วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/336" type="text/javascript"></script>
คลองมหานาค
ประวัติคลองมหานาค ลำคลองเก่าแก่ที่มีอายุมาตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 15,735 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 22 March 2007, 11:51 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 22 March 2007, 11:51 am

หน้าที่ 1 - หน้าที่ 1
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่



มหานาคฉวากวุ้ง คุ้งคลอง


ชุ่มชื่นรื่นรุกข์สอง ฝั่งน้ำ


คิดมิตรหมายครอง สัจสวาดิ ขาดเอย


กล้าตกรกเรื้อซ้ำ โศกทั้งหมางสมร



วันนี้พานั่งเรือเที่ยวคลองกันดีกว่าค่ะ เริ่มที่คลองมหานาค สุนทรภู่เอ่ยไว้ในตอนต้น นิราศสุพรรณ ว่าร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ทั้งสองฟากฝั่งคลอง นั่งเรือไปเรื่อยๆ จนออกแม่น้ำเจ้าพระยาก็คงเย็นสบายดี ถึงร้อนแดดก็มีร่มเงาต้นไม้และมีความเย็นของสายน้ำ ช่วยบรรเทาไอแดดลงได้มาก





คลองมหานาคที่ว่านี้สร้างขึ้นเมื่อคราวสร้างพระนคร ใน พ.ศ. ๒๓๒๖ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯให้ขุดขึ้นเป็นคูเมืองด้านตะวันออกค่ะ ความจริงเป็นคลองเดียวกับคลองโอ่งอ่างและคลองบางลำภู แต่ว่าเรียกชื่อแยกกันไปคนละอย่าง แล้วแต่ว่าจะผ่านตรงถิ่นไหนของเมืองหลวง แรงงานที่ใช้ขุดคือพวกเขมรจำนวนหนึ่งหมื่นคน ขุดจากแม่น้ำเจ้าพระยาตรงบางลำภูมาออกแม่น้ำเจ้าพระยาข้างวัดบพิตรพิมุขเป็นความยาว ๘๕ เส้น ๑๓ วา กว้าง ๑๐ วา ลึก ๕ ศอก ในตอนแรกพระราชทานชื่อว่า "คลองรอบกรุง" ไม่ได้เรียกว่าคลองมหานาค





ทำไมถึงเรียกว่าคลองมหานาค ต้องชวนกลุ่มทัวร์ย้อนอดีตกลับไปถึงตอน กรุงศรีอยุธยาเสร็จสิ้นมหายุทธสงครามครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑ โน่นแน่ะค่ะ





สงครามช้างเผือกคราวนั้นเป็นสงครามใหญ่ครั้งแรกของอาณาจักรศรีอยุธยากับหงสาวดี จบลงด้วยความสูญเสียหลายอย่างของทางฝ่ายไทย ที่สำคัญที่สุดคือสูญเสียสมเด็จพระสุริโยทัย





เมื่อสงครามจบลง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเห็นความจำเป็นจะต้องคิดอ่านป้องกันพระนคร ให้รัดกุมขึ้นหลายอย่าง อย่างเปลี่ยนปราการเมืองจากเชิงเทินถมดินปักระเนียดไม้ มาเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูนสร้างแบบฝรั่ง เรียกว่า ป้อมเพ็ชร อีกอย่างคือพระราชวังตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ดูใกล้ทางปืนข้าศึกเกินไปจนไม่ปลอดภัย ก็โปรดเกล้าฯให้ขุดคลองเป็นคูพระนคร ห่างออกไปถึงชายทุ่งภูเขาทอง กันข้าศึกไว้อีกชั้นหนึ่ง



ในตอนนี้ละค่ะ ก็ถึงบทบาทของบุคคลสำคัญที่กลายมาเป็นผู้มีชื่อในประวัติศาสตร์ช่วงนี้ ท่านคือพระภิกษุรูปหนึ่งบวชอยู่ที่วัดภูเขาทอง





พระภิกษุรูปนี้เรียกกันว่า มหานาค ถึงอยู่ในเพศบรรพชิตก็ยังเป็นผู้ห่วงใย และภักดีต่อราชการบ้านเมือง คิดว่าท่านคงเป็นพระมีชื่อเสียงผู้คนเลื่อมใสเอาการ จึงสามารถรวบรวมญาติโยมสานุศิษย์ได้เป็นจำนวนมาก มาอาสาช่วยขุดคลองได้จนสำเร็จ ไม่ต้องกะเกณฑ์แรงงานพวกไพร่หรือเลกแต่ฝ่ายเดียว แต่หน้าที่นี้คงจะทำให้ท่านไม่สะดวกหลายๆอย่าง ในการครองเพศฆราวาส ท่านก็เลยสึกออกมารับตำแหน่งหัวหน้างาน จนขุดคลองเสร็จเรียบร้อย ชาวกรุงศรีฯจึงพากันขนานนามคลองนี้ตามชื่อของท่านว่า "คลองมหานาค"





เวลาผ่านไป มหานาคก็ล่วงลับไปตามอายุขัย แต่ผลงานคุณงามความดีที่กระทำไว้ ก็ทำให้ชื่อยังติดแผ่นดินอยู่ หลังจากสิ้นรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พม่าไม่ได้มารบกวนไทยอีกเป็นเวลานานกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบปี บ้านเมืองก็ปกติสุข ถึงฤดูน้ำ คลองมหานาคก็กลายเป็นที่ชาวเมืองไปเล่นเรือ มีการละเล่นต่างๆ รื่นเริงบันเทิงใจกันมาจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. ๒๓๑๐





เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นหลังจากเสียกรุงเก่าได้ ๑๕ ปี ความสนุกสนานของการเล่นเรือในคลองมหานาค ยังเป็นที่ติดตาตรึงใจอยู่ในความทรงจำของชาวกรุงศรีฯ คลองรอบกรุงส่วนที่อยู่ใกล้วัดสระเกศ กลายมาเป็นที่เล่นเรือของชาวกรุงเทพในฤดูน้ำหลาก เหมือนเมื่อครั้งเคยทำกันมาในอดีต จึงเอาเชื่อคลองมหานาคของกรุงเก่ามาเรียกชื่อคลองนี้อีกครั้งหนึ่ง





เมื่อถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างพระมหาสถูปที่วัดสระเกศ จึงเรียกชื่อว่า "ภูเขาทอง" เพราะอยู่ใกล้คลองมหานาค เลียนชื่อจากพระสถูปวัดภูเขาทอง ของพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ใกล้คลองมหานาคของเดิมเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นการ "ฝึกฟื้นใจเมือง" คือพลิกฟื้นกำลังใจจากความรุ่งเรืองของอาณาจักรเดิม ให้กลับมาบำรุงจิตใจคนไทยอีกครั้งหนึ่งในอาณาจักรใหม่



หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 13,900 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 185 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.