 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/33832" type="text/javascript"></script> |
|
|
มีพ่อจนๆมานน่าอายหรือไง เรื่องจริงครับใครเห็นเรื่องนี้โปรดเข้ามาอ่านหน่อยนะ
เข้ามาอ่านหน่อยเถอะมันเป็นเรื่องจิงอะนะ ยาวหน่อยแต่น้ำตาแทบใหลเลย ...
ผู้เขียน: zien123 ชมแล้ว: 16,916 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 22 November 2007, 6:37 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 2 January 2008, 7:54 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
หน้าที่ 1 - อ่านหน่อยนะ
อาจะยาวหน่อยนะแต่อ่านทีเถอะนะ น้ำตาแทบจะไหลเลย
วันนี้เลิกงานเร็วเลยพายัยกวางไปดูหนังที่ห้างแห่งหนึ่ง
รอต่อแถวจ่ายตังค์นานเลย เจ้ากวางก็เริ่มงอแงจะดูหนัง
สังเกตุว่าคิวด้านหน้าเรามากันเป็นครอบครัว
มีพ่อแม่ลูกสาววัยประมาณเจ้ากวาง
แล้วก็ผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง
ที่หนูน้อยเรียกว่า"ปู่" คุยกันยิ้มแย้มแจ่มใสดี
ซื้อของใช้ล้นตระกร้าเชียว
พอแคชเชียร์คิดเงินของครอบครัวนี้จนเสร็จได้ยินคร่าวๆว่า
"ทั้งหมดพัน(กว่าๆ)บาทค่ะ...." ผู้เป็น"ปู่"
เป็นคนเปิดกระเป๋าสตางค์ใบเก่าๆ จะจ่ายเงิน พร้อมทำท่าอ้ำอึ้ง
มีลูกชายลูกสะใภ้จ้องตาเขม็ง หุบยิ้มทันที
" ว่าไงพ่อ จ่ายเค้าไปสิ" ลูกชายบอก คุณปู่ยังทำท่าอ้ำอึ้ง
"ไหน ดูหน่อย มีตังค์เท่าไหร่" คุณปู่ยื่นกระเป๋าตังค์ให้ดูข้างใน
" อ้าว ไหนว่ามีตังค์เยอะไง แล้วแบบนี้จะชวนมาซื้อของทำไม
ไม่มีตังค์จ่ายก็ไม่บอก อายเค้าจริงๆ "
ลูกชายลูกสะใภ้พากันมองคุณปู่ด้วยสายตาที่เหมือนดูถูก...รำคาญ
ในที่สุดเค้าก็พากันทำสิ่งที่เราไม่อยากจะเชื่อสายตา
คืออุ้มลูกเดินหนีไปเลย พร้อมกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
ไม่สนใจลูกสาวที่ร้องว่า "ปู่ๆๆๆ ปู่มาด้วย"
คุณปู่ยืนคอตก หน้าเศร้าอยู่หน้าแคชเชียร์ พอเด็กถามว่าจะเอายังไง
คุณปู่เปิดกระเป๋าตังค์ให้เด็กดู แล้วบอกว่าให้คิดเงินตามนี้
ได้ของเท่าไหร่เท่านั้น (เด็กนับแล้วมีแปดร้อยบาทคับ)
ระหว่างรอแคชเชียร์คิดเงินใหม่ ได้ยินคุณปู่เล่าว่า
แกบ้านอยู่ต่างอำเภอห่างไปเป็นร้อยกิโล ลูกหลานไม่ไปหานานแล้ว
แกจึงตัดสินใจรวบรวมเงินทั้งหมดที่มีนั่งรถเข้ามาเยี่ยมลูกหลานในเมือง
แล้วชวนออกมาซื้อของ ลูกแกก็ไม่ถามสักคำว่าเงินมีเท่าไหร่ หยิบของเอาๆ
แกก็ไม่เคยรู้ราคาของ เพราะอยู่บ้านนอกก็ซื้อร้านของชำทีห้าบาทสิบบาท
ใครจะจะรู้ว่าของในห้างใหญ่เค้าซื้อกันทีละเป็นพัน
เราจ่ายเสร็จเห็นคุณปู่ยังเดินเคว้งอยู่แถวๆนั้น
ก็เลยถามแกว่าจะกลับยังไง แกบอกว่าพอขึ้นรถกลับเป็น ( อ้าว
แล้วตังค์ล่ะ เมื่อกี้เห็นจ่ายไปหมดแล้วนี่นา ) แต่ก็ยังลังเลอยู่
กลัวลูกกลับมาตามหาแล้วไม่เจอ มือถือก็ไม่รู้เบอร์
เลยตัดสินใจพาคุณปู่ไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ประกาศหาลูกครับ
จากนั้นเราบอกให้รอสักพัก ถ้าลูกไม่มาจริงๆ ให้ไปขึ้นรถที่คิวรถ(
ฝากเด็กที่ปชส.ครับ ว่าให้ย้ำคุณปู่อีกที)
พร้อมกับให้เงินแกเป็นค่ารถไว้งับจริงๆอยากรอดูสักพัก
แต่เจ้ากวางไม่ไหวแล้วง่ะ งอแงเหลือเกิน
คุณปู่น้ำตาคลอบอกเราว่า "มันคงไม่ทิ้งปู่จริงๆหรอกนะ
นี่ก็ได้ของไปเยอะเหมือนกันถึงจะซื้อได้ไม่หมดก็เถอะ
นี่มันไม่เคยกลับไปหาปู่เลย ก็เพราะปู่มันจน ไม่มีสมบัติอะไรให้"
เราปลอบใจแกไปบอกว่าเดี๋ยวเค้าคงกลับมาน่ะ คงเดินไปดูอย่างอื่นก่อน
เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยครับ
หันหลังกลับไปมองเห็นคุณปู่ยังยืนคอตกที่เดิม ในใจคิดวนเวียนตลอดเวลา
.... นี่เค้าทำแบบนี้กับพ่อตัวเองได้ยังไงนะ ...
... พ่อไม่มีตังค์พอเนี่ย มันผิดด้วยหรือ? เค้าไม่รู้หรือไงว่า
เงินเท่านี้อาจจะเป็นเงินที่คุณปู่เก็บมาทั้งชีวิตก็ได้
(คนชนบทจะไปหาเงินจากไหนล่ะ?) ...
...แล้วเค้าจะสอนลูกให้กตัญญูต่อพ่อแม่ได้อย่างไร
ก็ทำพฤติกรรมแบบนี้กับพ่อตัวเองให้ลูกเห็น....
จริงอยู่ พื้นฐานครอบครัวนี้อาจจะมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่เป็นเรา
เราคงไม่มีวันทอดทิ้งพ่อให้ได้รับความเจ็บปวดอับอายจากการที่ไม่มีเงินซื้อของให้ลูก
หลานได้พอแบบนี้หรอก เป็นเรา เราคงบอกพ่อว่า
" ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ กลับบ้านเราเถอะ"
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 22 พ.ย. 2550 (18:42) อ๋อ...ตอนนั้นน่ะเหรอ...ใช่ๆน่าสงสารปู่เขามากเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 พ.ย. 2550 (18:57) น่าสงสารนะครับ เปนลูกทำตัวแบบนี้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 23 พ.ย. 2550 (10:37) ทำไมลูกถึงใจร้ายอย่างนั้น..ถ้าเป็นเราจะไม่ทำแบบนั้นแน่นอน แค่ท่านมาหาเราก็ดีใจแล้วไม่ต้องซื้อของให้เรา..เราเสียอีกควรจะซื้อของให้ท่าน..จริงรึเปล่าคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 พ.ย. 2550 (16:19) เห็นด้วยกับทุกข้อความคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 23 พ.ย. 2550 (21:17) สิ่งที่ปู่ให้ลูกเลวๆคนนั้นที่ไม่เคยเห็นค่าคือ รอยยิ้ม และ ความรัก มันหาซื้อที่ไหนไม่ได้หรอกนะสองสิ่งนี้ พวกเนรคุณ =_= ปู่เลี้ยงหมาดีกว่าเลี้ยงลูกเลวๆแบบนี้เลี้ยงตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยตอนโตกลับเอาตีนเหยียบย่ำพ่อตัวเอง เงินทองไม่จำเป็นหรอก ความรักต่างหากที่หล่อเลี้ยง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 พ.ย. 2550 (15:38) ช่ายเป็นลูกถาษาอะไร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 1 ธ.ค. 2550 (10:04) ถ้าเราเจอคนแบบนั้นนะ จะเดินเข้าไปด่าให้เละเลยแหละ มีอย่างที่ไหนทิ้งพ่อตัวเอง น่าเกียจ คนเลวทำได้ทุกอย่างจริงๆ สารเลวสุดๆ เลวจนเกินคำบรรยายจริงๆ สงสารก็แต่คุณปู่นั่นแหละ โดนลูกทิ้งให้อยู่คนเดียวจะมาเยี่ยมบ้างก็ไม่มี เดี๋ยวคอยดูเหอะ คนพรรค์เนี้ย มีลูก ลูกก็ต้องทิ้งไปเหมือนกัน ไม่มีค่าให้ได้เป็นพ่อคนเลยด้วยซ้ำ
( น่าสงเคราะห์็ให้ไปเป็นพ่อสัตว์ดิรัจฉานซะมากกว่า ) มีพ่อจนแล้วไง ไม่เห็นมีอะไรน่าอายเลยซักนิด ยังไงคนๆนั้นก็เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเราเลยนะ มีแต่คนชั่วช้า เลวทราม เท่านั้นแหละที่ไม่สมควรได้รับไออุ่นจากพ่อที่รักเรามากกว่าสิ่งใด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 ธ.ค. 2550 (08:34) นี่มันจิตใจคนหรือเนี่ย

-*-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 24 เม.ย. 2551 (13:55) T^T
จิตใจลูกเขาทำด้วยอะไรหนอ
สงสารปู่จังT T