วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/339" type="text/javascript"></script>
2006 F1 Season : Go Go Go !!!
การแข่งรถสูตรหนึ่ง (F1) ฤดูกาล 2006 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ติดตามข้อมูลการแข่งขันพร้อมสิ่งน่ารู้เกี่ยวกับรถ F1 และนำท่านเที่ยวชมการแข่งที่สนาม Sepang ประเทศมาเลเซีย
ผู้เขียน: เปี้ยว ชมแล้ว: 23,021 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 17 March 2006, 7:13 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 17 March 2006, 7:13 pm

หน้าที่ 1 - เปิดฤดูกาล
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

The waiting is at an end. The Grand Prix season is finally upon us.

 



และแล้วการแข่งรถ Formula One Grand Prix (หรือรถสูตรหนึ่ง) ก็เริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งสำหรับปี ค.ศ. 2006 หลังจากที่ต้องรอคอยมานานถึง 4 เดือนกว่า ฤดูกาลปี 2005 จบไปเมื่อเดือนตุลาคม 2005 เมื่อการแข่งขันสนามที่ 19 ของปีเสร็จสิ้นลง โดยคะแนนสะสมประเภททีมนั้นทีม Renault มีคะแนนนำคู่ต่อสู้ทีมอื่นๆอย่างขาดลอย นอกจากนี้ฤดูกาลปี 2005 เรายังได้แชมป์โลกคนใหม่คือ Fernando Alonso ชาวสเปน หลายปีก่อนหน้านั้นความตื่นเต้นของ F1 อาจจะเริ่มลดลงในสายตาของหลายๆคน เพราะตำแหน่งแชมป์ถูกยึดโดยแชมป์ 7 สมัย Michael Schumacher จากทีม Ferrari (ปี 1994,1995, 2000,2001, 2002, 2003, 2004) ปี 2005 นอกจากเราจะได้แชมป์โลกคนใหม่แล้ว เรายังได้แชมป์ที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย ด้วยอายุเพียง 24 ปี Alonso ก็ได้แชมป์ครั้งแรกซึ่งเร็วกว่าตอนที่ Schumacher ได้แชมป์ครั้งแรกตอนอายุ 25 ปี
แม้ว่าในปี 2005 ทีม Renault จะแซงขึ้นมานำ Ferrari และทีมอื่นๆ แต่จากการแข่งขันรอบแรกของปีนี้ที่ Bahrain เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2006 ที่ผ่านมานั้นค่อนข้างสูสีกันหลายทีม โดยเฉพาะ Renault, Ferrari , Maclaren และทีม Honda ดังนั้นฤดูกาลปี 2006 จึงน่าจะเป็นฤดูกาลหนึ่งที่จะสร้างสีสันและความตื่นเต้นให้กับผู้ชมเป็นอย่างดี 'จนต้องจับตามอง' และหากดูอีกด้านหนึ่ง Schumacher กำลังแก่ตัวลงทุกวัน ในขณะที่ Alonso, Raikkonen กำลังเป็นหนุ่มไฟแรงและเร็ว ปีนี้อาจจะเป็นปีของการต่อสู้ระหว่าง Old King กับ New King




การแข่งรถ F1 เป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจทั่วโลก งบประมาณที่แต่ละทีมต้องจ่ายคิดเป็นจำนวนหลายพันล้านบาทต่อทีม มีผู้ชมจำนวนมากมายหลายแสนคนที่หลั่งไหลเข้าชมการแข่งแต่ละสนามและผู้ชมทางบ้านอีกประมาณ 300 ล้านคนที่ติดตามชมทั่วโลก ด้วยสีสันของเสื้อผ้า ป้ายและธงที่ปลิวสะบัดที่ต่างขนกันมาเชียร์ทีมของตัวเองแล้วทำให้บรรยากาศโดยรอบสนามเป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือน แฟนกีฬาต่างมุ่งหวังว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะขอไปสัมผัสบรรยากาศในสนามด้วยตัวเองสักครั้ง ระหว่างที่รอสนามถัดไปบางท่านก็นับถอยหลังกันทีเดียว





ในวันเสาร์ก่อนหน้าวันแข่งจริงจะมีการแข่งรอบคัดเลือก (Qualify) เพื่อหาตำแหน่งออกสตาร์ท (Grid Position) ของรถแต่ละคัน คันที่ Qualify ได้เร็วที่สุดเรียกว่าได้ตำแหน่ง Pole Position ถือเป็นเกียรติ์ประวัติอันหนึ่งสำหรับนักแข่ง ตามสถิติที่ได้มีการบันทึกไว้ สถิติที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือจำนวนครั้งที่เข้าเป็นอันดับหนึ่งทั้งหมดจากการแข่งขันทุกสนาม จำนวนคะแนนที่เคยได้ทั้งหมด เวลาที่เร็วที่สุดในการขับ 1 รอบสนาม สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกบันทึกไว้ หลายท่านอาจจะไม่แปลกที่ถ้าผมจะบอกว่า Schumacher คือเจ้าของสถิติเหล่านี้เกือบทั้งหมด ยกเว้น .... จำนวน Pole Position ผู้ที่เคยได้ Pole มากครั้งที่สุดคือ Ayrton Senna (ที่เสียชีวิตไปแล้ว http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=5802&page=1) ทั้งหมด 65 ครั้ง ตามด้วย Schumacher (64 ครั้ง, 17 มีนาคม 2006) ซึ่ง Schumacher ทำไว้ที่ 84 ครั้งจากการลงแข่งทั้งหมด 231 ครั้งตั้งแต่ปี 1992 แน่นอนว่า Aryton Senna เสียชีวิตไปแล้วไม่สามารถทำ Pole เพิ่มได้อีก ดังนั้นอีกไม่กี่สนามข้างหน้านี้ จำนวน Pole มากสุดจะตกเป็นของ Schumacher อย่างแน่นอน ในปัจจุบัน Schumacher คือนักแข่งที่มีอายุมากที่สุด แต่ยังมากด้วยความสามารถและยังมีไฟที่ร้อนแรง เรียกว่าได้เราอยู่ในช่วงที่โลกกำลังบันทึกประวัติของนักแข่งผู้ยิ่งใหญ่ของโลกคนหนึ่ง





เมื่อถึงวันแข่งจริงวันอาทิตย์ในช่วงสายๆจะมีการแข่งรถประเภทมอเตอร์ไซต์, Carcerra Cup และ Cup อื่นๆ อีกพอหอมปากหอมคอ หลังจากนั้นหาอะไรรองท้อง ชมขบวนรถต่างๆที่เจ้าภาพจัดมาจนอารมณ์เริ่มได้ที่ ช่วงบ่าย 2 ก็ได้เวลาของจริง ขณะที่อุณหภูมิกำลังอบอ้าว รถถูกนำมาจอดตามตำแหน่งที่ Qualify ได้ แต่ละทีมทำการปรับแต่งรถรอบสุดท้ายที่ Grid Position เมื่อไฟเขียวสว่างขึ้น รถจะออกตัวทำ Formation Lab เพื่อทดสอบระบบต่างๆ ในรอบนี้จะขับกันช้าๆ บ้างก็ส่ายไปส่ายมาเพื่อให้อุณหภูมิของยางสูงขึ้น ยางจะได้ทำงานดีขึ้น ก่อนจะกลับมาตำแหน่ง Grid Position ของตนเองเพื่ออกสตาร์ทจริงๆ




การสตาร์ทจะใช้ไฟแดง 5 คู่ (ที่เห็นห้อยมาจากป้ายกลางถนนในรูป)

เมื่อไฟคู่ที่ 1 สว่างขึ้น แต่ละคนเริ่มตั้งสมาธิ

ไฟแดงคู่ที่ 2 สว่างขึ้น ทุกคนเงียบกริบ

ไฟแดงคู่ที่ 3 สว่างขึ้น เสียงเครื่องยนต์เริ่มดังกระหึ่ม

ไฟแดงคู่ที่ 4 สว่างขึ้น หัวใจคุณเต้นตูมๆ

ไฟแดงคู่ที่ 5 สว่างขึ้น กลั้นหายใจ

ไฟแดงทั้ง 5 คู่ดับลง GO GO GO เครื่องยนต์แผดเสียงดังสนั่นพร้อมเสียงยางที่ครูดกับถนน ควันขาวจากยางไหม้ฟุ้งกระจาย รถออกตัวด้วยความเร่งมหาศาล เป็นช่วงเวลาเสี้ยววินาทีทองของนักขับมือหนึ่งที่จะแซงรถคันข้างหน้า



ความมันของการแข่งอยู่ที่การแซงเพื่อเลื่อนลำดับขึ้น ลองนึกดูว่าคุณขับรถด้วยความเร็ว 300 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง จี้ก้นคันข้างหน้า ห่างกัน 10 เมตร ใกล้เข้าไป ใกล้เข้าไป ที่ระยะ 2 เมตร คุณเบี่ยงออกขวานิดนึง แรงลมจากคันข้างหน้าส่งให้รถคุณเร็วขึ้นอีก (Towing) พุ่งแซงไป ปาดหน้า แตะเบรก เข้าโค้ง ตามด้วยเสียงเฮลั่นรอบสนาม .... แต่ละสนามจะมีจุดที่แซงได้ไม่กี่จุด ก่อนซื้อตั๋วควรหาข้อมูลนี้ก่อนเพื่อจะได้เลือกตำแหน่งที่นั่งดีๆ ใกล้จุดที่แซงกัน เห็นได้ไกลหรืออยู่ใกล้จอทีวีใหญ่ แต่ละรอบใช้เวลานาทีกว่าๆ รถคันที่เร็วที่สุดจะเร็วจะเร็วกว่ารถคันที่ช้าที่สุดประมาณ 4-5 วินาทีต่อรอบ หลังจากแข่งได้ 10 กว่ารอบ คันที่นำเป็นที่ 1 ก็จะเริ่มไล่ทันคันสุดท้าย (Back marker) คันสุดท้ายจะต้องไม่ขวางและหลบให้คันที่นำแซงไป (lapping) ช่วงจังหวะนี้ก็จะเป็นเสี้ยววินาทีทองอีกเสี้ยวหนึ่งของคนที่ขับตามมาเป็นที่สอง เพราะคันที่นำจะเสียจังหวะกับการแซง Back marker ทำให้คันที่สองสามารถจี้ติดเข้าไปได้



จำนวนรอบของการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับความยาวของสนาม ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 40-70 รอบแต่จะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง หลังจากแข่งไปได้ 20-30 รอบ รถก็จะเริ่มเข้า Pit เพื่อเติมน้ำมันและเปลี่ยนยาง ซึ่งการเข้า Pit แต่ละครั้งจะทำให้เสียเวลาประมาณ 20-25 วินาทีแล้วแต่ความยาวของ Pit Lane และความเร็วของทีมงานที่จะเติมน้ำมันและเปลี่ยนยาง เหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะรถถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเติมน้ำมันไม่เยอะและใช้ยางชนิดอ่อนเพื่อให้เข้าโค้งได้เร็วที่สุด ยางของรถ F1 มีชนิดอ่อนและชนิดแข็ง ยางชนิดอ่อนจะสึกหรอเร็วมากกว่ายางชนิดแข็ง แต่ให้ความเร็วในการเข้าโค้งมากกว่า (ยางชนิดแข็งของ F1 ยังถือว่าอ่อนมากเทียบกับยางรถทั่วไป)หากเราสามารถออกแบบรถและยางให้วิ่งทั้ง 70 รอบโดยไม่ต้องเติมน้ำมันเพิ่มและเปลี่ยนยาง เราจะพบว่ามันช้ากว่ารถแบบที่ต้องเข้า Pit อยู่หลายวินาทีต่อรอบ เพราะรถของเรามีน้ำหนักเยอะ เร่งยาก เสียเวลาไปกับโค้งต่างๆเยอะเกินไป หักลบกันแล้วการออกแบบรถแบบเข้า Pit จะดีกว่ามาก



สิ่งที่นักแข่งทุกคนอยากเห็นเป็นคนแรกก็คือ chequered flag ที่เส้นชัย ในรอบสุดท้ายของการแข่ง คนที่ตามอยู่จะพยายามทุกวิธีทางเพื่อที่จะแซงให้ได้ หลังจากที่เข้าเส้นชัยแล้ว ก็จะเป็นพิธีมอมรางวัลบน Podium สำหรับผู้เข้าเส้นชัย 3 คนแรกในภาพด้านซ้ายมือนี้นักจากซ้ายก็คือ Schumacher (ที่ 2, Ferrari), Alonso (ที่ 1, Renault) และ Raikkonen (ที่ 3, McLaren) ที่สนาม Bahrain ปีนี้ แต่ละคนก็จะได้โล่ตามลำดับพร้อมกับแชมเปญสำหรับดื่มฉลอง (แต่ส่วนใหญ่เขย่าฉีดหน้าเพื่อนข้างๆซะมากกว่า เสียของจริงๆคุณผู้อ่านว่าไม๊) สำหรับผมคิดว่าภาพนี้บอกถึงฤดูแข่งขันปีนี้ที่น่าจะดุเดือดเลือดพล่านอย่างยิ่ง ทั้ง 3 คนอยู่ต่างทีมกัน ทั้ง 3 คนเป็นนักขับที่ดีที่สุดในยุคสมัยนี้ คนหนึ่งคือ Old King อีกสองคนที่เหลือมีโอกาสเป็น New King ความเร็วรถของทั้ง 3 ทีมก็ใกล้เคียงกัน รับประกันมันหยดติ๋งแน่นอน นอกจากกนี้ยังมีโล่พิเศษประเภททีมที่ได้คะแนนรวมจากนักแข่งทั้ง 2 คนมากสุด (แต่โล่นี้คนไม่ค่อยสนใจ ส่วนใหญ่สนใจเฉพาะนักแข่ง 3 คนแรก) ..... หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มคิดถึงสนามถัดไปในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า .....



หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 มี.ค. 2549 (10:39)
โอ้ว์ มันเป็น บทความที่ยอดเยี่ยมจริงๆเลยจอร์จ (หน้าม้า ฮี่ๆ)

สงสัยมานาน ทำไมเวลาที่แข่งแล้วมีอุบัติเหตุรุนแรงน่าตายคาที่ แต่กลับดูเหมือนคนขับแทบไม่เป็นอะไลย

เคยดูสารคดี แค่เรื่องยาง...ก็ยาวแล้ว เค้าคิดกันมากจริงๆ เป็นกีฬาที่เบื้องหลังใช้พลังสูงมาก แต่เวลาออกมาแข่ง เราเอง ดูยังไงๆก้ไม่หนุกเลยอะ

ดูว่ายน้ำดีกว่า เห็นนักกีฬาทีทั้งชัด ทั้งนาน ...ว้าวๆ
บัวอื่น เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 945 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 251 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 มี.ค. 2549 (12:57)
เมื่อวานดู F1 มาเลเซียแล้วก็ให้สงสารทีมวิลเลี่ยม แล้วก็สงสารไรกะนันด้วย ทำรถพังมาสองคันแล้วปีนี้ อะไรกันนักกันหนาท่าทางแมคลาเรน คงต้องไปทบทวนใหม่ว่ารถตัวเองมีปัญหาอะไรกัน

สงสัยที่ว่าทำไมเมื่อวานเรื่อง moving part ของทีมสีแดงถึงได้มีปัญหามากมายนัก เพราะว่าตามความเข้าใจ(ของผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรถ) ก็คือว่าการที่สร้างรถแข่งก็เพราะต้องการพัฒนาการเทคโนโลยี่ใหม่ๆ ต้องการพัฒนาประสิทธิภาพของรถกันด้วย ถ้าไอ้เจ้า "moving part" นี่มันทำให้รถทรงตัวได้ดีขึ้น หรือว่าไปได้เร็วขึ้น มันก็ไม่น่าห้ามใช้ไม่ใช่เหรอคะ

งงค่ะ

ดูไปดูมาเลยเหมือนคนพยายามแกล้งชูมาร์คเกอร์เลยน่ะ ไมเคิลทำอะไรก็ผิดไปหมดเลย เฮ้อ
รำเพย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 23 มี.ค. 2549 (16:32)
โด่...แค่ F1 แน่จริงเขียนเรื่อง F4 ดิเร้าใจกว่าเยอะ เอิ้กๆๆๆๆๆๆ

ล้อเล่นน่ะครับ พอดีดู F1 ไม่เป็น วันหลังจะเข้ามาเยี่ยมใหม่
มั่วนิ่ม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 มี.ค. 2549 (21:21)
คนเก่งมักโดนแกล้งเป็นเรื่องธรรมดา :D
จริงๆระบบให้คะแนนใหม่ก็มีขึ้นหลังจากที่ปีก่อนๆนั้น Schumy นำห่าง คะแนนทิ้งขาดแม้จะยังเหลือแข่งอีกหลายสนาม

แต่ moving parts คงไม่ได้แกล้ง เหตุที่ต้องออกกฏไม่ให้ส่วนปีกเคลื่อนไหวจนเห็นได้ชัดก็เพราะความปลอดภัย ปีกจะทำหน้าที่สร้างแรงกด (downforce) แต่ก็มีข้อเสียคือทำให้เกิดการต้านลมมากขึ้นตามพื้นที่หน้าตัดขวาง ตอนเข้าโค้งต้องการปีกเพราะต้องการแรงกด ตอนทางตรงความเร็วสูงไม่ต้องการปีกเพราะแรงต้านอากาศเยอะ เมื่อก่อนเลยมีการออกแบบปีกให้มีการเคลื่อนไหว โค้งงอได้ เพื่อลดพื้นที่หน้าตัดที่ความเร็วสูงๆ ทำให้แรงต้านน้อยลง แต่พบว่าการที่ปีกเคลื่อนไหวไปๆมาๆ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ปีกหักออกมาขณะรถมีความเร็วสูง (เหมือนจับลวดมาบิดไปมาสักพักมันก็หัก) หากปีกหักขณะรถกำลังเข้าโค้งด้วยแล้วจะอันตรายมาก เลยมีกฏห้าม

แต่ละปีจะมีกฏออกมาใหม่เรื่อยๆ หรือบางครั้งก็เปลี่ยนกฏเพื่อลดความเร็วรถไม่ให้อันตรายเกินไป เช่นก่อนหน้านี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร ทีมต่างๆก็พัมนาเครื่องยนต์ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์ การใช้วัสดุคงทนใหม่ๆ ทำให้ FIA ต้องเปลี่ยนกฏใหม่ให้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตรแทน แต่อีกปีสองปีก็คงมีการพัฒนาขึ้นจนต้องเปลี่ยนกฏอีก
เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1205 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 311 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 23 มี.ค. 2549 (21:44)
อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ เรื่องปีกเคลื่อนไหวได้ ตอนที่ถ่ายทอดก็สงสัยเหมือนกันว่าถ้ามันหลุดออกมาแล้วจะเป็นยังไง ถามแฟนเค้าก็บอกว่าสงสัยคงปลิวไปตัดคอคนขับตามมาแหงๆ

ดูสนุกดีนะคะ เสียอย่างเดียว เสียงดังจนหูจะระเบิด ขนาดแต่ก่อนบ้านรำเพยอยู่ห่างสนามแข่งประมาณ 4 กิโล ยังได้ยินเสียงเลย มาแข่งกันทีไรบ่ายนั้นก็นั่งหนวกหูไปพักใหญ่เลย แถมถนนที่รำเพยอยู่ยังอยู่ในถิ่นอิตาเลี่ยนอีก ทั้งถนนนี่แดงเถือกไปด้วยป้ายเฟอรารี่ทุกปี อิอิ
รำเพย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 25 มี.ค. 2549 (17:43)
ดูแข่งมอไตแถวบ้านมันส์กว่าอีก'จารย์ แข่งกันเป็นร้อยคัน มีตายด้วย โห่...สะใจมักๆ

ล้อเล่นนะ
บัวอื่น เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 945 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 251 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 มี.ค. 2549 (15:09)
บทความนี้ถูกใจมากค่ะเพราะดิฉันเป็นแฟน F1 ถ้าไม่ติดธุระอะไรเป็นต้องเฝ้าหน้าโทรทัศน์ทุกสนาม เคยอยากไปดูของจริงด้วยค่ะแต่เพื่อนที่เคยไปดูเขาบอกว่าดูจากโทรทัศน์สนุกกว่า เพราะที่สนามนี่เสียงดังมากแถมเห็นแป๊บเดียวเอง

เพื่อนอีกคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ F1 เขาบอกว่าจะดูให้สนุกให้เปิดเว็บทางการของ F1 ดูไปพร้อมภาพในโทรทัศน์ค่ะ จะเห็นข้อมูลของรถแต่ละทีมและเวลาไปพร้อมภาพ
กอประกาญจน์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 16 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 3 เม.ย. 2549 (14:49)
ยิ่งแข่ง Renault เหมือนจะยิ่งเก่ง เฮ้อ...
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาไปเลือกตั้ง เลยอดดูสดเลย
เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1205 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 311 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 พ.ค. 2549 (15:00)
ผมอยากอ่านบทความของmotogpไม่ทราบว่าพอจะได้ไหมครับ
นู๋ทอม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 13 พ.ค. 2549 (01:31)
สุดยอดงับ

ปล โพสครั้งแรกหลังจากสมัครสมาชิก
CaspeR เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 19 ก.ย. 2550 (10:53)
ชูมัคเกอร์ใกล้เป้นอดีตไปแล้ว

แต่เขาเป็น หนึ่งในใจผมนะ
Tanmodify เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 697 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 249 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เปี้ยว
(พิเชษฐ กิจธารา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 8,938 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,205 ครั้ง
ได้รับดาว 311 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.