<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/329" type="text/javascript"></script> |
|
ดีท็อกซ์: ล้างพิษร่างกาย ... ทำได้จริงหรือ?
มีโฆษณา ชวนสาวๆ ที่อยากสวยใส ไร้มลพิษ ไปทำ ดีท็อกซ์ (Detox) กลายเป็นแฟชั่นฮิต เรื่องอาหารการกิน อีกเรื่องหนึ่งในยุคนี้ ดีท็อกซ์ ช่วยล้างพิษให้ร่างกายได้จริงหรือ และมีความจำเป็นกับชีวิตเราเพียงใด ดร. นำชัย พาเราร่วมค้นหาความจริงในบทความนี้
post ครั้งแรก: Tue 20 June 2006, 1:56 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 20 June 2006, 1:56 pm
|
ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม
ดีท็อกซ์
ได้ผลจริงหรือ?
บางคนก็ว่า การทำดีท็อกซ์ได้ผลดี แต่บางคนก็มีได้ผลน้อยหรือมีปัญหาตอนทำดีท็อกซ์ด้วยซ้ำไป ... ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? การที่ทำดีท็อกซ์แล้วได้ผลดีในบางคนนั้น เนื่องจากอาหารจำพวกผักและผลไม้มีผลดีต่อร่างกายดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ในรายที่ทานผัก ผลไม้น้อยหรือไม่ยอมทานเอาเสียเลย จึงมีโอกาสเห็นผลได้เร็วและมาก ... แม้ว่าอาจจะเป็นช่วงเวลาการเข้าคอร์สเพียง 3-10 วัน โดยเฉพาะในคนที่ปกติไม่ทานผักผลไม้ หรือทานผักผลไม้น้อยอยู่แล้ว
การลดอาหารจำพวกแป้งก็เป็นวิธีหลักของคนที่ต้องการลดน้ำหนักอยู่แล้ว เพราะการที่คนเรามีน้ำหนักตัวเพิ่ม สาเหตุหลักก็คือ มีพลังงานจากอาหารที่ทานเข้าไปมากกว่าพลังงานที่นำไปใช้งานแต่ละวัน จึงเกิดการสะสม และพลังงานที่ว่านั้น ก็มาจากแป้งและไขมันต่างๆ เป็นหลักนั่นเอง แต่การงดแป้งไปเลยมีผลเสียมากนะครับ ไม่ควรทำ (อันนี้ขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ)
แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญทางฝั่งที่ไม่เชื่อว่า การทำดีท็อกซ์จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดีอย่างจริงจังอยู่ไม่น้อยเช่นกัน พวกเขาไม่เชื่อว่า สมมติฐาน ที่ว่า ร่างกายของคนเราสะสม สารพิษ ที่มาจากสิ่งแวดล้อม และจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งต้องมีการ ล้าง(สาร) พิษ เหล่านี้ออกจากร่างกายนั้น ไม่น่าจะเป็นความจริงครับ
![]() mind detox.jpg |
detox your finances.jpg |
ความโด่งดังของดีท็อกซ์ในต่างประเทศจะเห็นได้ทางอ้อมจากชื่อของหนังสือเหล่านี้ |
|
แม้หลายคนอาจจะรู้สึกเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะ แต่ ข้อเท็จจริง (fact) ที่เป็นที่ประจักษ์อย่างไม่ทีทางโต้แย้งได้ก็คือ คนเรามีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งอาจจะชี้ให้เห็นได้ว่า ร่างกายมีวิธีจัดการกับสารพิษต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากอยู่แล้วตามธรรมชาติ
ผู้ที่ให้ความเห็นเรื่องนี้ได้แรงและชัดเจนที่สุดรายหนึ่งก็คือ คุณหมอวินเซนท์ คอร์ดาโร แพทย์จากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐฯ (หรือที่คุ้นกันในชื่อ FDA) บอกว่า ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง เผ่าพันธุ์มนุษย์คงจะต้องไม่สามารถอยู่รอดได้
คุณหมอปีเตอร์ โฟดอร์ กล่าวแรงไปกว่านั้นอีก คือถึงกับฟันธงลงไปเลยว่า มีการสร้างแนวคิดเกี่ยวกับสารพิษพวกนี้ขึ้นมา เพราะมันจะทำให้พวกเขามีอะไรบางอย่างที่ทำให้สามารถ แสร้งว่า รักษาได้ ในขณะที่ดร. ไมเคิล เฮิร์ท ผู้อำนวยการศูนย์แพทย์บูรณาการ (the Center for Integrative Medicine) ที่ศูนย์การแพทย์เอนซิโน-ทาร์ซานา ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการปวดศีรษะหรืออาการภูมิแพ้ที่อ้างกันว่า เป็นผลมาจากสารพิษในร่างกายว่าเกิดจากคนจำนวนมากมักนอนหลับไม่เพียงพอ ทานน้ำตาลมากเกินไป และมีความเครียดสูง ดังนั้น ไลฟ์สไตล์ (life style) ของคนเหล่านี้ต่างหากที่เป็นต้นเหตุของอาการป่วยข้างต้น ไม่ใช่สารพิษดังที่อ้างกัน
อันที่จริงแนวคิดเรื่องการล้างพิษนี้มีกล่าวถึงมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ จีน และอินเดียโบราณ แต่ปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ก็คือ แม้จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังไม่เคยมีใครสามารถระบุได้ว่า สารพิษที่ว่าสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดความเจ็บป่วยต่างๆ นานานั้น คือ สารอะไรกันแน่
ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่งที่อาจทำให้การทำดีท็อกซ์เป็นเรื่อง เกินจำเป็น ก็คือ ร่างกายของคนเรานั้นมีวิวัฒนาการตามธรรมชาติที่ดีเยี่ยมอย่างน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น ปริมาณของเสียที่ร่างกายขอเรากำจัดได้ในแต่ละครั้งที่เราปัสสาวะนั้น หากต้องการช่วยให้เรากำจัดของเสียได้เท่าๆ กันด้วยวิธีการอบซาวนา
เราก็จะต้องอบจนเหงื่อออกอย่างชุ่มโชกไปไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง!
คนกลุ่มนี้จึงสรุปว่า ... ดูเหมือนว่า ร่างกายจะไม่ต้องการความช่วยเหลือในการกำจัดของเสียสักเท่าไหร่นะครับ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการทำดีท็อกซ์
การทำดีท็อกซ์อาจก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน หากไม่ระมัดระวังอย่างเพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น ตั้งแต่รู้สึกเหนื่อยอ่อน ปวดศีรษะ ไปจนถึงขั้นล้มป่วย ซึ่งก็มักจะอ้างกันว่าเป็นผลจากที่ร่างกายกำลังขจัดของเสียต่างๆ ออกมา แต่อันที่จริงแล้ว เป็นผลมาจากการที่ร่างกายปรับตัวไม่ได้ เนื่องจากขาดอาหารอย่างปัจจุบันทันด่วนนั่นเอง นอกจากนี้ การทำดีท็อกซ์ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้เกิดการขาดสารอาหารหรือแร่ธาตุบางอย่างได้ และอาจทำให้ลดภูมิต้านทานของร่างกายลง
ซึ่งตรงกันข้ามกับข้ออ้างที่ว่า ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน
ส่วนการที่ดูเหมือนว่า การทำดีท็อกซ์ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วนั้น ก็มักจะเป็นเพียงภาวะเพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นผลมาจากการสูญเสียไขมันและน้ำปริมาณมากอย่างปุบปับ เนื่องจากการปรับเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเรื่องอาหารอย่างหนัก ซึ่งน้ำหนักเหล่านี้จะกลับมาทันทีที่คุณเลิกทำดีท็อกซ์ และหันกลับไปทานอาหารโปรด (ซึ่งก็มักจะอยู่ในรายการอาหารต้องห้าม) จนทำให้เกิดผลกระทบแบบลูกดิ่งโย-โย (Yo-yo effect)
ซึ่งผลลัพธ์ที่จะได้ก็คือ การเกิดอาการเดี๋ยวอ้วน เดี๋ยวผอมสลับกันไปมา ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาวมากยิ่งขึ้นไปอีก
ตัวอย่างเรื่องสรรพคุณเกินจริงในต่างประเทศ
ดังที่เล่าให้ฟังเป็นบ้างแล้วข้างต้นว่า เรื่องดีท็อกซ์นี้ มีการอวดอ้างสรรพคุณหลายๆ อย่างเกินจริง องค์กรที่ดูแลเรื่องนี้ในต่างประเทศก็จับตาดูอยู่นะครับ เช่น คณะกรรมาธิการการค้าของสหพันธ์หรือเอฟทีซี (FTC, Federal Trade Commission) ประเทศสหรัฐฯ เคยเล่นงานบริษัทที่กล่าวอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ของตนสามารถใช้รักษาโรคได้ เช่น บริษัทชื่อ ลิเวอไรท์ โปรดักส์ (Liverite Products Inc.) ที่เมืองทัสกิน ที่กล่าวอ้างเกินจริงเรื่องอาหารเสริมของตนที่มีส่วนผสมของตับวัวว่า สามารถ ล้างพิษ ตับและช่วยรักษาโรคตับที่เกิดจากแอลกอฮอล์ โรคตับอักเสบ และโรคตับแข็งได้ ก็ถูกเอฟทีซีสั่งฟ้องและถูกศาลสร้างสั่งปรับเป็นเงิน 60,000 เหรียญ
บริษัทลากูนา ฮิลล์ ที่อ้างว่า การฟอกเลือดของตนสามารถรักษาโรคหัวใจได้ ซึ่งแพ้คดีที่ถูกเอฟทีซีฟ้องร้องต่อศาล เพราะข้อมูลจากสถาบันวิชาการต่างๆ รวมทั้งสมาคมหัวใจแห่งอเมริกาว่ายืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
เรื่องการสวนล้างทำความสะอาดลำไส้ด้วยน้ำหรือกาแฟก็เช่นกัน แพทย์จำนวนมากต่างยืนยันตรงกันว่า ไม่มีหลักฐานเลยว่า ลำไส้สร้างของเสียตามที่อ้างกัน นอกจากนี้แล้ว ลำไส้ก็จะผลัดเปลี่ยนเซลล์บุผิวทุกๆ สัปดาห์อยู่แล้ว อันที่จริง มีเพียงรัฐเดียวในสหรัฐฯ คือ ฟลอริดา ที่ยินยอมให้มีการสวนล้างทำความสะอาดลำไส้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งก็พบว่า มีรายงานเรื่องการติดเชื้อ การบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตจากกระบวนการดังกล่าว
คำตอบในเรื่องสุขภาพที่ดีคงต้องคิดไปถึงหลักการเบื้องต้นง่ายๆ ในหนังสือ สุขศึกษา (ที่ผมเรียนสมัยเด็กๆ) นั่นก็คือ ทานอาหารให้ครบหมู่และถูกสัดส่วน ทานน้ำให้มากพอ นอนหลับสนิทอย่างเพียงพอ และออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือไปจาก ทางสายกลาง เหล่านี้แล้ว ก็ให้ระวังตัวกันไว้บ้างก็ดีนะครับ เพราะว่า อะไรๆ ที่เกินพอดีหรือสุดโต่งไปมากๆ หรืออ้างกันว่าดีเลิศ วิเศษนั้น ก็มักจะไม่ค่อยจะดีจริงหรอกครับ
อยากได้สุขภาพที่ดีคงต้องลงแรงบ้าง ... ทางลัดสำหรับเรื่องนี้ คงไม่มีจริงกระมังครับ J
แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ข้อมูลเรื่องการทำดีท็อกซ์นั้นหาได้ไม่ยากนะครับ ที่เป็นหนังสือเล่มภาษาไทย ผมก็เห็นว่ามีแล้วเช่นกันนะครับ ถ้าลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตด้วยคำว่า detox หรือ detoxification ดูก็จะพบว่า มีข้อมูลอยู่มากมายมหาศาล โดยเฉพาะข้อมูลฝ่ายที่สนับสนุนและเห็นดีเห็นงามด้วยนะครับ แต่ถ้าใครอยากได้ข้อมูลจากฝ่ายที่เห็นว่า ควรจะต้องระมัดระวังเรื่องนี้กันไว้บ้างก็ลองดูที่ http://www.weightlossresources.co.uk/diet/detox.htm หรือไม่ก็ดูที่ http://www.quackwatch.org/01QuackeryRelatedTopics/detox.html
|

ทุกวันนี้ร่างกายเราได้รับสารแปลกปลอมในอากาศ ที่หลีกเลี่ยงควันพิษ ไม่ได้เลยในเมืองหลวง แถมยังทานอาหารที่มีสิ่งสารพิษตกค้างมากมาย ทั้งที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจก็ตาม เราไม่อาจทราบได้เลยว่าสิ่งที่เรานำ เข้าสู่ร่างกายในละวันนั้น พา เราไปพบกับความเสี่ยงในโรคร้ายต่างๆได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว ทำDetox บ้างไม่ถึงขั้นบ่อยนัก แรกนั้นก็อดอาหารทานแต่ผลไม้เป็นเวลา1 สัปดาห์ ปีนึงทำเช่นนี้3ครั้ง รู้สึกเบามาก แต่ต่อมาก็ใช้ตัวช่วย เพราะอดอาหารไม่ไหว ถ้าใครสนใจก็พอจะแนะนำได้บ้างคะ ลองติดต่อไปที่ 086 313 0845 นะคะอาจช่วยได้ไม่มากก็น้อยคะ
ได้ผลครับ เพราะผมเปิดคอรสดีท็อกที่มาเลเซีย สิงค์โปร ไต้หวัน คนที่มีปัญหาต่างๆ ที่แพทยแผนปัจจุบันไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากให้ยา ทำคีโม ภูมิแพ้ ฯลฯ ที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา โดยที่อาการไม่ได้ดีขึ้นเลย
อยากให้คนไทยอย่ากลัวหรือวิตกกังวลมากจนเกินไปครับ เพราะว่ากว่าจะเป็นที่ยอมรับกันฝรั่งทดสอบ วิจัย จนเป็นที่แน่นอนแล้ว
ที่หมอแผนปัจจุบันเค้าไม่อยากแนะนำให้ทำเพราะเกรงจะเสียคนไข้ไปครับ วิวัฒนาการการรักษาต่างๆ ต่างประเทศเค้าล้ำหน้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อย่าไปเชื่อหมอ เพียงเพราะว่าเป็นหมอ ต้องทำเองถึงจะรู้
ต้องขออภัยที่พูดตรงๆ นะครับ
กฤษฏ์
เชียงใหม่
DETOX คำๆ นี้ช่วงเวลานี้ฮิตกันมาก คนส่วนใหญ่พากันหันมาดูแลเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยพิษภัยจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมเห็นด้วยกับคุณbooyanyaครับที่บอกว่า You are What you eat. เรื่องจริงครับคุณกินอย่างไร คุณก็ได้อย่างนั้นล่ะครับ ต้องเข้าใจไว้ว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์กินพืช ไม่ใช่สัตว์กินเนื้อ เพราะเราไม่มีเขี้ยวเหมือนกับเสือ...สิงห์โต และสัตว์ดุร้ายหลายชนิด แต่เรามีฟันเหมือนสัตว์กินพืชทั่วๆ ไป เช่น ช้าง วัว กวาง ฯลฯ ทุกวันนี้มนุษย์เราทานเนื้อสัตว์กันเยอะมาก ไม่ค่อยทานผักผลไม้กันน่ะครับ ปัญหาก็เลยเกิดขึ้นกับมนุษย์ คือระบบขับถ่ายมีปัญหา ท้องผูก ก่อเกิดเป็นริดสีดวงทวาร และรุกรามเป็นมะเร็งลำไส้ในที่สุด น่ากลัวมากครับถ้าเรายังไม่ยอมเปลี่ยนแปลพฤติกรรมการกินของเราๆ เห็นคนอีนๆ เป็นมะเร็งกันมากมาย ไม่ช้าอาจเป็นเรา ควรรีบ DETOX ล้างลำไส้เสียแต่วันนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ในอนาคต ผมอยากแนะนำแบ่งปันสุขภาพที่ดีต่อเพื่อนๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ไฟโต-ไฟเบอร์ ธัญพืชจากธรรมชาติ 100 % เพียงแค่ชงดื่ม เห็นผลชัดเจนภายใน 8-12 ช.ม. ซึ่งผมและคนในครอบครัวผมรับประทานกันทุกคน ขอบอกว่าดีมากๆ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องท้องผูก(ถึงผูกเรื้อรัง) จุกเสียดแน่นท้อง ขับถ่ายไม่ออก ที่สำคัญจะช่วยล้างสารพิษในให้หมดไป ทำให้ลำไส้สะอาด รู้สึกโล่งท้องโปร่งสบาย ถ้าสนใจผลิตภัณฑ์ก็โทร.สอบถามผมได้ครับ ที่ 086-3373518 เพราะทานมาตลอดรุ้สึกดีขึ้น จึงหาวิธีกินสินค้าในราคาถูก เรียกว่ากินดี กินถูก กินฟรี แถมกินแล้วยังมีรายได้เป็นที่น่าพอใจ ยินดีให้คำแนะนำครับ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |