คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33606" type="text/javascript"></script>
เชื้อเพลิงสะอาดทางเลือกจากเทคโนโลยี GTL (Gas-to-Liquid Technology) โดย ดร.ประเสริฐ เรียบร้อยเจริญ
เชื้อเพลิงสะอาดทางเลือกจากเทคโนโลยี GTL Technology (Gas-to-Liquid Technology) มีอยู่มากมาย เช่น เมทานอล ไดเมทิลอีเทอร์ น้ำมันเบนซินสังเคราะห์ น้ำมันดีเซลสังเคราะห์ เป็นต้น ซึ่งได้จากการเปลี่ยนแก๊สสังเคราะห์ (CO และ H2) ภายใต้ความดันและอุณหภูมิสูง
ผู้เขียน: ChemTech Chula ชมแล้ว: 22,936 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 7 November 2007, 9:31 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 7 March 2008, 2:58 pm

หน้าที่ 3 - น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic oil) ผลิตได้อย่างไร?
เชื้อเพลิงสังเคราะห์มาจากไหน?

เชื้อเพลิงสังเคราะห์ได้จากการนำชีวมวล เช่น แกลบ ซังข้าวโพด กะลาปาล์ม ต้นปาล์ม ทรายปาล์ม และซากพืชชนิดอื่นๆ มาใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตแก๊สสังเคราะห์ผ่านกระบวนการแกสิฟิเคชันและกระบวนการการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของฟิชเชอร์-โทรปช์ (Fischer-Tropsch) ซึ่งจะทำให้โมเลกุลของแก๊สสังเคราะห์เปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสะอาดและที่ยั่งยืน แตกต่างจากเชื้อเพลิงที่ได้จากน้ำมันดิบที่นับวันจะยิ่งลดน้อยลง และมีราคาที่สูงขึ้น ทั่งยังก่อให้เกิดมลพิษจากการใช้งานอีกด้วย

เชื้อเพลิงสังเคราะห์ใช้ทำอะไร?

เชื้อเพลิงสังเคราะห์ใช้ได้เช่นเดียวกับเชื้อเพลิงที่ได้จากน้ำมันดิบ ตัวอย่างเช่น น้ำมันดีเซลสังเคราะห์สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ หรือนำมาผสมกับนำมันดีเซลปกติ เพื่อเพิ่มคุณภาพขอน้ำมัน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ และเพิ่มกำลังของรถยนต์ อีกทั้งลดมลพิษต่างๆ เช่น ลดเขม่า ลดควันขาว และลดแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์

ประเทศที่ผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์?

ประเทศแอฟริกาใต้ และประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศที่มีการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ในเชิงอุตสาหกรรม โดยบริษัทซาซอล (Sasol) ได้ดำเนินการผลิตน้ำมันดีเซลสังเคราะห์จากถ่านหิน และ บริษัท เชลล์ (ประเทศมาเลเซีย) ได้ดำเนินการผลิตน้ำมันดีเซลสังเคราะห์ ภายใต้ชื่อ เชลล์ เอ็มดีเอส และขายโดยผสมกับน้ำมันดีเซลปกติ โดยมีชื่อทางการค้าว่า เชลล์เพียวร่าดีเซล และในอนาคตจะมีอีกหลายโรงงานที่จะดำเนินการ เช่น ที่ เกาะ ฮอกไกโด ประเทศ ญี่ปุ่น โดย บริษัท นิปปองสติล

63100

63101

63102
โรงงานต้นแบบการผลิตเชื้อเพลิงเหลวจากแก๊สธรรมชาติ ณ เกาะฮอกไกโด ประเทศ ญี่ปุ่น

ภาพรวมเทคโนโลยีการเปลี่ยนแก๊สเชื้อเพลิงเป็นเชื้อเพลิงเหลว (จีทีแอล)
63106

น้ำมันสังเคราะห์ ฟิชเชอร์-โทรปช์ ประกอบด้วยน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด แนฟทา น้ำมันหล่อลื่น สามารถผลิตได้จากกระบวนการเคมีความร้อนโดยอาศัยการทำปฏิกิริยาระหว่างแก๊สสังเคราะห์ ที่อุณหภูมิและความดันสูง โดยอาศัยตัวเร่งปฏิกิริยาออกไซด์โคบอลท์ หรือเหล็กในเครื่องปฏิกรณ์ และสมการเคมีดังแสดง63112


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 พ.ย. 2550 (16:06)
เมทานอลที่ผสมในกรีเชอรีนทำอย่างไรถึงนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (นำไปกลั่นแบบการทำสุราได้หรือเปล่า)
naykasat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 30 พ.ย. 2550 (22:04)
นำไปกลั่นได้ครับ แต่อาจมีน้ำปนอยู่เล็กน้อยครับ
changbig เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 10 ก.พ. 2551 (18:02)

อยากทราบคุณสมบัติของ turpentine ที่เป็น by product จากการกลั่นเมธานอลค่ะ


pomb เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 ก.พ. 2551 (20:42)

Lab 2


 


เมื่อของเหลว 2 ชนิด ซึ่งไม่ละลายซึ่งกันและ อยู่ในสภาวะสมดุล โมเลกุลของตัวถูกละลายจะกระจายอยู่ในตัวทำละลายทั้ง 2 ถ้ากำหนดตัวทำละลายทั้ง 2 เป็น a และ b เฟสของตัวถูกละลายที่อยู่ในแต่ละชั้นเป็น c เมื่อถึงสภาวะสมดุล ค่าศักย์เคมีของตัวทำละลายในตัวถูกละลายทั้ง 2 จะเท่ากัน นั่นคือ


µia=µib


เมื่อ           µia  คือ chemical potential of solute in a phase


            µib คือ chemical potential of solute in b phase


และแสดงความสัมพันธ์ในรูปทั่วไปของความเข้มข้น (c) ได้


(µia)0 + RTlngiacia  = (µib)0 + RTlngibcib …………………1


เมื่อ          cia  คือ concentration of solute in a phase


cib  คือ concentration of solute in b phase


gI   คือ achvity coefficient of solute


จากสมการ 1 จะได้ว่า ln (gibcib/giacia) = ()/RT = ค่าคงที่ เมื่อ T,P คงที่


นิยามค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย (Distribution coefficient , m)


m = cib / cia ……………………..2


 


ความสัมพันธ์นี้ขึ้นกับความเข้มข้นของตัวทำละลายทั้ง2 และค่า achvity coefficient ก็ขึ้นกับความเข้มข้นด้วย


ในการนำค่า m มาหาค่า distribution coefficient  ของ I2 ในน้ำ (aqoues phase) และ CCl4(organic phase) ซึ่งทั้ง H2O และ CCl4 ไม่ละลายซึ่งกันและกัน ดังนี้


 


m = ([I2]l , CCl4)/([I2]l,H2O)


 


เมื่อ          [I2]l , CCl4  คือ ความเข้มข้นของ I2 ณ สภาวะสมดุลใน CCl4 phase


            [I2]l,H2O     คือ ความเข้มข้นของ I2 ณ สภาวะสมดุลใน H2O phase


            m                   คือ distribution coefficient of I2 (solute)


การทดลองนี้เกี่ยวกับการกระจาย สามารถทำนายธรรมชาติ ion เชิงซ้อน และประมาณค่าคงที่การแยก กรณีไอโอไดด์ไอออน (I3-) เมื่อ H2O และ CCl4 เป็นตัวทำละลายซึ่งไม่ละลายซึ่งกันและกัน ซึ่งใช้ KI แทน H2O ซึ่งเป็น phase หนึ่งซึ่งจะเกิดการละลาย I2 (ไอโอดีน) ที่เพิ่มขึ้น ไอโอดีนอยู่ในรูปโมเลกุลคือ I2 และอยู่ในรูป ion คือ I- (iodide ion) และ I3- (tri iodide) ซึ่ง I3- เป็น complex ระหว่าง I2 กับ I- ดังสมการต่อไปนี้


I2 + I- = I3-


Iodide ทั้ง 3 รูปนี้ จะอยู่ใน aqueous phase เมื่อ I2 (iodide) รวมตัวกับ I- ในชั้น H2O ได้แก่ I3-จนถึงภาวะสมดุล จะหาค่า K ได้ดังนี้


K = [I3-]l/([ I2]l[I-]l)


เมื่อ        K คือ ค่าคงที่สมดุล


                [I3-]l  , [I2]l ,  [I-]l คือ ความเข้มข้นของ  I3-, I2 ,  I- ในสภาวะสมดุลตามลำดับ


ปริมาณ I2 ใน aqueous iodine solution ไม่สามารถหาได้จากการไตเตรตโดยตรงกับสารละลายมาตรฐาน Na2S2O3 เพราะเมื่อเราใส่ Na2S2O3 จะไปทำปฏิกิริยากับ I2 ทำให้ I3-แตกตัวให้ I2 กลับมา อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นของ iodine ที่ไม่ได้รวมตัวใน aqueous phase (อยู่ใน organic phase) นี้ สามารถหาได้จากการทดลองโดยการไตเตรต ชั้นของและทำได้โดยรู้ค่า m ของ I2และ I3-ทราบได้โดย thisufate titration ดังนั้นจะหา [I3-]l จากผลต่างของไอโอดันทั้งหมด (I2+ I3-) ในชั้นน้ำกับไอโอดีน (I2) ในชั้นน้ำกับไอโอดีน (I2) ในชั้นน้ำ ที่หามาจากค่า m ส่วน [I]l หาได้จากการทดลองโดยดูว่า I3-เกิดขึ้นมากเท่าไร ก็นำไปหักจาก [I]l เมื่อเริ่มทำการทดลอง


smilypor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 14 ก.พ. 2551 (20:43)

Lab 4


ความร้อนของการละลาย (Heat of Solution Determination)


การเปลี่ยนแปลงเอนทัลปีเนื่องจากการละลายของสารเกิดเป็นสารละลาย เรียกว่า ความร้อนของการละลาย (heat of solution) ซึ่งรวมทั้งความร้อนที่เกิดขึ้นในขณะเกิดการละลาย เนื่องจากการสร้างสารประกอบ เช่น สารประกอบไฮเดรต ระหว่างสารนั้นกับตัวทำละลายเนื่องจากการแตกตัวเป็นไอออน หรือเนื่องจากการละลายโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีด้วย ความร้อนของการละลายมักมีค่าสูง และมีค่าเป็นลบ เมื่อมีการสร้างสารประกอบขณะละลาย แต่ถ้าเป็นการละลายในลักษณะที่โมเลกุลกระจายออกห่างจากกันโดยไม่มีปฏิกิริยาแล้ว ความร้อนของการละลายมักมีค่าต่ำและเป็นบวก เนื่องจากการละลายเป็นปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกับการระเหย จึงต้องการพลังงานเพื่อเอาชนะแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลที่อยู่ในสภาวะก่อนการละลาย


การเปลี่ยนแปลงเอนทัลปี เมื่อสารประกอบหนึ่งๆ ละลายขึ้นอยู่กับปริมารและชนิดของสารนั้น และตัวทำละลาย อุณหภูมิ และความเข้มข้นของสารตั้งต้น และความเข้มข้นสุดท้ายของสารละลาย ดังนั้นจึงต้องระบุสภาวะอ้างอิงที่ละเอียด และแน่นอนทุกครั้ง


 


ความร้อนอินทิกรัลของการละลายมาตรฐาน ( standard integral heat of solution)


ความร้อนของการละลายของสารละลายหนึ่ง เป็นค่าสะสมจากการเติมตัวทำละลายลงไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเรียกว่าความร้อนอินทิกรัลของสารละลาย และความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากการละลายจะน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อสารละลายนั้นเจือจางหรือเมื่อมีตัวทำละลายอยู่มากขึ้น เป็นความร้อนอินทิกรัลของการละลายมาตรฐาน ของกรด HCl  ซึ่งจะเห็นได้ว่า ค่าความร้อนของสารละลายจะเข้าสู่ค่าอะซิมโทดค่าหนึ่ง เมื่อสารละลายเจือจางอนันต์ และมีค่าเท่ากัน -17960 cal/gmole HCl  จากกราฟของการละลายนี้สามารถหาค่าความร้อนของการละลายที่ความเข้มข้นใดๆ ได้โดยอ่านค่าที่ความเข้มข้นนั้นๆ แล้วนำมาหักลบกัน


 


ความร้อนของปฏิกิริยาสะเทิน (Heat of Neutralization)


ในการทดลองทาง Physical Chemistry ได้แสดงให้เห็นว่าเมื่อ 1 mol ของเบสแก่ ทำปฏิกิริยากับ 1 mole ของกรดแก่ที่เจือจางเพียงพอที่อุณหภูมิ 25 0C ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นจะมีเพียง H+  กับ OH- ที่ทำปฏิกิริยากัน กลายเป็น H2O (ไม่ว่าจะใช้กรดแก่หรือเบสชนิดใดก็ตาม) และความร้อนที่เกิดขึ้นในปฏิกิริยานี้เรียกว่า  Heat of Neutralization ดังสมการ H+ + OH-  OH- ; H  =  Heat of Neutralization


ถ้าสารละลายมีความเข้มข้นปานกลาง ค่า Heat of Neutralization ซึ่งเป็นผลเนื่องจาก interionic force และ effects อื่นๆ ที่มีผลต่อปฏิกิริยาสะเทิน  ถ้ากรดที่ใช่เป็นกรดที่แตกตัวได้น้อย ค่าพลังงานความร้อนจะมีค่าน้อยกว่า 13700 calories ดังนั้นในการที่เราจะตีความหมายที่เกี่ยวกับค่าความร้อนในการเกิดปฏิกิริยาสะเทิน เราจึงควรพิจารณาถึงความเข้มข้นของสารละลายกรดและสารละลายเบส  ธรรมชาติของกรดและเบส และอุณหภูมิ


ในการทดลองนี้เราควรจะทราบค่า Heat capacity ของ Calorimeter system (เพื่อใช้หาค่า Heat of Neutralization ) โดยการหาค่าความร้ อนที่ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนไป 1 0C ค่า Heat capacity นี้ เราสามารถหาได้โดยการเติมน้ำเย็นที่ทราบอุณหภูมิในน้ำที่อุณหภูมิห้อง และควบคุมให้ระบบเปลี่ยนแปลงแบบ Adiabatic โดยให้ค่าความร้อนที่ระบบได้รับ หรือสูญเสียให้กับสิ่งแวดล้อมมีค่าน้อยที่สุด และเราได้สมมติว่าค่า Heat capacity  ของ calorimeter system เมื่อบรรจุน้ำอยู่ปริมาณหนึ่งมีค่าเท่ากับ Heat capacity ของ calorimeter system  ที่บรรจุสารละลายกรดและเบสในปริมาณที่เท่ากับน้ำ และโดยคิดว่าระบบในการทดลองมีการเปลี่ยนแปลงแบบ Adiabatic


ในการคำนวณค่า  Heat capacity ของ calorimeter system ใช้หลักความจริงที่ว่าความร้อนที่น้ำเย็ฯได้รับ มีค่าเท่ากับความร้อนที่สูญเสียไปของ Calorimeter กับน้ำที่อุณหภูมิห้องและสามารถแสดงในรูปสมการดังนี้


Qเพิ่ม = Qลด



 


smilypor เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 เม.ย. 2551 (17:18)

อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับฟิล์มที่ใช้ในอุสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์ค่ะ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างคะ


 


khajee.s เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


changbig
(ประเสริฐ เรียบร้อยเจริญ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,240 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 เดือน
แบ่งปันความรู้ 1 ครั้ง
ได้รับดาว 150 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

เชื้อเพลิงสะอาดทางเลือกจากเทคโนโลยี GTL (Gas-to-Liquid Technology) โดย ดร.ประเสริฐ เรียบร้อยเจริญ [22,937]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [519,826]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [370,916]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [275,495]
Global Warming { English } [113,539]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.