|
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ น้ำมันแก๊สโซฮอล์
www.pttplc.com (17,493 views) first post: Mon 29 October 2007 last update: Mon 29 October 2007
ตามที่มีข้อสงสัยกรณี น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีผลกระทบต่อถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันของรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป
|
หน้าที่ 1 - คำถามและคำตอบ
ตามที่มีข้อสงสัยกรณี
น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีผลกระทบต่อถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันของ
รถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป นั้น
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ตลอดระยะเวลา 27 ปี ปตท. ได้
มุ่งมั่น ทุ่มเทการดำเนินงานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคเสมอมา ภายใต้การเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายแรกของประเทศที่จำหน่ายน้ำมันเบนซินพิเศษไร้สารตะกั่ว
รวมถึงการค้นคว้า วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ผ่าน
สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยฯ ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ใคร่
ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง โดยขอสรุปสาระสำคัญผ่านข้อสงสัยดังนี้
ข้อสงสัย 1. รถยนต์ในประเทศไทยที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ขึ้นไป วัสดุถังน้ำมันและท่อทางเดินน้ำมันจากถัง
น้ำมันเข้าสู่เครื่องยนต์จะทำจากยางหรือพลาสติกชนิดพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันไร้สารตะกั่วทำปฏิกิริยากับถังน้ำมันเหล็กของรถยนต์รุ่นที่เก่ากว่าปี 1994 ลงไป ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมารณรงค์ให้ใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ หรือ E10 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอล 10% และน้ำมันเบนซิน91 อยู่ 90% เอทานอล 10% ที่ว่านี้ จะไปทำปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมัน ซึ่งรถยนต์ที่ผลิตจากวัสดุที่ทำจากยาง หรือพลาสติกชนิดพิเศษดังกล่าว จะเกิดการกัดกร่อน กลายเป็นตะกอนสะสมในถังน้ำมัน
คำตอบ 1. ในทุกประเทศที่มีการยกเลิกสารตะกั่วในน้ำมันเบนซิน จำเป็นต้องใช้สารเพิ่มค่าออกเทนชนิดอื่น
มาทดแทน ซึ่งสารที่สามารถนำมาใช้ได้
และไม่มีผลกระทบกับสมรรถนะของรถยนต์คือสาร MTBEและ Ethanol (เอทานอล) ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงได้มีการพัฒนาวัสดุที่ใช้ในระบบฉีดเชื้อเพลิง ตั้งแต่ถังน้ำมัน ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อทางเดินน้ำมัน จนถึงหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง ให้มีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อสาร MTBE และ Ethanol ได้
ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จึงได้ให้ความมั่นใจว่า รถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี1995 เป็นต้นมา สามารถใช้กับน้ำมันเบนซินที่ผสม เอทานอลได้ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบยี่ห้อ รุ่นรถได้ที่เว็บไซต์ของ ปตท. (www.pttplc.com)
อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ผลิตก่อนปี 1995 บางรุ่นอาจใช้น้ำมันแก็สโซฮอล์ได้ โดยผู้ใช้สามารถ
สอบถามโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
ข้อสงสัย 2. การใช้แก๊สโซฮอล์จะไปทำปฏิกิริยากับถังน้ำมันรถยนต์และท่อทางเดินน้ำมันรถยนต์ที่ผลิตจากวัสดุที่ทำจากยาง หรือพลาสติกชนิดพิเศษดังกล่าว ทำให้เกิดการกัดกร่อน กลายเป็นตะกอนสะสมในถังน้ำมันไปเรื่อยๆ ทีละน้อย ปั๊มน้ำมันไฟฟ้าจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดูดน้ำมันเข้าไปเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์
ทำให้อายุการใช้งานของปั๊มน้ำมันไฟฟ้าสั้นลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกรองเบนซินอุดตันเร็วกว่าปกติ
คำตอบ 2. เนื่องจากวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในระบบฉีดเชื้อเพลิงของรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 และผู้ผลิตได้ให้คำแนะนำว่าสามารถใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้นั้น ได้ถูกออกแบบมาและมีการทดสอบแล้วว่าสามารถทนต่อ MTBE และ Ethanol ได้
ดังนั้นจึงไม่มีการละลายของยางหรือเกิดการกัดกร่อนของยาง หรือพลาสติกใด ๆจนเป็นสาเหตุให้เกิดตะกอนสะสมในถังน้ำมันอย่างที่เข้าใจกัน
สำหรับกรณีที่สงสัยว่า
ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แล้วทำให้ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกรองเบนซินอุดตันเร็วนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะการที่จะเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับปัจจัย
ต่างๆ อาทิ ลักษณะการใช้งานของรถยนต์, อายุการใช้งานของไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง คุณภาพของไส้กรองเป็นต้น
หากรถยนต์บางคันมีการสะสมของคราบสิ่งสกปรกในระบบเชื้อเพลิง
อยู่แล้ว เมื่อเปลี่ยนมาใช้
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีในด้านการทำความสะอาดจึงอาจไปชะล้างคราบสิ่งสกปรก
ออกมาในครั้งแรกของการใช้เท่านั้น
ข้อสงสัย 3. ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะมีตะกอนของยางและพลาสติกชนิดพิเศษไปเกาะตามบ่าวาล์ว
ลูกสูบ แหวนลูกสูบ หากมีปริมาณไม่มาก ก็จะทำให้แหวนลูกสูบสึกหรอไปทีละน้อย แต่หากมีปริมาณมากๆ แล้ว แหวนลูกสูบจะบิ่น ทำให้เครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาเนื่องจากแหวนลูกสูบไม่สามารถกวาดน้ำมันเครื่องลงก้นอ่างได้หมด ทำให้รถยนต์คันนั้นมีปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ สะสมทีละน้อยๆ เครื่องก็จะค่อยๆ หลวมไปทีละนิด
คำตอบ 3. ปตท. โดย
สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ได้วิจัยทดสอบการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์กับรถยนต์ทั้งที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา และรถรุ่นเก่าที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ ที่ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร โดยวัดมลพิษไอเสียและทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ทั้งตลอดช่วงเวลาการใช้งานและหลังการใช้งาน โดยการถอดเครื่องยนต์เพื่อประเมินความสกปรกที่เกิดขึ้นที่ลิ้นไอดี ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ รวมทั้งความสึกหรอตามชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ลูกสูบ แหวนลูกสูบ กระบอกสูบ แบริ่งส่วนต่างๆวัดอัตราการฉีดเชื้อเพลิงของหัวฉีด และตามชิ้นส่วนต่างๆ ของคาร์บูเรเตอร์
ผลการประเมินชิ้นส่วนทั้งหมด พบว่า ระดับของการสึกหรออยู่ในระดับปกติ ไม่แตกต่างจากการใช้เชื้อเพลิงเบนซินทั่วไป
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้มีผลกระทบต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ผิดปกติไปกว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงธรรมดาแต่อย่างใด
ข้อสงสัย 4. คาตาไลติก คอนu3648 .วอร์เตอร์ หรือตัวกรองไอเสียของรถยนต์ในปัจจุบันไม่ได้รับการออกแบบมา เพื่อรองรับการใช้งานกับเชื้อเพลิงชนิดเอทานอลเบลนด์ การใช้งานเชื้อเพลิงชนิดอื่นนอกจาก RON (น้ำมันไร้สารตะกั่ว) ย่อมทำให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์ชนิดนี้ลดลงกว่าที่ควรจะเป็น (คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์อายุใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10 ปี)
คำตอบ 4. โดยปกติ
คาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ หรืออุปกรณ์กรองมลพิษไอเสีย จะเสื่อมสภาพหรือ
มีอายุการใช้งานที่สั้นลง เมื่อสัมผัสกับโลหะหนักที่อยู่ในไอเสีย เช่น สารตะกั่ว กำมะถัน ซึ่งน้ำมัน
แก๊สโซฮอล์ไม่ได้มีโลหะหนักผสมอยู่ จึงไม่ได้มีผลต่ออายุการใช้งานคาตาไลติก คอนเวอร์เตอร์
ทั้งนี้ การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์กรองมลพิษไอเสีย มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่
4.1 เสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ ซึ่งปกติอายุของอุปกรณ์กรองไอเสียนี้จะมีอายุประมาณ 1
- 2 แสนกิโลเมตร ตามระดับเทคโนโลยีการผลิต
4.2 ความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานไม่เหมาะสม เช่น ติดตั้งอุปกรณ์เข้าใกล้เครื่องยนต์มากเกินไป
การใช้งานที่อุณหภูมิของไอเสียสูงมากเป็นระยะเวลานาน หรือ การอุปกรณ์กรองไอเสียถูกกระแทกอย่างแรง
ข้อสงสัย 5. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ที่ใช้กันในปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตเอทานอลในประเทศไทยแต่ละรายยังไม่สามารถส่งมอบเอทานอลได้มาตรฐานตามข้อกำหนด ทำให้คุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในปัจจุบันยังไม่นิ่งและแปรเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบของแต่ละโรงงานผลิต ส่งผลให้การผสมน้ำมันเบนซินไม่ได้สัดส่วนที่แน่นอนอย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจากมีบางโรงงานลดคุณภาพของเอทานอลลง เพราะไม่สามารถปรับราคาจำหน่ายขึ้นจาก 12.75 บาท มาเป็น 14.90 บาทได้ จนกระทั่งปัจจุบันรัฐบาลต้องให้ราคาสูงถึง ลิตรละ 15.00 บาท ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเพื่อจูงใจให้โรงงานผลิตเอทานอลเหล่านี้
คำตอบ 5. ในการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์
ผู้ค้าน้ำมันทุกรายจะต้องจัดหาเอทานอลที่มีคุณสมบัติเป็นไป
ตามข้อกำหนดคุณภาพของเอทานอลที่ใช้สำหรับเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งไม่ว่าผู้ผลิตเอทานอลจะผลิต
เอทานอลจากวัตถุดิบชนิดใด หรือจะต้องขายเอทานอลด้วยราคาเท่าใดก็ตาม เอทานอลที่จะ
นำเสนอขายหรือผลิตได้จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศข้อกำหนดด้วย มิฉะนั้นผู้ค้าน้ำมันจะ
ไม่สามารถรับซื้อได้ นอกจากนั้น ผู้ค้าน้ำมันจะต้องผสมเอทานอลในอัตราส่วนตามที่กฎหมายกำหนดและควบคุมคุณภาพของแก๊สโซฮอล์ที่ผลิตได้ให้เป็นไปตามประกาศคุณสมบัติของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ปีพ.ศ. 2547ของกรมธุรกิจพลังงาน เช่นกัน
ข้อสงสัย 6. แก๊สโซฮอล์ E10 ไม่สามารถให้พลังงานได้เทียบเท่าน้ำมันเบนซิน 95 เดิม ทำให้ต้องเติมจำนวนมากกว่า เพื่อให้ได้ระยะทางการขับขี่เท่าๆ กัน
คำตอบ 6. น้ำมันแก๊สโซฮอล์มีค่าความร้อนต่ำกว่าน้ำมันเบนซินเล็กน้อย เนื่องจากมีก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นสารไม่ให้พลังงานความร้อนแต่ช่วยทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์เป็นองค์ประกอบอยู่ส่วนหนึ่ง จากผลการทดสอบโดยสถาบันวิจัยฯ ปตท. ภายใต้สภาวะของการขับขี่ที่ควบคุมได้ พบว่า
อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของน้ำมันแก๊สโซฮอล์แตกต่างจากน้ำมันเบนซิน 95 อยู่เพียง 1-2% อย่างไรก็ตาม การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่ของแต่ละบุคคล, สภาพของรถยนต์ และสภาพจราจรบนท้องถนน ฯลฯ
แต่เมื่อเปรียบเทียบ
กับราคาจำหน่ายแล้ว น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ลิตรละ 1.50 บาท หรือ
5.7% จากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ปัจจุบันที่ 26.14 บาท/ลิตร ยังสามารถช่วยประหยัดเงินผู้ใช้ได้
มากกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ประมาณร้อยละ 3.7% ทีเดียว
ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเงินของแต่ละท่านแล้ว ที่สำคัญเรายังมีส่วนช่วยประเทศชาติประหยัด
เงินตราลดการนำเข้าเชื้อเพลิงลงได้ด้วย ในภาวะวิกฤติพลังงานเช่นนี้ทุกคนในชาติต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่ออนาคตของคนรุ่นหลัง ปตท. พร้อมที่จะทำหน้าที่ให้ดีและเหมาะสมที่สุดในฐานะ บริษัทพลังงานแห่งชาติ อย่างสมบูรณ์ต่อไป ให้สมกับเป็น ปตท. พลังไทย เพื่อไทย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องแก๊สโซฮอล์ ได้ที่
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2537-2422
สอบถามข้อมูลทางเทคนิค ได้ที่ สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. โทร. 02-537-3000 ต่อ 2465, 2415, 3245
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.pttplc.com
*********************************