วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/337" type="text/javascript"></script>
ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง... คงจะต้องบังคับขับไส :
บรรยากาศของชาติไทย ในเหตุการณ์ร.ศ. ๑๑๒ และส่วนหนึ่งที่ถ่ายทอดโดยพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ โดยบรรยากาศในพระนครเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ เต็มไปด้วยความตึงเครียดใกล้ถึงจุดระเบิด ในพระบรมมหาราชวัง เจ้านายและขุนนาง ต่างรอฟังข่าวด้วยใจระทึก...
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 42,262 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 15 December 2007, 8:43 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 15 December 2007, 8:43 pm

หน้าที่ 1 - หน้าที่ 1
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
ย้อนหลังไปเมื่อ ๑๐๗ ปีก่อน



บรรยากาศในพระนคร เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ (รัตนโกสินทรศก ๑๑๒ ) เต็มไปด้วยความตึงเครียดใกล้ถึงจุดระเบิด ในพระบรมมหาราชวัง เจ้านายและขุนนางผู้มีหน้าที่รับผิดชอบบ้านเมือง ต่างรอฟังข่าวด้วยใจระทึก เรือรบของไทยที่มีเพียง ๒-๓ ลำ จอดทอดเรียงกันเป็นระยะ ทำหน้าที่รักษาปากแม่น้ำมิให้เรือต่างชาติบุกรุกเข้ามา



ฝรั่งเศสนำเรือรบ ๒ ลำ ชื่อ Comet กับ Constance และเรือสินค้าอีก ๑ ลำ แล่นล่วงล้ำเข้ามาอย่างดื้อๆ ไม่แยแสคำห้ามของไทยก่อนหน้านี้ว่ายังไม่เหมาะที่จะเข้ามา เพราะฝรั่งเศสกับไทย มีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อนเพิ่งจะสงบ เมื่อมาเจอเหตุการณ์ขนาดนำเรือรบมาถึงเมืองหลวง ย่อมไม่น่าไว้วางใจ



ไม่ว่าฝรั่งเศสอ้างอะไรในการเข้ามาก็ตามที แต่เหตุผลแท้ๆ ก็คือต้องการยึดดินแดน ระหว่างอินเดียกับจีน ไว้เป็นอาณานิคมของตน เพื่อเพิ่มพูนอำนาจและความมั่งคั่ง แข่งกับอังกฤษที่ได้จีนและอินเดียไปก่อนหน้านี้แล้ว ถึงกับตั้งชื่อรวมของพม่า มอญ มลายู ไทย เขมร ญวน และลาว ไว้เป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "อินโดจีน " (Indo-Chine) คือถ้ามีโอกาสเมื่อใดก็จะรวบไว้ให้หมด แต่ก็ไม่ทันอังกฤษซึ่งได้พม่า(รวมมอญ)และมลายูไปก่อน ฝรั่งเศสจึงได้แค่ญวน ต่อมาก็เขมรและลาว เหลือไทยประเทศสุดท้ายที่ยังรอดเป็นเอกราชอยู่



เมื่อบอกดีๆแล้วไม่ฟัง ยังขืนล่วงล้ำเข้ามาในเขตพระราชอาณาจักร ไทยก็ยิงถูกท้ายเรือสินค้าเสียหาย ลูกเรือตายไป ๒-๓ คน ส่วนเรือรบเข้ามาได้จนถึงหน้าสถานทูต เสียงปืนทำให้โกลาหลไปทั่วพระนคร ต่อจากนั้น ราชทูตฝรั่งเศสชื่อเมอสิเออร์ปาวี ก็มายื่นคำขาดกับไทย ให้ชดใช้ค่าเสียหายและเรื่องต่างๆอีกไม่ต่ำกว่า ๑๐ ข้อ



คิดดูนะคะ ว่าใครเป็นฝ่ายเสียหายกันแน่



ฝ่ายอังกฤษดูออกว่าฝรั่งเศสจะฮุบไทยทั้งหมดแน่ ก็เลยยื่นมือเข้ามาแทรกแซงเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองไว้ เจรจากับฝรั่งเศส จนกระทั่งฝรั่งเศสยอมให้แลกเอกราชของไทยด้วยการเฉือนเอาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไปครอบครอง คือทางเมืองหลวงพระบางและจำปาศักดิ์ ซึ่งอยู่ในการครอบครองของไทย



เท่านั้นยังไม่หนำใจ ฝรั่งเศสให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายอีก ๓ ล้านบาท ถอนทหารให้พ้นเขต ยอมเรื่องเก็บภาษี ปลดอาวุธ ปล่อยเชลย โดยยึดจันทบุรี ตราดและเกาะเล็กเกาะน้อยตามชายแดนไว้เป็นการค้ำประกัน เพื่อจะดึงเรื่องยืดเยื้อไม่ให้จบง่ายๆ ถ้าหากว่าไทยไม่ยอมก็จะถือข้อนี้เป็นข้ออ้างในการยึดเอาเสียทั้งประเทศ



ไทยจำต้องยอมด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจเหลือพรรณนา เงินทอง ๓ ล้านเป็นจำนวนมหาศาล ฝรั่งเศสเรียกขนาดนี้เพราะเชื่อว่าไทยไม่มีเงินมากพอจะให้ และก็จริง ขนาดขนเงินออกมาหมดท้องพระคลังแล้วยังมีไม่ถึง ๓ ล้านจริงๆ



บุญเก่าของไทยยังมีอยู่ จึงได้อาศัย ' เงินถุงแดง ' ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้ารัชกาลที่ ๓ ทรงมอบเป็นมรดกไว้ให้บ้านเมืองมาผสมเข้าไป บวกกับเงินสมทบมากบ้างน้อยบ้างจากขุนนางประชาชน ร่วมแรงร่วมใจกันถวายพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรักษาแผ่นดินไว้ รวบรวมส่งให้จนครบจำนวน ทำให้ฝรั่งเศสไม่มีข้ออ้างอีกต่อไป ผลจากความเสียพระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงกับทรงพระประชวรหนัก ถึงกับมีพระราชปรารภว่าจะสวรรคตเสียดีกว่าจะอยู่ดูบ้านเมืองตกเป็นของต่างชาติ อานิสงส์จากบรรพบุรุษและน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย วิกฤติการณ์ครั้งนั้นจึงผ่านพ้นไปได้ในสภาพบอบช้ำแบบ 'ยอมสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต'



ความเข็ดขยาด ที่จะต้องตกในอำนาจของต่างชาติ ยังเป็นความรู้สึกต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ไม่มีใครลืมได้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระราชนิพนธ์เตือนใจไว้ว่า














ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส


เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย


เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ จะนับถือพงศ์พันธุ์นั้นอย่าหมาย


ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา








หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 ส.ค. 2549 (12:24)
มันน่าแค้นใจจริงๆนะครับ คุณเทาชมพู
กลับมาแล้วคนดี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ส.ค. 2549 (13:55)
จำไว้สิ
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 ส.ค. 2549 (20:20)
จำอยู่แล้ว ผมอยากให้คนไทยได้ศึกษาประวัติศาสตร์กันมากๆ จะได้รู้ว่าฝรั่งนะเอาเปรียบเราขนาดไหน ทุกวันนี้ก็คิดแต่จะเอาหลักการของเขามาพัฒนาประเทศ ไม่รู้จะตามไปถึงไหนตามอย่างไรก็ไม่ทัน มาศึกษา อดีต ปัจจุบัน เพื่อกำหนดอนาคตประเทศเราดีกว่า ผมชอบกระทู้คุณเทาชมพูมากๆเลยครับ ได้รู้ได้เห็นข้อมูลที่อยากรู้มานานแล้ว ขอบคุณจริงๆเลยครับ
ช้าง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 ก.ย. 2549 (10:42)
ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส
เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย
เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ จะนับถือพงศ์พันธุ์นั้นอย่าหมาย
ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา
คงจะต้องใช้กลอนบทนี้จริงๆคะ เพราะบรรพบุรุษของเราได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุดแล้วเพื่อรักษาบ้านเมืองนี้ไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้อยู่อาศัยกัน...
aoicherry เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 ก.ย. 2549 (12:30)
ด้วยเหตุนี้หรือเปล่าค่ะที่ทำให้ ร.5ต้องทรงส่งพระราชโอรสไปศึกษาในต่างประเทศ เป็นการเตรียมบุคคลากรรุ่นใหม่ที่รู้ทัน ตะวันตกในทุกด้านไว้รับมือ

โดยเฉพาะการทหาร.......ทั้งรัสเซีย และอังกฤษ นอกเหนือจากนโยบายทางการทูต
ดอกแก้ว การะบุหนิง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 11 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 8 ก.ย. 2549 (16:51)
ความจริงประเทศไทยเรา ก็ผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมาหลายครั้งบรรพบุรุษของเรานับแต่พระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์เรื่อยลงมาจนถึงสามัญชนคนธรรมดาต่างก็ร่วมกันรักษาบ้านเมืองไว้ อยากให้คนไทยที่เกิดที่อาศัยแผ่นดินไทยรู้รักชาติ และสามัคคีกันมากกว่านี้ อย่าให้ "ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง"
ลำดวนเอ๋ยพี่จะด่วนไปก่อนแล้ว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 194 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 ก.ย. 2549 (21:04)
ไทย เราผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง หลายคราแล้วด้วยพระบารมีขององค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ รวมทั้งความรัก ความสามัคคีของคนไทยทุกคน เป็นหน้าที่ของพวกเราคนไทยทุกคนที่จะปกป้องประเทศชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อลูก หลานของเราต่อไปนิ

เราเองก็เฉือนดินแดนของประเทศไทยแทบจะทุกด้านเพื่อป้องกันดินแดนส่วนใหญ่ไปมากแล้ว อย่าต้องเฉือนด้ามขวานอีกเลย
นรีนันท์ มรรคดวงแก้ว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 13 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 ก.ย. 2549 (15:01)
ความเจ็บปวดเป็นบทเรียนยากจักลืม มีบางกลุ่มคนไทยสมัยนั้นได้ทำการสักบริเวณหน้าอกเป็นคำว่า รศ.๑๑๒ เพื่อเป็นการย้ำเตือนเหตุการณ์นั้น ในทุกลมหายใจ
Surfing เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 35 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 ก.ย. 2549 (15:55)
เมื่อเดือนที่แล้วผมได้ไปที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ มีพี่ทหารคอยให้คำอธิบายถึงเหตุการณ์ ร.ศ.112 ฟังแล้ว..เลือดขึ้นหน้า..มีอารมณ์ร่วมเหมือนกันครับ..เขาทำเป็นวิดีทัศน์บรรยายเหตุการณ์ไว้ด้วย..ผมขอถ่ายทอดจากความทรงจำด้วยคนนะครับ ผิดถูกอย่างไร..คงต้องขออภัยท่านผู้รู้ไว้ด้วย..

...ป้อมพระจุลฯ เป็นป้อมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงคาดการณ์ไว้ว่า..วันหนึ่งไม่อังกฤษก็ฝรั่งเศสจะต้องลุกล้ำอธิปไตยของไทยเป็นแน่ จึงทรงสร้างป้อมด้วยพระราชทรัพย์ที่มากโข เพื่อปกปักปากแม่น้ำ..อันเป็นยุทธศาสตร์อันสำคัญไว้..เพราะหากหลุดปากแม่น้ำเข้าไปได้..ก็แทบไม่เหลือปราการใดอีกแล้ว..ซึ่งเมื่อสร้างป้อมเสร็จไม่นาน..ปืนใหญ่ก็เพิ่งหล่อเสร็จชื่อว่า ปืนเสือหมอบ (ใหญ่มากครับ ใช้ระบบหมุนแล้วยกตัวปืนขึ้นไป ลุกกระสุนก็ใหญ่และหนักมากครับ นึกถึงความโกลาหลในวันเกิดเหตุแล้ว เหนื่อยครับ) เรือรบฝรั่งเศส ใช้เรือสินค้านำหน้าเข้ามา เนื่องจากเรือสินค้าฝรั่งเศสได้เข้ามาค้าขายและดูลาดเลาอยู่นานแล้ว จนรู้ดีถึงร่องน้ำบริเวณปากแม่น้ำและร่องน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเรือรบมาถึงปากแม่น้ำ ทางป้อมพระจุลฯ ได้ยิงเตือนไม่ให้เข้ามาในเขตน่านน้ำไทย แต่เรือรบฝรั่งเศสก็ยังแล่นต่อไปเรื่อยๆ และมีการยิงตอบโต้กลับเข้ามา ไทยส่งเรือรบออกไปต้าน แต่ขนาดของเรือผิดกัน เราจึงสูญเสียกำลังพลไป ทางป้อมฯ ยิงปืนเสือหมอบเข้าใส่เรือฝรั่งเศสจนเสียหาย แต่ก็ทำได้เท่านั้น เพราะปืนเสือหมอบมีระยะหมุนเพียง 45 องศา ไกล 2000 เมตร และที่สำคัญทีสุด..ด้วยความที่ปืนเพิ่งได้ใช้ ยังไม่สามารถหาพิสัยที่แม่นยำของปืนได้ เพราะยังไม่มีระบบวิถีนำร่องทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งทางท่านผู้บรรยายกล่าวว่า..หากมีเวลาสักครึ่งปี ทางเราคงสามารถยิงได้อย่างแม่นยำ.. ดังนั้น..เมื่อเรือรบฝรั่งเศสแล่นพ้นปากแม่น้ำเข้าไป ก็เหลือวิสัยที่ปืนจากป้อมพระจุลฯ จะทำอะไรได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเรือสินค้าผู้ชำนาญนำทาง เรือรบฝรั่งเศสก็ไปจอดเทียบท่าแทบหน้าวังแล้วยิงปืนขู่ให้ไทยยอมชดใช้ค่าชีวิตของลูกเรือที่เสียไปของเขา กดขี่ยิงปืนขู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนไม่เป็นอันทำอะไร จนไทย..ต้องยอมเสียสละดังอาจารย์เทาชมพูได้เล่ามา..
วันนั้น..ผมถามท่านทหารไปว่า.."ผู้บังคับการป้อมพระจุลฯ ตอนนั้นเป็นใคร"
ท่านก็ตอบยิ้มๆ ว่า "เป็นคนเดนมาร์ก" (น่าจะใช่นะครับ) แต่ผมจำชื่อไม่ได้แล้วครับ ขอโทษจริงๆ

เรือสินค้า..แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม..แลกเปลี่ยนสินค้า..แต่สุดท้าย..อีกหนึ่งเหตุผลของเรือสินค้า..คือ..สอดแนม..
ไม่ต่างกับสมัยนี้เลยมังครับ
NUT99 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 12 ก.ย. 2549 (12:39)
หวังว่าคนรุ่นใหม่จะอ่านเรื่องนี้แล้วนำไปเตือนใจไม่ให้เกิดขึ้นอีก
violoncello เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 16 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 17 ก.ย. 2549 (16:09)
ใครที่กำลังสร้างความวุ่นวายแก่ชาติอยู่ในตอนนี้ ก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาคงจะระลึกได้ว่าในอดีตชาติไทยเคยบอบจิตเจ็บช้ำระกำมาแค่ไหนในการที่พยายามเอาตัวให้รอดพ้นจากการคุกคามของชาติอื่นได้ อยากให้เขาพวกนั้นจำไว้้และอย่าทำให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองเลย
OBORO เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 271 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 17 ก.ย. 2549 (16:18)
ตอบคุณ ค.ห. ที่ 5
ถูกแล้วครับ
จำกลอนนี้ได้ไหม

พ่อไม่มีเงินทองจะกองให้
จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ
หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย

พ่อกับแม่มีแต่จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย
ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย
เจ้าสบายแม่กับพ่อก็ชื่นใจ

ถึงพ่อจนทนได้ไม่ทุกข์หนัก
เท่าลูกรักประพฤติตนเป็นคนชั่ว
ลูกกี่คนทนเลี้ยงได้ไม่หมองมัว
ไม่โศกเศร้าเท่าลูกตัวชั่วระยำ

พ่อส่งให้ลูกเรียนเพียรอุตส่าห์
พ่อฟันฝ่าอุปสรรคแสนหนักเหลือ
พ่อตั้งหน้าหาทุนมาจุนเจือ
พ่อทำเพื่อลูกเจริญเดินก้าวไกล

เจ้าไม่เรียนเมื่อไหร่เจ้าจะรู้
เจ้าไม่ดูเมื่อไหร่เจ้าจะเห็น
เจ้าไม่ทำเมื่อไหร่เจ้าจะเป็น
ยามลำเค็ญใคร่เล่าช่วยเจ้าเอย

.........น้ำตาไหลครับ......
OBORO เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 271 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 ก.ย. 2549 (18:37)
สุดยอด กษัตริย์สำคัญจิงๆ
จอมยุทธ์คุณธรรม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 17 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เทาชมพู
(เทาชมพู)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 13,899 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 5,218 ครั้ง
ได้รับดาว 185 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.