 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33158" type="text/javascript"></script> |
|
ต้นเหตุของปัญหาทุกปัญหาในโลก
อาตมาภาพขอแสดงความรู้สึกยินดีนะโมทนาเป็นอย่างยิ่งในการมาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ขอให้ท่านนักศึกษา วปอ. ทั้งหลายเราพบกันทุกปีหลายปีเต็มทีแล้วรู้สึกยินดีที่ว่าเป็นการกระทำอย่างเดียวกับที่พระพุทธเจ้าท่านกระทำคือคำว่าป้องกัน
post ครั้งแรก: Fri 12 October 2007, 7:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 17 October 2007, 2:52 pm
|
หน้าที่ 1 - อาณาจักร
อาณาจักรคำนี้เป็นคำที่มีความหมายอย่างเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าท่านกระทำพระพุทธเจ้าท่านป้องกัน อาณาจักรของธรรมอย่าให้อธรรมลุกล้ำเข้ามาป้องกัน อาณาจักรของมนุษย์เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์อย่าให้ซาตาลมารร้ายอะไรลุกล้ำเข้ามานั้นคำว่าป้องกัน อาณาจักรมีความหมายอย่างเดียวกับที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้คือทำงานอย่างเดียวกันสาวกทั้งหลายก็ทำงานอย่างเดียวกันตามรอยพระพุทธเจ้าเป็นการป้องกันอาณาจักรของมนุษย์อย่าให้สิ่งเลวร้ายลุกล้ำเข้ามาเพราะเหตูฉะนี้แหละจึงมีความยินดีอย่างยิ่งอนุโมทนาอย่างยิ่งในการมาของท่านนักศึกษาทั้งหลายมาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้พูภาษาธรรมชาติหน่อยก็ได้พบผู้ที่ทำงานร่วมกันทำงานเหมือนกันทำงานอย่างเดียวกันคือป้องกันสิ่งที่ควรป้องกันอาณาจักรของความปลอดภัย
นี่เป็นข้อแรกขอแสดงความยินดีสิ่งที่อยากจะขอร้องให้สนใจกันเป็นพิเศษอีกอย่างคือสิ่งที่เรียกว่าธรรมมะคือ เราสอนเด็กๆ น้อยเกินไป ธรรมมะคือคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้าได้ยินคำว่าธรรมมะมนุษย์รู้จักและใช้พูดกันมาก่อนว่าพระพุทธเจ้าเกิดก่อนศาสนาเกิดคือตั้งแต่มนุษย์ยังไม่ค่อยเจริญมากมาย นักที่เราสังเกตุ
เห็นไอ้สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือต้องทำไม่ทำไม่ได้สิ่งนั้นคือธรรมมะคือหน้าที่ๆธรรมมะโดยเนื้อแท้แปลว่าหน้าที่ หน้าที่คำว่าหน้าที่นี้จำกัดความว่าระบบการกระทำที่ถูกต้องแก่ความรอดทั้งทางกายและทางจิตทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการธรรมมะ ธรรมมะหมายความว่าอย่างนั้นตัวหนังสือของธรรมมะยกขึ้นมา ยกขึ้นมาอย่าให้ตกลงไปก็คือยกมันไว้อย่าให้ประสบความหรือประสบความทุกข์ภาไทยก็แปลว่าหน้าที่สูงสุดจนพระพุทธเจ้าเคารพคำว่าหน้าที่ใครก็วิวัฒนาการตามความเจริญของมนุษย์หน้าที่สูงขึ้นสูงขึ้น
กลายอย่างนี้เรื่อยมาจนพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นและก็ใช้คำนี้คือธรรมมะแต่ทรงแสดงในขั้นสูงสุดหลุดพ้นจากกิเลส อาสะวะ เป็นพระอรหันต์นี่ธรรมมะนี่มีอาณาจักรของตัวมันเองเมื่อมีการประพฤติกระทำที่ถูกต้องทั้งทางกายและทางจิตเกิดความร้อนทั้งทางกายและทางจิตแต่ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการว่าจะตั้งแต่เกิดจนตายก็ได้หรือตั้งแต่มนุษย์ที่เป็นป่าเถื่อนที่สุดหรือมนุษย์ที่เจริญอย่างยิ่งแล้วอย่างนี้ก็ได้เป็นทุกขั้นตอนแห่งการวิวัฒนาการรอดมาได้โดยลำดับโดยสิ่งที่เรียกว่าธรรมมะๆอยู่ในรูปของการกระทำการศึกษาก็ได้อยู่ในรูปการปฏิบัติปฏิบัติอยู่กับเนื้อกับตัวก็ได้อยู่ในรูปปฏิบัติเหลือความปลอดภัย เป็นสุข ผาสุกตลอดเวลานี้ก็ได้แต่รวมความแล้วมันก็อยู่ที่ความรอดจะเล่าเรียนก็ดี
จะปฏิบัติก็ดีแล้วผลที่เหลือมันก็อยู่ความรอดเราจึงต้องช่วยกันผดุงรักษาให้สิ่งนี้ยังคงเป็นมิ่งขวัญอยู่ในโลกอยู่ในโลกมีขอบเขตคอบคุมจักรวารอาณาจักรของธรรมมะที่ว่าความถูกต้องช่วยกันพิทักษ์รักษายังคงอยู่เป็นที่พึ่งของสิ่งมีชีวิตทั่วไปมนุษย์ก็ดีแม้แต่สัตว์เดรัชฉานก็ต้องการไอ้ต้นไม้ต้นไร่ก็ต้องการความถูกต้องอย่างนี้เป็นเครื่องคุ้มครองไม่มีใครทำลายทีนี้เราจะป้องกันรักษาไว้อย่างไรก็จะต้องรู้สึกกับสิ่งที่ตรงกันข้ามคือความเห็นแก่ตัวขอร้องขอวิงวอนทุกอย่างแต่ว่าช่วยพิจารณาสิ่งนี้สิ่งเดียวหรือคำเดียวเท่านั้นที่ เป็นปัญหาคือเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดไม่ว่าปัญหาอะไรมันมาจากความเห็นแก่ตัวเมื่อมีความเห็นแก่ตัวแล้วก็ต้องมีการเหยียบย่ำธรรมมะ
เป็นธรรมดาแหละมันเป็นเรื่องเกิดกิเลสขึ้นมาทุกๆทางเห็นแก่ตัวในทางบวกก็เอาเอาเห็นแก่ตัวในทางลบก็ค่าล้างผาลทำลายแต่คนไม่ได้มองกันในแง่นี้ว่าปัญหาทั้งหมดหรือต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งหมดมันรวมอยู่ที่สิ่งนี้มันตรงกันข้ามกับธรรมมะ ถ้ามีธรรมมะอยู่มันก็อยู่ในความรู้สึกที่ไม่เห็นแก่ตัวตามปกติพอธรรมมะออกไปก็เห็นแก่ตัวเห็นแก่ตัวก็เกิดกิเลสคือความโลภ ความโกรธเมื่อไม่ชอบใจเป็นความหลงเป็นโมหะว่าหลงใหลไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็เต็มไปด้วยอำนาจการกระทำของกิเลสนี่ก็เรียกว่ามันเกิดของใหม่มีวิกฤตการขึ้นมาเพราะความเห็นแก่ตัวขอจงสนใจว่าถ้าจะขจัดต้นเหตุแห่งความเลวร้ายเพื่อป้องกันอาณาจักรธรรมมะหรือ อาณาจักรโลกๆก็ดีต้องกำจัดความเห็นแก่ตัวความเห็นแก่ตัว กำลังครองโลกเขย
ใช้คำว่าอย่างนี้ถ้าเห็นแก่ตัวนะมันครองโลกทั้งโลกมันเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวดูมาจากข้างบนว่าคอมนิตย์ฝ่ายซ้ายก็เห็นแก่ตัวนายทุนฝ่ายขวาก็เห็นแก่ตัวนอกนั้นมันก็ยังเห็นแก่ตัวมันเห็นแก่ตัวชนิดที่จะครองโลกด้วยกันทั้งนั้นนี่มันเป็นเรื่องละเลยไอ้ความถูกต้องหรือว่าธรรมมะมันสร้างอาณาจักรของมารเกิดเหตุของพญามารขึ้นมาเป็นความเห็นแก่ตัวแล้วยังจะต้องพูดชนิดที่คนเขาไม่เชื่อยิ่งเจริญยิ่งเห็นแก่ตัวเพราะความเจริญมันเกิดมา จากความเห็นแก่ตัวอยากจะดีกว่าเก่าและยิ่งมีการศึกษายิ่งเห็นแก่ตัวคำนี้ ไม่ค่อยมีใครเชื่อเพราะว่าการศึกษาในโลกปัจจุบันนี้มีแต่สอนให้ฉลาด ฉลาด ฉลาดทั้งนั้นแหละและไม่ได้สอนให้ควบคุมความฉลาดเลยคอยดูกัน
ตั้งแต่การศึกษาอนุบาลถึงมัธยมแต่ถ้ามหาวิทยาลัยกี่ร้อยกี่พันแห่งในโลกมันก็สอนให้ฉลาดๆและไม่ควบคุมความฉลาดนี่คนเอาความฉลาดไปใช้ เพื่อเห็นแก่ตัวเพื่อประโยชน์ของตัวและความเห็นแก่ตัวยิ่งเจริญงอกงามลึกซึ้งๆขึ้นเรื่อยพูดแล้วเหมือนกับด่าเรียกว่าการศึกษาในโลกเหมือนกับหมาหางด้วนมันไม่สมบูรณ์มันเพียงแต่สอนให้ฉลาดๆแล้วก็ไม่ได้ควบคุมความฉลาดขอให้มองเห็นอันตรายร้ายแรงที่สุดที่ทำให้เกิดปัญหานั่นคือการศึกษาที่ไม่ถูกต้อง
มีแต่ให้ฉลาดๆแล้วไม่ควบคุมความฉลาดและก็ยังเห็นได้ว่ายิ่งฉลาดก็ยิ่งเห็นแก่ตัวลึกเอาเปรียบลึกวางแผนการลึกอะไรก็ลึกๆๆไปหมดความเลวร้ายในโลกมันก็เกิดมาเท่ากับการศึกษาเท่ากับการศึกษาที่ไม่ สมบูรณ์โดยที่ไม่ชี้ไม่ได้รับการควบคุมฉลาดที่ไม่ได้รับการควบคุมคืออันตรายของพวกเราในแง่ของธรรมมะก็ดีในแง่โลกๆก็ดีขอให้มองเห็นชัดไอ้ความฉลาดที่มีและไม่ได้รับการควบคุม นั่นแหละคือพญามารเลวร้ายที่สุดมันจะทำอะไรได้ทุกอย่างยิ่งมีการศึกษาชนิดนี้เรื่อยไปความเห็นแก่ตัวมันก็จะมากขึ้นในโลกที่อยู่กันอย่างเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายนั้นหายไปเมื่ออาตมาเล็กๆ
ยังได้ยินคำว่าเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายเพราะคุณย่า คุณตา คุณยายจะออกชื่อคำนี้ทุกค่ำทุกคืนอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนเกิดแก่เจ็บตายเดี๋ยวนี้ไม่มีแน่มีแต่ตัวใครตัวมันตัวมึงตัวกูก็เป็นโอกาสของความเห็นแก่ตัวยิ่งต้องการประโยชน์มากเท่าไรก็ยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้นเท่านั้นไอ้ความเจริญมันก็มาจากการต้องการประโยชน์มากขึ้นไปวิวัฒนาการเป็นยุคอุตสาหกรรมระวังให้ดีความเจริญแบบที่ไม่มีการควบคุมถ้าเป็น เรื่องทางวัตถุมันจะทำลายโลกเสียเองมันจะทำลายโลกเสียเองมันจะสร้างเครื่องไม้เครื่องมือขึ้นมาทำลายโลกเสียเองมันคือความฉลาดที่ไม่ได้รับการควบคุมให้เห็นแก่เพื่อนมนุษย์
เอาให้ดูในส่วนละเอียดส่วนที่ละเอียดที่สุดเดี๋ยวนี้ลูกจ้างนายจ้างเป็นของธรรมดาเต็มไปในโลกคำว่าเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายไม่มีจะขอเปรียบเทียบคำว่าลูกจ้างนายจ้างอย่างสมัยนี้นายทุนกับคนทำมาอาชีพในสมัยพุทธกาลไม่มีมีแต่เศรษฐีใจบุญกับลูกหลานที่อาศัยอยู่ด้วยขอให้เข้าใจเรื่องนี้ให้ถูกต้องมันสำคัญเหมือนกันไอ้คำว่าเศรษฐี เศรษฐีพระพุทธกาลเขาเลี้ยงคนไว้มากมายเราไปเรียกว่าทาสแต่ที่จริงมันไม่ใช่อย่างนี้
มันมีลักษณะเป็นลูกหลานเศรษฐีไม่ได้เลี้ยงคนอย่างทาสเฆี่ยนตีอย่างทาสเหมือนกับที่ต้องเลิกไปเศรษฐีมันเลี้ยงคนอย่างลูกหลานมีความเมตตากรุณาคนที่อยู่ด้วยก็รักเหมือนบิดามารดาเศรษฐีก็มีเงินมากช่วยกันทำงานมันก็ได้ผลมากก็อยู่กันเหมือนลูกหลานเช่นว่าทำงานด้วยกันกินอยู่ด้วยกันไปวัดด้วยกันอะไรด้วยกันถ้าได้คนมาเหลือกินเหลือใช้ก็เอาไป ช่วยงานด้วยความสมัครใจพร้อมกันหมดตั้งโรงทานเพื่อช่วยเหลือสวัสดิการให้คนยากจนกระทั่งวัดวาอารามบรรพชิตในศาสนาตั้งโรงทานหาเงินสำรองไว้เรื่อยฝากฝังไว้ให้ดีไม่มีธนาคารมีแต่โรงทานนี่เศรษฐีใจบุญกับลูกหลาน เศรษฐีเดี๋ยวนี้มันมีนายทุนที่ดินนายทุนทำหลักทรัพย์ทุกหยดไม่ให้เหลือเลยแล้วก็มีอาการที่ลูกจ้างนายจ้างไม่ใช่เพื่อนเกิดแก่เจ็บตายลูกจ้างกับนายจ้างเอามาคู่กันดูซิฝ่ายนายจ้างก็ต้องการจะเอาเปรียบลูกจ้างที่สุด
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม