อ่านวิชาการออนทัวร์รอบเเรก
"เกาะช้าง
ทีมงานคนใดไม่ได้ไป เราขอเสียใจด้วย" ได้ที่นี่
ปลายฝนต้นหนาวที่ผ่านมา ในเวลาราชการ ณ พิกัดทางภูมิศาสตร์ ระหว่างละติจูด 10 องศา 0218N-10 องศา 3005 N และลองติจูดที่ 99 องศา 0742E 99 องศา 2545E ภายในเนื้อที่ประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร มีรายงานว่าพบสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า กลุ่มVteam กำลังแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่การทำงาน หรือคล้ายกระทำการอื่นใดที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่นายจ้าง
. ก็แน่ล่ะ มาถึงชุมพรทั้งที หลายคนขอหนีงานมาดำเนินการสำรวจสภาพทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดชุมพรเสียหน่อย
อากาศหนาวเย็นกำลังดีน่ามีคนกอด ด้วยมีอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พกเอาความเย็นและแห้งแล้งพัดผ่านมาฝากจากประเทศจีน แต่ที่ไม่หนาวเย็นมากนักเหมือนจังหวัดตามภาคอื่นๆในช่วงเวลาเดียวกันและมีฝนตกโดยทั่วไปเพราะได้รับอิทธิพลจากทะเลอ่าวไทย
พี่ไข่ใจดีขับรถพาเรามาส่ง
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร แต่อาจารย์เปี้ยวใจดีกว่าเพราะเป็นคนแนะนำสถานที่แห่งนี้ให้พวกเรา ที่ๆเต็มไปด้วยหลากหลายกิจกรรม ทั้งชมพรรณไม้ที่ไม่คุ้นตา เดินป่าศึกษาธรรมชาติตามทางเดินสะพานไม้แสนผจญภัย พายเรือแคนู/คยัคสุดมันส์ แค้มป์ปิ้งสุดคลาสสิคใต้หมู่ดาวลูกไก่ในกำมือ แหล่งดำน้ำดูปะการังและสวัสดีหอยมือเสือ ดึกๆตื่นเต้นกับการตกหมึก แถมท้ายแบบโรแมนติคล่องเรือลำน้อยดูฝูงหิ่งห้อยจีบกัน
ไม่รู้จะขอบคุณด้วยอะไรที่แนะนำแหล่งท่องเที่ยวแบบนี้ให้ ในสภาวะที่มีเวลาให้เที่ยว 2 ชั่วโมง ถึงได้บอกไงว่าหมู่เกาะชุมพรรอบที่หนึ่ง คาใจซะขนาดนี้เดี๋ยวมีรอบสอง
ก่อนเข้าอุทยาน ควรเเก๊กท่าถ่ายรูปกับป้ายชื่อตามธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณเสียก่อน เมื่อเป็นที่เรียบร้อยก็เดินมุ่งหน้าสู่สะพานทางไม้เข้าสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ภายในตัวอาคารจะมีนิทรรศการเพื่อเป็นการเริ่มต้นทำความรู้จักทักทายป่าชายเลนผืนใหญ่ที่เรากำลังจะก้าวเข้าไปตีสนิท
นึกภาพป่าชายเลนกันออกมั๊ยคะ ป่าที่มีพื้นดินเป็นโคลนเลนขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของอินทรียวัตถุยังไงล่ะ ซึ่งมักพบได้ตามบริเวณชายฝั่งทะเลแถวอ่าว ปากคลอง และปากแม่น้ำ ที่มีน้ำจืดไหลลงมากๆ และมีการการขึ้น ลงของน้ำน้ำในบริเวณนี้ พืชที่พบจะเป็นพืชชนิดไม่ผลัดใบ เนื้อดินก็จะเป็นทั้งเเบบเลนไปจนถึงเนื้อแข็ง ต่างกันไปตามสภาพความสมบูรณ์ซึ่งก็จะทำให้ปรากฏพันธุ์พืชที่ต่างกันด้วย เช่น ไม้แสม ไม้ลำพูทะเล ไม้โกงกาง ไม้ถั่ว ไม้พังกาหัวสุม ไม้โปรง ไม้ตะบูน ไม้ฝาด และไม้เหงือกปลาหมอ
บริเวณที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติอยู่ในบริเวณอ่าวทุ่ง สวี บริเวณปากคลองจะพบสันดอนปากคลองซึ่งจะรูปร่างและขนาดของสันดอนแตกต่างกันออกไป
จากนั้นเดินลดเลี้ยวแหวกแปลงปลูกป่าโกงกาง เข้าป่าชายเลนซึ่งอยู่เลียบคลอง ที่ริมคลองเรามองเห็นสถานที่อะไรสักอย่าง สาวๆบ้าถ่ายรูปบอกเข้าข้างตัวเองว่าเป็นจุดถ่ายภาพริมคลอง ภายหลังจึงสืบทราบมาว่าแท้จริงแล้วคือท่าเรือเล็กๆ สำหรับลงเรือข้ามคลอง เพื่อไปขึ้นสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติที่อยู่อีกฟากของคลอง แต่วันที่เราไปไม่เห็นเรือ จะทำยังไงดีอยากข้ามไปอีกฟากก็อยาก จะให้ว่ายน้ำก็เว่อร์ไป คิดอยู่สักพัก ชะเง้อมองเรือก็ไม่เห็นมา ไม่อยากเล่นมุขนาน เดินข้ามสะพานแขวนไปดีกว่า สะพานแขวนแกว่งไกว ใจวิบหวิว
ระหว่างเส้นทาง ถ้ามองดูอะไรแล้วสงสัยอยากจะรู้ ไม่ต้องแข่งกันเดากับเพื่อนฉลาดพอๆกันที่มาด้วย ให้ก้มหน้าอ่านป้ายที่มีตลอดเส้นทาง ซึ่งคอยนำเสนอข้อมูลให้ได้ศึกษาธรรมชาติของป่าชายเลยเป็นอย่างดี ระหว่างทางเดินมันเพลินตาซะจริงๆ คิดดูน่ะต้นโกงกางเก้งก้างขึ้นเต็มไปหมด แล้วเราเดินบนทางสะพานไม้ที่ลดเลี้ยวเข้าป่าใหญ่ไปเรื่อยๆ เหนื่อยนักมีจุดให้นั่งพัก เหงาก็มีปูกะหอยมาคุยเป็นเพื่อน แถมเสียงกุ้งดีดตัวไล่ความเงียบมาเป็นระยะๆ
วันที่เราไปมีฝนตกด้วยและเป็นวันทำงานเลยไม่แน่ใจว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ค่อยเห็นเพื่อนร่วมเส้นทางหรือเปล่า เลยออกจะสงบแบบเหงาๆไปนิด แต่รึเพราะความไม่พลุกพล่านของคนเลยทำให้ที่นี่สะอาดไม่มีขยะมาบดบังธรรมชาติแสนอ่อนแอต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วๆไป พวกที่ชอบสร้างขยะ จริงๆควรนั่งเป็นขยะสังคมเที่ยวผ่านอินเตอร์เน็ทที่บ้านก็เกินพอ
ก่อนกลับบอกลาปลาตีนตรงทางออก มันเลยแนะนำว่าขนาดเดินทางราบยังปลื้ม ไม่ลองไปมองจากมุมสูงลงมาให้เห็นความสวยเป็นบุญตาหน่อยรึ ทักกันขนาดนี้ พวกเราเลยต้องขับรถขึ้นไปจุดชมวิวกันต่อ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ธ.ค. 2550 (21:54) แต่งรูปได้น่ารักดีค่ะ ไว้วันหลังไปเที่ยวกันอีกนะค่ะ
อิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 7 ธ.ค. 2550 (11:51) หวังว่าครั้งหน้า...พวกเราคงจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกนะ...( เสร็จแน่ เกาะง่ามใหญ่และเกาะง่ามน้อย )
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 ธ.ค. 2550 (11:47) วู้ .. วู้ .. วู้
ภาพสวยๆทั้งนั้นเลย
ว่าแต่คราวหน้าไปไหนกันดี