คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี | เมนูส่วนตัว
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33043" type="text/javascript"></script>
ธรรมะคืออะไร? จะมีธรรมะได้อย่างไร
ท่านสาธุชนทั้งหลายทั้งที่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่เป็นนักศึกษาเป็นเด็กนักเรียนดังที่เห็นกันอยู่รวมกันมาเพื่อจะฟังธรรมะบรรยายในที่นี้มาพร้อมกันหลายคณะจึงมากก็ควรจะยินดีสิ่งที่อาตมาคิดว่าจะพูดกันนี้ก็จะต้องเป็นสิ่งที่ท่านทั้งหลายต้องการอาตมาก็ยังไม่แน่ใจว่าท่านทั้ง
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 9,995 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 8 October 2007, 3:28 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 8 October 2007, 3:36 pm

หน้าที่ 3 - หน้าที่ของตน
แต่ก็ไม่พ้นกลับที่เราต้องบังคับตัวเราพระพุทธเจ้าเป็นผู้ฝึกสัตว์แต่ก็ไม่พ้นที่เราต้องฝึกในตัวเราเองท่านสอนให้เราฝึกตัวเราเองบังคับตัวเองคำว่าธรรมะแปลว่าฝึกหรือบังคับ บังคับใคร บังคับตนเอง บังคับความรู้สึกฝ่ายต่ำด้วยความรู้สึกฝ่ายสูงนั้นเราก็มีการบังคับตัวเองกันทุกๆคน ทุกๆวัน ทุกๆชั่วโมง ทุกๆนาทีปราศจากการบังคับตัวเองแล้วมันก็ต้องผิดมันต้องมีเรื่องผิดมีเรื่องพลาดมีเรื่องไปอีกทางหนึ่งไม่ไปตามทางที่ควรจะไปมันก็จะต้องเหมือนเดินตกร่องไม่ระวังนั้นบังคับตัวเองให้ได้บูชา ชอบ พอใจ


การบังคับตัวเองอย่าเห็นเป็นเรื่องไม่สนุกสิเป็นคนไม่บังคับตัวเองมันก็ไปสูบบุหรี่บ้างไปกินเหล้าบ้างไปทำอบายมุขนาๆสารพัดอย่าง มันก็ทำไปแล้วมันก็เดือดร้อนเงินเดือนก็ไม่พอใช้รายได้ก็ไม่พอใช้เพราะมันไม่บังคับตัวเองทั้งนั้นแหละก็มีการบังคับตัวเองเงินเดือนจะพอใช้มาทันทีหรือจะปรับปรุงให้มันพอใช้ขึ้นได้ทันทีทุกอย่างมันก็จะไปในถูกไม่เหไปในทางผิดแม้ว่ามันจะเจ็บปวดเราก็ต้องชอบในการบังคับตัวเองมันต้องเจ็บปวดเป็นธรรมดาเราก็ต้องทนต้องมีขันติเป็นอุปกรณ์ในการบังคับตัวเองมันอยากจะไปเที่ยวบังคับไม่ให้ไปเที่ยวมันเจ็บปวดขึ้นมาเพราะการบังคับก็ต้องทนทนได้เพราะเป็นการบังคับตัวเองได้นั้น




56316




คนที่มันอยากจะเลิกบุหรี่หลายคนมันจะเลิกบุหรี่มันไม่มีการบังคับตัวเองมันไม่มีทางจะเลิกได้มันต้องบังคับตัวเองเมื่อเงี่ยนขึ้นมามันก็ต้องทนไม่เท่าไหร่มันก็จะเปลี่ยนแปลงแปลว่าไม่เงี่ยนหรือว่าไม่ต้องทนมันก็รอดตัวไปได้นี่เรื่องเล็กๆน้อยๆจะอดบุหรี่ จะอดเหล้า จะอดอบายมุขดื่มน้ำเมาเที่ยวกลางคืนดูการเล่น เล่นการพนันคบคนชั่วเป็นมิตรเกียจคร้านการทำการงานไอ้ความชั่วเหล่านี้ต้องบังคับให้ออกไป


ถ้าไม่มีการบังคับมันก็ไม่ออกนั้นเราก็ต้องมีการบังคับโดยยึดถือหลักว่าเราเป็นมนุษย์เราเชื่อว่าเราเป็นมนุษย์เราต้องทำได้อย่างมนุษย์นั้นเราก็ต้องทำอย่างคนโบราณเขาพูดว่าเป็นปลาหมอก็ต้องแถกไปจนเจอแห้งคือไม่ยอมถอยหลังนี่เรียกว่าไม่ยอมถอยหลังมีการไปข้างหน้าเลื่อยแม้มันจะยากก็ต้องทำเพราะวางระดับไว้เหมือนบังคับช้างตัวหนึ่งตกน้ำมันก็ต้องไม่ท้อถอยไอ้จิตที่มันประกอบอยู่ด้วยกิเลสเหมือนช้างตกมันบังคับยาก


แต่เราก็ไม่ยอมแพ้ก็บังคับจนได้เรียกว่าบังคับจิต บังคับตนได้นี่ข้อที่ 3 บังคับตัวเองถ้าเขียนเขียนให้ถูกนะข้อที่ 1. รู้จักตัวเอง ข้อที่ 2. เชื่อตัวเองข้อที่ 3. บังคับตัวเองทีนี้มาถึงข้อที่ 4. หลังจากบังคับจิตใจตัวเองก็พอใจตัวเองถ้าที่บังคับตัวเองควรจะพอใจตัวเอง ยิ่งบังคับตัวเองได้แล้วก็ยิ่งพอใจตัวเองว่าไม่เสียชาติเกิดมาเป็นมนุษย์เพราะเราไม่ได้เป็นสุนัขเป็นแมวเป็นไก่เป็นอะไรจากนั้นเราเป็นมนุษย์เราต้องมีสติปัญญาเราก็พอใจในความเป็นมนุษย์แล้วก็ชอบใจพอใจตัวเองลองทบทวนดูให้ดีอย่างนี้เราพอใจตัวเราหรือยังมันมีอะไรที่น่าพอใจบ้างเราอาจจะรักตัวเรามากทั้งๆที่ไม่มีอะไรดีทั้งๆที่มันมีอะไรที่น่ารังเกียจก็ยังพอใจตัวเองนี้มันเป็นเรื่องของกิเลสต้องหลังจากบังคับตัวเองเอาสมองออกไปหมดจึงจะพอใจตัวเองดูกันทางไหนก็ไม่มีคู่ติเตียนก็พอใจตัวเองได้นั่นแหละคือความสุข


แต่ความสุขนี้ถ้าเราจะพูดอย่างทุบดินคือความพอใจถ้ายังพอใจไม่ได้ยังไม่มีความสุขให้มีเงินเท่าไหนมี 100 ล้าน พันล้านถ้ามันไม่พอใจก็ไม่มีความสุขได้มีวิมารเกือบร้อยหลังถ้ามันไม่พอใจก็ไม่มีความสุขจะมีอะไรก็ทำแล้วมันไม่มีความสุขได้เนื้อตัวร่างกาย บุตรภรรยาสามีก็ตามถ้าเราไม่พอใจมันไม่มีอะไรนั้นความสุขมันตั้งหลากราญ


ทีนี้เราทำจนเฝ้าตัวเองได้ความสุขมันก็แสดงลูกหมุนถ้าไปหาความสุขอย่างอื่นก็ผิดหมดไปกินเหล้าเล่นการพนันไปทำไอ้อบายมุขเหล่านี้แล้วก็เป็นสุขๆๆๆนั่นสุขของคนบ้านี่หรือเป็นสุก ก สะกดมันร้อนไอ้สุขอย่างนั้นอย่าไปเอากับมันจงเอาความสุขพอใจมันว่าเราเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องเราได้ทำความเป็นมนุษย์ที่ถูกตองแล้วก็พอใจความพอใจนั้นมันเป็นความสุขโดยอัตโนมัติตั้งค่าจะเป็นสัญญาไม่ต้องๆขอให้ทำอะไรชนิดที่มันเป็นตัวเองจิตใจตัวเองตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นความสุขเหมือนกับเรามีเงินถ้าเรามีเงินมันก็มีความสุขเดี๋ยวนี้เรามีธรรมะกับใจในมนุษย์ความสุขเป็นความสุขธรรมะเป็นวิญญาณเป็นความสุขจริงเป็นความสุขใดนี่ความสุขอยู่ที่นี่จงทำอะไรชนิดที่เราพอใจตัวเอง


ได้จะสรุปความว่าให้ทำหน้าที่ของตน ของตนก็แล้วกันมนุษย์เมื่อได้ทำหน้าที่ของมนุษย์ก็พอใจตัวเองทุกคนเราต้องทำงานต่างกันบางคนอาจจะต้องกวาดถนนก็พอใจก็เป็นสุขแจวเรือจ้างก็เป็นสุขล้างท่อสกปรกก็เป็นสุขเพราว่าเราพอใจว่าได้ทำหน้าที่ของมนุษย์เราเป็นมนุษย์ไอ้กรรมมันสร้างเรามาให้เป็นได้แค่เพียงเท่านี้อย่างนี้เราก็ทำมันก็เป็นหน้าที่เหมือนกันเมื่อทำลงไปแล้วมันเป็นประโยชน์ในโลกนี้ไอ้โลกนี้มันมีหน้าที่ตั้ง 100 อย่าง 1000 อย่าง 10000 อย่าง 100000 อย่างใครทำหน้าที่ไหนสักหน้าที่ก็ได้ชื่อว่าทำประโยชน์แก่โลกนี้ไม่เสียชาติเกิดเราก็พอใจว่ามีส่วนที่จะทำให้โลกนี้มีสันติสุข มีสันติภาพ มีความสมบูรณ์แห่งความเป็นโลกนี้เป็นชาวนาก็พอใจที่ได้ทำนา เป็นชาวสวนก็พอใจที่ได้ทำสวนเป็นพ่อค้าก็พอใจที่ได้เป็นพ่อค้าเป็นนักการธนาคารก็พอใจเมื่อได้เป็นเป็นทนายความก็พอใจเมื่อได้เป็นไม่เป็นอันธพาลถ้าเป็นพ่อค้าเอากำไรขูดรีดมันเอากำไร1000 % 10000 %


ถ้าเป็นพ่อค้าก็เป็นพ่อค้าคิดแค่เพียงให้ความสะดวกสบายกับเพื่อนฝูงมนุษย์เอากำไร10 % 20%ก็พอแล้วอย่างนี้ไม่มีใครเดือดร้อนพ่อค้าคนนั้นก็เป็นที่ช่วยเหลือโลกหรือจะเป็นนักการธนาคารมันก็ช่วยเหลือโรคให้สมบูรณ์เงินทองทรัพย์สมบัติมันก็ได้บุญเพราะทำให้โลกนี้สะดวกสบายแต่ถ้ามันขูดรีดเอากำไร 100 เท่า 1000 เท่า 10000 เท่า 100000 เท่ามันก็เรียกว่าขูดรีดเอากำไรมันก็ทำบาปมันก็ไม่ขาดทุนถ้าจะพูดเลยไปถึงว่าเป็นทนายความถ้ามันเป็นทนายความที่ประกอบไปด้วยธรรมะมันก็ได้บุญเพราะมันให้ความถูกต้องยุติธรรมในโลกแก่ผู้ที่หยอดความสามารถอะไรต่างๆมันก็ได้บุญแต่ถ้ามันเป็นทนายความขูดรีดมันหรอกลวงทั้ง 2 ฝ่ายยังนี้มันก็เป็นอะไรก็เรียกเอาเองมันก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรมันก็เป็นคนบาปเป็นสัตว์นรกอะไรได้ไม่ว่าอาชีพไหนมันทำพอดีๆถูกต้องตามความเหมาะสมตามความหมายของอาชีพนั้นแล้วจะได้บุญไปหมดกระทั่งว่าจะเป็นข้าราชการทำหน้าที่ตรงตามความหมายก็ได้บุญด้วย


เป็นครูบาอาจารย์ยิ่งได้บุญมากนี่ได้ยินว่ามีครูบาอาจารย์นั่งอยู่นี่หลายคนจะเป็นนักเรียนก็มีอยู่มากอยากบอกว่าเป็นอาชีพที่ได้บุญที่จริงมันเป็นอาชีพของพระอริยะบุคคลเป็นอาชีพของปูชะนียะบุคคลเพราะว่าครูบาอาจารย์คือผู้สร้างโลกโลกนี้มันจะดีจะเลวก็แล้วแต่ครูบาอาจารย์สร้างเด็กๆขึ้นมาอย่างไรถ้าครูบาอาจารย์สร้างเด็กๆขึ้นมาดีก็มีผู้ใหญ่ดีโลกนี้ก็เต็มไปด้วยคนดีโลกนี้ก็มีความสุขถ้าครูบาอาจารย์เลวสร้างเด็กๆขึ้นมาเลวมีพลเมืองที่ดีโลกนี้ก็จะถือว่าครูบาอาจารย์เป็นผู้สอนยิ่งกว่าพระเป็นเจ้าที่เขาละเมอซะอีกเห็นชัดๆไม่ต้องละเมอว่าครูบาอาจารย์เป็นผู้สร้างโลกสร้างเด็กๆขึ้นมาอย่างไรพลเมืองมันก็เป็นอย่างนั้นพลเมืองเป็นอย่างไร


56315




โลกมันก็เป็นอย่างนั้นนี่เพียงแต่เป็นครูให้ถูกต้องเท่านั้นมันก็ได้บุญโดยถือเป็นหลักว่าใครทำหน้าที่ของตนๆอย่างถูกต้องแล้วคนนั้นได้บุญนับตั้งแต่คนกวาดถนนขึ้นไปเป็นพระราชามหากษัตริย์เป็นจักรพรรดิเป็นอะไรก็ตามทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้องแล้วล้วนแต่ได้บุญเป็นประชาชนคนหนึ่งก็ได้บุญทำให้โลกนี้มันสมบูรณ์ขึ้นมา


เราสรุปความว่าเมื่อได้ทำหน้าที่แล้วก็ได้บุญแล้วก็ควรจะพอใจถ้าไม่พอใจก็โง่เต็มทีไม่มีอะไรควรจะพอใจมันไม่พอใจในสิ่งที่ควรจะพอใจแล้วมันก็ไม่มีโอกาสจะพอใจมันไม่มีอะไรพอใจมันก็เป็นโรคประสาทถ้าเราแต่ละคนไม่มีที่พอใจอยู่ตลอดเวลามันก็เป็นบ้าเป็นโรคประสาท และก็เป็นบ้า เป็นโรคจิตแล้วก็ตายหรือว่าไม่ถึงขนาดนั้นก็เป็นโรคกระเพาะเรื้อรังเป็นโรคหลายๆโรคที่กำลังเป็นกันอยู่ไม่มีความสงบสุขได้เพราะมันไม่ชื่นใจตัวเองเสียเลยนั้นก็นึกถึงความพอใจตัวเองเป็นข้อที่ 4 เป็นธรรมะข้อที่ 4 ช่วยให้มีธรรมะข้อที่ 4 ทีนี้ข้อสุดท้ายก็คือนับถือตัวเองยกมือไหว้ตัวเองได้ที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคน ขออภัยจะถามว่าใครมีความดีจนยกมือไหว้ตัวเองได้ลองยกมือไหว้ตัวเองเดี๋ยวนี้ได้ไหมนี่คือฉากสุดท้ายมันอยู่ที่นี่คือนับถือตัวเองได้ถ้ามองดูตัวเองแล้วมันรังเกียจตัวเองไหว้ไม่ลงอย่างนี้เป็นมนุษย์ยังไม่สมบูรณ์นี่ว่ายิ่งดูยิ่งสอดส่อง ยิ่งย้อนหลังไปดูว่าเกิดความดียกมือไหว้ตัวเองโดยไม่ต้องคิดถึงที่สุดเรื่องจบแค่นี้จบที่ยกมือไหว้ตัวเองได้หลังจากพอใจตัวเองมีความสุขแล้วผู้ไม่มีอะไรอีกแล้วถึงที่สุดแห่งความเป็นมนุษย์แล้วก็ยกมือไหว้ตัวเองได้ก็เรียกว่าเคารพตัวเองมาทบทวนกันอีกสักทีว่า 1 รู้จักตัวเอง 2. เชื่อตัวเอง 3. บังคับตัวเอง 4. พอใจตัวเอง 5.เคารพตัวเอง


ทั้ง 5 อย่างนี้เป็นหลักธรรมะในพระพุทธศาสนามีชื่อเรียกในภาษาบาลีแต่ไม่อยากบอก บอกแล้วมันยุ่งหัวจำยากมันมากมายมีศรัทธาในตัวเองมีความรู้มีปัญญามีความรู้จักในตัวเองมีศรัทธาในตัวเอง มีธรรมะบังคับตัวเองมีความพอใจตัวเองเรียกว่าสันโดษหรืออะไรก็แล้วแต่มันมีหลายคำแล้วก็มีการนับถือตัวเองคือเคารพตัวเองมีความเคารพตัวเอง มีความงามอะไรของตนเองเมื่อก่อนพวกฝรั่งเขาก็ถือหลักอย่างนี้เมื่อฝรั่งเขายังดีๆอยู่เขารู้จักตัวเองก็เรียกว่าไอ เซน โน เลต รู้จักตัวเองแล้วเขาเชื่อตัวเอง ไอเซนคอนฟิกเดน คอนฟิกเดนที่แปลว่าไว้ใจหรือเชื่อตัวเองแล้วเขาบังคับตัวเองเซนคอนช่อบังคับตัวเองแล้วก็พอใจตัวเองก็มีเอกเซนคอนเทนเม้นที่แปลว่าสันโดษ ยินดี พอใจ หรือพอใจตัวเองไหว้ตัวเองได้เรียกว่าเซนเลตเตกเคารพตัวเองไหว้ตัวเองได้


แต่ฝรั่งเดี๋ยวนี้ที่เป็นอย่างนี้หาทำยายากเหมือนกันเมื่อก่อนตอนสมัยยังเด็กๆอยู่ได้ยินว่าฝรั่งที่มาเมืองไทยนี่เขามาโอ้อวดเรื่องอย่างนี้จนคนไทยต้องยอมรับเขาแหละเดี๋ยวนี้ฝรั่งชนิดนี้ก็ค่อยหายไปหายไปเพราะว่าพวกฝรั่งเขาเริ่มละทิ้งศาสนา เริ่มละทิ้งพระธรรมอย่างนี้มันก็หมดไปนี่เราตามก้นฝรั่งที่จะละทิ้งสิ่งเหล่านี้เข้าไปอีกก็ไม่มีอะไรเหลือเหมือนกันนั้นเราควรจะมีการศึกษาที่สมบูรณ์ไม่เป็นหมาหางด้วนไม่เป็นเจดียอดด้วนช่วยกันภาวนาให้การศึกษาของเราสมบูรณ์ไม่เป็นหมาหางด้วน ไม่เป็นเจดียอดด้วนเดี๋ยวนี้ก็มีครูบาอาจารย์สอนอยู่ที่นี่มากนักเรียนนักศึกษามากจะเป็นนักเรียนครูก็มีขอฝากไว้ว่ากลับไปทำให้การศึกษามีระบบสมบูรณ์ไม่เป็นหมาหางด้วนคือเรียนกันแต่วิชาหนังสือกับอาชีพไม่เรียนธรรมะเรียนแต่หนังสือกับอาชีพจบแล้วมันไม่รู้จะเป็นมนุษย์กันอย่างไรทั้งที่มันรู้หนังสือมากและมีอาชีพดีร่ำรวย


นี่เราเรียกระบบการศึกษาที่แหว่งเว้าอยู่ไม่สมบูรณ์เปรียบเหมือนหมาหางด้วนไม่น่าดูจะพูดให้ไพเราะสักหน่อยจะพูดว่าหมาหางด้วนเขาบ่นเขาด่าเอาต้องพูดว่าเหมือนกับเจดียอดด้วนแต่เจดียอดด้วนก็ไม่น่าดูมันมีฐานกับองค์เหลือครึ่งองค์มันไม่ไหวไปทำให้เจดีสมบูรณ์มียอดมีอะไรครบหมดการศึกษาที่สมบูรณ์เมื่อมีการศึกษาสมบูรณ์แล้วก็จะมีอย่างที่ว่ามีความรู้จักตัวเองเชื่อตัวเองบังคับตัวเองพอใจตัวเองได้และก็นับถือตัวเองที่สุดเพราะการศึกษามันสมบูรณ์ นี่ครูจะได้บุญมากเพราะช่วยทำให้มนุษย์เป็นอย่างนี้เหมือนกับรับใช้พระพุทธเจ้าต้องประสงค์ให้มันเป็นอย่างนี้ท่านก็สอนธรรมะไว้เป็นอย่างนี้แต่พวกเรามาช่วยกันหน่อยสนองพุทธประสงค์ช่วยกันปลุกปล้ำให้การศึกษามันสมบูรณ์ให้รุ่นเด็กๆของเรารู้จักตัวเองเชื่อตัวเองบังคับตัวเอง


พอใจตัวเอง เคารพตัวเองกันจนได้ไอ้ 5 อย่างนี้คือวิธีที่จะทำให้เรามีธรรมะตอนต้นก็พูดแล้วนี่นะว่าธรรมะคืออะไรเดี๋ยวนี้ก็จะพูดว่าจะมีธรรมะได้อย่างไรก็ด้วยการปฏิบัติ 5 ประการนี้มันก็มีธรรมะ พอมีธรรมะก็หมด หมดปัญหาไม่ใช่หมดเนื้อหมดตัวพอมีธรรมะก็หมดปัญหาไม่มีปัญหามีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และมีพระพุทธเจ้าด้วยพระพุทธเจ้านั้นตรัสว่าผู้ใดเห็นธรรมะผู้ใดเห็นเราผู้นั้นเห็นธรรมะเห็นตะสวาคตคือเห็นธรรมะเดี๋ยวนี้เราก็เห็นธรรมะก็มีพระพุทธเจ้าก็ยิ่งกว่าเห็นซะอีก มีพระพุทธเจ้าถ้าเราทำได้ถึงที่สุดจริงเรานี่เป็นพระพุทธเจ้าเสียเองไม่ใช่องค์ใหญ่ องค์โตเป็นองค์เล็กๆก็ได้เพราะเรามีธรรมะที่เป็นพระพุทธเจ้านี่คือธรรมะคืออะไร จะมีธรรมะได้อย่างไรพูดกับท่านทั้งหลายล่วงหน้าอีกสองสามวันจะปีใหม่แล้วก็ให้เป็นของขวัญปีใหม่อีก 2- 3วัยก็จะมาถึงแล้ว


ขอให้ ท่านทั้งหลายรับเอาไปในฐานะที่จะเป็นของขวัญสำหรับปีใหม่นับตั้งแต่วันที่หนึ่งมกราคมนี้เป็นต้นไปพูดกันมากเด็กๆก็จะโมโหพอจะดู สะไล้กันต่อไปอีกนี่กินเวลามาครึ่งชั่วโมงแล้วต้องหยุดเดี๋ยวธรรมะจะแตกกระจายหมดขอยุติการบรรยายไว้เพียงเท่านี้


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 12,178 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 157 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086 4907600
และ 086 4907585
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.