 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33041" type="text/javascript"></script> |
|
|
ทำวัตรเช้าทำวัตรเย็น
มันไม่มีประเพณีในครั้งพระพุทธกาลเรามาตั้งกันใหม่ในประเทศนี้ที่พระพุทธศาสนาเข้ามาถึงแต่ว่าการกระทำบางอย่างซึ่งรวมอยู่ในการทำวัตรสวดมนต์บางอย่างมีพระพุทธกาลนั้นคือการสาธยายธรรมถ้าเธอมีปัญญาฉลาดสังเกตจะพบว่าที่เรียกว่าทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นที่จะทำกำลังจะทำอยู่
post ครั้งแรก: Mon 8 October 2007, 2:28 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 8 October 2007, 2:47 pm
|
หน้าที่ 2 - พุทธมามะกะ
ทั้งทีเราควรจะจะได้รับประโยชน์อันนี้หรือนับถือพุทธศาสนาเป็นพุทธมามะกะก็ให้ได้รับประโยชน์อันนี้แม้หยุดมาเป็นมนุษย์ไม่เสียดายที่เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ต้องได้เป็นมนุษย์ที่ดีคือควบคุมความทุกข์ได้อย่างในความทุกข์มาเกิดแก่เราให้จิตใจของเรามันอยู่สูงเหนือความทุกข์มันก็สมชื่อว่าเป็นมนุษย์คือผู้ที่มันมีจิตใจสูงอยู่เหนือความทุกข์มันต้องมานั่งเป็นทุกข์ร้องไห้ยินดียินร้ายหัวเราะร้องไห้สลับกันไปเหมือนกับคนบ้าไอ้นั้นมันต้องตัดออกไปอาการแห่งคนบ้าเดี๋ยวยินดีเดี๋ยวยินร้ายหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้มันไม่ใช่อาการแห่งๆของมนุษย์ที่มีจิตใจสูงคือมนุษย์เป็นอย่างนั้นไม่ได้นั่นเป็นคนธรรมดามากเกินไปเอาละเป็นอันว่าเมื่อเธอบวชเข้ามาทางวัดปฏิบัติอยู่อย่างนี้ก็ขอให้มันเป็นการปฏิบัติทุกวินาทีทุกอิริยาบถทุกทาง ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจพอถึงเวลาที่จะทำวัตรสวดมนต์เธอก็ทำให้ได้ผลอย่างที่ว่ามา 3 ประการนั้นเวลาที่จะเดินศึกษาก็ให้ได้ประโยชน์คุ้มค่ากันเวลาพักผ่อนก็พักผ่อนด้วยจิตที่สงบไม่มีนิวรณ์มากวน
แม้แต่จะกินอาหารจะอาบน้ำจะถ่ายอุจจะระปัสสะวะจะทำอะไรก็เต็มอยู่ด้วยสติสัมปชัญญะเต็มอยู่ด้วยสติสัมปชัญญะอย่าให้เกิดช่องว่างโง่ว่าเป็นตัวกูของกูอย่างนั้นอย่างนี้กินอร่อยบ้างกินไม่อร่อยบ้างอาบน้ำสบายบ้างอาบน้ำไม่สบายบ้างแม้แต่จะถ่ายอุจจาระปัสสะวะก็เกิดอารมณ์ร้ายอารมณ์ชุนเชียวอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ดั่งใจแต่เดิมเป็นเรื่องผิดทั้งนั้นถ้ามันปกติอยู่ได้เย็นอยู่ได้ด้วยจิตปกติอยู่ได้ละก็ถูกแล้วนั้นเมื่อถึงเวลาจะทำอะไรในระหว่างนี้จงทำให้ดีที่สุดเวลาที่จะทำวัตรเช้าวัตรเย็นก็ดีเวลาที่จะฟังบรรยายก็ดี เวลาที่จะไปทำกิจส่วนตัวก็ดีแม้จะต้องไปทำงานต่ำๆ ถ้ามันจำเป็นจะต้องทำจะไปเก็บ กวาด ล้าง ถูอะไรก็ต้องมีจิตใจที่เยือกเย็นมีสติสัมปชัญญะไม่ยินดียินร้ายเหมือนที่เคยมีแต่การก่อนนี้เราตั้งใจจะพูดในวันนี้ก็เพียงเฉพะเรื่องทำวัตรสวดมนต์อย่างไรจึงจะเป็นการปฏิบัติธรรมมะที่สมบูรณ์
ขอให้ตั้งใจทำงานอย่างนั้นนั่งให้ถูกต้องคือให้มันสะดวกให้มันมั่นคงสำหรับที่จะมีจิตใจมั่นคงสำหรับที่จะดำรงสติแล้วก็ทำวัตรหรือสวดมนต์หรือถ้าจะยักไปเป็นผู้ฟังไม่สวดก็ยังได้เราจะไม่สวดเองเราจะนิ่งฟังด้วยจิตเป็นสมาธิแน่วแน่อย่างที่ว่ามาแล้วนั้นมันก็ได้เหมือนกันถ้าจะสวดก็ได้จะสวดหรือจะไม่สวดก็อย่าฟุ้งซ่านอย่าใจลอยให้มีสมาธิแน่วแน่อยู่ในเสียงที่ได้ยินเป็นการสวดรู้ความหมายแห่งถ้อยคำนั้นแล้วก็ซึมทราบใจของเราเพราะว่าเป็นเรื่องของพระคุณของพระพุทธเจ้า ของพระธรรม และของพระสงฆ์บางทีหยุดฟังเขาสวดมันก็ได้ผลลึกซึ้งกว่าก็ได้จะสวดเองก็ได้ถ้ามีสติสัมปชัญญะมันก็ไม่เสียหายอะไรมันสวดก็ได้ทางจิตกำหนดในการสวดเป็นสมาธิก็ได้ซึมทราบในข้อความนั้นพร้อมกันไปก็ได้แต่ในวันแรกๆคงจะทำอยากหน่อยพอทำไปหลายๆวันมันก็ทำได้พร้อมกันไปในหลายความหมายอย่างนี้เป็นการสาธยายความจำก็ได้ เป็นการทำสมาธิก็ได้เป็นการดื่มด่ำในรสของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็ได้ขอให้มีการทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็นที่เป็นประโยชน์สูงสุดอย่างนี้
จนกว่าจะถึงวันลาสิกขาสิงที่ตังใจจะพูดวันนี้เวลานี้ก็มีเรื่องเดียวคือว่าให้ทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นนี้ให้ดีให้รับประโยชน์และขอยุติการบรรยายและเพื่อเธอทั้งหลายจะได้ทำการสวดมนต์ทำวัตรเย็นต่อไป อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิงตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม พระธรรมเป็นธรรมที่ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ธัมมัง นะมัสสามิ ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆพระสงฆ์สาวกของผู้มีพระภาคเจ้าปฏิบัติดีแล้ว สังฆัง นะมามิ
ข้าพจ้านอบน้อมพระสงฆ์ หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัญเจวะ พุทธานุสสะตินะยัญจะ กะโรมะ เส นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น อะระหะโต ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลสสัมมาสัมพุทธัสสะ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต ขอนอบนอ้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น อะระหะโต ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น อะระหะโต ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัญจะ กะโรมะเส ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลป์ยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต ข้อกิตติศักดิ์อันงามของผู้มีพระภาคเจ้านั้นได้พูดไปแล้วอย่างนี้ว่า อิติปิ โส ภะคะวา เพราะเหตุอย่างนี้ๆพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น อะระหัง เป็นผู้ไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทโธ เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง วิชชาจะระณะสัมปันโน เป็นผู้ถือพร้อมด้วยวิชชาจะระณะ สุคะโต เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี โลกะวิทู เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สามารถฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า สัตถาเทวะมะนุสสานัง เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พุทโธ เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานด้วยธรรม ภะคะวาติ เป็นผู้มีความจำเริญจำแนกคำสั่งสอนสั่งดังนี้ หันทะ มะยัง พุทธาภิคิติง กะโรมะ เส พุทธาวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต
พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ มีความประเสริฐแห่งอรหันต์คุณเป็นต้น สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต มีพระองค์อันประกอบด้วยพระญาณ และพระกรุณาอันบริสุทธิ์ โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร พระองค์ใดทรงกระทำชนที่ดีให้เบิกบานดุจอาทิตย์ทำบัวให้บาน วันทะมะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ ผู้ไม่มีกิเลสพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง พระพุทธเจ้าพระองค์ใดเป็นสรณะอันเกษมสูงสุด ของสัตว์ทั้งหลาย ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นอันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่หนึ่งด้วยเศียรเกล้า พุทธัสสาหัสมิ ทาโสวะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะวิธาตา จะ หิตัสสะ เม พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระพุทธเจ้า วันทันโตหัง จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตามซึ่งความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้านัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง สรณะอื่นของข้าพจ้าไม่มี
พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า เอเตนะ สัจจะวะเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน ด้วยการกล่างคำสัตย์นี้ข้าพเจ้าพึงเจริญในศาสนาของพระศาสดา พุทธัง เม วันทะมาเนนะยัง ปะสุตัง อิธะ ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้ สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าด้วยเดชแห่งบุญนั้น กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา มัง กรรมน่าติเตียนอันใดที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระพุทธเจ้า พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง ขอพระพุทธเจ้าทรงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ เพื่อการสำรวมระวังในพระพุทธเจ้าในกาลต่อไป หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม พระธรรมเป็นสิ่งที่ผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว สันทิฏฐิโก เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง อะกาลิโก เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลดีไม่จำกัดการ เอหิปัสสิโก เป็นสิ่งที่ควรกล่างกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด โอปะนะยิโก เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ไดเฉพาะตนดังนี้ หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เสสวากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย พระธรรม
เป็นสิ่งที่ประเสริฐเพราะประกอบด้วยคุณคือความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นต้น โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท เป็นธรรมอันจำแนกเป็น มรรค ผล ปริยัติ และนิพพาน ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรมจากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้นอันเป็นเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง พระธรรมใดเป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก
องค์ที่สองด้วยเศียรเกล้า ธัมมัสสาหัสมิ ทาโสวะ ธัมโม เม สามิกิสสะโร ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม พระธรรมเป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะวิธาตา จะ หิตัสสะ เม พระธรรมเป็นเครื่องกำจัดทุกข์และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แก่พระธรรม วันทันโตหังจะริสสามิ ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตามซึ่งความเป็นธรรมดีของพระธรรม นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาระเน ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้
ข้าพเจ้าพึงเจริญในศาสนาของศาสดา ธัมมัง เม วันทะมาเนนะยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระธรรม ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้ สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา อันตรายทั้งปวงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าด้วยเดชแห่งบุญนั้น กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสาวา ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ธัมมัง กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระธรรม ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง ขอพระธรรมจงงดซึ่งโทษร่วงเกินอันนั้น กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม เพื่อการสำรวมระวัง ในพระธรรมในการต่อไป หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติดีแล้ว อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติตรงแล้ว ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติเป็นเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติสมควรแล้ว ยะทิทัง ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา คู่แห่งบุรุษ 4 คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ 8 บุรุษ เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า อาหุเนยโย เป็นสงฆ์ควรสักการะที่เขานำมาบูชา ปาหุเนยโย เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ทักขิเณยโย เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน อัญชะลีกะระณ๊โย เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง ฌลกัสสะติ เป็นเนื่อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่าดังนี้ หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต พระสงฆ์ที่เกิดโดยพระสัทธรรม
ประกอบด้วยคุณมีความประพฤติดีเป็นต้น โยฏัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ เป็นหมู่แห่งพระอริยะบุคคลอันประเสริฐแปดจำพวก สีลาธิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต มีกายและจิตอันอาศัยธรรมมีศีลเป็นต้น อันบวร วันทามะหัง ตะมะริยานะคะณัง สุสุทธัง ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่ง พระอริยะเจ้าเหล่านั้น อันบริสุทธ์ด้วยดี สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระนัง เขมะมุตตะมัง พระสงฆ์หมู่ใดเป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย ตติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้นอันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สามด้วยเศียรเกล้า สังฆัสสาหัสมิ ทาโสวะ สังโฆ เม สามิกิสสะโร ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์พระสงฆ์เป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า สังโฆทุกขัสสะ ฆาตา จะวิธาตา จะ หิตัสสะเม พระสงฆ์เป็นเครื่องกำจัดทุกข์และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวีตัญจิทัง ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระสงฆ์ วันทันโตหัง จะริสสามิ สังฆัสโส ปะฏิปันนะตัง
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตามซึ่งความประพฤติดีของพระสงฆ์ นัตถิเม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณังวะรัง สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ข้าพจ้าพึงเจริญในศาสนาของพระศาสดา สังฆัง เม วันทะมาเนนะยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระสงฆ์ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้ สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา อันตรายทั้งปวงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าด้วยเดชแห่งบุญนั้น กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยายัง กรรมน่าติเตียนอันใดที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระสงฆ์ สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ เพื่อการสำรวมระวังในพระสงฆ์ในกาลต่อไป
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม