 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33041" type="text/javascript"></script> |
|
ทำวัตรเช้าทำวัตรเย็น
มันไม่มีประเพณีในครั้งพระพุทธกาลเรามาตั้งกันใหม่ในประเทศนี้ที่พระพุทธศาสนาเข้ามาถึงแต่ว่าการกระทำบางอย่างซึ่งรวมอยู่ในการทำวัตรสวดมนต์บางอย่างมีพระพุทธกาลนั้นคือการสาธยายธรรมถ้าเธอมีปัญญาฉลาดสังเกตจะพบว่าที่เรียกว่าทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นที่จะทำกำลังจะทำอยู่
post ครั้งแรก: Mon 8 October 2007, 2:28 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 8 October 2007, 2:47 pm
|
หน้าที่ 1 - วิมุติตาณัตตะนะ
ทีนี้มันยังมีดีกว่านั้นถึงอาจจะไม่เคยได้ยินก็ต้องให้เขาเรียกว่าทางวิมุติตาณัตตะนะทางที่จะติดต่อกับวิมุติ คำว่าภิกษุฟังธรรมอยู่ก็ดี เมื่อบุคคลฟังธรรมอยู่ก็ดี แสดงธรรมอยู่ก็ดี สาธยายธรรมอยู่ก็ดี คิดนึกธรรมอยู่ก็ดี เจริญภาวนาอยู่ก็ดี 5 อย่างนี้มันเป็นทางแห่งวิมุติ ข้อแรกเมื่อภิกษุฟังธรรมเข้าใจธรรม ซึมทราบในธรรม เกิดปราโมทย์ เกิดปิติ เกิดสุข เกิดสมาธิ ตามลำดับเกิดสมาธิ เกิดยะถาโพธะญาณทัศนะเห็นธรรมตามที่เป็นจริงถึงที่เป็นทาน เป็นราคะ เป็นวิมุติภิกษุเป็นผู้ฟังธรรม บุคคลฟังธรรมจิตไปตามแนวนั้นทีนี้
ถ้าบุคคลแสดงธรรมให้ผู้อื่นฟังอยู่ไม่ใช่ฟังธรรมแต่เป็นผู้แสดงซะเอง แสดงไปคิดนึกไปอย่างลึกซึ้งมันถึงจุดที่ว่าเข้าใจธรรมที่แสดงพอใจมีปราโมทย์ มีปิติ มีความสุข มีสมาธิขึ้นมาโดยความพอใจ แล้วก็มียะถาโพธะญาณทัศนะเห็นธรรมที่เป็นจริงเพราะจิตเป็นสมาธิแล้วก็เกิดปิติถา เบื่อหน่าย ราคะ กายหนัก และจิตจะหลุดพ้นจากสิ่งที่ยึดถือนี่อย่างที่ 2 เป็นผู้แสดงธรรมอย่างที่ 3 สาธยายธรรมเมื่อเขาสาธยายธรรมอยู่ซึมทราบในธรรมมะนั้นโดยเฉพาะเกิดความ ปิติ ปราโมทย์ ก็เป็นสุขชนิดที่ทำให้เกิดจิตเป็นสมาธิ สมาธิมันเห็นตามที่เป็นจริงคือยะถาโพธะญาณทัศนะเกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดและหลุดพ้นเมื่อสาธยายธรรมอยู่แท้ๆก็เป็นโอกาสที่บุคคลมีจิตชนิดนั้นที่แจ่มแจ้งโดยธรรมมีปราโมทย์ มีปิติ มีสุขมีสมาธิแล้วก็มียะถาโพธญาณทัศนะมีมีพิทาน มีราคะ และก็มีวิมุติ
ส่วนคิดธรรมมะ วิปัสสนา ภาวนาจะไม่พูดถึงเพราะมันยังไม่เกี่ยวกันทีนี้ว่าเราฟังธรรมก็ดีเราแสดงธรรมเองก็ดี เราสาธยายธรรมอยู่ก็ดี 3 อย่างนี้เป็นเหตุให้เกิดโอกาสสำหรับเรื่องจิตใจที่จะรวมกันเป็นสมาธิเห็นธรรมตามที่เป็นจริงแล้วก็เกิดวิมุติได้ทีนี้ในการทำวัตรเช้าวัตรเย็นนี่มันมีสาเหตุมาขยายถือว่าบทสวดของเรามันเป็นบทขยายก็จะต้องทำให้เป็นการสาธยายที่ดีด้วยจิตที่สำรวมดีคือนั่งให้ดีสำรวมจิตให้ดีตั้งสติให้ดีแล้วก็สาธยายด้วยความรู้สึกที่สมบูรณ์ก็เป็นการสาธยายที่ดีให้ปะเหมาะมันซึมทราบในบทสาธยายนั้นเข้าใจในธรรมมันก็พอใจแล้วก็ปราโมทย์มันก็ปิติก็ปัสสะทิวิกฤตสงบลงไปแล้วก็เป็นความสุขมันก็เกิดสมาธิเกิดยะถาโพธิญาณทัศนะเราจึงถือว่าในโอกาสทำวัตรเช้าเย็นนี่มัน
ก็มีการสาธยายธรรมรวมอยู่ด้วยสาธยายนั้นก็เป็นทางแห่งวิมุติทางหนึ่งใน 5 ทางก็ทำให้ดีที่สุดมันก็เพิ่มความสว่างไสวแจ่มแจ้งมากขึ้นในขณะที่ทำวัตร
สาธยายบททำวัตรหรือบทมนต์ บทมนต์พิเศษบทอะไรก็ตามคือนี่มันก็ได้เพิ่มขึ้นไปอีกแหละก็จิตมันก็เป็นสมาธิเป็นสติอยู่ในบทที่สวดนั้นแล้วไม่ต้องกลัวเรื่องกิเลสมันต้องกลัวว่าจะเกิดความคิดประเภทบุคคล ตัวตน เราเขาอะไรขอให้เอาจิตผูกพันลงไปในบทที่สวดสาธยายนี่เป็นประการที่หนึ่งที่เรียกว่าทำวัตรสวดมนต์นะมันมีความหมายอย่างนี้ นี้ประการที่ 2 จะเรียกว่าเป็นธรรมสมาธิน้อยๆในระดับน้อยเป็นสมาธิในระดับน้อยเป็นหมู่ๆก็ได้ทั้งหมู่เลยคนที่จะสวดออกไปอย่างถูกต้องมันต้องมีสมาธิต้องมีจิตเป็นสมาธิ สมาธิในสิ่งที่สวด
ในเสียงที่สวด ในเสียงที่ได้ยินจิตก็ไม่ฟุ้งซ่านหนีไปอื่นถ้าเราทำได้ในเรื่องนี้ก็คือการปฏิบัตินี้ฝึกจิตให้แน่วแน่อยู่กับสิ่งที่สวดเธอนั่งสวดปากเธอว่าแต่ใจเธอไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อย่างนี้ไม่ๆมีสมาธิพอจิตอยู่กับบทที่สวดจนตลอดซิอย่าให้ไปไหนในระหว่างที่สวด หนีไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ปากมันว่าได้เพราะมันเคยชินอย่างนี้ไม่มีสมาธิไอ้ปากที่ว่าต้องว่าด้วยจิตที่เป็นสมาธิอยู่ในบทที่ว่าตั้งแต่ต้นจนจบอย่าให้ปากมันว่าอยู่ว่าตามความเคยชินแต่จิตไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้สังเกตดูให้ดีถ้าใครมันอยู่ในลักษณะอย่างนี้มันก็ให้รู้เหอะว่ายังไม่พอยังไม่ถูกก็จัดการกันเสียใหม่ปรับปรุงตัวเองเสียใหม่ให้เป็นว่าตั้งแต่ลงมือทำวัตรจนจบทำวัตรนี่จิตไม่เคยหนีไปไหนอยูแต่กับบทที่สวดนี่
ทั้งนั้นนี่เขาเรียกว่าทำสมาธิในตัวเป็นสมาธิอัตโนมัติไอ้เรื่องสมาธินี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยๆเป็นเรื่องครึ่งหนึ่งเข้าไปแล้ว ศีล สมาธิ ปัญญาขอให้ได้ผลชัดเจนลงไปว่าเมื่อทำวัตรสวดมนต์นี่ก็เป็นการทำสมาธิชนิดหนึ่งรวมอยู่ด้วยทำกันเป็นหมู่เลยทั้งหมู่เลยต่างส่วนก็ต่างกำหนดส่วนที่สวดเสียงที่สวดไม่ฟุ้งซ่านไปไหนก็เป็นสมาธิได้เหมือนกันแม้จะเป็นสมาธิน้อยๆมันก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้ได้สมาธิที่มากขึ้นไปสูงขึ้นไปขึ้นไปได้นั่นก็ควรตั้งจิตให้ดีตั้งแต่ลงมือสวดจนกว่าจะสวดเสร็จ
จงเป็นสมาธิในเสียงที่สวดนั่นตลอดเวลาอย่าให้จิตหนีไปเที่ยวหรือที่อื่นตั้งหลาย 10 แห่งกว่าจะสวดทำวัตรจบอาจสวดไปได้ตลอดแต่จิตหนีไปเที่ยวที่อื่นตั้งหลาย 10 ครั้งอย่างนี้ล้มละลายไม่ได้อะนิสงฆ์ส่วนที่เรียกว่าสมาธินี่เป็นเรื่องที่2 ทีนี้เรื่องที่ 3 ขอให้สวดทำวัตรนี่เป็นพุทราแล้วสติเพราะว่าเมื่อเรารู้คำแปลของบทที่สวดทราบในพระคุณของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงอย่างคล่องแคล่วอยู่แล้วปากของเราว่าพระคุณนั้นออกไปอะระหังก็ดีสัมมาสัมพุทโธก็ดีวิชาจะระณะสัมปันโนก็ดีสุตะโตก็ดี โลกะวิทูก็ดี
ขอให้รู้สึกในคุณของพระพุทธเจ้าอย่างนั้นจริงๆมีพระคุณของพระพุทธเจ้ามาอาบรดอยู่ที่จิตใจของเราได้หรือว่าเรามีความหนักแน่นแน่นแฟ้นลงไปในเรื่องของพระธรรมบทนั้นยิ่งๆขึ้นไปทุกๆที่เราสวดบทพระธรรมคุณอย่างนี้ก็ได้หรือว่าเราสวดบทของพระสงฆ์ก็ให้รู้จักพระคุณของสงฆ์คือมนุษย์ธรรมดาสามารถเปลี่ยนอริยะบุคคลได้นั่นแหละมีคุณสมบัติเป็นพระโสดากสินาคาอนาคาได้เพื่อว่าจะได้รู้สึกว่าแม้เราก็เหมือนกันไม่อยู่นอกวิสัยไม่เหลือวิสัยที่เราจะเป็นเช่นนั้นได้เราสวดบทสังฆคุณเพราะฉะนั้นจิตใจของเราก็จะแจ่มแจ้งชัดเจนในพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณยิ่งๆขึ้นไปหรือว่าถ้าทำได้มากกว่านั้นพระคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็จะมาอาบย้อมจิตใจของเราให้เยือกเย็นนี่จึงเป็นเหมือนว่าเราเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ทุกเวลาที่เราทำวัตรเช้าเย็นนี่ก็เยอะแยะไปหมดแล้วมันจึงสูงสุดนั้นคุณค่าที่เราได้ประพฤติปฏิบัติเราสวดมนต์ทำวัตรที่บ้านไม่สะดวกทำไม่ได้ดี
เมื่อรอโอกาสหลีกออกมามันเป็นชีวิตอย่างนี้เราต้องทำได้ดีดังนั้นเราอย่าได้ระโอกาสอันนี้เสียจงพยายามควบคุมสติสัมปชัญญะและจิตทำให้มีการทำวัตรสวดมนต์ที่ดีที่สุดเต็มร้อยเปอร์เซ็นเลยเหมือนว่าเราพบพระพุทธเจ้าทั้งเช้าทั้งเย็นอาบรดด้วยพระคุณของพระพุทธเจ้าทั้งเช้าทั้งเย็นระลึกได้ทำสมาธิในเสียงของพระธรรมในคุณของพระธรรมของพระสงฆ์ทั้งเช้าทั้งเย็นและเราก็ได้สาธยายท่องจำบทพระธรรมต่างๆที่ควรจะสาธยายงั้นขอให้ทำได้เรื่องอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3อย่างนี้ที่ว่ามาแล้วคือเป็นการสาธยายที่ว่ามานี่เป็นโอกาสให้จิตใจอดระงับได้มีโอกาสทำสมาธิในเสียงที่สวดในธรรมมะที่นึกระลึกนึกถึงมี่ 2 สามก็ให้อาบรดด้วยพระคุณของพรระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เมื่อเราสวดบทพระพุทธคุณถ้าเราสวดธรรมมะบทอื่นๆก็ต้องรอให้เป้าหมายของธรรมมะนั้นเจริญขึ้นในใจของเราฝังแน่นลงไปในใจของเราแน่นๆขึ้นไปนี่เพียงแต่ทำวัตรเช้าเย็นที่ทำกันจริงจังถูกต้องเนี่ยก็มีประโยชน์มหาศาลนั้นขอให้เธอพยายามทำวัตรเช้าเย็นในลักษณะอย่างนี้เรื่อยไปจนกว่าจะหมดโอกาสจะลาสิกขาลาสิกถ้าจะทำก็จะพอให้ทำดีที่สุด 100 เปอร์เซ็นแล้วมันจะเปลี่ยนจิตใจของเธอให้เป็นอย่างคนละคนเลยแล้วมันจะให้ผลตอบแทนกับเธอจึงมีความสุขด้วยมีความรู้ยิ่งๆขึ้นไปด้วยสามารถบังคับตัวเองเหมือนกับที่บังคับตลอดเวลาไปตลอดชีวิตเลยสามารถควบคุมจิตบังคับสติบังคับกิเลส บังคับอะไรต่างๆได้ยิ่งๆขึ้นไปตลอดชีวิตเลยเพียงเท่านี้ก็เป็นประโยชน์มหาศาลที่เราจะได้รับจากพระพุทธศาสนาหรือที่จะได้รับจากความเป็นพุทธบริษัทเราเป็นพุทธบริษัท
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม