พ่อค้าคนกลางกับระบบเศรษฐกิจ

พ่อค้าคนกลางทำหน้าที่อะไร

คงจะมีผู้อ่านหลายท่านได้มีความฝังใจมาตั้งแต่เรียนชั้นประถมเกี่ยวกับทัศนคติที่ไม่ดีต่อพ่อค้าคนกลาง สมัยผมเรียนชั้นประถม คุณครูของผมหลายท่านได้พูดถึงพ่อค้าคนกลางในทำนองว่าเอารัดเอาเปรียบผู้ผลิต เช่น การกดราคาขายของเกษตรกร รวมไปถึงการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างเราๆ ด้วยการขายสินค้าในราคาที่แพง จนพ่อค้าคนกลางเลยกลายเป็นเสือนอนกิน หลายท่านอาจจะสงสัยว่าบทบาทของพ่อค้าคนกลางคืออะไร แล้วเป็นส่วนเกินในทางเศรษฐกิจหรือไม่ เพราะมีนักวิชาการหลายท่านทำนายว่าในโลกยุคอินเตอร์เน็ต พ่อค้าคนกลางในหลายธุรกิจจะต้องตายไป คนที่จะอยู่รอดได้ตามหลักเศรษฐศาสตร์ คือคนที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเท่านั้น เช่น คนเลี้ยงหมูสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบด้วยการเลี้ยงหมูให้โตแล้วเอาไปขายที่โรงฆ่าสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้ระบบด้วยการเอาหมูไปฆ่าแล้วถอนขน หั่นเป็นชิ้น เพื่อง่ายต่อการขนส่ง จากนั้นตลาดกลางก็รับซื้อต่อไปขายให้กับพ่อค้าในตลาดเล็กๆ โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มคือการลดค่าขนส่งของพ่อค้าหมูทั้งหลาย จากนั้นแผงเล็กๆ ในตลาดก็ขายให้เราต่อโดยการสร้างมูลค่าเพิ่มคือความสะดวกในการเดินทาง และเราสามารถเลือกซื้อตามขนาดที่เราพอใจได้ จะเห็นได้ว่าบทบาทของพ่อค้าคนกลางคือการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในขั้นตอนต่างๆ โดยการทำให้การซื้อขายสะดวกขึ้น เราก็ไม่ต้องไปซื้อหมูเป็นๆ มาดำเนินการชำแหละเอง

ถ้าไม่มีพ่อค้าคนกลาง จะเป็นอย่างไร

อีกตัวอย่างหนึ่งของการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของพ่อค้าคนกลางคือการลดต้นทุนของการขนส่งในระบบเศรษฐกิจโดยรวม ยกตัวอย่างง่ายๆ เพื่อง่ายในการคำนวณทางคณิตศาสตร์นะครับ สมมติว่าเรามีผู้ผลิตสินค้าต่างกันอยู่ทั้งหมด 100 ราย และมีร้านค้าปลีกที่กระจายตามพื้นที่ต่างๆ อยู่ 100 รายเหมือนกัน สมมติเราบอกว่าพ่อค้าคนกลางชอบเอาเปรียบ เราจะไม่ขายผ่านพ่อค้าคนกลางแล้ว โดยผู้ผลิตทั้ง 100 รายจะจัดส่งสินค้าให้ร้านค้าปลีกเอง เพราะจะได้ไม่ต้องโดนชักหัวคิวจากคนกลาง เราจะได้แผนผังการขนส่งสินค้าดังแผนภาพข้างล่างนี้นะครับ จากแผนภาพข้างต้นเราจะเห็นได้ว่าเราจะต้องมีการขนส่งสินค้าจำนวนทั้งสิ้น 100 x 100 = 10,000 ครั้ง เนื่องจากผู้ผลิตต้องส่งสินค้าให้ร้านค้าปลีกทุกราย หรือแปลง่ายๆ ว่าถ้าเรามีผู้ผลิตอยู่ N ราย มีค้านค้าปลีกอยู่ M ราย เราก็จะมีการขนส่งทั้งสิ้น N x M ครั้ง

บทบาทของพ่อค้าคนกลาง

แต่หากเรามีพ่อค้าคนกลาง ผลลัพธ์ก็จะเป็นตามแผนภาพข้างล่างนี้ครับ เราจะเห็นว่าจำนวนการขนส่งจะเหลือเพียง 100 + 100 = 200 ครั้ง หรือถ้ามีผู้ผลิตอยู่ N ราย มีค้านค้าปลีกอยู่ M ราย เราก็จะมีการขนส่งทั้งสิ้น N + M ครั้ง มูลค่าเพิ่มของคนกลางในระบบเศรษฐกิจในกรณีนี้ก็คือการลดต้นทุนการขนส่งของผู้ผลิตแต่ละราย และเป็นความสะดวกของผู้ค้าปลีกที่ไปรับของจากที่ๆ เดียว เนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องซื้ออยู่แล้วจากทั้ง 100 ผู้ผลิต ไม่ต้องสต็อกของไว้เยอะ เนื่องจากหากสั่งของน้อยผู้ผลิตก็ตะคิดราคาที่แพง เนื่องจากต้องคิดราคาให้เพียงพอต่อต้นทุน และค่าขนส่งด้วย แต่หากเป็นพ่อค้าคนกลางก็จะมีศักยภาพที่จะซื้อสินค้าทีละจำนวนมาก ก็จะมีอำนาจต่อรองได้ราคาที่ถูกลง สร้างความสะดวกในการขนส่ง และเก็บสินค้าคงคลัง นี่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแบบง่ายๆ ครับ

โลกยุค Internet กับพ่อค้าคนกลาง

อย่างไรก็ตาม ในโลกยุคอินเตอร์เน็ตที่ทำให้การติดต่อสื่อสารสะดวกขึ้น และครอบคลุมทั่วโลก ได้เกิดผลกระทบมากมายกับพ่อค้าคนกลางในหลายธุรกิจ เนื่องจากในหลายรูปแบบของธุรกิจพ่อค้าคนกลางมิได้สร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจอีกต่อไป เช่น ร้านขายตั๋วเครื่องบิน ที่สมัยก่อนสายการบินจะให้เปอร์เซ็นต์ในการขายกับร้าน แต่ปัจจุบันรูปแบบตั๋วเครื่องบินได้เปลี่ยนไปเป็นแบบ e-Ticket และสามารถชำระเงินผ่านทาง Internet จึงทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า Channel Conflict ขึ้น หมายความว่าเราไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินจากคนกลางอีกต่อไป ทำให้ร้านขายตั๋วเครื่องบินอยู่ในภาวะลำบาก จึงต้องมีการปรับตัวมิฉะนั้นแล้วจะอยู่ไม่ได้ หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ e-Bay ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของคนอเมริกันในการซื้อขายสินค้าอย่างมาก ที่ทำให้การซื้อขายสินค้าจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งสะดวกมากขึ้น และมีกลไกราคาที่โปร่งใสมากขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบราคาขายสินค้าของผู้ขายแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ตลาดซื้อขายสินค้าเป็นแบบตลาดแข่งขันแบบสมบูรณ์ หรือสินค้า OTOP หลายอย่างที่สามารถส่งไปขายได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง จากข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าตราบใดที่พ่อค้าคนกลางยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจได้ พ่อค้าคนกลางคนนั้นก็ยังสามารถอยู่รอดในระบบบได้ แต่ถ้าไม่สามารถปรับตัวและหาสินค้าหรือบริการเสริมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ก็อยู่ได้ยากครับ

ท่านสามารถอ่านบทความเดียวกันเรื่อง พ่อค้าคนกลางกับระบบเศรษฐกิจ ใน ดร. วรัญญู Blog หรือที่ พ่อค้าคนกลางกับระบบเศรษฐกิจ ใน OKNation Blog

tags :

บทความอื่นๆ

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ความลับของธรรมชาติ

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ความลับของธรรมชาติ "ลำดับเลขฟีโบนัชชี" และ "อุโมงค์ต้นไม้"