 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33158" type="text/javascript"></script> |
|
ต้นเหตุของปัญหาทุกปัญหาในโลก
อาตมาภาพขอแสดงความรู้สึกยินดีนะโมทนาเป็นอย่างยิ่งในการมาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ขอให้ท่านนักศึกษา วปอ. ทั้งหลายเราพบกันทุกปีหลายปีเต็มทีแล้วรู้สึกยินดีที่ว่าเป็นการกระทำอย่างเดียวกับที่พระพุทธเจ้าท่านกระทำคือคำว่าป้องกัน
post ครั้งแรก: Fri 12 October 2007, 7:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 17 October 2007, 2:52 pm
|
หน้าที่ 3 - ชีวิตใหม่
ก็มีเราก็พูดกับเขาเรื่องนี้แต่เขาเป็นฝรั่งสามารถที่จะทำอะไรกว้างไกลไปในโลกอย่าตกอยู่ใต้อิทธิพลของความเป็นบวกและเป็นลบมันก็รักไอ้ที่น่ารักมันก็โกรธไอ้ที่น่าโกรธมันก็น่าโกรธการขัดแย้งทำลายกันขึ้นมาและคุณก็จะมีชนิดที่ตัดเจ้าของตัดเจ้าของของคุณจะตัดบุตรได้ชนิดของคุณยังเป็นบวกเป็นลบได้ความดีของคุณ มันมีความเป็นบวกเป็นลบความดีของคุณมันจะตัดบุตรเป็นความยึดมั่นเป็นตัวกูของกูมากเกินไปไอ้ความสุขที่คุณมีมันจะตัดคุณเองยึดมั่นถือมั่นบวกลบมากเกินไปอย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งเหล่านี้หลงทางขึ้นมาถ้าเราไปหลงกับมันมากก็จะทำปัญหาสู้ไม่หลงไม่ได้แต่ความดีนั้นมันก็ว่าหลงดีเมาดีมันก็ฉิบหายหมดไม่มีแล้วชีวิตนี้ถ้าไปหลงกับมันยึดมั่นถือมั่นแล้ว
มันก็มีแต่ความทุกข์กับเจ้าของเราเรียกกันว่าชีวิตที่ไม่ตัดเจ้าของชีวิตใหม่ไม่ตัดเจ้าของแต่เราว่าเขาสนพอสมควรเพื่อจะลดไอ้ความเป็นบวกหรือเป็นลบหรือความเห็นแก่ตัวอาตมาได้จนปัญญาไม่มองเห็นทางอื่นแล้วที่ว่าจะแก้ปัญหาของมนุษย์ในโลกนี้ได้นอกจากลดความเห็นแก่ตัวควบคุมความเห็นแก่ตัวก็ต้องทำลายความเห็นแก่ตัวให้สิ้นไปเป็นพระอรหันต์มันอาจจะมากเกินไปรอไว้ก่อนก็ได้เอาแต่เพียงไม่เห็นแก่ตัวอย่าแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาควบคุมไว้ให้ได้และก็จะควบคุมเหตุการณ์ไว้ให้ได้ทีนี้จะขอพูดธรรมมะอันซ้ายสุดเกิดจากการฟังบังคับตัวเองไว้บังคับตัวเองบังคับความเห็นแก่ตัวมันไม่ไปไหนเสียบังคับตัวเองก็คือบังคับความรู้สึกที่มันจะเกิดขึ้นในใจเมื่อตาเห็น หูฟังเสียง จมูกได้กลิ่นลิ้นได้รส กายสัมผัส จิตด้วยความคิดนึกคือที่เป็นที่ถูกอกถูใจที่เรียกกันว่ากามมารมย์บังคับให้ได้เลยจะบังคับตัวเองให้ได้คง
ที่ศึกษาว่าจิตมันเป็นอย่างไรจะไปหลงเอามาว่าเป็นของกูของธรรมชาติเอามาใช้ประโยชน์ได้แต่เอามาเป็นของกูไม่ได้เช่นเดียวกับสมบัติพัดที่ดินสถานเลือกสวนไร่นาเป็นของธรรมชาติทางกฎหมายมาบัญญัติสมมุตินี่เป็นของคนนั้นมันไม่ได้เป็นของตนโดยแท้จริงแม้จะตายก็ไม่ได้มันเป็นของธรรมชาติที่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวของหรือใช้กันตามขนบธรรมเนียมประเพณี ตามกฎหมายก็ได้ก็เพียงเท่านั้นอย่าไปหลงให้มันมากกว่านั้นมีธรรมมะอยู่สูงสุดอยู่บทหนึ่งเรียก ว่าอะตัมมะยัตตาบางคนอาจจะไม่เคยได้ยินก็ได้แต่กูอ่านตัมมะยะตาอ่านตามที่จิตมีสภาพอะไรๆปรุงแต่งไม่ได้อะไรจะปรุงแต่งจิตให้ผิดไปจากปกติไม่ได้ถ้าจะ มาปรุงแต่งให้รักก็ไม่ได้ให้เกลียดก็ไม่ได้ตื่นเต้นก็ไม่ได้อิจฉาก็ไม่ได้ริษยาก็ไม่ได้อะไรๆก็ไม่ตายการที่จิตเอาอาลัยปรุงแต่งอะตัมมะยะตามิเช่นนั้น
แล้วจิตนี่จะถูกดึงไว้ดึงไปหาขวดเหล้าดึงไปหาการพนันดึงไปหากามมารมย์ดึงไปหาสนามม้าดึงอะไรๆ ดึงไปเพราะจิตอ่อนแอทนต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้ถ้าศึกษาธรรมมะกันแล้วธรรมมะจริงทีนี้อยู่ตรงนี้ถ้าควบคุมจิตไว้ให้อยู่ในความปกติความสงบ ความสะอาดความเป็นอิสระอะไรมากระตุ้นไม่ได้ไม่มีอะไรมาเชิดได้ภาษาเด็กที่เขาพูดกันว่ามีอะไรมาเชิดชูได้ให้รักก็ไม่ได้ ให้โกรธก็ไม่ได้ ให้เกียจก็ไม่ได้กลัวก็ไม่ได้วิตกกังวลไม่ได้ทั้งนั้น
ไม่มีอะไรไปมาให้เชิดเรียกภาษาวิทยาศาสตร์เรียกว่าไม่มีอะไรทางจิตก็จะให้มูฟไปอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ซ้าย ไม่ขวาไม่อย่างโน้นอย่างนี้ปกติๆๆๆนี่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะป้องกันความเห็นแก่ตัวป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งสามารถที่จะระงับความขัดแย้งได้คำนี้มันเป็นคำที่เข้าใจยากตกค้างอยู่ในพระไตรปิฎกจนกระทั่งเอาขึ้นมาพูดกันเร็วๆนี้อะตัมมะยะตาๆต้องดูเอาเองจากผลของมันดีกว่าเชื่อว่าหญิงสาวคนไหนมีอะตัมมะยะตาอยู่ในจิตใจไม่มีใครเกี้ยวได้ไม่มีใครเกี้ยวเขาเอาไปได้ถ้ามันมีอะตัมมะยะตามันไม่ใช่ว่ามันรั้นออกมาเลยมันมีความถูกต้องมันมีความหนักแน่นมันมีความเข้มแข็งมั่นคงหรือผู้ชายคนไหนก็ได้ถ้ามีอะตัมมะยะตาหญิงสาวสักฝูงมารากหัวก็ไปไม่ได้เพราะมันมีอะตัมมะยะตาความคงที่ความมั่นคงความเป็นตัวเองกิเลสมารร้ายอะไรมาครอบงำไม่ได้นี่เรียกว่ามีอะตัมมะยะตา
ขอให้พวกเรามีอะตัมมะยะตาทั้งในหน้าที่ภายนอก หน้าที่ภายใน หน้าที่ราชการหน้าที่ส่วนตัวปกครองอาณาจักรภายใน ปกครองอาณาจักรภายนอกคือปกครองตัวเองก็ด้วยสิ่งนี้คุ้มครองภายนอกจากตัวเองก็ด้วยสิ่งนี้เรียกว่าอะตัมมะยะตาซึ่งจะต้องพูดกันต่อไปๆๆอย่าให้มันเป็นคำที่เป็นหนี้อยู่ในมนุษย์ในโลกภาวะของจิตที่อะไรๆปรุงแต่งไม่ได้มันยังไม่มีช่วยกันคิดว่าจะไปทำอะไรดีกว่าที่คิดออกเวลานี้ว่านอนกอนคอกเดอะบิลลิตี้น็อทปรุงแต่ง
ได้ในภาวะกอนคอกเดอะบิลลิตี้ภาวะที่อะไรๆปรุงแต่งจิตไม่ได้เชิดไม่ได้หัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ได้ถ้าไม่ดีใจก็ไม่ได้ถ้าไม่เสียใจก็ไม่ได้ภาวะของจิตที่คงที่จนอะไรมาเชิดอย่างใด อย่างหนึ่งไม่ได้มันดึงก็ไม่ได้จะให้กลึงติดอยู่นี่ก็ไม่ได้มีแต่ให้เลื่อนไปในทางที่ถูกต้องขอให้คำว่าภาวะของจิตที่อะไรปรุงแต่งไม่ได้เข้าไปอยู่ในภาษาสากลของมนุษย์ในโลกถ้ามันจะเป็นภาษาอังกฤษกอนคอกเดอะบิลลิตี้ก็ตามภาวะของจิตที่อะไรๆปรุงแต่งไม่ได้ถ้าเรามีสิ่งนี้แล้วไม่เกิดความเห็นแก่ตัวจะกำจัดความเห็นแก่ตัวได้ทั้งของตัวเองและของผู้อื่นเดี๋ยวนี้อะไรมายั่วหน่อยก็ แกว่งยาวให้รักก็รักยั่วให้โกรธก็โกรธยั่วให้หลงใหลยั่วให้มันก็ไม่มีอะไรอยู่ให้เป็นล่องเป็นรอยแห่งความถูกต้องที่มั่นคงขอวิงวอนท่านทั้งหลายที่มาและขอโอกาสถือที่เรียกว่าเพื่อนสหสมิตท่านทั้งหลายเป็นเพื่อนสหสมิตคนหนึ่งเป็นฆราวาสคนหนึ่งเป็นพระแต่ว่าเป็นสหสมิตได้
ตรงที่เราทำงานเหมือนกันทำงานร่วมกันรับใช้พระพุทธเจ้าในการที่จะรักษาความถูกต้องของธรรมมะเอาไว้รักษา อาณาจักรไว้อย่าให้ศูนย์เสียไปอะตัมมะยะตาขอฝากไว้เป็นของขวัญเป็นที่ระลึกในการที่ได้มาพบกันในวันนี้ภาวะของจิตที่อะไรๆมาปรุงแต่งมาได้รากออกไปก็ไม่ได้จับตัวไว้ที่นี่ก็ไม่ได้มันจะมีแต่ความถูกต้องมันควรจะเคลื่อนไหวในทางถูกต้องดีงามเท่านั้นแหละเป็นอย่างนั้นไม่ได้ที่มาแห่งข้าศึกกิเลสตัณหาต่างๆ
ทั้งหลายมาจากความเห็นแก่ตัวมันลึกจนไม่เห็นมีตัวตนปัญหามันยังเห็นเป็นตัวตนธรรมชาติและก็ควบคุมความเห็นแก่ตัวไม่ให้มันเกิดขึ้นมาก็หวังกันอยู่ทุกศาสนาแหละว่าอนาคตจะมีพระศรีอะนาเมทไตรของพุทธก็มีอย่างพุทธของคริตก็มีอย่างคริตของอิสรามก็มีอย่างอิสรามอาณาจักรพระศรีอะนาเมทไตรอยู่ข้างหน้าคอยเราอยู่เขาจะคิดอย่างไรก็ไม่ทราบแต่ถ้าทางพุทธแล้วก็อาณาจักรแห่งความไม่เห็นแก่ตัวเมทไตรยะแปลว่าเกื้อกูลกับความเป็นมิตรแด่ความเป็นมิตรอย่างเดียวในอาณาจักรนี้ที่จริงมีแต่เพื่อนเกิดแก่ เจ็บตายอย่างเดียวไม่มีนายทุนไม่มีชนชั้นที่เป็นที่ตั้งแห่งความเห็นแก่ตัวหวังว่าให้อาณาจักรธรรมมะเจริญจะปรากฏออกมาเป็นอาณาจักรพระศรีอะริยะเมทไตรเป็นสิ่งสูงสุดไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นเป็นที่มุ่งหมายของทุกศาสนาว่าข้างหน้าจะมีพระศรีอะระยะเมทไตรเหมือนอย่างพุทธจึงเมทซิอ้ามาอย่างยูรีอย่างคริต อะคิตังกี้มาอย่างฮินดูหรือพราหมณ์พระศรีอะระยะเมทไตรจะมาข้างหน้า
แต่แล้วไม่มีอะไรนับจากแผ่นดินหรือโลกที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวทุกคนไม่มีความเห็นแก่ตัวสุขสบายกันทั้งคนทั้งสัตว์เดรัชฉานต้นไม้ต้นไร่ก็ไม่ถูกเบียดเบียนนี่อณาจักรพระศรีอะระยะเมทไตรเราจะต้องนึกถึงว่าโลกนี้มันเจริญขึ้นมาอย่างไรสมัยคนป่าไม่ต้องฆ่ามันมีความเห็นแก่ตัวน้อยมากเกือบเท่ากับสัตว์เดรัชฉานน้อยมากแต่คนป่าเจริญขึ้นมาจนเป็นคนอย่างนี้มีความรู้มีอะไรขึ้น มาวิทยาศาสตร์เก้าหน้าเทคโนโลยีสูงสุดไปถึงที่โลกพระจันทร์ได้เหมือนกับไปเที่ยวหลังบ้านอย่างนี้
แต่แล้วทำไมความเลวร้ายมันยิ่งเต็มมันยิ่งมากขึ้นมาในโลกความเลวร้ายที่ไม่เคยมีสมัยคนป่า เพราะความเห็นแก่ตัวเจริญงอกลามขึ้นมาๆขอให้ช่วยกันสนใจกำจัดความเห็นแก่ตัวถ้าว่าโลกทั้งโลกทั้งหมดถือเอาความไม่เห็นแก่ตัวเป็นโปริซี โปริซีของโลกคือความเห็นแก่ตัวเมื่อนั้นโลกนี้จะเป็นโลกพระศรีอะระยะเมทไตรสูงสุดที่จะมีได้ดูตามเรื่องลาวแล้วแม้แต่บนสวรรค์ก็ยังไม่น่าไว้ใจบนสวรรค์ก็ยังมีเทวดาทะเราะกันเพราะความเห็นแก่ตัวถ้ามันจะมีโลกที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวจะดีกว่าโลกบนสวรรค์เสียอีกขอให้หวังว่าเราจะตองยึดเอาหลักที่สูงสุดไว้คือความไม่เห็นแก่ตัวคือความมีอะตัมมิยะตาคือความถูกจิตไม่ให้จิตถูกชักจูงไปในทางเป็นบวกและเป็นลบอยู่เหนือความเป็นบวกเป็นลบ
ไม่ร้องไห้ไม่หัวเราะไม่ดีใจไม่เสียใจมีแต่ความปกติๆๆ ร้องไห้ก็ไม่ใช่ปกติหัวเราะก็ไม่ใช่ปกติดีใจก็ไม่ใช่ปกติเสียใจก็ไม่ใช่ปกติไม่ดีใจไม่เสียใจนะสบายที่สุดขอท้า ท้าทุกคนเลยไปคิดดูไปสังเกตดูเวลาไหนที่เราสบายใจที่สุดเวลานั้นไม่มีความดีใจและไม่มีความเสียใจมีความเป็นปกติมีความสงบระงับมีความสะอาดมีความเป็นอิสระไม่ต้องหัวเราะไม่ต้องร้องไห้ถ้ายังมีอะไรมาทำให้ตองหัวเราะให้ต้องร้องไห้นั้นไม่ใช่เสรีภาพไม่ใช่อิสรภาพกิเลสยังมีอำนาจเหนือหัวเราะบ้างร้องไห้บ้างดีใจบ้างเสียใจบ้างรักษาความถูกต้องของธรรมชาติอันลึกซึ้งคือความปกติบ้างสะอาดความบริสุทธิ์
ความสงบระงับความเป็นอิสระของจิตโดยไม่มีความเห็นแก่ตัวเพราะมีอะตัมมะยะตาบังคับควบคุมเอาไว้ให้อยู่ในความถูกต้องอาตมาขอฝากฝังความหวังอันนี้ไว้ว่าจะเจริญงอกงามก้าวหน้าในหน้าที่การงานของท่านนักศึกษาทั้งหลายที่จะพิทักษ์จักร ทั้งอาณาจักรโลกทั้งอาณาจักรธรรมมะ ทั้งอาณาจักรนอกตัวอาณาจักภายในตัวจงได้ประสบความสำเร็จในการได้พิทักษ์รักษาความถูกต้องความเป็นสุขเจริญงอกงามในหน้าที่การงานอยู่ทั่วทุกทิพาราตรีกาลเทอญ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม