วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33047" type="text/javascript"></script>
พึ่งตน พึ่งธรรม
ท่านสาธุชนผู้สนใจในธรรมทั้งหลาย อาตมาถือโอกาสแสดงธรรมด้วยการบรรยายอย่างธรรมดาเพื่อสำเร็จประโยชน์โดยสะดวกเดี่ยวนี้ ท่านทั้งหลายมานั่งกันอยู่ในสถานที่นี้ ในลักษณะเช่นนี้ ในโอกาสที่ท่านทั้งหลายทำสิ่งที่เรียกกันว่าทัศนาจรขอให้จำไว้ในความรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 9,809 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 8 October 2007, 4:59 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 8 October 2007, 5:19 pm

หน้าที่ 4 - อิจฉาริษยา
เว้นแต่ไว้ไห้มันจะมีอะไรรบกวนจิตได้ มันจะมีอะไรรบกวนจิตได้ยากสบายดีไม่รัก ๆไม่เกลียด ไม่กลัว ไม่อิจฉาริษยาไม่วิตกกังวล ไม่อาลัยอาวรณ์ ไม่หวงไม่หึงอันนี้เรียกว่ามันเป็นสิ่งเลวร้ายทำให้จิตผิดปกติแล้วก็เป็นโรคจิตเป็นบ้าและตาย นี่ธรรมมะมีอยู่อย่างนี้ต้องรู้เรื่องนี้ต้องศึกษาเรื่องนี้ต้องปฏิบัติเรื่องนี้คือการทำให้จิตอะไรมาทำให้รักก็ไม่รักอะไรมาทำให้โกรธก็ไม่โกรธอะไรมาทำให้เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยนมาทำให้กลัวก็ไม่กลัว จะทำอะไรก็ไม่พอตกลงแล้ว ไม่วิตกกังวลอาลัยอาวรณ์ อิจฉาริษยา


ยกตัวอย่างอิจฉาริษยาดูสิอิจฉาริษยาใครลองมีดูสิ อิจฉาริษยาคนมีเหย้ามีเรือนร่างกายจะสร้างสารเคมีขึ้นมาชนิดหนึ่งทำให้กระเพาะเป็นโรคกระเพาะแล้วมันทำอะไรมันต้องตายแต่เดี๋ยวนี้มันหายไปได้โดยบังเอิญอะไรก็ตามจึงไม่ต้องเป็นถึงขนาดนั้น มันมีธรรมมะให้มากจะป้องกันความผิดก็เป็นจิตแห่งจิตสบายปกติมันไม่รบกวนด้วยความร้อนของกิเลสมันก็เป็นนิพพานมากขึ้นเป็นนิพพานอยู่เกือบจะตลอดเวลาเรียกว่ามีชีวิตเย็นๆไม่ใช่ชีวิตร้อนมีชีวิตเย็นอยู่เกือบตลอดเวลาอะไรแหละเรียกว่าเราอยู่กับนิพพานชั่วขณะ


56359




นิพพานน้อยๆนิพพานชั่วขณะนิพพานที่คุ้มครองได้ไม่ต้องเป็นทุกข์เป็นร้อนไม่ต้องเป็นบ้าไม่ต้องเป็นโรคประสาทให้ละอายแมวไม่เห็นแมวตัวไหนเป็นโรคประสาทแต่คนเป็นโรคประสาทกันมาก ในหมู่ที่นั่งอยู่นี้อาจมีก็ได้คนเป็นโรคประสาทต้องละอายแมวเพราะว่าแมวไม่เป็นโรคประสาทแมวตัวไหนก็ไม่เป็นโรคประสาทไม่ต้องกินยานอนหลับแต่คนต้องกินยานอนหลับมันน่าละอายแมวอย่างนี้เพราะไม่มีธรรมมะอย่างที่ว่าเพราะไม่มีธรรมมะที่ทำให้จิตผิดปกติไม่ว่าจะไปเที่ยวทัศนาจรที่ไหนก็ขอให้สังเกตดูว่ามีคนผิดปกติ บ้าๆบอๆเหงาๆเงอะๆเพราะมันเป็นโรคประสาทหรือทำอะไรไม่ดูอย่างที่เขียนอยู่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆเหมือนกันแหละ


ถ้าไปทัศนาจรนี้ขอให้ศึกษาสิ่งที่เป็นประจักษ์พยานเหมาะกับเรื่องเหล่านี้อย่างเรื่องที่จิตปกติแล้วจะไม่มีความทุกข์เลย คือมันมายึดมั่นถือมั่นอะไรโดยความเป็นตัวกูของกูเป็นอันว่าเราได้พูดกันถึงเรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง ที่พึ่งอัตตะทีภา อัตตะสะระณา อัตตะ นัญญะสะระณาเธอทั้ง หลายจึงมีตนเป็นที่พึ่งมีตนเป็นสรณะอย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งสิ่งสรณะเลยธรรมมะจีปา ธรรมมะสรณา นัญญะทีปา นัญญะสรณานั่นคือมีธรรมเป็นที่พึ่งมีธรรมเป็นสรณะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งไม่มีสรณะเป็นที่พึ่งคือมีธรรมมะเป็นสรณะธรรมมะคือเรื่องของธรรมชาติว่ารู้ธรรมมะเรื่องกฎของธรรมชาติเราก็รู้ธรรมมะเรื่องหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติเราก็ไม่รู้อะไรเลยเกิดมาจากหน้าที่ตามกฎธรรมชาติเราก็รู้เมื่อเรารู้หมดเราก็ ปฏิบัติ ถูกต้อง


นั้นธรรมมะก็เกิดขึ้นแก่เราแก่จิตใช้คำว่าเราคือแก่จิตจิตนี้ก็หลุดพ้นจากความทุกข์เรื่องก็จบตั้งต้นที่มีความทุกข์มันก็คือจบลงที่ไม่มีความทุกข์หรือสิ้นสุดความทุกข์เรื่องมันมีเท่านั้นอยู่ด้วยความทุกข์ก็เป็นวัฏสงสารทั้งวันทั้งคืนพอไม่มีทุกข์ก็เป็นนิพพานอยู่ทั้งวันทั้งคืนนิพพานมีที่นี่เดี๋ยวนี้ได้ด้วยเหตุนี้แม้ว่ายังไม่เป็นนิพพานโดยสมบูรณ์ถึงที่สุดก็เป็นนิพพานตัวอย่างเป็นนิพพานชิมลอง นิพพานชั่วคราวที่มันคุ้มเราถ้า อนุญาต ให้พูดหยาบๆก็จะพูดว่าคุ้ม กะลาหัวของเราอยู่ทุกวันทุกคืนไม่ต้องเป็นบ้าไม่ต้องเป็นประสาท



56358



ไม่ต้องเป็นโรคจิตด้วยอำนาจของนิพพานน้อยๆนิพพานชั่วขณะนี่มันคุ้มครองเราอยู่หวังว่าท่านทั้งหลายจะได้รับประโยชน์จากธรรมมะมีนิพพานน้อยๆฃองท่านคุ้มครองดับเสียซึ่งไฟราคะ โทสะ โมหะ ได้เท่าไรก็เป็นนิพพานเท่านั้นก็คุ้มครองมันก็เป็นสุขอยู่ทุกทิพาราตรีนี่เป็นการเที่ยวไปในทางของธรรมมะเที่ยวไปในพระธรรมเที่ยวไปในโลกของพระธรรมก็จะได้พบพระธรรม อยู่ด้วยพระธรรม พระธรรมก็คุ้มครองอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ามีตนเป็นที่พึ่งมีตนเป็นสรณะ


มีธรรมเป็นที่พึ่งมีธรรมเป็นสรณะการบรรยายนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้วท่านทั้งหลายเข้าใจได้เท่าไรก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งอย่างสูงสุดแก่ท่านทั้งหลายเท่านั้นอาตมาขอยุติการบรรยายนี้ลงด้วยความสมควรแก่เวลาขอให้ท่านได้มีความกล้าหาญในการที่จะปฏิบัติธรรมมะนั้นให้ดีแก่ตนสืบต่อไปขอยุติการบรรยายใครโกรธบ้างที่ต้องนั่งกลางดินยกมือใครโกรธบ้างเพราะพูดตรงๆไม่เกรงใจใครถ้าโกรธแล้วไม่ต้องมาที่นี่อีกเลิกกันถ้าไม่โกรธก็ต้องเอาไปศึกษาทำความเข้าใจให้ยิ่งๆขึ้นไปจนได้รับความสุขทำแบบนี้ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์และพบพระพุทธศาสนาเพราะมันเฉย เพราะมันเฉื่อย เพราะมันเฉก็มันนานนักแล้วทนไม่ได้รำคาญจึงต้องพูดชนิดที่มันเป็นเรื่องแก้ไข เป็นเรื่องปรับปรุง เป็นเรื่องถูขี้ใคร


ซึ่งมันจะต้องผ่าตัดคงจะดีขึ้นดีกว่าไม่ได้คิด ไม่ได้นึกอย่างนี้ ขอให้ดีขึ้นๆขอให้ได้มาเที่ยวสวนโมกข์ครั้งหนึ่งให้ดีขึ้นครั้งหนึ่งดีขึ้นระดับหนึ่งอย่างนี้เรื่อยๆไปไม่กี่ครั้งมันก็หมดปัญหาให้เป็นทัศนาจรเพื่อรู้ธรรมมะในตึกนั้นถ้าเข้าใจรูปภาพนั่นรู้ธรรมมะเยอะแยะเลยไอ้รูปภาพรูปหนึ่งมันสอนธรรมมะข้อหนึ่งเสมอหนังสืออ่านไปด้วยข้างนอกก็ศึกษาข้างในก็ศึกษาเจออะไรก็เก็บมาอ่านมีแต่คนหลงส่วนเกินเรื่องมันยุ่งไปหมดทั้งบ้านทั้งเมือง


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 3) หน้าถัดไป (หน้า 5) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 14,670 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 157 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.