 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/335" type="text/javascript"></script> |
|
|
โรคโบทูลิซึม (Botulism) (เกี่ยวกับกรณีหน่อไม่ปี๊บที่จังหวัดน่าน)
เอกสารเกี่ยวก้บเรื่องกรณีโรคโบทูลิซึม ที่เกิดจากกรณีหน่อไม้ปี๊บ ที่จ.น่าน จากทางไบโอเทค โรคนี้เกิดจากสารชีวพิษ (toxin) ที่มีฤทธิ์รุนแรง ซึ่งสร้างโดยเชื้อแบคทีเรียชื่อ คลอสทริเดียม โบทูลินัม
post ครั้งแรก: Fri 28 April 2006, 6:54 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 28 April 2006, 6:54 pm
|
หน้าที่ 1 - โบทูลิซึม (Botulism) จากอาหาร
ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
นักเขียนประจำ
วิชาการ.คอม
โบทูลิซึม (Botulism) จากอาหาร
โรคโบทูลิซึม (botulism) ในคน เป็นโรครุนแรงที่ไม่พบบ่อย โรคนี้เกิดจาก
สารชีวพิษ (toxin) ที่มีฤทธิ์รุนแรง ซึ่งสร้างโดยเชื้อแบคทีเรียชื่อ
คลอสทริเดียม โบทูลินัม (
Clostridium botulinum) และ
ไม่ติดต่อจากคนถึงคน เชื้อแบคทีเรียสปีชีส์ดังกล่าวที่ก่อโรคโบทูลิซึมในคน สามารถแบ่งตามชนิดของชีวพิษได้เป็น 3 ชนิด (type) คือ ชนิด A B และ E
แบคทีเรียนี้ในรูป
สปอร์ (spore) สามารถพบได้ในดิน, ตะกอนในน้ำ และในปลา สปอร์พวกนี้ทนความร้อน ภายใต้สภาวะไร้อากาศ สปอร์ของโบทูลินัม สามารถเจริญไปเป็นแบคทีเรียใหม่และสร้างชีวพิษได้ การรับประทานสารชีวพิษ ที่มีอยู่ในอาหารที่เตรียมอย่างไม่เหมาะสมเป็นอันตราย และอาจทำให้เสียชีวิตได้
โดยทั่วไปแล้ว โบทูลิซึมมักมีสาเหตุมาจากอาหาร แต่โรคดังกล่าวอาจจะติดต่อผ่านการติดเชื้อทางบาดแผล หรือเกิดการติดเชื้อในลำไส้ของทารกได้
อาการของโรค
อาการของโรคโบทูลิซึมไม่ได้เกิดจากตัวแบคทีเรียเอง แต่เกิดจากชีวพิษที่แบคทีเรียชนิดนี้ปล่อยออกมา ซึ่งมักปรากฏอาการให้เห็นภายใน 12 - 36 ชั่วโมง (อย่างเร็วคือ 4 ชั่วโมง และอย่างช้าคือ 8 วัน) ภายหลังการได้รับเชื้อ รายงานการพบโบทูลิซึมมีไม่มากนัก แต่อัตราการตายสูง หากรักษาไม่ทันท่วงทีหรืออย่างไม่เหมาะสม โรคนี้อาจมีอัตราการทำให้เสียชีวิตสูงถึง 5 - 10 เปอร์เซ็นต์
อาการในเบื้องต้นของโรคนี้ก็คือ
หมดเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย และวิงเวียนศีรษะ ซึ่งมักจะตามด้วยการมองเห็นภาพไม่ชัดเจน ปากแห้ง พูดหรือกลืนอาหารลำบาก อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย คือ
อาเจียน ท้องร่วงหรือท้องผูก และอาจมีอาการท้องบวม อาการของโรคอาจเปลี่ยนแปลง ไปสู่การที่คอและแขนไม่มีแรง จากนั้น กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจและกล้ามเนื้อช่วงล่างของร่างกาย อาจได้รับผลกระทบไปด้วย
เกิดอาการอัมพาตอาจทำให้หายใจลำบาก แต่จะไม่มีไข้และไม่สูญเสียสติสัมปชัญญะ
ผู้ที่รับประทานอาหารซึ่งติดเชื้อในแบบเดียวกัน มักจะมีอาการคล้ายคลึงกัน หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที (คือ มีการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน ฉีดสารต้านชีวพิษ (antitoxin) อย่างรวดเร็ว และดูแลในส่วนของระบบการหายใจอย่างใกล้ชิด)
อาการของโรคการป้องกันและรักษาโรคโบทูลิซึม
การป้องกันโรคนี้อาศัยการเตรียมอาหารอย่างถูกต้อง (โดยเฉพาะขั้นตอนการเก็บรักษา) กระบวนการ
สเตอริไล-เซชัน (Sterilization) ทำลายชีวพิษในสปอร์ได้ แต่กระบวนการ
พาสเจอไรเซชัน (Pasteurization) อาจไม่เพียงพอที่จะทำลายสปอร์ได้หมด ดังนั้น จึงต้องควบคุมดูแลป้องกัน ไม่ให้เชื้อเติบโต และสร้างชีวพิษ ในระหว่างกระบวนการผลิตควบคู่กันไปด้วย การแช่เย็น ร่วมกับการทำให้อาหารอยู่ในสภาพ มีความเข้มข้นของเกลือสูง หรือมีสภาพเป็นกรด มีส่วนช่วยป้องกัน การเติบโตและการสร้างสปอร์ได้
การรักษาต้องทำทันที ภายหลังจากวินิจฉัยพบว่าเป็นโรคนี้ ในหลายกรณีต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ และอาจต้องรักษานาน หลายสัปดาห์หลายเดือน ไม่จำเป็นต้องใช้
ยาปฏิชีวนะ (antibiotics) ยกเว้น ในรายที่พบการติดเชื้อจากบาดแผล มี
วัคซีน (vaccine) ต่อโรคนี้ แต่มีการนำมาใช้น้อยมาก เนื่องจากยังไม่ทราบประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงชัดเจน
* เนื้อหาในเอกสารนี้เรียบเรียงมาจาก Fact Sheet No 270 (Revised August 2002) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ท่านที่สนใจจะอ่านฉบับสมบูรณ์ (ภาษาอังกฤษ) สามารถดาวน์โหลดได้จาก
http://www.who.int/mediacentre/factsheets/who270/en/print.html
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 13 พ.ค. 2549 (11:33) "ยังมีข่าวบางกระแสว่า เชื้อนี้อาจเป็น อาวุธชีวะ หรือ อาวุธชีวภาพ (biological weapon หรือ bioweapon) อีกด้วย
ถ้าเอามาใช้เป็นอาวุธชีวภาพจริง คงจะไม่ส่งผลร้ายเท่าเชื้อแอนแทรกซ์
เผลอ ๆ ยังกลายเป็นตลกร้ายอีกต่างหากครับ เพราะเชื้อตัวนี้จะแผลงฤทธิ์ถ้าอยู่ในที่ไร้อากาศครับ
ข่าวนี้ แว่ว ๆ มาว่าสหรัฐอเมริกาใช้เป็นข้ออ้างว่า อิรักมีอาวุธชีวภาพ!??
เพราะมีการค้นพบกระป๋องเชื้อโบทูลินัม
ซึ่งถ้าพัฒนาเป็นอาวุธชีวภาพจริง ๆ คงจะใช้ได้ถ้านำเชื้อใส่อาหารกระป๋องที่ไม่มีการเติมกรดอ่อนพวกกรดมาลิกครับ
แต่ถ้ายิงตูมตาม เห็นจะเป็นไปไม่ได้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 พ.ค. 2549 (17:37) ตกลงว่ามันเป็นเชื้อที่เป็นอาวุธชีวภาพรึเปล่า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 พ.ค. 2549 (17:41) เคยเห็นรูปเด็กที่โดนเชื้อแอนเทรกซ์น่าสงสารดูทรมานมากผลสุดท้ยเด็กคนนั้นก็ตายเป็นผู้รับบาปทั้งที่ไม่รู้เรื่อง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 22 พ.ค. 2549 (18:22) สวัสดีคุณอรยุพาครับ
ขออนุญาตสรุปง่าย ๆ ว่า โบทูลินัม ไม่ใช่เชื้อที่เอามาทำอาวุธชีวภาพครับ
อนึ่ง เชื้อที่นำมาทำเป็นอาวุธชีวภาพ มักจะมีฤทธิ์ร้ายแรง และส่งผลกระทบกว้างมากครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 19 มิ.ย. 2549 (19:57) ถ้าเป็นอาวุธชีวภาพ จิงคงจะโหดร้ายมากเลย คนโลกเดียวกันแท้ ๆ กลับมาฆ่ากันเอง
อนิจจัง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 29 พ.ย. 2549 (21:53) น่ากลัวนะ ทีนี้ต้องระวัง
tangmoboy205 (IP:125.24.133.89)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 6 ธ.ค. 2549 (15:28) โบทูลิซึม มีการติดต่ออย่างไรค่ะ
และ ผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคนี้ควรจะปฏิบัติอย่างไรค่ะ
ผู้สงสัย และอยากได้คำตอบ (IP:203.172.89.116)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 24 ส.ค. 2550 (12:31) การป้องกันพิษของ Clostidium botulinum ทำได้โดยการ sterilization ที่ต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการที่ต้องเรียนรู้ หากไม่ถูกต้องเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ดังที่เป็นข่าว
สายสนม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 ต.ค. 2550 (08:51) แล้วโรคbotulism สามารถติดต่อจากสัตว์ถึงคนใด้หรือปล่าวครับ