คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32999" type="text/javascript"></script>
โรคเบาหวาน - ทำไมรักษาไม่ได้เสียที?
โรคเบาหวานกลายเป็นโรคระบาดทั้งๆ ที่ไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ ปีหนึ่งๆ ทั่วโลกจะมีคนป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ๕ ล้านคน ทุกหมู่บ้านในชนบทไทยจะพบผู้ป่วยเบาหวานในวัยทองจำนวนมากขึ้นๆ ส่วนวัยรุ่น และวัยเด็กก็แข่งกันเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้เขียน: หมอยาไท ชมแล้ว: 17,435 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 5 October 2007, 1:18 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 23 January 2008, 10:49 am
สารบัญ

หน้าที่ 3 - การแก้ปัญหาโรคเบาหวาน
การแก้ไขปัญหาโรคเบาหวานมิใช่เรื่องยากเกินสติปัญญาของคนไทย ถ้าคนไทยไม่ปัดแข้งปัดขากันเอง อยากเด่นอยากดัง อยากร่ำอยากรวย อยากมีชื่อเสียง จนทำให้คนอี่นเสียชื่อเสียง ทุกวันนี้ใครก็ตามเสนอหน้าว่ารักษาโรคที่แพทย์ตะวันตกรักษาไม่ได้ ก็จะถูกยำเละ กลายเป็นผู้ต้องหา เพราะกฎหมายมีมากมายหลายฉบับ หลายมาตรา จะเอาผิดก็ไม่ยาก โดยเฉพาะผู้ต้องหาต้องแก้ต่างด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคน (กฎหมายห้ามทดลองในคน)

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลต้องให้งบวิจัยแก่นักสังคมศาสตร์ ไม่ใช่แพทย์ เพราะมีอคติและมีเวลาน้อย ข้าพเจ้าขอตีกรอบให้แคบเข้าในการวิจัย ขอให้วิจัยการใช้น้ำมันพืชปรุงอาหารในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานในชนบท สอบประวัติการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ประวัติการใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีว่าใช้มานานแค่ไหน กินวันละกี่ซีซี ประวัติทางการรักษา มีการกินยาอะไรบ้างทั้งสมุนไพรและยาแผนปัจจุบัน

กระทรวงสาธารณสุขต้องจริงใจกับแพทย์โบราณเพื่อหาทางป้องกันหรือรักษาโรคเบาหวาน เหมือนยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่เวชภัณฑ์ขาดแคลน และรัฐบาลในขณะนั้นสั่ง นพ.อวย เกตุสิงห์ ไปค้นสมุนไพรแก้โรคมาลาเรียใช้รักษาประชาชน

หรือมิฉะนั้น รัฐบาลและข้าราชการสธ.ต้องยอมให้มีพรบ.สภาแพทย์แผนไทย เพื่อการฟื้นฟูความรู้และวิชาชีพหมอโบราณอย่างจริงจัง โดยมิเกรงว่าการแพทย์ปัจจุบันจะถูกบดบังรัศมี ขอให้ดูวิถีการประสานประโยชน์ของการแพทย์จีนโบราณกับแผนปัจจุบันจีน เป็นตัวอย่าง อย่าให้หมอโบราณกับปัจจุบันเป็นเหมือนไก่ในสุ่มที่ต้องตีกัน รอวันถูกเชือด (เหมือนนักการเมือง)

ในขณะที่หมอโบราณต้องยอมเปิดเผยวิธีการรักษาที่ถูกต้อง เหมือนครั้งที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ ๓ ทรงให้หมอโบราณสมัยนั้นสาบานว่า ตำรับยาที่จารึกในศิลาจารึกวัดโพธิ์ เคยใช้รักษาคนป่วยได้จริง นอกจากนี้รัฐบาลต้องเป็นผู้จดสิทธิบัตรยาเพื่อนำไปพัฒนาเป็นยาแผนปัจจุบัน เพื่อส่งออกยาแก้โรคเบาหวานไปขายชาวโลก

ถ้าทุกฝ่ายจริงใจ จริงจัง ข้าพเจ้าเชื่อว่า ประเทศไทยจะเจริญเหมือนในครั้งพุทธกาล ที่เมืองตักศิลา (ตอนใต้ของไทยปัจจุบัน) เป็นมหาวิทยาลัยแพทย์สมุนไพร ซึ่งสามารถสอนท่านหมอชีวก โกมารภัจจ์ จนเป็นแพทย์ที่มีความสามารถผ่าตัดสมองได้ในครั้งพุทธกาล

ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรปล่อยให้โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง ("โรคเรื้อรัง" โปรดคลิกดูที่ URL http://www.cdri.multiply.com) เพราะจะทำให้อายุสั้น หรือ ตาบอดเพราะต้อหิน หรือเป็นโรคไตวายเรื้อรัง สำหรับผู้ป่วยเพศชายจะเป็นโรค"นกเขาไม่ขัน (Erectile dysfunction)" ขาดความสุขในชีวิตสมรส จนบางคนมีความเบี่ยงเบียนทางเพศ (กลายเป็นเกย์)


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 พ.ย. 2550 (19:06)
จะรู้ได้ไงว่าเป็นเบาหวาน
แล้วถ้าคนผอมจาเปนเบาหวานไหม?
anonneng เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 23 ม.ค. 2551 (11:02)
ขออภัยที่เพิ่งเห็นคำถาม เพราะข้าพเจ้าย้ายไป URL http://cdri.multiply.com เนื่องจากมี
อิสระในการเขียนมากกว่า สามารถ admin blog ของตนเองได้

คำถามว่าคนผอมจะเป็นเบาหวานได้ไหม? คำตอบเอาจากของแท้ๆ เลย สตรีที่เป็นเพื่อนภรรยาของข้าพเจ้าเอง ไม่ชอบกินผักรสขม ไม่ว่าจะเป็นมะระ หรือ สะเดา ฯลฯ ร่างกายผอม แต่ก็วัดน้ำตาลในเลือดได้เกิน ๑๑๐ มก./ดล.โดยวิธีการเจาะเลือด หลังจากที่งดอาหาร+เครื่องดื่ม ๘ ชั่วโมง

การสังเกตว่าตนเองจะป่วยเป็นเบาหวานหรือไม่ ให้ลองปัสสาวะในภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว ทิ้งไว้ในที่ๆ มีมดเดินพลุกพล่าน ถ้ามดไม่ตอมก็พอจะเบาใจได้ บางคนซักกางเกงในตากไว้ที่ราวผ้ามดยังพากันมาตอมเหงื่อ หรือ ปัสสาวะที่อาจตกค้างจากการซัก

อีกวิธีหนึ่งให้สังเกตว่าแผลเล็กๆ เช่น หนามตำ หรือ ข่วน ปกติจะหายภายใน ๓-๕ วัน ถ้า ๗ วันแล้วก็ยังไม่หายให้สงสัยว่า กำลังจะเป็นเบาหวาน บางทีแพทย์ก็เรียกว่าโรคเส้นเลือดฝอย
อักเสบเรื้อรัง ถ้าเจาะเลือดหาน้ำตาลได้ต่ำกว่า ๑๑๐ มก./ดล.
หมอยาไท เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 14 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


หมอยาไท
(สถาบันวิจัยโรคเรื้อรัง)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,610 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 10 เดือน
แบ่งปันความรู้ 14 ครั้ง
ได้รับดาว 150 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

โรคเบาหวาน - ทำไมรักษาไม่ได้เสียที? [17,436]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,925]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,031]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,284]
Global Warming { English } [142,159]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.