สารบัญ
หน้าที่ 3 - การแก้ปัญหาโรคเบาหวาน
การแก้ไขปัญหาโรคเบาหวานมิใช่เรื่องยากเกินสติปัญญาของคนไทย ถ้าคนไทยไม่ปัดแข้งปัดขากันเอง อยากเด่นอยากดัง อยากร่ำอยากรวย อยากมีชื่อเสียง จนทำให้คนอี่นเสียชื่อเสียง ทุกวันนี้ใครก็ตามเสนอหน้าว่ารักษาโรคที่แพทย์ตะวันตกรักษาไม่ได้ ก็จะถูกยำเละ กลายเป็นผู้ต้องหา เพราะกฎหมายมีมากมายหลายฉบับ หลายมาตรา จะเอาผิดก็ไม่ยาก โดยเฉพาะผู้ต้องหาต้องแก้ต่างด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคน (กฎหมายห้ามทดลองในคน)
ด้วยเหตุนี้รัฐบาลต้องให้งบวิจัยแก่นักสังคมศาสตร์ ไม่ใช่แพทย์ เพราะมีอคติและมีเวลาน้อย ข้าพเจ้าขอตีกรอบให้แคบเข้าในการวิจัย ขอให้วิจัยการใช้น้ำมันพืชปรุงอาหารในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานในชนบท สอบประวัติการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ประวัติการใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีว่าใช้มานานแค่ไหน กินวันละกี่ซีซี ประวัติทางการรักษา มีการกินยาอะไรบ้างทั้งสมุนไพรและยาแผนปัจจุบัน
กระทรวงสาธารณสุขต้องจริงใจกับแพทย์โบราณเพื่อหาทางป้องกันหรือรักษาโรคเบาหวาน เหมือนยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่เวชภัณฑ์ขาดแคลน และรัฐบาลในขณะนั้นสั่ง นพ.อวย เกตุสิงห์ ไปค้นสมุนไพรแก้โรคมาลาเรียใช้รักษาประชาชน
หรือมิฉะนั้น รัฐบาลและข้าราชการสธ.ต้องยอมให้มีพรบ.สภาแพทย์แผนไทย เพื่อการฟื้นฟูความรู้และวิชาชีพหมอโบราณอย่างจริงจัง โดยมิเกรงว่าการแพทย์ปัจจุบันจะถูกบดบังรัศมี ขอให้ดูวิถีการประสานประโยชน์ของการแพทย์จีนโบราณกับแผนปัจจุบันจีน เป็นตัวอย่าง อย่าให้หมอโบราณกับปัจจุบันเป็นเหมือนไก่ในสุ่มที่ต้องตีกัน รอวันถูกเชือด (เหมือนนักการเมือง)
ในขณะที่หมอโบราณต้องยอมเปิดเผยวิธีการรักษาที่ถูกต้อง เหมือนครั้งที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ ๓ ทรงให้หมอโบราณสมัยนั้นสาบานว่า ตำรับยาที่จารึกในศิลาจารึกวัดโพธิ์ เคยใช้รักษาคนป่วยได้จริง นอกจากนี้รัฐบาลต้องเป็นผู้จดสิทธิบัตรยาเพื่อนำไปพัฒนาเป็นยาแผนปัจจุบัน เพื่อส่งออกยาแก้โรคเบาหวานไปขายชาวโลก
ถ้าทุกฝ่ายจริงใจ จริงจัง ข้าพเจ้าเชื่อว่า ประเทศไทยจะเจริญเหมือนในครั้งพุทธกาล ที่เมืองตักศิลา (ตอนใต้ของไทยปัจจุบัน) เป็นมหาวิทยาลัยแพทย์สมุนไพร ซึ่งสามารถสอนท่านหมอชีวก โกมารภัจจ์ จนเป็นแพทย์ที่มีความสามารถผ่าตัดสมองได้ในครั้งพุทธกาล
ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรปล่อยให้โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง
("โรคเรื้อรัง" โปรดคลิกดูที่ URL http://www.cdri.multiply.com) เพราะจะทำให้อายุสั้น หรือ ตาบอดเพราะต้อหิน หรือเป็นโรคไตวายเรื้อรัง สำหรับผู้ป่วยเพศชายจะเป็นโรค"นกเขาไม่ขัน (Erectile dysfunction)" ขาดความสุขในชีวิตสมรส จนบางคนมีความเบี่ยงเบียนทางเพศ (กลายเป็นเกย์)
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 พ.ย. 2550 (19:06) จะรู้ได้ไงว่าเป็นเบาหวาน
แล้วถ้าคนผอมจาเปนเบาหวานไหม?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 23 ม.ค. 2551 (11:02) ขออภัยที่เพิ่งเห็นคำถาม เพราะข้าพเจ้าย้ายไป URL
http://cdri.multiply.com เนื่องจากมี
อิสระในการเขียนมากกว่า สามารถ admin blog ของตนเองได้
คำถามว่าคนผอมจะเป็นเบาหวานได้ไหม? คำตอบเอาจากของแท้ๆ เลย สตรีที่เป็นเพื่อนภรรยาของข้าพเจ้าเอง ไม่ชอบกินผักรสขม ไม่ว่าจะเป็นมะระ หรือ สะเดา ฯลฯ ร่างกายผอม แต่ก็วัดน้ำตาลในเลือดได้เกิน ๑๑๐ มก./ดล.โดยวิธีการเจาะเลือด หลังจากที่งดอาหาร+เครื่องดื่ม ๘ ชั่วโมง
การสังเกตว่าตนเองจะป่วยเป็นเบาหวานหรือไม่ ให้ลองปัสสาวะในภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว ทิ้งไว้ในที่ๆ มีมดเดินพลุกพล่าน ถ้ามดไม่ตอมก็พอจะเบาใจได้ บางคนซักกางเกงในตากไว้ที่ราวผ้ามดยังพากันมาตอมเหงื่อ หรือ ปัสสาวะที่อาจตกค้างจากการซัก
อีกวิธีหนึ่งให้สังเกตว่าแผลเล็กๆ เช่น หนามตำ หรือ ข่วน ปกติจะหายภายใน ๓-๕ วัน ถ้า ๗ วันแล้วก็ยังไม่หายให้สงสัยว่า กำลังจะเป็นเบาหวาน บางทีแพทย์ก็เรียกว่าโรคเส้นเลือดฝอย
อักเสบเรื้อรัง ถ้าเจาะเลือดหาน้ำตาลได้ต่ำกว่า ๑๑๐ มก./ดล.