|
ราคาน้ำมัน เมื่อเทียบกับประเทศอื่น
ราคาน้ำมันดิบกำลังพุ่งสูงขึ้นจนเลย 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว ไม่รู้ว่าจะข้ามเส้น 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อใด หลายคนบอกว่าการที่น้ำมันดิบมีราคาสูงขึ้นมากนี้เป็นเพราะว่าปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐอเมริกาต่ำมาก
|
หน้าที่ 1 - ราคาน้ำมันที่กลั่นแล้ว
ราคาน้ำมัน เมื่อเทียบกับประเทศอื่น
โดย ดร. อธิคม บางวิวัฒน์
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
________________________________________________________________
ราคาน้ำมันดิบกำลังพุ่งสูงขึ้นจนเลย 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว ไม่รู้ว่าจะข้ามเส้น 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อใด หลายคนบอกว่าการที่น้ำมันดิบมีราคาสูงขึ้นมากนี้เป็นเพราะว่าปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐอเมริกาต่ำมาก ทำให้เชื่อได้ว่าความต้องการทางน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นในเวลาใกล้ๆนี้ จึงทำให้ราคาสูงขึ้น ยิ่งใกล้ฤดูหนาวเข้าไปอีก ความต้องการเชื้อเพลิงเพื่อให้ความอบอุ่นในบ้านเรือนในช่วงนี้ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย บางคนก็บอกว่าสาเหตุที่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้นเพราะการสู้รบกันระหว่าง ตรุกี กับชาวเคิร์ดทางเหนือของประเทศอิรัก อาจจะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมัน จึงเกิดการกักตุนน้ำมันดิบ
จะเห็นได้ว่าราคาน้ำมันดิบมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ต่างๆ ของโลกอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายให้แก่มวลมนุษย์หรือแม้แต่ความคาดหวังในเหตุการณ์ต่างๆ ก็มีผลต่อราคาน้ำมันได้ ทั้งนี้เพราะน้ำมันดิบเป็นเชื้อเพลิงที่สำคัญมากของโลก ซึ่งเป็นปัจจัยในการผลิตทั้งภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน
ราคาน้ำมันที่กลั่นแล้ว เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก็ถูกกระทบด้วยราคาของน้ำมันดิบอย่างแน่นอน ในบ้านเราราคาน้ำมันเบนซินทะลุ 30 บาทต่อลิตรไปแล้ว ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหยุดที่ไหนแม้ว่ารัฐจะพยายามพยุงราคาโดยลดเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันลง 40 สตางค์ สำหรับน้ำมันเบนซินยกเว้นน้ำมันเบนซิน 95 เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ใช้รถหันมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แทน และ 20 สตางค์ สำหรับน้ำมันดีเซล ด้วยราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันเบนซิน 95 ที่ต่างกันราว 3.50 บาท ต่อลิตร ทำให้ประหยัดได้มากกว่า 10% ประเทศอื่นๆในโลกส่วนใหญ่ก็คงได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน อาจจะยกเว้นประเทศบางประเทศที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบ ซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของน้ำมันดิบน้อยกว่า
รูปที่ 1 ราคาน้ำมันเบนซินเกรดพรีเมี่ยมที่ขายในประเทศต่างๆ ณ. ปลายปี ค.ศ. 2006
ที่มา : http://www.gtz.de/de/dokumente/en-flyer-international-fuelprices-2007.pdf
ราคาน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลของประเทศต่างๆ ก็จะต่างกันไปตามต้นทุนของน้ำมันดิบ ค่าใช้จ่ายในการกลั่น การขนส่งตลอดจนภาษีหรือเงินอุดหนุนที่รวมเข้าไปในราคาของน้ำมันที่สถานีจำหน่าย รายงานฉบับหนึ่งชื่อ International Fuel Prices 2007 จัดทำโดย GTZ (German Agency for Technical Cooperation) ได้รวบรวมข้อมูลราคาน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ที่สถานีจำหน่ายเมื่อปลายปี ค.ศ. 2006 จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากกว่า 170 ประเทศ ดังรูปที่ 1 ซึ่งเป็นกราฟแสดงราคาของน้ำมันเบนซิน เกรดพรีเมี่ยม (แต่ละประเทศจะมีเกรดแตกต่างกัน) มีหน่วยเป็น เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร ประเทศเติร์คเมนิสถาน (Turkmenistan) และประเทศเวเนซูเอลา (Venezuela) ขายในราคาต่ำมากที่ 2 และ 3 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตรตามลำดับ
ในขณะที่ประเทศเอริเทรีย (Eritrea) มีราคาสูงสุดที่ 190 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร ในรูปนี้ได้แบ่งประเทศต่างๆ ออกเป็น 4 กลุ่มด้วย โดยแบ่งตามช่วงราคา กลุ่มที่ 1 มีราคา 1-37 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร กลุ่มที่ 2 มีราคา 38-62 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร กลุ่มที่ 3 มีราคา 63-128 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร กลุ่มที่ 4 มีราคา 129-190 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร ราคาน้ำมันเบนซินในประเทศไทยอยู่ที่ 70 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร หรือราว 26 บาทต่อลิตร (เมื่อปลายปีที่แล้ว) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันเบนซินในประเทศอื่นๆ เช่น อิหร่าน และซาอุดิอาราเบียซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันเอง ขายน้ำมันเบนซินที่ 9 และ 16 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร ญี่ปุ่น และอังกฤษมีราคาใกล้เคียงกันที่ 1.09 และ 1.63 เหรียญสหรัฐต่อลิตร สิงคโปร์ขายที่ราคา 92 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตร มาเลเซีย ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม อยู่ในกลุ่มเดียวกันที่ขายในราคา 53, 70, 63 และ 67 เซ็นต์สหรัฐต่อลิตรตามลำดับ
ราคาขายเหล่านี้เป็นราคาที่แปลงมาจากราคาขายในสกุลเงินของแต่ละประเทศมาเป็นราคาขายในสกุลเหรียญสหรัฐ (โดยหารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน) แต่เนื่องจากว่าแต่ละประเทศมีค่าครองชีพที่ต่างกัน จึงไม่อาจบอกได้ว่าราคาในประเทศใดถูกกว่า หรือแพงกว่าประเทศอื่น นอกจากบางประเทศที่ค่อนข้างแน่ชัดว่าค่าครองชีพสูงกว่า แต่ราคาน้ำมันเบนซินกลับถูกกว่า เช่นประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย
| |
ราคา(1)ที่สถานีบริการ
(เหรียญสหรัฐ)) |
อัตรา(2)
แลกเปลียน(เงินสกุล
ท้องถิ่น/
เหรียญ) |
ราคา(3)
ที่สถานี
บริการ(เงินสกุล
ท้องถิ่น) |
ppp(4)
2004 |
ราคาปรับตาม(5)
ค่าครองชีพ(เงินสกุล
ท้องถิ่น) |
ราคาปรับตาม(6)
ค่าครองชีพ(เหรียญสหรัฐ) |
ราคาปรับตาม(7)
ที่สถานีบริการ
/ราคาปรับ
ตามค่าครองชีพ(เท่า) |
| อิหร่าน |
0.09 |
9,223.00 |
830.00 |
2,775.3 |
1,748.44 |
0.19 |
0.47 |
| ญี่ปุ่น |
1.09 |
116.30 |
126.77 |
132.5 |
83.48 |
0.72 |
1.52 |
| มาเลเซีย |
0.53 |
3.60 |
1.91 |
1.8 |
1.13 |
0.32 |
1.68 |
| ซาอุดิอาเรเบีย |
0.16 |
3.75 |
0.60 |
2.9 |
1.83 |
0.49 |
0.33 |
| สิงคโปร์ |
0.92 |
1.59 |
1.46 |
1.5 |
0.95 |
0.59 |
1.55 |
| ไทย |
0.70 |
37.88 |
26.52 |
12.9 |
8.13 |
0.21 |
3.26 |
| อังกฤษ |
1.63 |
0.54 |
0.88 |
0.6 |
0.38 |
0.70 |
2.33 |
| สหรัฐอเมริกา |
0.63 |
1.00 |
0.63 |
1.0 |
0.63 |
0.63 |
1.00 |
| เวียตนาม |
0.67 |
16152.00 |
10,821.84 |
3,209.5 |
2,021.99 |
0.13 |
5.35 |
มีดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งที่เรียกกันว่า Purchasing Power Parity (PPP) ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างเงินสกุลประเทศนั้นที่ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการ (ในประเทศของตน) ในจำนวนเดียวกับสินค้าหรือบริการที่หาซื้อได้ด้วยเงิน 1 เหรียญสหรัฐ (ในประเทศสหรัฐอเมริกา) ตัวอย่างเช่น PPP เมื่อปี ค.ศ. 2004 ของประเทศไทยเป็น 12.9 หมายความว่าถ้าซื้อสินค้าหรือบริการจำนวนหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยเงิน 1 เหรียญสหรัฐ จะต้องใช้เงิน 12.9 บาท เพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจำนวนเดียวกันในประเทศไทย นั่นคือ ถ้าน้ำมันเบนซิน 1 ลิตร ในประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน 0.63 เหรียญสหรัฐ ในประเทศไทย ก็ควรจะซื้อได้ด้วยเงิน 0.63 x 12.9 = 8.13 บาท และเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกับราคาในประเทศอื่นๆ ได้
จึงเปลี่ยนกลับเป็นเหรียญสหรัฐโดยการหารด้วย 37.88 บาท ต่อเหรียญสหรัฐ (อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณเมื่อปลายปี ค.ศ. 2006) จะได้ 0.21 เหรียญสหรัฐต่อลิตร เมื่อนำไปเทียบกับราคาน้ำมันเบนซินที่ขายกันจริงๆ 0.70 เหรียญสหรัฐต่อลิตร ราคาขายจริงจึงเป็น 3.26 เท่าของราคาขายในสหรัฐอเมริกาที่ปรับด้วย PPP ของประเทศไทย และถ้าใช้วิธีเดียวกันนี้กับราคาน้ำมันเบนซินของประเทศอื่นๆ จะเห็นได้ว่า อิหร่าน และซาอุดิอาราเบีย ขายถูกกว่าที่สหรัฐอเมริกา ประเทศอื่นในตารางที่ 1 ขายน้ำมันเบนซินในราคาที่สูงกว่า นั่นคือราคาในประเทศเวียดนามสูงถึง 5.35 เท่า ประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็น 1.52 1.68 และ 1.55 ตามลำดับ ในขณะที่ราคาในประเทศไทยสูงถึง 3.26 เท่า
| |
ราคา(1)ที่สถานีบริการ
(เหรียญสหรัฐ)) |
อัตรา(2)
แลกเปลียน(เงินสกุล
ท้องถิ่น/
เหรียญ) |
ราคา(3)
ที่สถานี
บริการ(เงินสกุล
ท้องถิ่น) |
ppp(4)
2004 |
ราคาปรับตาม(5)
ค่าครองชีพ(เงินสกุล
ท้องถิ่น) |
ราคาปรับตาม(6)
ค่าครองชีพ(เหรียญสหรัฐ) |
ราคาปรับตาม(7)
ที่สถานีบริการ
/ราคาปรับ
ตามค่าครองชีพ(เท่า) |
| อิหร่าน |
0.03 |
9,223.00 |
276.69 |
2,775.3 |
1,748.44 |
0.19 |
0.14 |
| ญี่ปุ่น |
0.09 |
116.30 |
104.67 |
132.5 |
83.48 |
0.72 |
1.25 |
| มาเลเซีย |
0.40 |
3.60 |
1.44 |
1.8 |
1.13 |
0.32 |
1.27 |
| ซาอุดิอาเรเบีย |
0.07 |
3.75 |
0.26 |
2.9 |
1.83 |
0.49 |
0.14 |
| สิงคโปร์ |
0.63 |
1.59 |
1.00 |
1.5 |
0.95 |
0.59 |
1.06 |
| ไทย |
0.65 |
37.88 |
24.62 |
12.9 |
8.13 |
0.21 |
3.03 |
| อังกฤษ |
1.75 |
0.54 |
0.93 |
0.6 |
0.38 |
0.70 |
2.47 |
| สหรัฐอเมริกา |
0.69 |
1.00 |
0.69 |
1.0 |
0.63 |
0.63 |
1.10 |
| เวียตนาม |
0.53 |
16,152.00 |
8,560.56 |
3,209.5 |
2,021.99 |
0.13 |
4.23 |
ด้วยข้อมูลจากแหล่งเดียวกัน และใช้วิธีเดียวกันนี้เปรียบเทียบราคาขายน้ำมันดีเซลที่สถานีบริการของประเทศต่างๆดังในตารางที่ 2 จะได้อัตราส่วนราคาของน้ำมันดีเซลที่ขายตามสถานีบริการในประเทศไทยต่อราคาขายในสหรัฐอเมริกาที่ปรับด้วย PPP ของประเทศไทย ใกล้เคียงกับอัตราส่วนราคาของน้ำมันเบนซิน คือ 3.03 เท่า ส่วนอัตราส่วนราคาน้ำมันดีเซลในทำนองเดียวกันของประเทศอื่นๆแสดงไว้ในตารางที่ 2 เช่นกัน อัตราส่วนราคาดังกล่าวของน้ำมันดีเซลในประเทศ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และ สิงคโปร์ เป็น 1.25 1.27 และ 1.06 ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าของประเทศไทยทั้งสิ้น
เป็นที่ชัดเจนว่าประเทศของเราไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบ จึงไม่มีน้ำมันราคาถูกให้ใช้ อย่างที่ทราบกันดีว่าน้ำมันเป็นต้นทุนที่สำคัญของการผลิตส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกภาคการผลิต และขนส่ง จึงต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อลดต้นทุนและรักษาความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ
หมายเหตุ
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน บทความนี้ เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 5 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 6 มี.ค. 2551 (18:22) ทำไหมราคาน้ำมันองบางประเทศมีความแตกต่างเลื่อมล้ำกันมากละคับ
ความเห็น 2 20 ก.ค. 2551 (00:37) ผมว่า อันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องอ้างอิงราคาน้ำมันตามตลาดโลกก็ได้ สมมติว่าเราซื้อน้ำมันดิบมากลั่น เมื่อคำนวณต้นทุนแล้วใช้ไปเท่าไรก็บวกกำไรไป อาจจะเป็น 5-10% ราคาก็ยังจะถูกกว่าราคาที่อ้างตามตลาดโลกอยู่ดี เพราะราคาเหล่านั้น มีการซื้อขายเพื่อเก็งกำไร ดังนั้น มันจึงถูกปั่นจนสูง เกินจริง แต่คงจะเป็นไปได้ยาก ที่เราจะทำตามวิธีนี้ เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่คงไม่ยอม ด้วยเหตุที่ว่าจะกำไรน้อยลง อันที่จริงประเด็นที่น่าคิดอีกอย่างก็คือ ราคาที่ซื้อขายกันในตลาดโลก จะเป็นราคาที่ซื้อขายกันล่วงหน้า แต่ทำไมพอปรับขึ้นปุ๊บ น้ำมันที่บ้านเราก็ปรับขึ้นตามทันที ???
ความเห็น 3 23 ก.ค. 2551 (16:06) ราคาน้ำมันวันนี้นั้นแสนปวดร้าวจิงๆนะคะ เห็นทีว่าเราจาต้องประหยัดกานยกใหญ่แล้วล่ะนะ แง้T_Tวานนั้นราคานิยายจาแพงมากไหมฟระ
ToTคิดแล้วเจ็บในหัวใจ ฮึกฮือๆๆ
ความเห็น 4 7 ต.ค. 2551 (08:21) ราคาต่างกันมากเลยครับ หรือว่าแปรผันตามอัตราการแลกเปลี่ยนเงิน????
ความเห็น 5 5 ม.ค. 2552 (20:07) อยากทราบว่า น้ำมันดิบที่มาจากรัสเซียและน้ำมันดิบที่มาจากตะวันออกกลาง/อเมริกาใต้มีความแตกต่างกันอย่างไรและทำไมน้ำมันดิบจากรัสเซียถึงได้มีราคาถูกกว่าที่อื่น ๆครับ