สารบัญ
หน้าที่ 1 - สถานการณ์ของสองประเทศ
ว่าแต่ประเทศไทยเราเองก็ผ่านระยะเวลาที่น่าเป็นห่วงมา 1 ปีพอดี (จริงๆแล้วเราสามารถย้อนเวลาไปได้กว่าสองปีเศษๆนับตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วถูกขับไล่ โดยการนำของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรประชาธิปไตย)
อาการแกร่งๆ!!เป็นกังวลถึงการใช้ความรุนแรงในการระงับเหตุมีเค้าลางก่อตัวดั้งก้อนเมฆสีดำบนท้องฟ้า
ลองสังเกตดูสิครับ พอจะเห็นถึงความเหมือนหรือต่างในสถานการณ์ของสองประเทศ ที่ว่านี้ได้รึเปล่า
ตรงประเด็นที่ว่าเหมือน ก็คือทั้งสองประเทศ มีการใช้กำลังทางทหารเช่นเดียวกัน กล่าวคือ กำลังทหารที่มากด้วยอาวุธ ตั้งแต่ไม้ตะบอง ปืน จนไปถึงรถถังในกรณีของประเทศไทยเรา สิ่งเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทับของแต่ละประเทศ อย่างที่เห็นจากภาพข่าวต่างๆเหล่านี้แสดงถึงการจัดการกับปัญหาด้วยวิธีการรุนแรงนั้นเอง
(อาวุธที่เพียงแค่ปลายนิ้วก็จัดการกับฝูงชนนับร้อยนับพันลงได้อย่างง่ายดาย)
แน่นอนว่าไทยเรามีการใช้กำลังทางการทหาร มาแก้ไขปัญหาทางการเมือง อยู่บ่อยครั้ง แม่นว่าทุกๆครั้ง มีท่านนักวิชาการชั้นนำมามายหลายต่อหลายท่าน นำเสนอทางเลือกของการแก้ปัญหาด้วยรูปแบบและวิธีอื่นๆ แต่ก็เชื่อขนมกินได้ว่า การใช้กำลังทางทหารมักเป็นที่นิยมกว่าทางเลือกที่อื่นใด
เพราะพลังในการจัดการอย่างรวดเร็ว ด้วยแนวคิดอย่างง่ายๆและไม่ซับซ้อนอะไรนัก เป็นที่ความเข้าใจถึงวิธีการ ว่าทำไมจึงนิยมใช้กำลังทางทหารกันบ่อยครั้งนัก
ทั่งที่รู้ว่าปัญหาไม่ได้หมดไปอย่างถาวร เพียงแต่ทำให้เกิดอาการสงบปากสงบคำลง ของสองฝ่ายที่ขัดแย่งกันอย่างทันทีทันใด
ดูอย่างครั้งที่ผ่านมาหมาดๆสิครับ เวลาผ่านไป เพียงแค่ 5 -6 เดือนเท่านั้น ความขัดแย้งต่างๆที่หมักหมมเมื่อครั้งนั้นกำลังกลับมาก่อตัวใหม่อีกครั้ง
( ฝนกำลังจะตกหนักเพราะก้อนเมฆสีดำก้อนเดิม....
ไม่ใช้เพราะนี้เข้าหน้าฝนแล้วหรอกเหรอ...)
ถามถึงความถี่ ของการใช้และระยะเวลาในการใช้กำลังทางหารไม่มีใครรู้แน่นอน อาจจะสักสิบปีหรือไม่!!อย่างเก่งอีกยี่สิบปี กองกำลังทางทหารจะหันกลับมาเป็นทางเลือก ในการจัดการกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในบ้านเราอีกครั้ง
มาที่ความต่างเพียงอย่างเดียวในสองสถานการณ์จะเห็นก็แค่ไทยเราใช้สมองในการสั่งการปลายนิ้วได้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีเหตุการณ์นองเลือดในหน้าประวัติศาสตร์มีมากเกินพอแล้ว
จากเหตุการณ์ข้างต้นมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย
อะไรคือประชาธิปไตย ประชาธิปไตยมีจริงหรือ มันใช่การเลือกตั้งมั้ย แล้วประชาธิปไตยแบบใดเล่าที่เหมาะกับประเทศไทย
คำที่เรียกกันว่า สังคม ผู้ซึ่งรับผลกระทบโดยตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
จำต้องหาคำตอบ แล้วแก้โจทย์เหล่านี้ อยู่เนืองๆ
........................................................................................
เมื่อวันที่ 22-23 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาส ตอบโจทย์ข้อนี้ด้วยตัวเองครับ
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
(NATIONAL INSTITUTE OF DEVELOPMENT ADMINISTRATION)
ที่รู้จักกันดีในนาม
NIDA
ร่วมกับ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ( WU)
สองสถาบันในระดับอุดมศึกษาที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมในวันเวลาดังกล่าว
สิบนักศึกษาของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต รวมตัวกันดำเนินขั้นตอนส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างเงียบๆ
สิบนักศึกษาที่ประกอบไปด้วย
นายสันต์ ดอนศรี(ตัม),นายณัทฐพจน์ เดชะกัญญา(นัท),นายสุธัมมะ ธรรมศักดิ์(ข้าว),นางสาวสุภพร ไกลฤกธิ์(สุ),นางสาววสากร รุ่งแจ้งสุวรรณ(แน๋น),นางสาวจันทรนา สมหวัง(เล็ก),นางสาวลัสวดี ชูรัตน์(แอร์),นายธีระพจน์ (พจน์)และนายประกอบ(พี่ประกอบ) อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ
(เหล่าพี่ๆ Staff ทีม)
ทั้งหมดเป็น staff ของค่าย
ที่จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ในนามค่าย
เมล็ดพันธ์ใหม่ของประชาธิปไตย
ค่ายนี้มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมรวม 23 คน
ประกอบด้วย 17 นักศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
และอีก 6 นักศึกษาจากราชภัฏนครศรีธรรมราช ในระยะเวลา 2 วันเต็ม
ผมเองในฐานะผู้เฝ้าร่วมได้คำตอบและเขียนเล่าเป็นบทความบทนี้(ที่ใช้คำว่าผู้เฝ้าร่วม นี้ก็อธิบายได้ง่ายๆครับ เพราะผมเป็นทั้งผู้รับสื่อพร้อมๆทั่งเป็นผู้เสนอสื่อด้วย)
ผมเปิดตัวกิจกรรมในฐานะ staff ค่ายคนหนึ่ง และตลอดสองวัน ผมได้เรียนรู้หัวข้อประชาธิปไตยอย่างเป็นนิสัย!! กิจกรรมแล้วกิจกรรมเล่าพร้อมกับลูกค่ายทั้ง 23 คน
การดำเนินกิจกรรมในค่ายเป็นไปอย่างอิสระ
นายสันต์ ดอนศรี หนึ่งใน staff อธิบายกับผมไว้ว่า
เราทั้งหมด หวังให้พวกน้องๆที่มาร่วมกิจกรรมค่ายครั้งนี้ ได้แลกเปลี่ยนและสนทนาในหัวข้อประชาธิปไตยอย่างเป็นนิสัย!!
นายสันต์ ดอนศรี อธิบายต่อว่า
ที่ว่าเป็นนิสัยนั้น เพราะหากว่าเราพิจารณากันอย่างท่องแท้แล้ว การใช้ชีวิตประจำวันนั้น ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับคำว่าประชาธิปไตยทั้งสิ้น
คำว่าประชาธิปไตยของคุณคืออะไร
เว้นช่วงรอคำตอบ 3 วิ
ไม่ต้องตอบผมตอนนี้ เอาไว้จบกิจกรรมค่ายแล้วเราค่อยมาแลกเปลี่ยนกันอีกครั้ง นี้แหละครับคือหัวใจของค่ายส่งเสริมประชาธิปไตยค่ายนี้
ภาพพี่ตัมของเราครับ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 พ.ย. 2550 (17:13) ประชาธิปไตยคืออะไร??