 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/337" type="text/javascript"></script> |
|
|
ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง... คงจะต้องบังคับขับไส :
บรรยากาศของชาติไทย ในเหตุการณ์ร.ศ. ๑๑๒ และส่วนหนึ่งที่ถ่ายทอดโดยพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ โดยบรรยากาศในพระนครเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ เต็มไปด้วยความตึงเครียดใกล้ถึงจุดระเบิด ในพระบรมมหาราชวัง เจ้านายและขุนนาง ต่างรอฟังข่าวด้วยใจระทึก...
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 42,265 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 15 December 2007, 8:43 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 15 December 2007, 8:43 pm
|
หน้าที่ 2 - กำหนดเนื้อหา เวลา กิจกรรม
1. กำหนดเนื้อหา แบ่งเนื้อหา ดังนี้
1.1. แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง Questions จำนวน 60 ข้อ เป็นแบบปรนัย
1.2. แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง Verbs จำนวน 10 ข้อ เป็นแบบปรนัย
1.3. ความหมายและหน้าที่ของ Verbs ( กริยา )
1.4. ตัวอย่างกริยาแท้ ( Finite Verbs ) และกริยาช่วย( Helping Verbs )
1.5. แบบฝึกหัดที่ 1.1 จำนวน 15 ข้อ
1.6. แบบฝึกหัดท้ายบท จำนวน 10 ข้อ
1.7. แบบทดสอบหลังเรียนเรื่อง Verbs จำนวน 10 ข้อ เป็นแบบปรนัย
2. ตารางแสดงรายละเอียดขั้นตอนกิจกรรมและจำนวนเวลา
2.1. บทที่ 1 เรื่อง Verbs
2.2. ขั้นตอนกิจกรรมการเรียนรู้ ( แบบ 3 P )
ชั่วโมงที่ 1
1. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง Questions ใช้เวลา 60 นาที
ชั่วโมงที่ 2
Presentation
2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง Verbs ใช้เวลา 10 นาที
Practice
3. ศึกษาเนื้อหาในใบความรู้และตัวอย่างในเอกสาร ใช้เวลา 10 นาที
4. ทำแบบฝึกหัดที่ 1.1 ใช้เวลา 10 นาที
Production
5. ทำแบบฝึกหัดท้ายบท ใช้เวลา 10 นาที
6. เฉลยและตรวจแบบฝึกหัดที่ 1.1และแบบฝึกหัดท้ายบท ใช้เวลา 10 นาที
7. ทำแบบทดสอบหลังเรียนเรื่อง Verbs ใช้เวลา 10 นาที
รวม 60 นาที
ใบความรู้ที่ 1 : เรื่อง ความหมายและหน้าที่ของ Verbs (กริยา)ในประโยค
จุดประสงค์นำทางข้อที่ 1 : บอกความหมายของ Verbs ( กริยา ) ได้
Verbs ( กริยา ) หมายถึง อาการกระทำหรือถูกกระทำของประธาน
จุดประสงค์นำทางข้อที่ 2 : บอกหน้าที่ของ Verbs (กริยา ) ในประโยคได้
หน้าที่ของ Verbs ( กริยา ) แบ่งหน้าที่โดยคำนึงถึงอาการกระทำและการใช้ดังนี้
1. กริยาแท้(Finite verbs) คือกริยาจริงๆของประโยค แสดงการกระทำ เช่น


*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 13 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 ส.ค. 2549 (12:24) มันน่าแค้นใจจริงๆนะครับ คุณเทาชมพู
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ส.ค. 2549 (13:55) จำไว้สิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 ก.ย. 2549 (10:42) ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส
เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย
เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ จะนับถือพงศ์พันธุ์นั้นอย่าหมาย
ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา
คงจะต้องใช้กลอนบทนี้จริงๆคะ เพราะบรรพบุรุษของเราได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุดแล้วเพื่อรักษาบ้านเมืองนี้ไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้อยู่อาศัยกัน...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 ก.ย. 2549 (12:30) ด้วยเหตุนี้หรือเปล่าค่ะที่ทำให้ ร.5ต้องทรงส่งพระราชโอรสไปศึกษาในต่างประเทศ เป็นการเตรียมบุคคลากรรุ่นใหม่ที่รู้ทัน ตะวันตกในทุกด้านไว้รับมือ
โดยเฉพาะการทหาร.......ทั้งรัสเซีย และอังกฤษ นอกเหนือจากนโยบายทางการทูต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 8 ก.ย. 2549 (16:51) ความจริงประเทศไทยเรา ก็ผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมาหลายครั้งบรรพบุรุษของเรานับแต่พระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์เรื่อยลงมาจนถึงสามัญชนคนธรรมดาต่างก็ร่วมกันรักษาบ้านเมืองไว้ อยากให้คนไทยที่เกิดที่อาศัยแผ่นดินไทยรู้รักชาติ และสามัคคีกันมากกว่านี้ อย่าให้ "ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง"
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 ก.ย. 2549 (21:04) ไทย เราผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง หลายคราแล้วด้วยพระบารมีขององค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ รวมทั้งความรัก ความสามัคคีของคนไทยทุกคน เป็นหน้าที่ของพวกเราคนไทยทุกคนที่จะปกป้องประเทศชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อลูก หลานของเราต่อไปนิ
เราเองก็เฉือนดินแดนของประเทศไทยแทบจะทุกด้านเพื่อป้องกันดินแดนส่วนใหญ่ไปมากแล้ว อย่าต้องเฉือนด้ามขวานอีกเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 ก.ย. 2549 (15:01) ความเจ็บปวดเป็นบทเรียนยากจักลืม มีบางกลุ่มคนไทยสมัยนั้นได้ทำการสักบริเวณหน้าอกเป็นคำว่า รศ.๑๑๒ เพื่อเป็นการย้ำเตือนเหตุการณ์นั้น ในทุกลมหายใจ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 ก.ย. 2549 (15:55) เมื่อเดือนที่แล้วผมได้ไปที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ มีพี่ทหารคอยให้คำอธิบายถึงเหตุการณ์ ร.ศ.112 ฟังแล้ว..เลือดขึ้นหน้า..มีอารมณ์ร่วมเหมือนกันครับ..เขาทำเป็นวิดีทัศน์บรรยายเหตุการณ์ไว้ด้วย..ผมขอถ่ายทอดจากความทรงจำด้วยคนนะครับ ผิดถูกอย่างไร..คงต้องขออภัยท่านผู้รู้ไว้ด้วย..
...ป้อมพระจุลฯ เป็นป้อมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงคาดการณ์ไว้ว่า..วันหนึ่งไม่อังกฤษก็ฝรั่งเศสจะต้องลุกล้ำอธิปไตยของไทยเป็นแน่ จึงทรงสร้างป้อมด้วยพระราชทรัพย์ที่มากโข เพื่อปกปักปากแม่น้ำ..อันเป็นยุทธศาสตร์อันสำคัญไว้..เพราะหากหลุดปากแม่น้ำเข้าไปได้..ก็แทบไม่เหลือปราการใดอีกแล้ว..ซึ่งเมื่อสร้างป้อมเสร็จไม่นาน..ปืนใหญ่ก็เพิ่งหล่อเสร็จชื่อว่า ปืนเสือหมอบ (ใหญ่มากครับ ใช้ระบบหมุนแล้วยกตัวปืนขึ้นไป ลุกกระสุนก็ใหญ่และหนักมากครับ นึกถึงความโกลาหลในวันเกิดเหตุแล้ว เหนื่อยครับ) เรือรบฝรั่งเศส ใช้เรือสินค้านำหน้าเข้ามา เนื่องจากเรือสินค้าฝรั่งเศสได้เข้ามาค้าขายและดูลาดเลาอยู่นานแล้ว จนรู้ดีถึงร่องน้ำบริเวณปากแม่น้ำและร่องน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเรือรบมาถึงปากแม่น้ำ ทางป้อมพระจุลฯ ได้ยิงเตือนไม่ให้เข้ามาในเขตน่านน้ำไทย แต่เรือรบฝรั่งเศสก็ยังแล่นต่อไปเรื่อยๆ และมีการยิงตอบโต้กลับเข้ามา ไทยส่งเรือรบออกไปต้าน แต่ขนาดของเรือผิดกัน เราจึงสูญเสียกำลังพลไป ทางป้อมฯ ยิงปืนเสือหมอบเข้าใส่เรือฝรั่งเศสจนเสียหาย แต่ก็ทำได้เท่านั้น เพราะปืนเสือหมอบมีระยะหมุนเพียง 45 องศา ไกล 2000 เมตร และที่สำคัญทีสุด..ด้วยความที่ปืนเพิ่งได้ใช้ ยังไม่สามารถหาพิสัยที่แม่นยำของปืนได้ เพราะยังไม่มีระบบวิถีนำร่องทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งทางท่านผู้บรรยายกล่าวว่า..หากมีเวลาสักครึ่งปี ทางเราคงสามารถยิงได้อย่างแม่นยำ.. ดังนั้น..เมื่อเรือรบฝรั่งเศสแล่นพ้นปากแม่น้ำเข้าไป ก็เหลือวิสัยที่ปืนจากป้อมพระจุลฯ จะทำอะไรได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเรือสินค้าผู้ชำนาญนำทาง เรือรบฝรั่งเศสก็ไปจอดเทียบท่าแทบหน้าวังแล้วยิงปืนขู่ให้ไทยยอมชดใช้ค่าชีวิตของลูกเรือที่เสียไปของเขา กดขี่ยิงปืนขู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนไม่เป็นอันทำอะไร จนไทย..ต้องยอมเสียสละดังอาจารย์เทาชมพูได้เล่ามา..
วันนั้น..ผมถามท่านทหารไปว่า.."ผู้บังคับการป้อมพระจุลฯ ตอนนั้นเป็นใคร"
ท่านก็ตอบยิ้มๆ ว่า "เป็นคนเดนมาร์ก" (น่าจะใช่นะครับ) แต่ผมจำชื่อไม่ได้แล้วครับ ขอโทษจริงๆ
เรือสินค้า..แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม..แลกเปลี่ยนสินค้า..แต่สุดท้าย..อีกหนึ่งเหตุผลของเรือสินค้า..คือ..สอดแนม..
ไม่ต่างกับสมัยนี้เลยมังครับ
NUT99
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 12 ก.ย. 2549 (12:39) หวังว่าคนรุ่นใหม่จะอ่านเรื่องนี้แล้วนำไปเตือนใจไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 17 ก.ย. 2549 (16:18) ตอบคุณ ค.ห. ที่ 5
ถูกแล้วครับ
จำกลอนนี้ได้ไหม
พ่อไม่มีเงินทองจะกองให้
จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ
หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย
พ่อกับแม่มีแต่จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย
ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย
เจ้าสบายแม่กับพ่อก็ชื่นใจ
ถึงพ่อจนทนได้ไม่ทุกข์หนัก
เท่าลูกรักประพฤติตนเป็นคนชั่ว
ลูกกี่คนทนเลี้ยงได้ไม่หมองมัว
ไม่โศกเศร้าเท่าลูกตัวชั่วระยำ
พ่อส่งให้ลูกเรียนเพียรอุตส่าห์
พ่อฟันฝ่าอุปสรรคแสนหนักเหลือ
พ่อตั้งหน้าหาทุนมาจุนเจือ
พ่อทำเพื่อลูกเจริญเดินก้าวไกล
เจ้าไม่เรียนเมื่อไหร่เจ้าจะรู้
เจ้าไม่ดูเมื่อไหร่เจ้าจะเห็น
เจ้าไม่ทำเมื่อไหร่เจ้าจะเป็น
ยามลำเค็ญใคร่เล่าช่วยเจ้าเอย
.........น้ำตาไหลครับ......
OBORO
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 271 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 ก.ย. 2549 (18:37) สุดยอด กษัตริย์สำคัญจิงๆ