คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32977" type="text/javascript"></script>
เรื่องเป้าหมายของชีวิต
ท่านสาธุชนและนักศึกษาผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลายอาตมาจะได้บรรยายธรรมมะโดยหัวข้อว่าเป้าหมายของชีวิตตามที่ท่านทั้งหลายขอร้องคำว่าเป้าหมายของชีวิตฟังดูเป็นคำใหม่ๆเป็นคำนักประพันธ์อยู่ว่าแต่ก็เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ที่จำเป็นที่ควรจะรู้เป็นเรื่องชองธรรมมะได้เห
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 10,048 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 4 October 2007, 10:59 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 4 October 2007, 12:00 pm

หน้าที่ 2 - ความทุกข์
ฉะนั้นความทุกข์ก็เหมือนกันหมดนั่นแหละคือทุกข์เพราะว่ามีกิเลสนั้นกิเลสมันนำไปสู่ความยึดมั่นถือมั่นเพราะความโง่กิเลสมันมาจากความโง่ยึดมั่นถือมั่นมีตัวกูมีอะไรของกูมีทุกอย่างเป็นของกูแล้วก็เป็นทุกข์ด้วยเรื่องของตัวกูมันไม่ได้อย่างที่ตัวกูต้องการมันก็เป็นทุกข์ถ้ายึดมั่นในสิ่งต่างๆก็จะเป็นไปตามความจำนงของตนแล้วมันก็ไม่เป็นตามความประสงค์ของตนมันก็ต้องเป็นทุกข์ก็มีความอยากอย่างยิ่งมีความหวังอย่างยิ่งมันก็ไม่ได้ตามที่อยากที่หวังมันก็เป็นทุกข์ตามหลักของพระพุทธศาสนาถือว่าความอยากเป็นเหตุให้เกิดทุกข์เพราะว่าความอยากมันทำให้เกิดความรู้สึกอีกอันนึงว่าฉัน กู อยากพอมีฉันมีอยากมีปัญหาที่มากับตัวกู กูก็ต้องทนทุกข์ทนทรมานกับปัญหานั้นๆยึดถือบ้านเรือนของกูปัญหาเกี่ยวกับบ้านเรือนก็มาทับถมกูยึดถือว่าเงินทองทรัพย์สมบัติของกูปัญหาของกู


ขณะนั้นมาทับถมกูครอบครัวอะไรของกูปัญหาเหล่านั้นก็มาทับถมกูความเกิดของกูปัญหาความเกิดก็มาทับถมกูความแก่ความเจ็บของกูปัญหานั้นก็มาทับถมกูความตายของกูปัญหาเรื่องความตายก็มาทับถมกูก็เป็นทุกข์ไปหมดร้อนไปหมดไม่มีเย็นเลยถ้าเมื่อใดมันไม่มีสิ่งเหล่านั้นมันก็เย็นฉะนั้นพยายามที่จะดับความร้อนเหล่านั้นเสียแล้วก็พบความเย็นที่สุดนั่นก็คือความหมายของชีวิตอยู่ที่นั่นไม่ต้องรอจนตายแล้วไปที่นั่นที่ไหนอย่างที่เขาเชื่อกันเขาพูดกันมันเข้านิพพานไปเข้าที่ไหนตายแล้วอะไรจะไปเข้ามีชีวิตที่มีประโยชน์อย่างไรมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็เป็นเรื่องตายแล้วมีชีวิตแล้วมันยังเป็นๆมีชีวิตอยู่นี่


ฉะนั้นความเย็นเด็ดขาดร้อนอีกไม่ได้เรียกว่านิพพานคือหมดกิเลสเดี๋ยวนี้เราอยู่ที่นี่นี่ไม่เรียกว่าจุดหมายปลายทางคือเราอยู่ที่ต้นทางหรือตัวทางก็แล้วแต่จะเรียกเรามีปัญหาพอว่าเราถึงจดหมายปลายทางจึงจะไม่เป็นทุกข์เดี๋ยวนี้เราแต่งงานกับกิเลสมันก็ต้องเป็นทุกข์มารู้จักกิเลสที่เรากอดรัดหรือถือไว้และกว้างทิ้งออกไปเพื่อหยุดร้อนแล้วมันก็จะเย็นพอถึงเป้าหมายของชีวิตจุดนี้ก็เย็นเป็นอยู่ด้วยความเย็นมีชีวิตอยู่ด้วยความเย็นใช้คำว่าความเย็นมาเป็นภาพพจน์เป็นอุปมาถ้าจะให้ไม่มีความทุกข์เลยเราเรียกว่าความเย็นถ้าทุกข์มันร้อนเพราะว่ากิเลสเป็นของร้อนมีกิเลสเผาก็ร้อนไม่มีกิเลสเผาก็เย็นพอดิ้นรนไปๆเรื่อยไปๆ


จนกว่าจะถึงจุดที่ว่าไม่มีกิเลสแล้วมันเย็นก็เป็นเป้าหมายใฝ่หาไปมีชีวิตอยู่อย่างเย็นไม่มีทุกข์เลยแล้วเวลาทั้งหมดก็เคลื่อนไหวไปด้วยการทำประโยชน์แก่ทุกคนไม่ใช่เย็นแค่น้ำแข็งนอนตายอยู่ในน้ำแข็งเย็นแต่ทางจิตทางวิญญาณเป็นสุขที่สุดพอใจที่สุดก็ทำงานทำอะไรต่างๆพอที่มันจะทำได้และสิ่งอันนั้นมันก็เป็นประโยชน์แก่ทุกคนนั้นมันเลยไม่ใช่เย็นคนเดียวไม่ให้คนอื่นปล่อยไปสู่ความเย็นหรือให้ความเย็นได้โดยลำดับงั้นเป้าหมายชีวิตที่แท้จริงไม่ได้เย็นคนเดียวไม่ใช่ถึงคนเดียวถ้าถึงแล้วมันจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนด้วยพระพุทธเจ้าบรรลุนิพพาน



55668



ตั้งแต่วันตรัสรู้ท่านก็อยู่ด้วยความเย็นมาตลอดพระชนม์ชีพของท่านแล้วก็พลอยคนทั้งหมดทั้งปวงพลอยเย็นไปด้วยดำเนินไปตามความเย็นอีกมากมายนับไม่ถ้วนนั่นแหละเป้าหมายปลายทางเป็นผู้ที่กำหนดช่วยผู้อื่นให้หมดจากความทุกข์ได้ด้วยก็ไปคิดเองเราจะไม่มีความทุกข์เลยเคลื่อนไหวจะเป็นประโยชน์แก่คนทุกคนอยู่จนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายคือสังขารร่างกายแตกดับลงไปแล้วมันก็เลิกกันไม่ต้องพูดกัน


เดี๋ยวนี้ถึงความเย็นที่เป็นพระนิพพานกันได้แล้งคนนั้นจะมีประโยชน์แก่ทุกคนด้วยนี่เป้าหมายแห่งชีวิตตามหลักแห่งพระธรรมหรือพระพุทธศาสนาเมื่อให้อาตมาตอบมันก็ต้องตอบตามหลักธรรมมะในพระพุทธศาสนาที่ศึกษาค้นคว้าอยู่ตลอดเวลาจะไปตอบโดยทางอื่นแนวอื่นกระแสอื่นนั้นไม่ได้ถ้าเขาจะใช้จิตวิทยาใช้ปรัชญาใช้อะไรกันมาเป็นหลักวินิจฉัยว่าเป้าหมายของชีวิตคืออะไรแล้วก็ต้องเป็นเรื่องอื่นแน่ไม่มาสู่อันนี้ไม่มาสู่อันที่ว่าเย็นแห่งชีวิตในลักษณะที่เป็นนิพพานที่เรียกว่าพูดกันทีเดียวถึงจุดปลายทางสูงสุดของมนุษย์ผู้มีสติปัญญาถ้าเราไปถามขี้เมากลางถนนว่าเป้าหมายของชีวิตคืออะไรมันก็คือมีเหล้ากินมากๆนั้นล่ะเป้าหมายแห่งชีวิตหรือจะไปถามไอ้คนอันธพาลบางคนว่าเป้าหมายของชีวิตคืออะไรมันก็เรื่องสนุกสนานเอร็ดอร่อยเนื้อหนังปนเปรอนั้นคือเป้าหมายแห่งชีวิตนั้นมันคือคนที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตคืออะไรมีความคิดเห็นของตนเองเป็นมิจฉาทิฐิอะวิชารู้จักชีวิตแต่ในทางมุ่งหมายแต่ความโง่ของเขารู้เขาก็เอาตามแบบเป้าหมายของชีวิตไปตามแบบความโง่ของเขาคนธรรมดาสามัญอาจจะพูดว่ามีสติทรัพย์สมบัติพอตัวมีเกียรติยศชื่อเสียงพอตัวมีคนรักใคร่แวดล้อมพอตัวนี่เป็นเป้าหมายแห่งชีวิตก็ได้เหมือนกันถูกเพียงแค่นั้นมันไม่ได้ถามว่าเย็นหรือเปล่ามีทรัพย์สมบัติด้วยมีอำนาจวาสนามีเกียรติยศชื่อเสียงมีพวกพ้องบริวารแล้วมันเย็นหรือเปล่าถ้าเย็นก็ได้เหมือนกันถ้าไม่เย็นก็ไม่ใช่นี่นี้คนธรรมดาเขามีสิ่งเหล่านั้นแล้วเขาไม่รู้จักทำให้มันเย็นอาจเป็นร้อนมากกว่าเดิมก็ได้ยิ่งมีเงินมากก็ร้อนมากยิ่งมีเกียรติยศชื่อเสียงมากยิ่งร้อนมากยิ่งมีวาสนามากยิ่งร้อนมากก็ได้นั้นยังไม่ใช่นิพพาน


ถ้ามีสิ่งเหล่านั้นด้วยแล้วก็มีความเย็นอย่างที่ว่านี้ด้วยก็ได้นิพพานเป้าหมายแห่งชีวิตที่สมบูรณ์ที่สุดคือในแง่จิตแง่วิญญาณก็สมบูรณ์ในแง่วัตถุร่างกายก็สมบูรณ์แต่ทีนั้นมันไม่จำเป็นถ้าเราต้องการความเย็นอย่างแท้จริงทางจิตทางวิญญาณเราก็ไม่มีปัญหาเรื่องทรัพย์สมบัติเรื่องเกียรติยศชื่อเสียงอำนาจวาสนาพูดให้มันตรงลงไปเลยว่าไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติไม่ต้องมีอำนาจวาสนาเกียรติยศชื่อเสียงอะไรก็ได้แต่สามารถบรรลุนิพพานได้อย่างพระอรหันต์มีทรัพย์สมบัติเพียงจีวรอยู่กับบาตรใบหนึ่งสำหรับขอทานมันมีเท่านั้นล่ะจึงบรรลุนิพพานซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของชีวิตได้นั้นมันจึงถือว่าไม่เกี่ยวกันถ้าเราต้องการมีทรัพย์สมบัติมีอะไรมากๆเรื่องมันก็ยุ่งมากมันก็รบกวนมากมันก็ทำให้เกิดกิเลสได้ง่ายมันก็ไม่เย็นนั้นเรามีทรัพย์สมบัติ


แต่พอสมควรจะมีเกียรติยศชื่อเสียงบ้างก็มีแต่พอสมควรมีอำนาจวาสนาก็มีแต่พอสมควรมีคนรักใคร่เพื่อนฝูงมิตรสหายบริวารก็พอสมควรคำว่าพอสมควรคือไม่ทำให้ร้อนขึ้นมาถ้าทำให้ร้อนขึ้นมาก็ถือว่าเกินและและเกินควรถือว่าทีไม่ถูกมีไม่เป็นร้อนนะนั้นมีที่เท่าจำเป็นที่ควรจะมีและก็มีให้ถูกต้องมีให้เป็นและก็ไม่ร้อนเลยและมันก็เย็นไปคิดหาทางเอาเองเมื่อยังต้องการเป็นชีวิตฆราวาสครองเรือนมีทรัพย์สมบัติมีบุตรภรรยาสามี มีอะไรต่างๆนั่นแล้วจะไปทำให้มันเย็นได้อย่างไรถ้าไม่สามารถจะทำให้เย็นที่สุดได้ก็ทำเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันเขาเรียกว่ามันมีส่วนเย็นอยู่แล้วมีส่วนเย็นอยู่บ้าง


เพียงแต่ว่ามันไม่ถึงที่สุดถ้าถึงที่สุดก็เรียกว่านิพพานนั้นเป็นเป้าหมายของชีวิตที่สมบูรณ์ที่สุดมันก็เย็นบ้างหรือเป็นส่วนมากที่ยังเป็นความร้อนแล้วก็ยังมีแบ่งชั้นแบ่งความจริงเป็นไว้ชั้นพระโสดาบัน ชั้นพระจิตาคามี ชั้นพระอนาคามี 3ชั้นนี้เป็นฆราวาสก็ได้เพราะว่าชั้นสุดท้ายคือพระอรหันต์นั้นจึงจะเป็นนิพพานสมบูรณ์คือเย็นสนิทเป้าหมายชีวิตสมบูรณ์ถ้าเป็นโสดาบัน จิตาคามี อนาคามีมันเกือบสมบูรณ์คือมันใกล้เข้าไปในเขตสมบูรณ์เป้าหมายชีวิตที่เกือบสมบูรณ์ใกล้ต่อความสมบูรณ์ถ้าเป็นพระนิพพานพระอรหันต์
ก็สมบูรณ์ที่สุดนี่เราเป็นฆราวาสที่เอียงเข้าไปหาเป้าหมายชีวิตที่ถูกต้องมากอยู่เหมือนกันเป็นพระโสดาบันหมายความว่ามีความเข้าใจถูกต้องมีความคิดเห็นถูกต้องมีความเชื่อถูกต้องและก็มีความต้องการอย่างถูกต้องแล้วมันก็มีการพูดจาการทำงานการดำรงชีวิตอย่างถูกต้องพากเพียรมีสติสมาธิที่อยู่อย่างถูกต้องนี้ก็เรียกว่าเป็นพระโสดาบันถ้าถือกระแสความถูกต้องของเป้าหมายแห่งชีวิตคือนิพพานแต่ยังไม่ถึงพระนิพพานโดยตรงแต่เข้าไปในกระแสเป้าหมายแห่งถูกต้องคือพระนิพพาน


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,245 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

เรื่องเป้าหมายของชีวิต [10,049]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,257]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,123]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [415,889]
Global Warming { English } [159,129]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.