 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33511" type="text/javascript"></script> |
|
|
ประชาธิปไตยมีจริงหรือ ( พม่า - ไทย )
ในวันที่สถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่ากลายเป็นช่วงเวลาที่เราๆท่านๆ ต่างก็ต้องตั้งข้อสังเกตพร้องทั้งระมัดระวังความเป็นไปของสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใจจดใจจ่อ
ผู้เขียน: อ่าง ชมแล้ว: 9,346 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 31 October 2007, 2:57 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 7 November 2007, 4:45 pm
|
หน้าที่ 2 - ความ อิสระ ของค่าย
คำตอบจากคำถามข้างต้น ผมได้รับมาอย่างหลากหลาย ก็อย่างที่บอกเพราะความอิสระที่เริ่มตั้งแต่ก้าวแรกของค่ายเป็นตัวเร่งการเรียนรู้บางคนอยากอย่างรู้ช้าๆบางคนก็อยากจะรู้เร็วๆ
ความ อิสระ ของค่ายมีพื้นฐานจาก 2 เหตุผลที่น่าคิด
ประการแรก จากวัยที่ใกล้เคียงกันของทีมStaffกับเหล่าลูกค่าย การสื่อสารระหว่างกันจึงเป็นไปด้วยความสนุก
ภาพที่ 1
(เริ่มต้นด้วยการออกท่าทาง)
ภาพที่ 2
(วุ่นวายกันเล็กน้อยถึงปานกลาง)
ประการที่สอง เป็นเรื่องของพื้นฐานการการศึกษา
ครับ!ถือว่าทั้งสองฝ่ายมีความสามารถในการพิวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล เมื่อฝ่ายหนึ่งให้เหตุฝ่ายหนึ่งก็เข้าใจถึงผลได้ไม่ยาก
ฉะนั้นแล้ว!การให้เหตุผลของหลักการง่ายๆเกี่ยวกับประชาธิปไตย ใน 4 มุมมอง ถูกเสนอผ่านกิจกรรมแล้วกิจกรรมเล่าในค่ายแห่งนี้ จึงได้ผลคำตอบที่น่ายินดีปรีดา
ภาพที่ 3
(ฟังกันอย่างตั้งใจเชียว)
ผมขออธิบายถึงมุมมองของ 4 หลักการที่ได้รับจาก
ค่ายเมล็ดพันธ์ใหม่ของประชาธิปไตย อย่างเข้าใจวัยรุ่นอย่างนี้
1. หลักจิตสาธารณะ
หมายถึง เป็นไปโดยมีส่วนร่วมกับสังคม
???? ผมเองตอนแรกๆก็ยากที่จะเข้าใจนะครับ
แต่จริงๆแล้วมันเป็นอย่างนี้ฮะ คือหากผมทิ้งขยะไม่ถูกที่ ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง(ซึ่งก็เคยกระทำมาบ้าง) ขยะของผมก็จะเป็นสิ่งรบกวนพวกคุณ รบกวนทั่งทางสายตา ขยะที่อยู่ผิดที่ทางผิดทางจะดูรกและสกปรก รบกวนทางกลิ่น ขยะจะส่งกลิ่นเหม็น รบกวนด้านสุขภาพ ขยะจะสร้างเชื้อโรคต่างๆขึ้น พวกคุณผู้ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทิ้งขยะของผม กลับกลายเป็นผู้ถูกรบกวน สุขภาพพวกคุณแย่ลงคุณไม่สะบายและสุดท้ายไอ้การกระทำของผมอาจทำให้พวกคุณบางคน
ตายได้!!
ฉะนั้น เพียงแค่ผมทิ้งขยะลงถัง

ผมก็รับผิดชอบสังคมโดยรวมได้แล้ว
เข้าใจจิตสาธารณะมากขึ้นมั้ยครับ
คุณเองก็ทำได้
ฟังเหมือนสโลแกนของเครื่องดื่มน้ำเมายี่ห้อหนึ่งเลยนะครับ
(ขอเติมอีกหน่อยว่า มีคนบางคนทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางแถวๆประเทศพม่า ก็เลยส่งผลถึงได้นานาชาติเช่นกันครับ)
ภาพกิจกรรมฐานจิตสาธารณะ
(แบ่งปันน้ำที่น้อยนิดกันไปใช้)
2. หลักอดทนต่อความแตกต่าง
หลักการข้อนี้ผมเข้าใจได้เร็วครับ
หมายถึง ความแตกต่างมีอยู่จริงและมักเปิดเผย
ตัวอย่างเช่น สีผิว ตัวผมเป็นคนผิวเหลือง พวกฝรั่งมังคาเป็นพวกผิวขาว ชนพื้นเมืองชาวแอฟริกันเป็นคนผิวคำ ที่นี้เมื่อกลุ่มชนทั้งสามมาอยู่รวมกัน อาการเริ่มแรกก็คือ อาการแบ่งแยก
หลังจากแบ่งแยกก็ตามด้วย การกีดกัน อย่างการให้คนดำทำแต่งานใช้แรง
สุดท้ายคนเหล่านี้ก็ถูกเอาเปรียบ
ซึ่งก็หมายความว่าพวกคนขาวไม่มีความอดทนต่อความแตกต่างของคนสีผิวอื่น
อีกตัวอย่าง ที่กิจกรรมในค่ายนี้ได้นำเสนอและเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับผม คือเรื่อง ศาสนา
ศาสนา เป็นความแตกต่างของความเชื่อ ซึ่งแต่ละคนเอง ก็ยังความเข้าใจความเชื่อนั้นๆได้ต่างกัน
แต่โดยหลักการง่ายๆของหัวข้อนี้
หลักอดทนต่อความแตกต่าง ทำให้ผมเข้าใจได้ว่า
ความแตกต่างในเรื่องศาสนาไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างของการลิดรอนสิทธิของกันและกันได้
อย่างประเทศไทยเราเป็นเมืองพุทธ มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่บังโอเพื่อนของผม เป็นอาบัง เค้าเลือกที่จะเรียนสายสามัญ คือ ม.456 แทนที่จะเลือกเรียนในโรงเรียนสอนศาสนา และสุดท้ายบังโอก็จบ ป.ตรี พร้อมผม
กล่าวคือ โดยหลักการรัฐบาลไทยยอมไม่อาจบังคับบังโอว่าจะต้องเรียนหรือต้องไม่ได้เรียนด้วยเหตุผลที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ นั้นคือโดยหลักการ
ภาพกิจกรรมฐานอดทนต่อความแตกต่าง
(ใจเย็นสิน้องพี่ขอโทษ) (แล้วนี้นายจะทำอะไรฉัน)
3. หลักความเป็นธรรม
กิจกรรมในหัวข้อนี้คือให้น้องๆสวมบทบาทเป็นคนพิการแล้วกำหนดสถานการณ์ขึ้นว่าน้ำกำลังจะท้วมโลก เหล่ากลุ่มคนพิการต้องพึ่งคนที่เล่นบทเป็นคนปกติ(ซึ่งก็คือน้องๆกันเองนั้นแหละ)ให้นำตนไปที่เรือเพื่อหนีภัย
บทสรุปคือ น้องๆที่เล่นเป็นคนพิการมักจะย่อมให้น้องคนที่ร่างกายปกติได้ขึ้นเรือหนีภัยก่อนเป็นลำดับแรกๆ
ภาพกิจกรรมฐานความเป็นธรรม
(ตามน้องมาสิน้องจะดูแลพี่เอง)
ภาพกิจกรรมฐานความเป็นธรรม
(ช่วยกันจับด้วยซิเธอน่ะ)
พี่สุกับพี่เล็กสอง Staff หญิงแกร่งของค่าย อธิบายหลังเกมส์จบลง โดยอาศัยหลักของความเป็นธรรม ไว้ว่า
น้องๆเองเป็นคนปกติ และเมื่อมาลองสวมบทบาทเป็นคนพิการในลักษณะต่างๆไม่ว่าจะ พิการแขนขา พิการสายตา หรือพิการทางหู เราเล่นบทบาทได้ไม่สมจริงเลย นั้นเพราะคือ พวกเราไม่มีหลักของความเป็นธรรม
ผมได้ยินประโยคนี้ถึงกับสะอึกเลยนะครับ
พี่สุอธิบายต่อครับว่า
ถามว่าน้องๆเองห่วงชีวิตตัวเองใช่มั้ย!! แล้วถามกลับสิว่าใจคนพิการจริงๆแล้วเขาอยากมีชีวิตรอดจากเหตุการณ์นี้รึเปล่า
ทุกคนพยักหน้ารวมทั้งผมด้วย
ชะนั้นโดยหลักความเป็นธรรมทุกคนย่อมมีสิทธิรักษาชีวิตตนเอง แต่เราคนปกติกลับเบียดบังความเป็นธรรมจากผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า
ปัจจุบันประเทศไทยเรา คนรวย คนชนชั้นปกครอง มักฉวยโอกาสและเบียดบังกลุ่มคนชั้นล่างเสมอๆ
พี่สุหันมามองตาน้องๆ
อย่างลืมนะ!! พวกน้องๆนี้แหละในวันข้างหน้ามีโอกาสเป็นใหญ่เป็นโตต้องยึดหลักการความเป็นธรรมข้อนี้เอาไว้
ภาพกลมๆของพี่สุกับพี่แน็น
เห็นด้วยเลยครับ ขนาดผมเองที่ว่ามีโอกาสได้เรียนหนังสือในระดับหนึ่ง แล้วคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหรือเรียนได้ไม่มาก พวกกลุ่มคนเหล่านี้จะหาความเท่าเทียมหาความเป็นธรรมได้อย่างไร ยิ่งในสังคมที่ชนชั้นปกครองไม่คิดที่จะให้!!
หลักการข้อนี้จึงอยู่ที่การเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา
ภาพกิจกรรมฐานความเป็นธรรม
(จับมือพี่ไว้สิคนสวย)
4. หลักสิทธิ
หลักการข้อสุดท้าย คือเรื่อง คำถาม
หมายถึง เมื่อคุณไม่เข้าใจอะไรคุณสามารถที่จะถามถึงความไม่เข้าใจเหล่านั้นได้ในสังคมประชาธิปไตย
ไล่ตั้งแต่เรื่องราคาข้าวสารของอาปะ ถึงราคารถถังของรัฐบาลที่ชอบนำมาให้ประชาชนไปถ่ายรูปอย่างในวันที่ 19 ก.ย. 2550
ภาพกิจกรรมฐานสิทธิ
(ถามดังไปเลยครับ)
ทั้ง 4 หลักการ ถูกนำเสนอในรูปแบบของภารกิจเกมส์และนั้นเองที่ทำให้น้องๆในค่ายเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยได้อย่างเป็นนิสัย!!
สมดังความตั้งใจของกลุ่มพี่ๆ Staff ทั้งสิบคนที่ลงมาส่งเสริมประชาธิปไตยแก่เมล็ดพันธุ์ใหม่รวมทั้งผมด้วย
นี้คือคำตอบข้อหนึ่งครับ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 พ.ย. 2550 (17:13) ประชาธิปไตยคืออะไร??