 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/339" type="text/javascript"></script> |
|
|
2006 F1 Season : Go Go Go !!!
การแข่งรถสูตรหนึ่ง (F1) ฤดูกาล 2006 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ติดตามข้อมูลการแข่งขันพร้อมสิ่งน่ารู้เกี่ยวกับรถ F1 และนำท่านเที่ยวชมการแข่งที่สนาม Sepang ประเทศมาเลเซีย
ผู้เขียน: เปี้ยว ชมแล้ว: 21,638 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 17 March 2006, 7:13 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 17 March 2006, 7:13 pm
|
หน้าที่ 3 - คุณรู้หรือยัง
สนามแข่งรถ F1 ทั่วไปจะเป็นทางโค้งไปมา ไม่ใช่วงรีอย่างสนามแข่งรถดังๆของอเมริกา ดังนั้นนอกจากรถ F1 จะต้องมีอัตราเร็วที่สูงแล้วยังต้องมีอัตราเร่งที่สูงด้วยเนื่องจากต้องเบรกและเร่งออกจากโค้งบ่อย รถ F1 ทุกคันสามารถออกตัวจากหยุดนิ่งจนมีความเร็ว 160 km/h แล้วเบรกให้หยุดอีกครั้งได้ภายใน 4 วินาทีกว่าๆ
- เราวัดความแรงของการเบรกและความแรงของการเข้าโค้งเป็นค่า g-Force โดยที่ค่า 1g มีความหมายว่ามีแรงกระทำกับคนขับเท่ากับน้ำหนักของคนขับเอง แรง g-Force ของรถในขณะเบรกเพื่อเข้าโค้งหลังจากวิ่งด้วยอัตราเร็ว 300 กิโลเมตร/ชั่วโมงมีค่าประมาณ 5g ส่วนในขณะที่เลี้ยวโค้งด้วยความเร็วสูงมี g-Force (เนื่องจากแรงหนีศูนย์กลาง) ประมาณ 4g นั่นคือมีแรงขนาด 4 เท่าของน้ำหนักตัวคุณเองผลักคุณไปติดด้านข้างรถขณะเลี้ยวโค้ง การขับ F1 จะทรมานร่างกายคุณอย่างมาก
- ก่อนปี ค.ศ. 2005 เครื่องยนต์รถ F1 มีอายุการใช้งานเพียงแค่สนามเดียว ในสนามถัดไปก็ต้องประกอบเครื่องยนต์ใหม่
การทำเช่นนี้มีค่าใช้จ่ายสูงทำให้ทีมเล็กเสียเปรียบ ในปี 2005 เป็นต้นมาจึงมีกฎว่าเครื่องยนต์หนึ่งจะต้องใช้ 2 สนาม (หรือประมาณ 4 ชม.) ห้ามเปลี่ยน หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแล้วอันดับการออกสตาร์ทจะต้องหล่นไป 10 อันดับ เครื่องยนต์ของรถธรรมดาทั่วไปมีอายุการใช้งาน 20 ปี
- หลังจากขับ 1 สนาม นักแข่ง F1 จะมีน้ำหนักลดลงประมาณ 2 กิโลกรัม
- ความเร็วรอบของเครื่องยนต์ F1 สูงสุดประมาณ 20,000 รอบ/นาที (ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นลง 330 รอบ/วินาที)
- ในการเบรกเพื่อเข้าโค้ง อุณหภูมิของเบรกอยู่ที่ประมาณ 1000 องศาเซลเซียส ทำให้ใช้เหล็กกล้าทำเบรกไม่ได้เพราะมันจะสึกหรอเร็วมาก ต้องใช้ Carbon fiber ที่มีความทนทานกว่าแทน
- ที่นั่งของคนขับมีขนาดเล็กมากและถูกหล่อให้เข้ากับรูปร่างของคนขับ เมื่อจะเข้าไปนั่งต้องถอดพวงมาลัยออกก่อน หลังจากนั่งแล้วจึงใส่พวงมาลัยกลับไป นักแข่งทุกคนจะต้องได้รับการทดสอบในการถอดพวงมาลัยและกระโดดออกจากรถได้อย่างรวดเร็วเผื่อในกรณีที่รถเกิดไฟไหม้
- รถ F1 ไม่มีกระปุกเกียร์ การเปลี่ยนเกียร์ทำได้โดยการกดปุ่มต่างๆที่อยู่บนพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีปุ่มต่างๆเพื่อกำหนดการทำงานของเครื่องยนต์ พวงมาลัยแต่ละอันมีราคาประมาณ 1-4 หมื่นเหรียญ
- แรงที่กดรถให้ยึดเกาะกับถนนมาจากแรง 2 แรงคือน้ำหนักของตัวมันเองและ Downforce จากอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ที่คล้ายๆกับเครื่องบินหงายตัว (Upside down) คือแทนที่จะเกิดแรงยกเหมือนเครื่องบินกลับออกแบบปีกเล็กที่ติดกับหน้ารถและหลังรถให้เกิดแรงกดพื้นติดกับถนนแทน ทำให้รถเลี้ยวโค้งได้เร็วขึ้น แรง Downforce จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามอัตราเร็ว (ตามกฎของ Bernoulli นักฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ชาวเนเธอแลนด์)
(เพิ่มเติมที่ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=5802&page=1)
ที่ความเร็วประมาณ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถ F1 สามารถวิ่งหงายท้องเกาะติดกับเพดานอุโมงค์ได้สบายๆ
- สนาม Monaco เป็นสนามในเมืองที่รถปกติขับกันค่อนข้างช้า แต่F1 จะแข่งกันที่ความเร็วเฉลี่ย 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง นอกจากนี้ระหว่างที่รถวิ่งผ่านฝาท่อระบายน้ำจะมีแรงดูดให้ฝาท่อระบายน้ำ (ที่เป็นเหล็กหนาๆ) ลอยขึ้นมาติดรถได้ ดังนั้นก่อนแข่งทุกครั้งจะมีการเชื่อม (Welded) เหล็กฝาท่อให้ติดกับถนน
- ทีมงานรถ F1 สามารถเติมน้ำมัน 50 ลิตรพร้อมกับเปลี่ยนยางได้ภายใน 4 วินาที
- ยางของรถ F1 ไม่บรรจุอากาศธรรมดาแต่จะบรรจุกาซไนโตรเจนแทน เพราะสามารถทำนายการเปลี่ยนความดันเนื่องจากอุณภูมิที่เปลี่ยนได้ค่อนข้างแน่นอน อากาศโดยทั่วไปมีไอน้ำอยู่ทำให้ควบคุมได้ลำบากกว่า
- อุณภูมิของยางรถขณะแข่งประมาณ 1000 องศาเซลเซียส และหมุนประมาณ 50 รอบต่อวินาทีที่ความเร็วสูงสุด ยางมีอายุการใช้งานประมาณ 90 - 120 กิโลเมตร (ยางรถธรรมดาใช้งานได้ 80,000 กิโลเมตร) ที่มีอายุการใช้งานสั้นเนื่องจากเป็นสูตรยางที่อ่อนเพื่อให้มีจุดสัมผัสกับถนนได้มากที่สุด (สำหรับวัสดุนิ่มเช่นยาง สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานขึ้นกับปริมาณพื้นที่ผิวสัมผัสด้วย ต่างกับวัตถุแข็งเช่นเหล็ก)
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 มี.ค. 2549 (10:39) โอ้ว์ มันเป็น บทความที่ยอดเยี่ยมจริงๆเลยจอร์จ (หน้าม้า ฮี่ๆ)
สงสัยมานาน ทำไมเวลาที่แข่งแล้วมีอุบัติเหตุรุนแรงน่าตายคาที่ แต่กลับดูเหมือนคนขับแทบไม่เป็นอะไลย
เคยดูสารคดี แค่เรื่องยาง...ก็ยาวแล้ว เค้าคิดกันมากจริงๆ เป็นกีฬาที่เบื้องหลังใช้พลังสูงมาก แต่เวลาออกมาแข่ง เราเอง ดูยังไงๆก้ไม่หนุกเลยอะ
ดูว่ายน้ำดีกว่า เห็นนักกีฬาทีทั้งชัด ทั้งนาน ...ว้าวๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 มี.ค. 2549 (12:57) เมื่อวานดู F1 มาเลเซียแล้วก็ให้สงสารทีมวิลเลี่ยม แล้วก็สงสารไรกะนันด้วย ทำรถพังมาสองคันแล้วปีนี้ อะไรกันนักกันหนาท่าทางแมคลาเรน คงต้องไปทบทวนใหม่ว่ารถตัวเองมีปัญหาอะไรกัน
สงสัยที่ว่าทำไมเมื่อวานเรื่อง moving part ของทีมสีแดงถึงได้มีปัญหามากมายนัก เพราะว่าตามความเข้าใจ(ของผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรถ) ก็คือว่าการที่สร้างรถแข่งก็เพราะต้องการพัฒนาการเทคโนโลยี่ใหม่ๆ ต้องการพัฒนาประสิทธิภาพของรถกันด้วย ถ้าไอ้เจ้า "moving part" นี่มันทำให้รถทรงตัวได้ดีขึ้น หรือว่าไปได้เร็วขึ้น มันก็ไม่น่าห้ามใช้ไม่ใช่เหรอคะ
งงค่ะ
ดูไปดูมาเลยเหมือนคนพยายามแกล้งชูมาร์คเกอร์เลยน่ะ ไมเคิลทำอะไรก็ผิดไปหมดเลย เฮ้อ
รำเพย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 23 มี.ค. 2549 (16:32) โด่...แค่ F1 แน่จริงเขียนเรื่อง F4 ดิเร้าใจกว่าเยอะ เอิ้กๆๆๆๆๆๆ
ล้อเล่นน่ะครับ พอดีดู F1 ไม่เป็น วันหลังจะเข้ามาเยี่ยมใหม่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 มี.ค. 2549 (21:21) คนเก่งมักโดนแกล้งเป็นเรื่องธรรมดา :D
จริงๆระบบให้คะแนนใหม่ก็มีขึ้นหลังจากที่ปีก่อนๆนั้น Schumy นำห่าง คะแนนทิ้งขาดแม้จะยังเหลือแข่งอีกหลายสนาม
แต่ moving parts คงไม่ได้แกล้ง เหตุที่ต้องออกกฏไม่ให้ส่วนปีกเคลื่อนไหวจนเห็นได้ชัดก็เพราะความปลอดภัย ปีกจะทำหน้าที่สร้างแรงกด (downforce) แต่ก็มีข้อเสียคือทำให้เกิดการต้านลมมากขึ้นตามพื้นที่หน้าตัดขวาง ตอนเข้าโค้งต้องการปีกเพราะต้องการแรงกด ตอนทางตรงความเร็วสูงไม่ต้องการปีกเพราะแรงต้านอากาศเยอะ เมื่อก่อนเลยมีการออกแบบปีกให้มีการเคลื่อนไหว โค้งงอได้ เพื่อลดพื้นที่หน้าตัดที่ความเร็วสูงๆ ทำให้แรงต้านน้อยลง แต่พบว่าการที่ปีกเคลื่อนไหวไปๆมาๆ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ปีกหักออกมาขณะรถมีความเร็วสูง (เหมือนจับลวดมาบิดไปมาสักพักมันก็หัก) หากปีกหักขณะรถกำลังเข้าโค้งด้วยแล้วจะอันตรายมาก เลยมีกฏห้าม
แต่ละปีจะมีกฏออกมาใหม่เรื่อยๆ หรือบางครั้งก็เปลี่ยนกฏเพื่อลดความเร็วรถไม่ให้อันตรายเกินไป เช่นก่อนหน้านี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร ทีมต่างๆก็พัมนาเครื่องยนต์ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์ การใช้วัสดุคงทนใหม่ๆ ทำให้ FIA ต้องเปลี่ยนกฏใหม่ให้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตรแทน แต่อีกปีสองปีก็คงมีการพัฒนาขึ้นจนต้องเปลี่ยนกฏอีก
เปี้ยว
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 23 มี.ค. 2549 (21:44) อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ เรื่องปีกเคลื่อนไหวได้ ตอนที่ถ่ายทอดก็สงสัยเหมือนกันว่าถ้ามันหลุดออกมาแล้วจะเป็นยังไง ถามแฟนเค้าก็บอกว่าสงสัยคงปลิวไปตัดคอคนขับตามมาแหงๆ
ดูสนุกดีนะคะ เสียอย่างเดียว เสียงดังจนหูจะระเบิด ขนาดแต่ก่อนบ้านรำเพยอยู่ห่างสนามแข่งประมาณ 4 กิโล ยังได้ยินเสียงเลย มาแข่งกันทีไรบ่ายนั้นก็นั่งหนวกหูไปพักใหญ่เลย แถมถนนที่รำเพยอยู่ยังอยู่ในถิ่นอิตาเลี่ยนอีก ทั้งถนนนี่แดงเถือกไปด้วยป้ายเฟอรารี่ทุกปี อิอิ
รำเพย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 25 มี.ค. 2549 (17:43) ดูแข่งมอไตแถวบ้านมันส์กว่าอีก'จารย์ แข่งกันเป็นร้อยคัน มีตายด้วย โห่...สะใจมักๆ
ล้อเล่นนะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 มี.ค. 2549 (15:09) บทความนี้ถูกใจมากค่ะเพราะดิฉันเป็นแฟน F1 ถ้าไม่ติดธุระอะไรเป็นต้องเฝ้าหน้าโทรทัศน์ทุกสนาม เคยอยากไปดูของจริงด้วยค่ะแต่เพื่อนที่เคยไปดูเขาบอกว่าดูจากโทรทัศน์สนุกกว่า เพราะที่สนามนี่เสียงดังมากแถมเห็นแป๊บเดียวเอง
เพื่อนอีกคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ F1 เขาบอกว่าจะดูให้สนุกให้เปิดเว็บทางการของ F1 ดูไปพร้อมภาพในโทรทัศน์ค่ะ จะเห็นข้อมูลของรถแต่ละทีมและเวลาไปพร้อมภาพ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 3 เม.ย. 2549 (14:49) ยิ่งแข่ง Renault เหมือนจะยิ่งเก่ง เฮ้อ...
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาไปเลือกตั้ง เลยอดดูสดเลย
เปี้ยว
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 พ.ค. 2549 (15:00) ผมอยากอ่านบทความของmotogpไม่ทราบว่าพอจะได้ไหมครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 13 พ.ค. 2549 (01:31) สุดยอดงับ
ปล โพสครั้งแรกหลังจากสมัครสมาชิก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 19 ก.ย. 2550 (10:53) ชูมัคเกอร์ใกล้เป้นอดีตไปแล้ว
แต่เขาเป็น หนึ่งในใจผมนะ