คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33476" type="text/javascript"></script>
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์”
ตามที่มีข้อสงสัยกรณี “น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีผลกระทบต่อถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันของรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป”
ผู้เขียน: www.pttplc.com ชมแล้ว: 11,412 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 29 October 2007, 3:04 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 29 October 2007, 3:16 pm

หน้าที่ 1 - คำถามและคำตอบ
ตามที่มีข้อสงสัยกรณี “น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีผลกระทบต่อถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันของ
รถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป”
นั้น
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ตลอดระยะเวลา 27 ปี ปตท. ได้
มุ่งมั่น ทุ่มเทการดำเนินงานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคเสมอมา ภายใต้การเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายแรกของประเทศที่จำหน่ายน้ำมันเบนซินพิเศษไร้สารตะกั่ว รวมถึงการค้นคว้า วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ผ่าน
สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยฯ ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย
ใคร่
ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง โดยขอสรุปสาระสำคัญผ่านข้อสงสัยดังนี้



60523




ข้อสงสัย 1. รถยนต์ในประเทศไทยที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป วัสดุถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันจากถัง
น้ำมันเข้าสู่เครื่องยนต์จะทำจากยางหรือพลาสติกชนิดพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันไร้สารตะกั่วทำปฏิกิริยากับถังน้ำมันเหล็กของรถยนต์รุ่นที่เก่ากว่าปี 1994 ลงไป ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมารณรงค์ให้ใช้ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” หรือ E10 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอล 10% และน้ำมันเบนซิน91 อยู่ 90% เอทานอล 10% ที่ว่านี้ จะไปทำปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมัน ซึ่งรถยนต์ที่ผลิตจากวัสดุที่ทำจากยาง หรือพลาสติกชนิดพิเศษดังกล่าว จะเกิดการกัดกร่อน กลายเป็นตะกอนสะสมในถังน้ำมัน
คำตอบ 1. ในทุกประเทศที่มีการยกเลิกสารตะกั่วในน้ำมันเบนซิน จำเป็นต้องใช้สารเพิ่มค่าออกเทนชนิดอื่น
มาทดแทน ซึ่งสารที่สามารถนำมาใช้ได้ และไม่มีผลกระทบกับสมรรถนะของรถยนต์คือสาร MTBEและ Ethanol (เอทานอล) ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงได้มีการพัฒนาวัสดุที่ใช้ในระบบฉีดเชื้อเพลิง ตั้งแต่ถังน้ำมัน ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อทางเดินน้ำมัน จนถึงหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง ให้มีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อสาร MTBE และ Ethanol ได้ ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงได้ให้ความมั่นใจว่า รถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี1995 เป็นต้นมา สามารถใช้กับน้ำมันเบนซินที่ผสม เอทานอลได้ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบยี่ห้อ รุ่นรถได้ที่เว็บไซต์ของ ปตท. (www.pttplc.com)


60524




อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ผลิตก่อนปี 1995 บางรุ่นอาจใช้น้ำมันแก็สโซฮอล์ได้ โดยผู้ใช้สามารถ
สอบถามโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
ข้อสงสัย 2. การใช้แก๊สโซฮอล์จะไปทำปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมันรถยนต์ที่ผลิตจากวัสดุที่ทำจากยาง หรือพลาสติกชนิดพิเศษดังกล่าว ทำให้เกิดการกัดกร่อน กลายเป็นตะกอนสะสมในถังน้ำมันไปเรื่อยๆ ทีละน้อย ปั๊มน้ำมันไฟฟ้าจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดูดน้ำมันเข้าไปเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์
ทำให้อายุการใช้งานของปั๊มน้ำมันไฟฟ้าสั้นลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกรองเบนซินอุดตันเร็วกว่าปกติ

คำตอบ 2. เนื่องจากวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในระบบฉีดเชื้อเพลิงของรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 และผู้ผลิตได้ให้คำแนะนำว่าสามารถใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้นั้น ได้ถูกออกแบบมาและมีการทดสอบแล้วว่าสามารถทนต่อ MTBE และ Ethanol ได้ ดังนั้นจึงไม่มีการละลายของยางหรือเกิดการกัดกร่อนของยาง หรือพลาสติกใด ๆจนเป็นสาเหตุให้เกิดตะกอนสะสมในถังน้ำมันอย่างที่เข้าใจกัน
สำหรับกรณีที่สงสัยว่า ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แล้วทำให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกรองเบนซินอุดตันเร็วนั้น “ไม่เป็นความจริง” เพราะการที่จะเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับปัจจัย
ต่างๆ อาทิ ลักษณะการใช้งานของรถยนต์, อายุการใช้งานของไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง คุณภาพของไส้กรองเป็นต้น

หากรถยนต์บางคันมีการสะสมของคราบสิ่งสกปรกในระบบเชื้อเพลิง อยู่แล้ว เมื่อเปลี่ยนมาใช้
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีในด้านการทำความสะอาดจึงอาจไปชะล้างคราบสิ่งสกปรก
ออกมาในครั้งแรกของการใช้เท่านั้น
ข้อสงสัย 3.
ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะมีตะกอนของยางและพลาสติกชนิดพิเศษไปเกาะตามบ่าวาล์ว
ลูกสูบ แหวนลูกสูบ หากมีปริมาณไม่มาก ก็จะทำให้แหวนลูกสูบสึกหรอไปทีละน้อย แต่หากมีปริมาณมากๆ แล้ว แหวนลูกสูบจะบิ่น ทำให้เครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาเนื่องจากแหวนลูกสูบไม่สามารถกวาดน้ำมันเครื่องลงก้นอ่างได้หมด ทำให้รถยนต์คันนั้นมีปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ สะสมทีละน้อยๆ เครื่องก็จะค่อยๆ หลวมไปทีละนิด
คำตอบ 3. ปตท. โดย สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ได้วิจัยทดสอบการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์กับรถยนต์ทั้งที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา และรถรุ่นเก่าที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ ที่ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร โดยวัดมลพิษไอเสียและทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ทั้งตลอดช่วงเวลาการใช้งานและหลังการใช้งาน โดยการถอดเครื่องยนต์เพื่อประเมินความสกปรกที่เกิดขึ้นที่ลิ้นไอดี ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ รวมทั้งความสึกหรอตามชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ลูกสูบ แหวนลูกสูบ กระบอกสูบ แบริ่งส่วนต่างๆวัดอัตราการฉีดเชื้อเพลิงของหัวฉีด และตามชิ้นส่วนต่างๆ ของคาร์บูเรเตอร์ ผลการประเมินชิ้นส่วนทั้งหมด พบว่า ระดับของการสึกหรออยู่ในระดับปกติ ไม่แตกต่างจากการใช้เชื้อเพลิงเบนซินทั่วไป

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการใช้ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” ไม่ได้มีผลกระทบต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ผิดปกติไปกว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงธรรมดาแต่อย่างใด

ข้อสงสัย 4.
คาตาไลติก คอนu3648 .วอร์เตอร์ หรือตัวกรองไอเสียของรถยนต์ในปัจจุบันไม่ได้รับการออกแบบมา เพื่อรองรับการใช้งานกับเชื้อเพลิงชนิดเอทานอลเบลนด์ การใช้งานเชื้อเพลิงชนิดอื่นนอกจาก RON (น้ำมันไร้สารตะกั่ว) ย่อมทำให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์ชนิดนี้ลดลงกว่าที่ควรจะเป็น (คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์อายุใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10 ปี)
คำตอบ 4. โดยปกติ คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ หรืออุปกรณ์กรองมลพิษไอเสีย จะเสื่อมสภาพหรือ
มีอายุการใช้งานที่สั้นลง เมื่อสัมผัสกับโลหะหนักที่อยู่ในไอเสีย เช่น สารตะกั่ว กำมะถัน ซึ่งน้ำมัน
แก๊สโซฮอล์ไม่ได้มีโลหะหนักผสมอยู่ จึงไม่ได้มีผลต่ออายุการใช้งานคาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์





60525



ทั้งนี้ การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์กรองมลพิษไอเสีย มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่
4.1 เสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ ซึ่งปกติอายุของอุปกรณ์กรองไอเสียนี้จะมีอายุประมาณ 1
- 2 แสนกิโลเมตร ตามระดับเทคโนโลยีการผลิต
4.2 ความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานไม่เหมาะสม เช่น ติดตั้งอุปกรณ์เข้าใกล้เครื่องยนต์มากเกินไป
การใช้งานที่อุณหภูมิของไอเสียสูงมากเป็นระยะเวลานาน หรือ การอุปกรณ์กรองไอเสียถูกกระแทกอย่างแรง
ข้อสงสัย 5. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ที่ใช้กันในปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตเอทานอลในประเทศไทยแต่ละรายยังไม่สามารถส่งมอบเอทานอลได้มาตรฐานตามข้อกำหนด ทำให้คุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในปัจจุบันยังไม่นิ่งและแปรเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบของแต่ละโรงงานผลิต ส่งผลให้การผสมน้ำมันเบนซินไม่ได้สัดส่วนที่แน่นอนอย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจากมีบางโรงงานลดคุณภาพของเอทานอลลง เพราะไม่สามารถปรับราคาจำหน่ายขึ้นจาก 12.75 บาท มาเป็น 14.90 บาทได้ จนกระทั่งปัจจุบันรัฐบาลต้องให้ราคาสูงถึง ลิตรละ 15.00 บาท ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเพื่อจูงใจให้โรงงานผลิตเอทานอลเหล่านี้
คำตอบ 5. ในการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ผู้ค้าน้ำมันทุกรายจะต้องจัดหาเอทานอลที่มีคุณสมบัติเป็นไป
ตามข้อกำหนดคุณภาพของเอทานอลที่ใช้สำหรับเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งไม่ว่าผู้ผลิตเอทานอลจะผลิต
เอทานอลจากวัตถุดิบชนิดใด หรือจะต้องขายเอทานอลด้วยราคาเท่าใดก็ตาม เอทานอลที่จะ
นำเสนอขายหรือผลิตได้จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศข้อกำหนดด้วย
มิฉะนั้นผู้ค้าน้ำมันจะ
ไม่สามารถรับซื้อได้ นอกจากนั้น ผู้ค้าน้ำมันจะต้องผสมเอทานอลในอัตราส่วนตามที่กฎหมายกำหนดและควบคุมคุณภาพของแก๊สโซฮอล์ที่ผลิตได้ให้เป็นไปตามประกาศคุณสมบัติของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ปีพ.ศ. 2547ของกรมธุรกิจพลังงาน เช่นกัน
ข้อสงสัย 6. แก๊สโซฮอล์ E10 ไม่สามารถให้พลังงานได้เทียบเท่าน้ำมันเบนซิน 95 เดิม ทำให้ต้องเติมจำนวนมากกว่า เพื่อให้ได้ระยะทางการขับขี่เท่าๆ กัน
คำตอบ 6. น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีค่าความร้อนต่ำกว่าน้ำมันเบนซินเล็กน้อย เนื่องจากมีก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นสารไม่ให้พลังงานความร้อนแต่ช่วยทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์เป็นองค์ประกอบอยู่ส่วนหนึ่ง จากผลการทดสอบโดยสถาบันวิจัยฯ ปตท. ภายใต้สภาวะของการขับขี่ที่ควบคุมได้ พบว่า อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของน้ำมันแก๊สโซฮอล์แตกต่างจากน้ำมันเบนซิน 95 อยู่เพียง 1-2% อย่างไรก็ตาม การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่ของแต่ละบุคคล, สภาพของรถยนต์ และสภาพจราจรบนท้องถนน ฯลฯ แต่เมื่อเปรียบเทียบ
กับราคาจำหน่ายแล้ว น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละ 1.50 บาท หรือ
5.7% จากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ปัจจุบันที่ 26.14 บาท/ลิตร ยังสามารถช่วยประหยัดเงินผู้ใช้ได้
มากกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณร้อยละ 3.7% ทีเดียว

ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเงินของแต่ละท่านแล้ว ที่สำคัญเรายังมีส่วนช่วยประเทศชาติประหยัด
เงินตราลดการนำเข้าเชื้อเพลิงลงได้ด้วย ในภาวะวิกฤติพลังงานเช่นนี้ทุกคนในชาติต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่ออนาคตของคนรุ่นหลัง ปตท. พร้อมที่จะทำหน้าที่ให้ดีและเหมาะสมที่สุดในฐานะ “บริษัทพลังงานแห่งชาติ” อย่างสมบูรณ์ต่อไป ให้สมกับเป็น ปตท. “พลังไทย เพื่อไทย”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องแก๊สโซฮอล์ ได้ที่
• ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2537-2422
• สอบถามข้อมูลทางเทคนิค ได้ที่ สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. โทร. 02-537-3000 ต่อ 2465, 2415, 3245
• ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.pttplc.com
*********************************


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 30 ต.ค. 2550 (23:39)
ขอบคุณน่ะค่ะ
mundolardo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 31 ต.ค. 2550 (20:29)
ให้ความรู้ดีมากกกกกกกค่ะ
stnsatinee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 พ.ย. 2550 (10:54)
ปัจจุบันใช้ เบนซิน91 อยู่ ทราบมาว่ารถสามารถใช้แก๊สโซฮอล์91ได้ แต่แถวนี้มีแก๊สโซฮอล์95 จำหน่ายเท่านั้น ผมสามารถใช้สลับกันระหว่าง เบนซิน 91 กับ แก๊สโซฮอล์ 95 ได้หรือไม่ อีกคำถามหนึ่งพฤติกรรมการใช้รถของผมไม่บ่อยนัก จะจอดซะส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีการวิ่งทางไกล ทราบมาว่าหากรถที่ไม่ค่อยได้ใช้ อัตราการสิ้นเปลืองของแก๊สโซฮอล์จะสูงกว่าเนื่องจากการระเหย ใช้หรือไม่ครับ
mek^-^ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 พ.ย. 2550 (20:10)
แก๊สโซฮอล์ มันเกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์นิค่ะ เมื่อใช้นานไปก้อจะเกิดสนิมไม่ช่ายหรอค่ะ มันอาจไม่เห็นผลในเวลา1-2 วันแต่ในระยะยาวมันก้อมีผลไม่ช่ายหรอค่ะ
okko13 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 18 พ.ย. 2550 (00:53)
แอลกอฮอล์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
................................
ในทางเคมี แอลกอฮอล์ คือสารประกอบอินทรีย์ ที่มีหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) ต่อกับอะตอมคาร์บอนของหมู่แอลคิลหรือหมู่ที่แทนแอลคิล สูตรทั่วไปของแอลกอฮอล์แบบอะไซคลิก คือ CnH2n+1OH.

โดยทั่วไป แอลกอฮอล์ มักจะอ้างถึงเอทานอลเกือบจะเพียงอย่างเดียว หรือเรียกอีกอย่างว่า grain alcohol ซึ่งเป็นของเหลวที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และสามารถระเหยได้ ซึ่งเกิดจากการหมักน้ำตาล นอกจากนี้ยังสามารถใช้อ้างถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นที่มาของคำว่าแอลกอฮอลิซึ่ม (โรคติดแอลกอฮอล์)

เอทานอลเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์กดประสาท ที่ลดการตอบสนองของระบบประสาทส่วนกลาง (en:Effects of alcohol on the body). แอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ จะอธิบายด้วยคำวิเศษณ์เพิ่มเติม เช่น isopropyl alcohol (ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์) หรือด้วยคำอุปสรรคว่า -ol เช่น isopropanol (ไอโซโพรพานอล).

จากสาระข้างต้นโอกาสที่ ออกซิเจน จะไปปฏิกริยากับโลหะที่เป็นโครงสร้างหรือทางเดินของน้ำมัน หรือ ถังพัก หรือความชื้นที่อยู่ระบบเชื้อ ทำเกิดสนิมโลหะ และประสิทธิการแตกตัวของ ระหว่างคาร์บอน ไฮโดรเจน ซึ่ง จะเสียพลังงานที่ปลดปล่อยไฮโดรเจนออกจากคาร์บอนไปหนึ่งอะตอม เมื่อเทียบผลดีและผลเสีย กำลังลด10-20% การเผาไหม้ที่สมบรณ์ แต่ผลเสีย เครื่องถูกกัดกรอนโดนออกซิเจน กำลังเครื่องตก เครื่องต้องใช้ปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อให้อัตราเร่งเท่าเดิม เครื่องน๊อก ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่าที่ไม่ใช่หัวฉีด
ข้อเสนอแนะ ของผู้เขียน ควรเอาแอลกอฮอล์ไป แยกออกซิเจนไปรวมกับคาร์บอนเป็น CO ที่สามารถติดไฟได้ เมื่อไปรวมกับอากาศ คือพูดง่ายๆๆ ใช้แอลกอฮอล์ล้วนเป็นเชื้อเลย และจัดเก็บในถังที่ทนกัดกร่อนได้ แล้ว เปลี่ยนเป็น C2H4+H2O -----> CH2+2H2+CO โดยหยดบนความร้อนสูงที่400-600บนอลูมิเนียมร้อน(400-600องศาซี)
ทำให้ปฏิกริยาสมบรูณ์กว่ากำลังงานสูงกว่า ใกล้เคียงกับก๊าซLPG หรือ NGV น่าจะดีที่สุดเท่าที่ศึกษาค้นคว้ามา หรือให้ความร้อนในระดับ 900-1000 องศาก็จะ ไฮโดรเจนยิ่งดีกว่าขึ้นไปอีกนะครับ ถ้าเป็นแก๊สโซฮอล ผมว่ใช้ได้เท่านั้นต้องเพียงระยะยาวด้วย เท่าที่เคยใช้ ( เลิกใช้ไปเลย ) ทั้งนี้ทั้งนั้นพิจารณาเองนะครับ ผมให้ข้อมาเพื่อเป็นความรู้เท่านั้นไม่ได้ขัดใครนะ
นายจอส เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 30 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 19 ก.พ. 2551 (10:25)

เคยใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันธรรมดาเปรียบเทียบกัน  ในระยะทางเท่ากัน อัตรเร่งเท่ากัน ผลปรากฏว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์หมดเร็วกว่า 


เมื่อการทดสอบครั้งแรกผ่านไป ยังไม่อยากเชื่อผลที่ได้นัก เลยลองอีกครั้งโดยใช้รถในกิจวัตรที่เหมือนกัน เช่น ตอนเช้าขับออกไปทำงาน จอดทิ้งไว้ที่ที่ทำงาน พอเย็นก็ขับกลับบ้าน


และจอดทิ้งไว้ทั้งคืน  ทำอย่างนี้อยู่ 1 เดือนกับน้ำมันทั้งสองอย่าง ผลก็ปรากฏว่าน้ำมันธรรมดาเหลืออยู่ในถังมากกว่า


ถ้าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ถูกกว่า แต่ใช้หมดเร็วกว่า .....?  อย่างไหนจะค้มกว่า  กันแน่?


 


kokojack เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 87 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


thong_vcharkarn
(ศิริทอง)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,032 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 10 เดือน
แบ่งปันความรู้ 97 ครั้ง
ได้รับดาว 173 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” [11,413]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,417]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,672]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [281,306]
Global Warming { English } [117,296]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.