้ในแต่ละครั้งที่เราปัสสาวะนั้น หากต้องการช่วยให้เรากำจัดของเสียได้เท่าๆ กันด้วยวิธีการอบซาวนา … เราก็จะต้องอบจนเหงื่อออกอย่างชุ่มโชกไปไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง!

คนกลุ่มนี้จึงสรุปว่า ... ดูเหมือนว่า ร่างกายจะไม่ต้องการความช่วยเหลือในการกำจัดของเสียสักเท่าไหร่นะครับ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการทำดีท็อกซ์
การทำดีท็อกซ์อาจก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน หากไม่ระมัดระวังอย่างเพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น ตั้งแต่รู้สึกเหนื่อยอ่อน ปวดศีรษะ ไปจนถึงขั้นล้มป่วย ซึ่งก็มักจะอ้างกันว่าเป็นผลจากที่ร่างกายกำลังขจัดของเสียต่างๆ ออกมา แต่อันที่จริงแล้ว เป็นผลมาจากการที่ร่างกายปรับตัวไม่ได้ เนื่องจากขาดอาหารอย่างปัจจุบันทันด่วนนั่นเอง นอกจากนี้ การทำดีท็อกซ์ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้เกิดการขาดสารอาหารหรือแร่ธาตุบางอย่างได้ และอาจทำให้ลดภูมิต้านทานของร่างกายลง … ซึ่งตรงกันข้ามกับข้ออ้างที่ว่า ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน
ส่วนการที่ดูเหมือนว่า การทำดีท็อกซ์ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วนั้น ก็มักจะเป็นเพียงภาวะเพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นผลมาจากการสูญเสียไขมันและน้ำปริมาณมากอย่างปุบปับ เนื่องจากการปรับเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเรื่องอาหารอย่างหนัก ซึ่งน้ำหนักเหล่านี้จะกลับมาทันทีที่คุณเลิกทำดีท็อกซ์ และหันกลับไปทานอาหารโปรด (ซึ่งก็มักจะอยู่ในรายการอาหารต้องห้าม) จนทำให้เกิดผลกระทบแบบลูกดิ่งโย-โย (Yo-yo effect)

ซึ่งผลลัพธ์ที่จะได้ก็คือ การเกิดอาการเดี๋ยวอ้วน เดี๋ยวผอมสลับกันไปมา ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาวมากยิ่งขึ้นไปอีก


ตัวอย่างเรื่องสรรพคุณเกินจริงในต่างประเทศ
ดังที่เล่าให้ฟังเป็นบ้างแล้วข้างต้นว่า เรื่องดีท็อกซ์นี้ มีการอวดอ้างสรรพคุณหลายๆ อย่างเกินจริง องค์กรที่ดูแลเรื่องนี้ในต่างประเทศก็จับตาดูอยู่นะครับ เช่น คณะกรรมาธิการการค้าของสหพันธ์หรือเอฟทีซี (FTC, Federal Trade Commission) ประเทศสหรัฐฯ เคยเล่นงานบริษัทที่กล่าวอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ของตนสามารถใช้รักษาโรคได้ เช่น บริษัทชื่อ ลิเวอไรท์ โปรดักส์ (Liverite Products Inc.) ที่เมืองทัสกิน ที่กล่าวอ้างเกินจริงเรื่องอาหารเสริมของตนที่มีส่วนผสมของตับวัวว่า สามารถ “ล้างพิษ” ตับและช่วยรักษาโรคตับที่เกิดจากแอลกอฮอล์ โรคตับอักเสบ และโรคตับแข็งได้ ก็ถูกเอฟทีซีสั่งฟ้องและถูกศาลสร้างสั่งปรับเป็นเงิน 60,000 เหรียญ
บริษัทลากูนา ฮิลล์ ที่อ้างว่า การฟอกเลือดของตนสามารถรักษาโรคหัวใจได้ ซึ่งแพ้คดีที่ถูกเอฟทีซีฟ้องร้องต่อศาล เพราะข้อมูลจากสถาบันวิชาการต่างๆ รวมทั้งสมาคมหัวใจแห่งอเมริกาว่ายืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

เรื่องการสวนล้างทำความสะอาดลำไส้ด้วยน้ำหรือกาแฟก็เช่นกัน แพทย์จำนวนมากต่างยืนยันตรงกันว่า ไม่มีหลักฐานเลยว่า ลำไส้สร้างของเสียตามที่อ้างกัน นอกจากนี้แล้ว ลำไส้ก็จะผลัดเปลี่ยนเซลล์บุผิวทุกๆ สัปดาห์อยู่แล้ว อันที่จริง มีเพียงรัฐเดียวในสหรัฐฯ คือ ฟลอริดา ที่ยินยอมให้มีการสวนล้างทำความสะอาดลำไส้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งก็พบว่า มีรายงานเรื่องการติดเชื้อ การบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตจากกระบวนการดังกล่าว

คำตอบในเรื่องสุขภาพที่ดีคงต้องคิดไปถึงหลักการเบื้องต้นง่ายๆ ในหนังสือ “สุขศึกษา” (ที่ผมเรียนสมัยเด็กๆ) นั่นก็คือ ทานอาหารให้ครบหมู่และถูกสัดส่วน ทานน้ำให้มากพอ นอนหลับสนิทอย่างเพียงพอ และออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือไปจาก “ทางสายกลาง” เหล่านี้แล้ว ก็ให้ระวังตัวกันไว้บ้างก็ดีนะครับ เพราะว่า อะไรๆ ที่เกินพอดีหรือสุดโต่งไปมากๆ หรืออ้างกันว่าดีเลิศ วิเศษนั้น ก็มักจะไม่ค่อยจะดีจริงหรอกครับ
อยากได้สุขภาพที่ดีคงต้องลงแรงบ้าง ... ทางลัดสำหรับเรื่องนี้ คงไม่มีจริงกระมังครับ J  

แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ข้อมูลเรื่องการทำดีท็อกซ์นั้นหาได้ไม่ยากนะครับ ที่เป็นหนังสือเล่มภาษาไทย ผมก็เห็นว่ามีแล้วเช่นกันนะครับ ถ้าลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตด้วยคำว่า detox หรือ detoxification ดูก็จะพบว่า มีข้อมูลอยู่มากมายมหาศาล โดยเฉพาะข้อมูลฝ่ายที่สนับสนุนและเห็นดีเห็นงามด้วยนะครับ แต่ถ้าใครอยากได้ข้อมูลจากฝ่ายที่เห็นว่า ควรจะต้องระมัดระวังเรื่องนี้กันไว้บ้างก็ลองดูที่ http://www.weightlossresources.co.uk/diet/detox.htm หรือไม่ก็ดูที่ http://www.quackwatch.org/01QuackeryRelatedTopics/detox.html





เกี่ยวกับผู้เขียน
ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ จบ ม.ปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และรับทุนการศึกษาโครงการ พสวท เพื่อศึกษาต่อ ป.ตรี ด้านชีววิทยา ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ป.โท ด้านชีวเคมี จากมหาวิทยาลัยมหิดล และสำเร็จปริญญาเอก Molecular Genetics จาก Kumamoto University ประเทศญี่ปุ่นจ๊ะ

ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ฝีมือดีของ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ แต่ยังเป็นคนที่ถ่ายทอด เรื่องราววิทยาศาสตร์ได้อย่างดีเยี่ยม สนุกสนาน ฟังง่าย เข้าใจง่าย นอกเหนือจากผลงานวิจัย ดร.นำชัย มีผลงานด้านการเขียน เรื่องวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน ดังเช่น สู่ชีวิตอมตะ (เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ศตวรรษที่ 21), ดีเอ็นเอ ปริศนาลับรหัสชีวิต, จากอณูถึงอนันต์ วิทยาศาสตร์ต้องรู้, วิทยาศาสตร์ในสตาร์ วอร์ส เป็นต้น

ดร.นำชัย เป็นอีกหนึ่งท่าน ที่ขอเป็นอีกแรง ช่วยผลักดัน การเผยแพร่เรื่องราววิทยาศาสตร์ดีๆ สู่ประเทศไทย ผ่านวิชาการ.คอม


*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง



จำนวน 27 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 |
ความเห็น 1 6 มิ.ย. 2549 (23:31)
น่าลองจัง
Chinjung เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน93 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 2 16 มิ.ย. 2549 (09:11)
พี่ ๆ ที่ออฟฟิศก็นิยมทำดีทอกซ์กันค่ะ (แบบที่ใช้น้ำกาแฟต้มแล้วสวนเข้าไปในลำไส้) ตอนนี้ก็ซื้ออุปกรณ์มาลองบ้างเพราะมีปัญหาด้านการขับถ่าย แต่ก็จด ๆ จ้อง ๆ อยู่ยอมรับว่าไม่กล้าทำค่ะ ยังไม่ค่อยมั่นใจ พอมาเจอบทความนี้ก็เลยหยุดโครงการไว้ก่อน ไว้มีข้อมูลเพียงพอแล้วค่อยตัดสินใจกันใหม่



รอติดตามอ่านตอนต่อไปอยู่ค่ะ และขอให้กำลังใจดอกเตอร์ด้วยนะคะ ที่นำเสนอบทความดี ๆ อย่างนี้มาให้อ่าน
พุดซ้อน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 3 21 มิ.ย. 2549 (21:23)
ชักสนใจสะแล้วว่าล้างได้จริงป่าว
tuka007 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน335 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 4 23 มิ.ย. 2549 (12:05)
เห็นบุคคลรอบข้างนิยมทำกันมาก ตอนแรกๆ ก้อรีๆรอๆเพราะเขาว่าดีกัน แต่ด้วยความคิดของตัวเองที่ว่า การที่จะนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายโดยไม่ผ่านกระบวนการใดๆเลย มันน่ากลัวมาก ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด เมื่อได้มาอ่านบทความนี้แล้วยังคิดว่า โอย เป็นโชคดีของเราจริงๆที่ไม่ลอง...

เรื่องการลดน้ำหนักโดยวิธีการ..ลด..อาหารจำพวกแป้งนั้น(เน้นว่าลดนะคะไม่ใช่อดเพราะทานอาหารเป็นปกติทุกมื้อ) ตูก้าลองใช้ด้วยตัวเองมาแล้ว เป็นวิธีการที่ได้ผลมาก ก่อนที่ใช้วิธีการนี้ ตูก้ามีน้ำหนักถึง 102 กิโลกรัม แต่เมื่อใช้วิธีการนี้แล้ว น้ำหนักตัวลงถึง 82 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 4 เดือน น้ำหนักตัวหายไป 20 กิโลกรัม จากกางเกง เอว 39 นิ้ว ต้องซื้อกางเกงใหม่ เอว 34 นิ้ว เดือดร้อนเงินในกระเป๋า แต่เป็นความเดือดร้อนที่ ยินดีจ่าย เป็นอย่างยิ่ง เพื่อนๆคนไหนอยากลดน้ำหนัก นำวิธีการไปใช้ได้เลยนะคะ เห็นผลจริงๆ
tuka007 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน335 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 5 24 มิ.ย. 2549 (15:50)
เคยลองเหมือนกันค่ะล้างลำไส้ด้วยกาแฟ การขับถ่ายดีขึ้นค่ะ แต่อย่าทำบ่อยนักนะค่ะ ขอเตือน ให้ร่างกายปรับตัวเองดีกว่า แล้วอย่า Detox ตอนเย็นๆล่ะ เดี๋ยวจะตาค้าง นอนไม่หลับเพราะบริโภคกาแฟมากไปค่ะ
NanoGirl เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 6 14 ก.ค. 2549 (17:10)
เคยทำ เหมือนกันนะแต่เป้นแบบธรรมชาติ โดยการใช้สูตรจากหนังสือ "นาฬิการชีวิต" อะนะ

เค้ากล่าวไว้ว่า นำมาจากพระไตรปิฎก คือ นำ โยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึง+น้ำมะนาว นำมาผสมกัน

โดยถ้ากินเข้าไปจะไปล้างลำไส้ำเ้ แลคโตบาซิลัสในโยเกิร์ตจะไปช่วยไขมันที่อยู่ในสำไส้ ไปย่อยขยะในสำไส้

โดยเปลี่ยนเป็นวิตามิน B12 โดยจะรับประทานตอนเช้าจะลดความอ้วน(เกิน 9.00 น) กินตอนเย็นจะเพิ่มความอ้วน

แต่้จะใช้วิธีฝึกดื่มน้ำมาก ๆ เป็นวิธีแก้ อ่ะนะ มันจะเป้นยาถ่ายอ่อน ๆ (โดยจะถ่ายสะดวกดีนะ)
Optimism เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน165 ครั้ง - ดาว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 7 3 ก.ย. 2549 (18:27)
ไม่เข้าใจ
Smarty เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน13 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 9 12 ธ.ค. 2549 (10:02)
การทำดีทอกซ์โดยการสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ ควรจะทำช่วงไหนดีที่สุดครับ

(เช้า เย็น ก่อนนอน) แล้วถ้าทำทุกวัน ดีไหมครับ หรือทำวันเว้นวัน


pairat@ars.co.th (IP:58.10.234.246)

ความเห็น 11 23 ม.ค. 2550 (18:14)
ไม่จำเป็นอย่าทะครับ เหมาะสำหรับ คนที่มีสุขภาพไม่ดี หรือ คนอายุมากๆ

คนปกติ ไม่ได้ทำอะไร แค่ออกกำลังกายให้เหงื่อออก เยอะๆ ก็ใช้ได้เเล้วครับ
อาชา (IP:125.24.2.220)

ความเห็น 12 8 ก.พ. 2550 (17:35)
ไม่รู้จะเชื่อใครดี แต่ก็ไม่เคยคิดจะลองหรอก ถึงอย่างไรก็เชื่อว่า คนปัจจุบันป่วยมากด้วยสภาพแวดล้อม ทั้งอาหารการกิน ความเป็นอยู่ อากาศ ที่มีสิ่งเจือปนที่เป็นอันตรายมากขึ้น ทั้งนี้เพราะประชากรเพิ่มมากขึ้นไง ต่างคนต่าง แย่ง ต่างคนต่างทำมาหากิน เพื่อให้ตนเอง มี จึงทำให้สร้างสิ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษมากขึ้น ไม่เชื่อก็ ผักสวยๆ ที่ไหน ที่ไม่ใส่ยาฆ่าแมลงบ้าง (อาจจะมี แต่น้อย และราคาแพง) อาหารที่ขาย เจ้าไหน ไม่ใส่ผงชูรสบ้าง ผลไม้ อยากเก็บไว้ขายนาน ๆ หรือเนื้อสัตว์ ขายได้นาน ต้องใส่สารอะไร นึกดูแล้วกัน สมัยปู่ย่าตายาย เขามีโรคแปลกๆมาให้เห็นบ้างไหม แต่ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่หอบหืดถามหา เชื่อเถอะ อยู่แบบบ้านๆ และพอเพียง เหมือนคนโบราณ แล้วไม่ต้องไปทำดีทอกซ์หรอก ว่ามั๊ย?
0862971717 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 13 19 ก.พ. 2550 (10:38)
to ผู้ต้องการล้างสารพิษ

สวัสดีทุกคนที่สนใจใส่ในเรื่องสุขภาพของตน และคนที่เรารัก ดิฉันอยากแนะนำผลิตภัณฑ์ล้างสารพิษตัวหนึ่ง ใช้ได้ดีมากเลยค่ะ ดิฉันได้ร้บคำแนะนำจากพี่ที่ทำงานอยู่ด้วยกันให้ใช้ ทานประมาณ 2 สัปดาห์ จะถ่ายอุจจาระออกมาเป็นสีดำเลยค่ะ นั่นก็คือ มันได้ขับล้างสารพิษออกจากร่างกายของเรา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ซึ่งดูแลสุขภาพเกี่ยวกับโรคเบาหวาน มะเร็ง กระเพาะ โรคภูมิแพ้ ความดันโลหิตสูง / ต่ำ โรคหัวใจ อีกด้วยค่ะ ที่ดิฉันแนะนำมาเพราะดิฉันและแม่ของดิฉันทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ หากท่านใดสนใจ ติดต่อได้ที่ 083-1130533 หรือ ที่ suvimol_200750@hotmail.com นะค่ะ
suvimol_200750@hotmail.com (IP:203.113.81.74)

ความเห็น 14 23 ก.พ. 2550 (21:49)
เมื่อก่อนเวลาประจำเดือนมาจะปวดท้องมากแต่ตอนนี้ไม่แล้ว น้ำหนักที่เคยเกินก็หายไป ใครสนใจ คลิกเลย http://www.trendbody.com/index.asp?id=432
miko เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 15 28 มิ.ย. 2550 (09:32)
จริงหรือไม่จริง ก็ต้องทำการวิจัย ใช่มั๊ย?
0862971717 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 16 7 ก.ค. 2550 (21:59)
การแพทย์แผนโบราณของไทยก็มีการล้างลำไส้เช่นกัน แต่เป็นลำไส้เล็ก เพราะอาหารและยาส่วนใหญ่จะกลายเป็นด่าง (pH) และดูดซึมที่ลำไส้เล็ก โบราณเรียกว่าการประจุ เมื่อประจุด้วยยาสมุนไพรแล้ว ขยะทั้งหลายในลำไส้จะถูกถ่ายออกผ่านทวารหนัก การทำdetoxจะล้างลำไส้ใหญ่ได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น ในขณะที่การประจุจะกำจัดขยะได้ตลอดทางจากลำไส้เล็กจนสุดลำไส้ใหญ่ ภูมิปัญญาคนโบราณนั้นลึกซึ้งมากนัก
yama เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน91 ครั้ง - ดาว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 17 9 ก.ค. 2550 (14:28)
คนเราส่วนใหญ่บริโภคอาหารไม่ถูกต้องกันมานาน รวมทั้งตัวผมเองด้วย

มีคำพูดที่ว่า YOU ARE WHAT YOU EAT คนไทยเราส่วนมากบริโภคนิยมตามก้นฝรั่ง

รวมทั้งผมด้วยเพราะเคยไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาช่วงหนึ่ง คนเราเอาสารพิษใส่ไว้ในตัวตลอดเวลา จนทำให้ร่างกายเรามีสภาพเป็นกรดในเกือบทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งตัวการที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บก็คือสภาพความเป็นกรดภายในร่างกายของเรานั่นเอง การทำให้ร่างกายสมดุลคือจะทำอย่างไรให้สภาพภายในของเรามีความเป็นด่างโดยเฉพาะของเหลวภายในร่างกายเช่น น้ำ น้ำเหลือง เลือด ถ้าผู้ที่เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์มาบ้างคือ ค่า Ph ประมาณ 7.5 ขึ้นไปจะมีค่าความเป็นด่าง รวมทั้งควบคุมระดับวิตามิน และเกลือแร่ ในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม คนเราส่วนใหญ่ไปแก้กันที่ปลายเหตุและต้องการผลลัพธ์ในระยะสั้นๆ โดยลืมคำนึงไปว่าเราใส่สารพิษเข้าไปในร่างกายมาเป็นเวลานับสิบๆ ปี แต่ต้องการบำบัดให้ได้ภายในวันสองวัน ก็เลยเป็นช่องทางให้มีการโฆษณาชวนเชื่อในรูปแบบต่างๆ มากมาย อาจมีหลายคนอาจจะคัดค้านความเห็นของผมนะ แต่ต้องการให้เราๆ ท่านๆ ลองไตร่ตรองดูให้ดีว่าเป็นความจริงหรือไม่ เหตุผลที่พวกเราคล้อยตามโฆษณาประเภทนี้ก็คือ หน่วยงานที่ควรจะรับผิดชอบจริงๆ จังๆ ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างจริงจังกับโฆษณาพวกนี้ พอมีเรื่องราวกันที่ก็จัดการกันเสียที่ แล้วก็ไม่เคยจะบอกให้พวกเราๆ ท่านๆ ได้ทราบกันเลยว่าทำอะไรกันไปบ้าง..แต่อย่างน้อยๆ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านนะครับที่คิดจะเปลียนแปลงตัวเองให้มีสุขถาพทีดีขึ้น
booyanya เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 18 11 ก.ค. 2550 (21:57)
ลมเยอะ ถ่ายก็ลำบากทั้งที่ ผัก ปลาก็กินทามมายจึงเปนเช่นนี้ครับ

ลมในลำไส้ใหญ่อ่ะคับไม่ใช่ลมในกระเพาะอาหาร กิน air X ไม่ได้
กฤษณ์32714 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 20 5 ส.ค. 2550 (16:19)
คุณกฤษณ์32714 ต้องสังเกตตนเอง ไม่มีใครรู้จักตัวเรามากกว่าตนเอง พิจารณาดูว่ากินอะไรเข้าไปจึงตดมาก เวลาตดมากๆ ควรเข้าห้องน้ำลองถ่ายอุจจาระว่าออกไหม ถ้าถ่ายไปแล้วครั้งหนึ่งอาจจะไม่มีกากเหลืออยู่ ก็ควรจะลดอาหารที่ทำให้ตดมาก ได้แก่ ถั่วต่างๆ สะตอ ข่า ตะไคร้ฯลฯ



อันที่จริงเรื่องตดเป็นของธรรมดา ถ้าท้องไม่ผูกตดมักจะไม่เหม็นแต่มีเสียงดัง ถ้าไม่ตดออกมาแก๊สในลำไส้ใหญ่จะดันขึ้นลำไส้เล็ก ทำให้ท้องอืดได้เหมือนกัน ปกติคนเราจะมีลมกองหยาบออกทางทวารหนักด้านล่าง และลมกองละเอียดที่ออกมาด้วยการเรอทางปาก โบราณท่านให้กินน้ำขิงแก้ลมออกทางปาก และกินน้ำข่า (ต้มข่าไก่, ต้มยำกุ้ง หรือเมนูที่มีข่าผสมอยู่) แก้ลมออกจากทวารหนัก (ทำให้ลมกับกากอาหารออกมาพร้อมๆ กันจะได้ไม่ตดบ่อย)



อยากได้กากอาหารต้องลองกิน ฝรั่งสุกๆ (รสไม่ฝาด) กล้วยน้ำว้าสุก (รสไม่ฝาด) น้ำต้ม(เนื้อใน)ลูกสำรอง มะละกอสุก ลูกแก้วมังกร ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ
yama เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน91 ครั้ง - ดาว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 23 16 พ.ย. 2550 (10:30)
พียงดื่มกาแฟ คุณก็สวยสุขภาพดีได้ “กาแฟทิพ” อีกหนึ่งนวัตกรรม เปิดโลกใหม่แห่งกาแฟที่คัดสรรสิ่งดี ๆ จากธรรมชาติมารวมอยู่ใน 1 ถ้วยของคุณ ให้ 1 ถ้วยโปรดของคุณสร้างสิ่งที่ตาเห็นได้มากกว่าที่เคย มาสร้างชีวิตให้มีชีวาด้วยกาแฟทิพ สนใจผลิตภัณฑ์หรือเป็นตัวแทนจำหน่าย (ผลตอบแทนที่คุณพอใจ)

ติดต่อคุณหมวย 084-102-4242
punarukmak เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 24 12 ธ.ค. 2550 (17:45)
คลอโรฟิลด์หล่ะค่ะมีคำอธิบายบ้างมั้ยค่ะ :D
bongkoch เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 25 6 ม.ค. 2551 (16:59)
70962
ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้ดี ๆ
blacksky เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 130 ดวง - โหวตเพิ่มดาว




Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 22,283 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 370 ครั้ง
ได้รับดาว 31 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : star@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-9620127
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in3.3645 seconds !