 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33156" type="text/javascript"></script> |
|
ธรรมมะช่วยสร้างความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง
อาตมาขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งในการมาของท่านทั้งหลายสู่สถานที่นี้ ในลักษณะอย่างนี้คือมาแสวงหาความรู้ทางธรรมมะเพื่อไปใช้ประกอบที่การงานของตนๆให้มีผลดียิ่งๆขึ้นไป
post ครั้งแรก: Fri 12 October 2007, 6:41 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 17 October 2007, 2:15 pm
|
หน้าที่ 2 - มีเมตตามีความรักตลอดเวลา
เมื่อมีเมตตามีความรักตลอดเวลาพร้อมที่จะช่วยอยู่ตลอดเวลานี่เรียกว่าเมตตาข้อที่3 เรียกว่าเมตตาหัวข้อที่ 4. เรียกว่าขันติขันติเป็นคำที่จะได้ยินกันอยู่เป็นประจำว่าขันติคือความอดกลั้นอดทนแต่เดี๋ยวนี้จะพูดกันเพียงว่าอดกลั้นอดทนในระดับธรรมดาสามัญทั่วไปคือเช่นอดทนต่อความลำบากต่อความลำบากเมื่อทำการงานหรืออดทนต่อความเจ็บปวดเมื่อมีความเจ็บไข้หรือว่าอดทนต่อคำด่า หรือดูถูกวิพากษ์วิจารณ์เขาด่าก็ทนได้อย่างนี้ก็เรียกว่า ความอดทน ขันติ
แต่ยังไม่นิ่งไม่สำคัญไปกว่าความอดทนต่อการบีบครั้นของกิเลสสีข้างใน กิเลสมันก็เหมือนกับสีบีบครั้นไปในทางให้ทำผิดทำชั่วคอรัปชั่นอะไรต่างๆนาๆนี่คือกิเลส กิเลสบีบครั้นให้ไปเที่ยวเสีย ไปดื่มน้ำเมา ไปเล่นสิ่งที่เป็นกิเลสเสียนี่เรียกว่าการบีบครั้นของกิเลสคือถ้าเราอดทนต่อการบีบครั้นของกิเลสไม่ได้เราต้องทำคอรัปชั่น คำว่าคอรัปชั่นในที่นี้มีความหมายว่าสิ่งที่ไม่ควรจะทำทีนี้คำๆนี้มันแปลว่าจุดดับในพื้นที่ขาวคอรัปชั่นตัวหนังสือมันแปลว่าอย่างนั้นเมื่อ จุดดับในพื้นที่ขาวเมื่อไม่บังคับ เราไม่อดทนต่อการบังคับของกิเลสหรือว่าเราบังคับกิเลสไม่ได้กิเลสก็บังคับ
เราถ้าเราบังคับกิเลสได้ก็เป็นการดีทีนี้กิเลสบังคับเรา เราทนไม่ได้ก็ต้องยอมทำตามกิเลสมันก็เกิดความผิดพลาดมานี้เรียกว่าขันติเป็น อุดมคติของโพธิ์สัตย์ที่ประกาศ สุทธิคือความถูกต้อง สะอาด ความบริสุทธิ์หมดจดในหน้าที่การงานนี่ข้อ 1. ข้อ2. มีปัญญารอบรู้ทุกอย่างที่ควรจะรู้ ข้อ3. คือเมตตาเป็นเบื้องหน้า เมตตามันกว้างขวางไม่มีขอบเขตจำกัด ข้อที่4. ก็ขันติอดทน อดกลั้นอดทน นี่เป็นอุดมคติของโพธิ์สัตย์วันนี้อาตมากำลังบอกท่านทั้งหลายว่าต้องมีอุดมคติขิงโพธิ์สัตย์ผู้เสียสละเพื่อผู้อื่นได้ในขอบเขตที่กว้างขวางสูงใหญ่ถ้าอุดมคติในทางศาสนาของโพธิ์สัตย์โดยเฉพาะของฝ่ายมหายานนั้นเขานั้นมีบทบทที่จำกัดว่าถ้ายังมีคนมีความทุกข์เหลืออยู่เพียงคนเดียว
ข้าพเจ้าจะขอไม่เข้าสู่นิพพานโพธิ์สัตย์ท่านก็บ่นสาบานของท่านเองๆเอาละนั่นก็เรื่องสูงสุดเราไม่ต้องสูงสุดอย่างนั้นก็ได้แต่ว่ามีคติของโพธิ์สัตย์เพราะมีธรรมมะ 4 ประการอธิบายแล้วมีความ บริสุทธิ์สะอาดในหน้าที่การงาน มีปัญญารอบรู้ในหน้าที่การงานมีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์และก็มีขันติอดทนอดกลั้นอดทนต่อสิ่งที่ควรจะอดทนสูงสุดอยู่ที่การบีบบังคับของกิเลสเราจะต้องทนได้เหมือนว่าเล่นคำว่าอุดมคติของโพธิ์สัตย์มันสูงมากจึงนำมาใช้กับตำรวจ ตำรวจในหน้าที่การงานที่เขามีกันทั่วโลกอาจจะไม่ถึงนั้นก็ได้แต่เรามามองดูในแง่ที่มันต้องเสียสละ
เพื่อผู้นี้ต้องเสียสละความสุขสงบของผู้อื่น อุดมคติสูงสุดที่ว่าจะพิทักษ์ความปลอดภัยของผู้อื่นพิทักษ์สันติราชพิทักษ์อะไรต่างๆเรียกง่ายๆคือความสงบสุขปลอดภัยของผู้อื่น ไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนพูดถึงอุดมคตินั้นไม่ใช่ลูกจ้างทำอะไรซักอย่างตำรวจรักษา หรือตำรวจเฝ้าป่าเรียกว่ามันเป็นลักษณะที่แปลความหมายได้ว่าลูกจ้างมันใช่อย่างนั้น อย่าเอาอย่างนั้นอย่าเอาอย่างนี้ง่ายๆอย่างนั้นเป็นอุดมคติของโพธิ์สัตย์เกิดเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นทั้งโลกมันต้องเรียกว่าทั้งโลกมีเมตตาไม่ยกเว้นไม่จำกัดมีเมตตาไม่จำกัดแปลว่าทั้งโลกชีวิตเรานี้เสียสละ
เพื่อคนทั้งโลกนั่นแหละคืออุดมคติของโพธิ์สัตย์ไม่ใช่คนยามไม่ใช่แขกยามไม่ใช่เจ้าเฝ้ายามหรืออะไร ทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นลักษณะรับจ้าง ถ้ามีลักษณะเป็นการรับจ้างก็ไม่ใช่ลักษณะธรรมมะที่เป็นการปฏิบัติธรรมมะก็ทำเพราะเป็นการเคารพในหน้าที่ เคารพในหน้าที่นี้แหละสูงสุดเป็นธรรมมะในพระพุทธศาสนาหรือในที่สุด ใน จริยะธรรมสากลใหม่ๆมีคำๆนี้ใช้หน้าที่ด้วยหน้าที่ธรรมมะแปลว่าหน้าที่ ธรรมมะแปลว่าหน้าที่ หน้าที่ๆๆหน้าที่แปลว่าธรรมมะคือว่ายังนี้ไม่ได้แปลว่าคำสอนของพุทธเจ้าพูดผิดๆในอินเดียคำสอนของพวกไหนก็ธรรมมะ
ทั้งนั้นแหละศาสดามีหลายศาสดาคำสอนของทุกศาสดาเรียกว่าธรรมมะทั้งนั้นอย่าเข้าใจกันว่าธรรมมะของพุทธเจ้าที่เอามาสอนกันเอามาสอนผิดๆ คำว่าธรรมมะไม่ได้แปลว่าคำสั่งสอนของศาสดา แปลว่าหน้าที่แต่เนื่องจากมันสอนอย่างหน้าที่ปนกันเสียธรรมมะคือคำสั่งสอนเรื่องหน้าที่ตัวธรรมมะเองแปลว่าหน้าที่ หน้าที่คือสิ่งที่จะช่วยให้รอด รอดทั้งทางกายและทางจิตและทุกขั้นตอนแห่งชีวิตทั้งตนเองและผู้อื่นนี่ธรรมะๆ สร่างความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องและให้ทำหน้าที่การงานใดๆโดยเฉพาะก็ถูกต้องธรรมมะคือระบบปฏิบัติคำแรก
ระบบปฏิบัติหมายความว่าต้องปฏิบัติเป็นระบบ ปฏิบัติข้อเดียวต้องปฏิบัติหลายข้อรวมเป็นระบบเรียกว่าธรรมมะ ธรรมมะคือระบบปฏิบัติที่ถูกต้องๆนี้คือไม่ผิดถูกต้องกับการไปแก้ปัญหาที่ถูกต้องแก่ความรอดทั้งทางกายแหละทางจิตทางกายรอดคือไม่ตาย ทางจิตรอดคือไม่มีความทุกข์เรียกว่ารอดทั้งกายและทั้งจิตมีทุกขั้นตอนแห่งชีวิตตั้งแต่ครอดจากท้องแม่จนเข้าโลงทุกขั้นตอนแห่งชีวิตธรรมมะเป็นความถูกต้องเป็นความรอดนี่ก็ทำเพื่อตนเองและผู้อื่นทำเพื่อตนเองและผู้อื่นนี่คือธรรมมะคำเดียวคำแปลยาวเฟื้อยความหมายอีกอย่างคือธรรมมะคือระบบปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ความรอดของมนุษย์ทั้งทางกายและทางจิตทุกขั้นตอนแห่งชีวิตหรือทั้งตนเองและผู้อื่นนั่นแหละธรรมมะรองมีธรรมมะก็จะเป็นมนุษย์ที่สูงอยู่เต็มเปี่ยมที่ความเป็นมนุษย์ที่เป็นมีจิตใจอย่างนี้แล้วก็ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่
มันใช่ทำหน้าที่เพื่อตัวกูไม่ใช่ทำเพื่อเงินทำหน้าที่เพื่อตัวกูเป็นเรื่องของกิเลส ทำหน้าที่เพื่อเงินก็เป็นลูกจ้างธรรมมะเพื่อหน้าที่ ธรรมมะเพื่อธรรมมะพูดอย่างนี้กันทั้งนั้น ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ปฏิบัติธรรมมะก็เพื่อธรรมมะอย่าเพื่อตัวกู เพื่อเงินมีคนบางคนว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้ถ้าทำหน้าที่เพื่อหน้าที่เงิน ก็ไม่ต้องใช้เราต้องการให้จิตใจมันสูงอย่าทำหน้าที่เพื่อเงินอย่าทำหน้าที่เพื่อตัวกู
ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ไม่ต้องกลัวเงินมันมาเองเงินมันวิ่งมาหาเราเองแล้วเงินอยู่ใต้ฝ่าเท้าถ้าเราทำหน้าที่เพื่อหน้าที่เงินจะวิ่งมาหาเองแล้วมันอยู่ใต้ฝ่าเท้าถ้าเราทำหน้าที่เพื่อเงิน เงินจะไม่มีวันถือสาเราต่างกันมากถ้าเราทำหน้าที่เพื่อหน้าที่มันก็เป็นสุขสนุกเมื่อแรกทำถ้าเราทำงานเพื่อเงินมันไม่รู้เมื่อไหล่เงินจะมา ๆ หิวเงินเหมือนเปรตทำหน้าที่เพื่อหน้าที่มันสุขสนุกเย็นตั้งแต่ลงมือทำแต่ถ้าทำหน้าที่เพื่อเงินมันจะหิวเป็นเปรตไปอีกนานกว่าจะได้เงินมาอยู่บนหัวมันเรียกว่าฝีปากมันไม่ได้อยู่ใต้ฝ่าเท้านี่คือทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ถูกต้องแล้วทำมันจะสนุกเมื่อได้ทำหน้าที่ก็ได้ทำธรรมมะ ได้ปฏิบัติธรรมมะที่สูงสุดมันมีความสุขไปเสียตั้งแต่แรกทำ ก็เป็นสุขตลอดเวลาที่ทำพระพุทธเจ้าท่าน
ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่แล้วก็สอนไว้อย่างนี้จะด้วยนักปราชญ์สากลปัจจุบันที่มีศีลธรรมมันก็สอนอย่างเดียวกันมาเข้ารอยว่าทำหน้าที่เพื่อหน้าที่เป็นสัมมะโคนะความดีสูงสุดของมนุษย์ข้อที่1. มีความสงบสุข ข้อ2. มีความเต็มเปี่ยมแห่งความเป็นมนุษย์ ข้อ3. ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ข้อ4. มีความรักสากลทั่วจักรวารนี่เรียกธรรมมะที่สูงสุดที่ถือเป็นหลักทางศาสนาตามไม่ตามหรือตามสากลก็ตาม เราเอามาถือได้ๆพวกที่มีอุดมคติว่าชีวิตนี้มีความสุขละก็เป็นประโยชน์ชีวิตนี้มันต้องมีผลสุดท้ายมีความสงบเย็นเป็นประโยชน์ 2อย่างนะ
ไม่ใช่อย่างเดียวมีชีวิตอยู่อย่างสงบเย็นไม่มีไฟกิเลสรบกวนไม่มีอะไรเย็นเยือกแล้วก็เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายทุกคนที่เข้ามานี่เรียกว่ามีอุดมคติมีชีวิตที่ถูกต้อง ข้อที่2. ก็มีความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์แล้วแต่จะบัญญัติกันในมาตรฐานไหนซึ่งในทางสากลอาจจะไม่สูงถึงพระพุทธศาสนา แต่ทางพุทธศาสนาถ้ามีความเต็มเปี่ยมแห่งความเป็นมนุษย์พระอรหันต์เลยที่เต็มเปี่ยมแห่งความเป็นมนุษย์ในทางกิจกรรมสากลก็คือเต็มเปี่ยมไม่มีช่องโว่ให้ตำหนิติเตียนในการเต็มเปี่ยมแห่งความเป็นมนุษย์
ข้อที่ 3.คือการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ๆเพราะหน้าที่คือสิ่งสูงสุดอย่างที่กล่าวแล้วบอกแล้วว่าธรรมมะ ธรรมมะแปลว่าหน้าที่พระพุทธเจ้าเคารพหน้าที่ บูชาหน้าที่ พูดภาษาชาวบ้านก็ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าเหนือพระพุทธเจ้ายังมีสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพอย่าได้ไปยึดติดกับสิ่งแทนพระพุทธเจ้าเพราะว่าเหนือพระพุทธเจ้าขึ้นไปก็ยังมีสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพทีนี้มันคือหน้าที่ๆๆ น่าแปลกไหมที่พระพุทธเจ้าเคารพหน้าที่ยิ่งกว่าตำรวจทหารเสียอีกเคารพในหน้าที่ๆ พูดกันซักนิดก็ไดว่าพระพุทธเจ้าท่านเคารพหน้าที่ของท่านอย่างไรพอตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วท่านฉงนเข้าใจต่อไปนี้จะเคารพอะไรตรัสรู้เป็นสัมมาสัมพุทธะแล้วต่อไปนี้จะเคารพอะไร
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม