ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ : วิชาการ.คอม
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)lเว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)|เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด2549,2550,2551 (TrueHits)
ใช้แก๊สโซฮอล์แล้วรถมีปัญหาจริงหรือ?
ผศ.ดร. จำนง สรพิพัฒน์ (15,390 views) first post: Thu 11 October 2007 last update: Wed 14 November 2007
ทุกวันนี้เรามักจะได้ยินคำถามที่ถามกันอยู่บ่อยๆในหมู่ผู้ใช้รถว่า “เติมแก๊สโซฮอล์แล้วรถจะมีปัญหาไหม?” ทั้งที่บริษัทน้ำมันค่ายต่างๆ ต่างก็นำเสนอบริการเติมน้ำมันเบนซินผสมเอธานอล 10% ใช้แก่ผู้ใช้รถทั่วไป ทั้งยังมีราคาต่อลิตรถูกกว่าน้ำมันเบนซินด้วยซ้ำไป แต่จนแล

หน้าที่ 1 - เอทิลแอลกอฮอล์
โดย ผศ.ดร. จำนง สรพิพัฒน์
บัณฑิตย์วิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มจธ.

ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ คงจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เจ้าเอธานอลนี้มันคืออะไร? แท้ที่จริงแล้วเจ้าเอธานอลนี้ก็คือเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งก็คือเหล้าที่ชาวบ้านดื่มกินกันนี่เอง แต่เป็นเหล้าที่ถูกกลั่นจนบริสุทธิ์ จนเกือบจะปราศน้ำและสารเจือปนอื่นๆแล้วนั่นเอง จากนั้นจึงนำเอาเอธานอลบริสุทธ์ที่ว่านี้ นำไปผสมกับน้ำมันเบนซิน ซึ่งการผสมกัน มีตั้งแต่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ไปจนกระทั่งเกินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ปกติเอธานอลบริสุทธิที่นิยมนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เพื่อทดแทนน้ำมันเบนซินมีอยู่สองเกรด


57192




แบบแรก เรียกว่า “hydrous alcohol” ชึ่งมีความบริสุทธ์ประมาณ 95% (โดยน้ำหนัก) ที่เหลือเป็นน้ำ แบบที่สองเรียกว่า “anhydrous alcohol” ซึ่งมีความบริสุทธิ์ถึง 99.5% (โดยน้ำหนัก) ที่เหลือเป็นน้ำเช่นกัน แบบแรกนั้น ไม่สามารถใช้กับเครื่องยนต์แบบธรรมดาทั่วๆไปได้ จะต้องใช้กับเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพราะปริมาณน้ำยังมีอยู่สูงเกินไปซึ่งอาจมีผลทำให้เครื่องยนต์ชำรุดได้


ส่วนแบบที่สองนั้น นิยมนำมาผสมกับน้ำมันเบนซินในสัดส่วนต่างๆกัน เช่นอาจเป็น 5%, 10% หรือ 20% ก็ได้ และสามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ธรรมดาแบบทั่วๆไป การที่ต้องใช้เอธานอลแบบที่สอง เพื่อนำใช้ผสมกับน้ำมันเบนซิน เป็นเพราะว่าเอธานอลบริสุทธิ์มากจะสามารถละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำมันเบนซินได้ดี แต่หากมีน้ำเจือปนอยู่แม้เพียงเล็กน้อยเกินกว่า 1% ขึ้นไปก็อาจมีผลทำให้น้ำแยกตัวออกจากน้ำมัน




57193



ซึ่งมีผลเสียต่อเครื่องยนต์ในระยะยาวได้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทยเป็นเนื้อน้ำมันเบนซิน90%ที่ผสมกับเอธานอล 10% โดยปริมาตร ดังนั้นเอธานอลที่นำมาผสมตามโรงกลั่นในประเทศไทยจึงเป็นแบบที่สอง

เนื่องจากเอธานอลคือแอลกอฮอล์ดีๆนี่เอง ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้าผสมเอธานอลในอัตราส่วนที่ยิ่งมากขึ้นเท่าไหร่ คุณสมบัติของแก็สโซฮอล์ที่ได้ก็จะมีแนวโน้มค่อนมาทางแอลกอฮอล์มากยิ่งขึ้นเท่านั้น ดังนั้น เพื่อที่จะตอบคำถามดังกล่าวข้างต้น จึงต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า แล้วแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ที่ว่านี้ มีคุณลักษณะที่เหมือนหรือต่างกับน้ำมันเบนซินอย่างไร ?

คุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับน้ำมันของแอลกอฮอล์
ประการแรกคือ แอลกอฮอล์บริสุทธิ์เป็นสารไวไฟเหมือนกับน้ำมัน (ถ้าไม่ไวไฟแล้วจะเอามาทำเป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันได้อย่างไรจริงไหม?) แต่แอลกอฮอล์มีคุณสมบัติเหนือกว่าเบนซินตรงที่ว่ามันมีค่าออกเทนนัมเบอร์(octane number)สูงกว่า น้ำมันเบนซิน กล่าวคือ เอธานอลจะมีค่าออกเทนนัมเบอร์(RON/MON)อยู่ระหว่าง 112-120/95-106 แต่ค่าออกเทนมันเบอร์ของน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 91-98/83-90 ค่าออกเทนนัมเบอร์เป็นค่าที่แสดงความสามารถของเชื้อเพลิงที่จะทนต่อแรงอัดและอุณหภูมิภายในกระบอกสูงในจังหวะอัดขึ้นของลูกสูบ

โดยที่ไม่เกิดการจุดระเบิดของเชื้อเพลิงก่อนเวลาอันควร หรือที่เรียกว่าเกิดอาการ “น๊อก” ของเครื่องยนต์ นี่คือเหตุผลว่า ทำไมจึงมีความนิยมในการนำเอาแก๊สโซฮอล์มาใช้แทนน้ำมันเบนซินที่มีค่าอ๊อกเทนนัมเบอร์สูงๆก่อน เช่น ในน้ำมันเบนซิน 95 เป็นต้น

แต่แอลกอฮอล์มีคุณสมบัติบางอย่างที่แตกต่างไปจากน้ำมันเบนซิน ที่สำคัญได้แก่ ประการแรก แอลกอฮอล์ให้ค่าพลังงานต่อลิตรต่ำกว่าน้ำมันเบนซิน แอลกอฮอร์ให้ค่าพลังงานความร้อนเพียง 20.5 MJต่อลิตร ขณะที่น้ำมันเบนซินให้ค่าความร้อนที่ 32.1 MJ ต่อลิตร น้ำมันเบนซิน 95 ที่จำหน่ายในประเทศไทย ประกอบด้วยน้ำมัน 95% อีก 5%เป็นสารMTBE เพื่อต้านการน๊อกของเครื่องยนต์แทนตะกั่ว ขณะที่แก๊สโซฮอล์ที่จำหน่ายประกอบด้วยน้ำมัน 90% ส่วนอีก 10% เป็นสารเอธานอลหรือแอลกอฮอล์บริสุทธิ์

ค่าพลังงานของสารMTBEกับเอธานอลนั้นมีค่าใกล้เคียงกันมาก ค่าพลังงานของแก๊สโซฮอล์ที่จำหน่าย จึงมีค่าพลังงานแตกต่างไปจากน้ำมันเบนซิน95 อยู่เพียง 5%ที่ว่านี้



57194



ดังนั้น เมื่อท่านเติมแก๊สโซฮอล์ไป ท่านจึงรู้สึกว่าการใช้แก๊สโซฮอล์นั้นสิ้นเปลืองกว่าน้ำมันเบนซินอยู่เล็กน้อย แต่ท่านไม่ต้องห่วงใยในข้อนี้ เพราะราคาที่รัฐกำหนดให้จำหน่ายได้ชดเชยค่าพลังงานต่อลิตรที่ต่ำกว่าของแก๊สโซฮอล์ไว้แล้ว เพื่อไม่ให้ผู้ใช้เสียเปรียบ

ประการที่สอง แอลกอฮอล์มีค่าความร้อนแฝงสูงกว่าของน้ำมันเบนซินมาก ซึ่งมีผลทำให้แอลกอฮอล์เปลี่ยนสถานะเป็นไอได้ยากกว่าน้ำมันเบนซิน เมื่ออากาศมีอุณหภูมิต่ำมากๆ(ต่ำกว่า ลบ 6.7 องศาเซลเซียส) เพราะแอลกอฮอล์ต้องดูดเอาความร้อนจากบริเวณที่อยู่ข้างเคียงจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นความร้อนแฝงในการระเหย แต่ข้อด้อยประการนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับกรณีของประเทศไทย เพราะประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนมีอุณหภูมิสูงทั้งปี ยกเว้นตอนที่ท่านจะไปสตาร์ทรถบนยอดภูในตอนใกล้รุ่งแถบภาคเหนือในตอนหน้าหนาว

ประการที่สาม แรงดันไอของแอลกอฮอล์ที่ผสมในน้ำมันเบนซินจะมีแรงดันสูงกว่าน้ำมันเบนซินล้วนทีอุณหภูมิปกติ จึงอาจเป็นไปได้ว่าเอธานอลอาจแยกตัวเป็นไอในท่อส่งเชื้อเพลิงขึ้นได้ เรียกว่า “vapor lock” เกิดขึ้นในบางครั้ง ถ้าถังน้ำมันรถกับคาร์บิวเรเตอร์อยู่ห่างกันมากเกินไปและท่อเชื้อเพลิงมีขนาดเล็กมากเกินไป อาจทำให้มีการสูญเสียแรงดันในท่อมากเกินไปเนื่องจากความฝืด ผลก็คือเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลวจากถังเชื้อเพลิงอาจเกิดแยกตัวเป็นไอขึ้นในท่อได้ ซึ่งอาจทำให้การวิ่งของรถมีอาการสะดุดได้ในบางจังหวะ แต่ผลกระทบก็ไม่มีอะไรนักหนา นอกจากอาจทำให้การขับขี่รถอาจมีอาการสะดุดบ้างเท่านั้น และก็มีปัญหาบ้างกับรถบางรุ่นเท่านั้น

แต่ประเด็นที่อาจเป็นปัญหาผลกระทบค่อนข้างสำคัญต่อเครื่องยนต์ของแอลกอฮอล์ในระยะยาวก็คือ มันมีคุณสมบัติกัดกร่อนวัสดุบางประเภทได้แก่โลหะจำพวกทองเหลือง ทองแดง รวมถึงวัสดุยางรวมและพลาสติกบางชนิด อย่างไรก็ตาม จากรายงานประสบการณ์ในประเทศบราซิล และรายงานวิจัยต่างๆ มีรายงานออกมาสอดคล้องกันว่า ผลกระทบนี้จะมีผลต่อเมื่ออัตราส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในน้ำมันอยู่ในระดับเกินกว่า 5% ขึ้นไป

เนื่องจากแก๊สโซฮอล์ที่ใช้ในประเทศไทยมี อัตราของแอลกอฮอล์ผสมอยู่ 10% อัตราส่วนผสมในระดับนี้ ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ (ในบราซิลกำหนดการผสมของเอธานอลขั้นต่ำอยู่ที่ 20% ขึ้นไป) จากประสบการณ์ของประเทศบราซิล พบว่าในกรณีที่ผสมเอธานอลเพียง 10% ผลกระทบจากการกัดกร่อนของเอธานอล จะมีเฉพาะในรถยนต์แบบเก่าที่ใช้คาร์บิวเรเตอร์ทำหน้าที่ผสมอากาศกับเชื้อเพลิงเท่านั้น ส่วนระบบรถยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นระบบหัวฉีด ไม่มีปัญหาดังกล่าว เพราะรถยนต์แบบหัวฉีดจะถูกแบบมาให้ใช้กับเอธานอลที่มีความเข้มข้นในระดับนี้ได้ ดังนั้นรถยนต์ที่ผลิตออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นแบบหัวฉีด จึงไม่มีปัญหาเมื่อใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงแต่อย่างใด ตราบเท่าที่ อัตราส่วนผสมของเอธานอลในน้ำมันเบนซินยังไม่เกิน 10% แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้น ผู้ใช้จำเป็นต้องหาข้อมูลจากผุ้ผลิตรถยนต์ว่า มีรถยนต์รุ่นใดบ้างที่เครื่องยนต์สามารถใช้กับเอธานอลที่มีความเข้นข้นสูงเป็นพิเศษได้

สรุป ตราบเท่าที่ส่วนผสมของเอธานอลในน้ำมันเบนซินไม่เกิน 10% การใช้แก๊สโซฮอล์แทนน้ำมันเบนซิน 95 สำหรับรถยนต์ที่เป็นระบบแบบหัวฉีด ซึ่งมีการผลิตออกมาตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นไป ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด แต่รถยนต์รุ่นเก่าที่เป็นระบบคาร์บิวเรเตอร์ ควรได้รับการยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตเสียก่อนว่า ชิ้นส่วนต่างๆของคาร์บิวเรเตอร์และระบบท่อส่งเชื้อเพลิง สามารถทนต่อการกัดกร่อนของแอลกอฮอร์ได้หรือไม่

*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




จำนวน 5 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 18 พ.ย. 2550 (01:04)
ผมว่าหัวฉีดมีโอกาสอุดตันเนื่องมีรูขนาดเล็ก และโอกาส กัดกร่อนเนื่องแรงดันสูงของน้ำมันเชื้อเพลิงขัดสีกับรูนานๆ รวมกันความร้อน โอกาสลดประสิทธิภาพลงได้ในระยะยาว เนื่องจาก ออกซิเจน ถึงแม้ใส่สารลดการกัดกร่อนแต่คงมีอยู่นะครับ เพราะเป็นโลหะ สนิมในถังและท่อน้ำมันที่เป็นโลหะอีกครับ เป็นสนิมแน่ๆๆ
นายจอส เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 34 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 พ.ย. 2550 (21:26)
เราอยากทำแก๊สโซฮอล์เองได้ป่ะ ขอวิธีทำหน่อยค่ะ
bussy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 9 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 8 มิ.ย. 2551 (10:35)

    รถที่จะใช้กับแก๊สโซฮอล์ต้องออกแบบไว้แต่ต้น โดยผ่านการทดสอบทั้งเชื้อเพลิง  และหล่อลื่น ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาต่อรถยนต์ในชิ้นส่วนที่สัมผัสกับแก๊สโซฮอล์


    อัตราสิ้นเปลืองของแก๊สโซฮอล์ตัวเลขของอเมริกา คือ E10/E20/E85 เปลืองกว่า 3.6/7.2/30.7%


    ตัวเลขของไทยควรจะน้อยกว่านี้นิดหน่อยเนื่องจากสูตรการผลิตต่างกันเล็กน้อย กล่าวคือ


อเมริกาเติมเอทานอลลงเบนซินได้เลย  แต่ของไทยต้องปรับคุณภาพเบนซินให้ดีขึ้นก่อนแล้วจึงเติมเอทานอลเนื่องจากมาตรฐานไทยเรื่องความดันไอคุมเข้มมากกว่าจากสภาพอากาศที่ร้อนกว่านั่นเอง


E85 ต้องใช้กับรถที่ออกแบบพิเศษโดยเฉพาะ(FFVs= Flexible Fuel Vehicles)


 


BJ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 136 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 141 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 15 มิ.ย. 2552 (11:07)

ผมได้ใช้แก็สโซฮอลล์แล้วผลปรากฏว่าปั้มน้ำมันเบนซินมีสนิทขึ้นที่แกนเหล็ก เมื่อไม่ได้ใช้รถหลายวันทำให้ปั้มเบนซินติดขัดไม่ทำงาน   เมื่อถอดปั้มออกมาดูภายในมีคราบเป็นตะกอนติดอยู่ที่ใบพัดของปั้มทำให้ใบพัดล็อคติดกับตั้วเสื้อปั้ม และปัญหาต่อมาคืนมีคราบยางเหนียวๆคล้ายๆยางมะตอยอุดตันอยู่ที่หัวฉีดน้ำมัน  ทำให้หัวฉีดอุดตันไปหลายหัว  บริษัทน้ำมันรู้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นแต่ไม่เปิดเผยข้อมูลออกมา ให้ปัญหาและค่าใช้จ่ายตกอยู่กับผู้ใช้ซึ่งไม่ยุติธรรม อัตราบริโภคน้ำมันก็เพิ่มขึ้น


somchailee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 15 มิ.ย. 2552 (11:14)

นี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ได้เป็นแค่คันเดียว รถลูกค้าเข้ามาซ่อมก็มีอาการเดียวกันคือ ปั้มล็อคติดไม่ทำงาน  หัวฉีดอุดตัน ท่อนำส่งน้ำมันกรอบแข็งแตกเร็วกว่าปรกติ


somchailee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


thong_vcharkarn
(ทอง)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 28,851 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 239 ครั้ง
ได้รับดาว 221 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

โปรแกรมบัญชี
โปรแกรมเงินเดือน
โปรแกรมเช่าซื้อ



Google  
สำนักงานวิชาการดอทคอม:  02-5832802 ,086-4907600
อีเมล์ : 

ติดต่อลงโฆษณากับวิชาการดอทคอม : 

คุณนัท    : 084-7619653
คุณอันนา : 086-4907585
คุณกุ้ง     : 089-8613727
อีเมล์ฝ่ายขาย :  sales@vcharkarn.com
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. Some rights reserved.
Page generated in0.8174 seconds !