 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/339" type="text/javascript"></script> |
|
|
2006 F1 Season : Go Go Go !!!
การแข่งรถสูตรหนึ่ง (F1) ฤดูกาล 2006 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ติดตามข้อมูลการแข่งขันพร้อมสิ่งน่ารู้เกี่ยวกับรถ F1 และนำท่านเที่ยวชมการแข่งที่สนาม Sepang ประเทศมาเลเซีย
ผู้เขียน: เปี้ยว ชมแล้ว: 23,022 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 17 March 2006, 7:13 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 17 March 2006, 7:13 pm
|
หน้าที่ 4 - สนาม ทีม และนักแข่ง 2006
ปี 2006 มีทีมเข้าแข่งขันทั้งหมด 11 ทีม แต่ละทีมมีนักแข่ง 2 คนสำหรับรถ 2 คัน รวมรถที่แข่งทั้งหมด 22 คันในแต่ละสนาม
ทีม |
ตัวรถ |
เครื่องยนต์ |
ยาง |
นักแข่ง |
Renault |
R26 |
Renault V8 |
Michelin |
Fernando Alonso
Giancarlo Fisichella |
McLaren |
MP4-21 |
MP4-21 |
Michelin |
Juan Pablo Montoya
Kimi Raikkonen |
Ferrari |
248 F1 |
Ferrari V8 |
Bridgestone |
Michael Schumacher Felipe Massa |
Toyota |
TF106 |
Toyota V8 |
Bridgestone |
Ralf Schumacher
Jarno Trulli |
Williams |
FW28 |
Cosworth V8 |
Bridgestone |
Mark Webber
Nico Rosberg |
Honda Racing |
RA106 |
Honda V8 |
Michelin |
Rubens Barrichello
Jenson Button |
Red Bull Racing |
RB2 |
Ferrari V8 |
Michelin |
David Coulthard
Christian Klien |
BMWSauber |
F1.06 |
BMW V8 |
Michelin |
Jacques Villeneuve
Nick Heidfeld |
Midland F1 Racing |
- |
- |
- |
Christijan Albers
Tiago Monteiro |
Scuderia Toro Rosso |
STR-1 |
Cosworth V10 |
Michelin |
Scott Speed
Vitantonio Liuzzi |
Super Aguri F1 |
SA05 |
Honda V8 |
Bridgestone |
Takuma Sato
Yuji Ide |
|
2006 Carlendar
Round 1: Bahrain International Circuit, Bahrain 12 มีนาคม 2006
| 1 |
Fernando Alonso |
Renault |
2 |
Michael Schumacher |
Ferrari |
3 |
Kimi Raikkonen |
McLaren-Mercedes |
Round 2: Sepang, Malaysia 19 มีนาคม 2006
| 1 |
Giancarlo Fisichella |
Renault |
2 |
Fernando Alonso |
Renault |
3 |
Jenson Button |
Honda |
Round 3: Melbourne, Australia 2 เมษายน 2006
1 |
Fernando Alonso |
Renault |
| 2 |
Kimi Raikkonen |
McLaren |
3 |
Ralf Schumacher |
Toyota |
Round 4: Imola, San Marino, 23 เมษายน 2006
Round 5: Nurburgring, Germany 7 พฤษภาคม 2006
Round 6: Barcelona, Spain 14 พฤษภาคม 2006
Round 7: Monte Carlo, Monaco 28 พฤษภาคม 2006
Round 8: Silverstone, Britain, 11 มิถุนายน 2006
Round 9: Montreal, Canada, 25 มิถุนายน 2006
Round 10: Indianapolis, USA, 2 กรกฎาคม 2006
Round 11: Magny Cours, France, 16 กรกฎาคม 2006
Round 12: Hockenheimring, Germany, 30 กรกฎาคม 2006
Round 13: Hungaroring, (Budapest) Hungary, 6 สิงหาคม 2006
Round 14: Istanbul Park, (Istanbul) Turkey, 27 สิงหาคม 2006
Round 15: Monza, Itary, 10 กันยายน 2006
Round 16: Shanghai International Circuit, (Shanghai) China, 1 ตุลาคม 2006
Round 17: Suzuka, Japan, 8 ตุลาคม 2006
Round 18: Carlos, Brazil, 22 ตุลามคม 2006
ผมทำตัวเข้มและขีดเส้นใต้สนามที่หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะต้องไปให้ได้สักสนามในปีนี้ ดูรถแข่งและถือโอกาสพักผ่อนท่องเที่ยวไปในตัว ชมความงามของ Istanbul หรือไม่ก็ Budapest ส่วน Shanghai นั้นก็ใกล้ดี
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 มี.ค. 2549 (10:39) โอ้ว์ มันเป็น บทความที่ยอดเยี่ยมจริงๆเลยจอร์จ (หน้าม้า ฮี่ๆ)
สงสัยมานาน ทำไมเวลาที่แข่งแล้วมีอุบัติเหตุรุนแรงน่าตายคาที่ แต่กลับดูเหมือนคนขับแทบไม่เป็นอะไลย
เคยดูสารคดี แค่เรื่องยาง...ก็ยาวแล้ว เค้าคิดกันมากจริงๆ เป็นกีฬาที่เบื้องหลังใช้พลังสูงมาก แต่เวลาออกมาแข่ง เราเอง ดูยังไงๆก้ไม่หนุกเลยอะ
ดูว่ายน้ำดีกว่า เห็นนักกีฬาทีทั้งชัด ทั้งนาน ...ว้าวๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 20 มี.ค. 2549 (12:57) เมื่อวานดู F1 มาเลเซียแล้วก็ให้สงสารทีมวิลเลี่ยม แล้วก็สงสารไรกะนันด้วย ทำรถพังมาสองคันแล้วปีนี้ อะไรกันนักกันหนาท่าทางแมคลาเรน คงต้องไปทบทวนใหม่ว่ารถตัวเองมีปัญหาอะไรกัน
สงสัยที่ว่าทำไมเมื่อวานเรื่อง moving part ของทีมสีแดงถึงได้มีปัญหามากมายนัก เพราะว่าตามความเข้าใจ(ของผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรถ) ก็คือว่าการที่สร้างรถแข่งก็เพราะต้องการพัฒนาการเทคโนโลยี่ใหม่ๆ ต้องการพัฒนาประสิทธิภาพของรถกันด้วย ถ้าไอ้เจ้า "moving part" นี่มันทำให้รถทรงตัวได้ดีขึ้น หรือว่าไปได้เร็วขึ้น มันก็ไม่น่าห้ามใช้ไม่ใช่เหรอคะ
งงค่ะ
ดูไปดูมาเลยเหมือนคนพยายามแกล้งชูมาร์คเกอร์เลยน่ะ ไมเคิลทำอะไรก็ผิดไปหมดเลย เฮ้อ
รำเพย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 23 มี.ค. 2549 (16:32) โด่...แค่ F1 แน่จริงเขียนเรื่อง F4 ดิเร้าใจกว่าเยอะ เอิ้กๆๆๆๆๆๆ
ล้อเล่นน่ะครับ พอดีดู F1 ไม่เป็น วันหลังจะเข้ามาเยี่ยมใหม่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 มี.ค. 2549 (21:21) คนเก่งมักโดนแกล้งเป็นเรื่องธรรมดา :D
จริงๆระบบให้คะแนนใหม่ก็มีขึ้นหลังจากที่ปีก่อนๆนั้น Schumy นำห่าง คะแนนทิ้งขาดแม้จะยังเหลือแข่งอีกหลายสนาม
แต่ moving parts คงไม่ได้แกล้ง เหตุที่ต้องออกกฏไม่ให้ส่วนปีกเคลื่อนไหวจนเห็นได้ชัดก็เพราะความปลอดภัย ปีกจะทำหน้าที่สร้างแรงกด (downforce) แต่ก็มีข้อเสียคือทำให้เกิดการต้านลมมากขึ้นตามพื้นที่หน้าตัดขวาง ตอนเข้าโค้งต้องการปีกเพราะต้องการแรงกด ตอนทางตรงความเร็วสูงไม่ต้องการปีกเพราะแรงต้านอากาศเยอะ เมื่อก่อนเลยมีการออกแบบปีกให้มีการเคลื่อนไหว โค้งงอได้ เพื่อลดพื้นที่หน้าตัดที่ความเร็วสูงๆ ทำให้แรงต้านน้อยลง แต่พบว่าการที่ปีกเคลื่อนไหวไปๆมาๆ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ปีกหักออกมาขณะรถมีความเร็วสูง (เหมือนจับลวดมาบิดไปมาสักพักมันก็หัก) หากปีกหักขณะรถกำลังเข้าโค้งด้วยแล้วจะอันตรายมาก เลยมีกฏห้าม
แต่ละปีจะมีกฏออกมาใหม่เรื่อยๆ หรือบางครั้งก็เปลี่ยนกฏเพื่อลดความเร็วรถไม่ให้อันตรายเกินไป เช่นก่อนหน้านี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร ทีมต่างๆก็พัมนาเครื่องยนต์ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์ การใช้วัสดุคงทนใหม่ๆ ทำให้ FIA ต้องเปลี่ยนกฏใหม่ให้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตรแทน แต่อีกปีสองปีก็คงมีการพัฒนาขึ้นจนต้องเปลี่ยนกฏอีก
เปี้ยว
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1205 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 311 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 23 มี.ค. 2549 (21:44) อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ เรื่องปีกเคลื่อนไหวได้ ตอนที่ถ่ายทอดก็สงสัยเหมือนกันว่าถ้ามันหลุดออกมาแล้วจะเป็นยังไง ถามแฟนเค้าก็บอกว่าสงสัยคงปลิวไปตัดคอคนขับตามมาแหงๆ
ดูสนุกดีนะคะ เสียอย่างเดียว เสียงดังจนหูจะระเบิด ขนาดแต่ก่อนบ้านรำเพยอยู่ห่างสนามแข่งประมาณ 4 กิโล ยังได้ยินเสียงเลย มาแข่งกันทีไรบ่ายนั้นก็นั่งหนวกหูไปพักใหญ่เลย แถมถนนที่รำเพยอยู่ยังอยู่ในถิ่นอิตาเลี่ยนอีก ทั้งถนนนี่แดงเถือกไปด้วยป้ายเฟอรารี่ทุกปี อิอิ
รำเพย
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 25 มี.ค. 2549 (17:43) ดูแข่งมอไตแถวบ้านมันส์กว่าอีก'จารย์ แข่งกันเป็นร้อยคัน มีตายด้วย โห่...สะใจมักๆ
ล้อเล่นนะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 มี.ค. 2549 (15:09) บทความนี้ถูกใจมากค่ะเพราะดิฉันเป็นแฟน F1 ถ้าไม่ติดธุระอะไรเป็นต้องเฝ้าหน้าโทรทัศน์ทุกสนาม เคยอยากไปดูของจริงด้วยค่ะแต่เพื่อนที่เคยไปดูเขาบอกว่าดูจากโทรทัศน์สนุกกว่า เพราะที่สนามนี่เสียงดังมากแถมเห็นแป๊บเดียวเอง
เพื่อนอีกคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ F1 เขาบอกว่าจะดูให้สนุกให้เปิดเว็บทางการของ F1 ดูไปพร้อมภาพในโทรทัศน์ค่ะ จะเห็นข้อมูลของรถแต่ละทีมและเวลาไปพร้อมภาพ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 3 เม.ย. 2549 (14:49) ยิ่งแข่ง Renault เหมือนจะยิ่งเก่ง เฮ้อ...
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาไปเลือกตั้ง เลยอดดูสดเลย
เปี้ยว
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1205 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 311 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 พ.ค. 2549 (15:00) ผมอยากอ่านบทความของmotogpไม่ทราบว่าพอจะได้ไหมครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 13 พ.ค. 2549 (01:31) สุดยอดงับ
ปล โพสครั้งแรกหลังจากสมัครสมาชิก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 19 ก.ย. 2550 (10:53) ชูมัคเกอร์ใกล้เป้นอดีตไปแล้ว
แต่เขาเป็น หนึ่งในใจผมนะ