<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/34169" type="text/javascript"></script> |
|
มาฆบูชาเทศนากัณฑ์ ๑
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ อัพยาปัจชัง สุขังโลเก ปานะกูเตสุขังยะโม สุขาวิลากะตาโลเก กามานังกะมาสิกะโมอัสสะนิมาวิสะวินะโยเอตังเวกะระมังสุขัง นิขะ
post ครั้งแรก: Fri 14 December 2007, 6:40 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 21 December 2007, 2:46 pm
|
มาฆบูชาเทศนากัณฑ์ ๑ ( 1:44:05)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ อัพยาปัจชัง สุขังโลเก ปานะกูเตสุขังยะโม สุขาวิลากะตาโลเก กามานังกะมาสิกะโมอัสสะนิมาวิสะวินะโยเอตังเวกะระมังสุขัง นิขะโมสะกะจังสุโขตินะ

บัดนี้อาตมาภาพจะได้วิสัชนาของผู้มีพระภาคเจ้ามันเป็นที่พึ่งของเราทั้งหลายด้วยหัวข้อที่ยกมาเป็นวิเกตะบทนั้นกว่าจะยุติลงด้วยความสมควรแก่เวลาธรรมมาเทศนาในครั้งนี้ท่านทั้งหลายก็ทราบได้ดีอยู่แล้วว่าธรรมมานาสะปานาลกมาฆบูชาคือการบูชาอย่างยิ่งที่กระทำในวันนี้คือวันแห่งมาฆบูชาเป็นที่ระลึกแก่พระอรหันต์ทั้งหลายผู้ได้มาประชุมกันและมีการประกาศหลักพระพุทธศาสนาในที่ที่ตรงนั้นโดยพระอรหันต์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าเรามาทำในใจให้สำเร็จประโยชน์พระสงฆ์ตามเหตุการณ์ที่มีอยู่ในวันนั้นทุกกันเถิด
อัตตามาขอแสดงความยินดีในการมาขอท่านทั้งหลายจากที่ใกล้หลายภาคหลายจังหวัดก็มีมาเป็นอยู่กันในที่นี้มีเหตุผลที่ควรจะกระทำคือจะได้รับผลดีกว่าที่ไม่ได้กระทำนี้มันเหตุผลง่ายๆซื่อๆอย่างนี้คือจะได้เป็นการย้ำความรู้สึกแห่งจิตใจในการที่มีความเชื่อความเสื่อมใสในพุทธศาสนาวันมาฆบูชาเป็นวันที่ควรจะถือว่าเป็นวันที่พระสงฆ์พระสงฆ์ทั้งปวงพระพุทธศาสนาและที่จะกล่าวกันได้ว่าวันวิสาขบูชาวันแรกนั้นเป็นพระพุทธเจ้ามีเหตุการณ์ต่างๆเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าวันทันมาวันอาสาฬหบูชาและวันสัจธรรมเดี่ยวกับวันประกาศสัจธรรมที่จะได้ตรัสรู้ในโลกต่อมาก็ถึงวันมาฆบูชาเป็นวันที่พระอรหันต์ประชุมกันหลายร้อยรูปในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าคณะพระสงฆ์เป็นปรึกแผ่นแล้วและมีความเป็นพิเศษอย่างหนึ่งทุกองค์เป็นพระอรหันต์มารวมกัน พันหว่ารูปมันไม่ใช่เหตุการณ์ที่พิเศษสูงสุดไปได้ไงกัน
ขอให้เราดูข้อนี้ใจความพิเศษอันนี้คือวันพระอรหันต์หรือวันมาฆบูชาก็ตามก็ได้แก่โอวาทที่พระองค์ทรงแสดงไว้เป็นหลักยึดถือเป็นหลักทั่วไปในพระพุทธศาสนามีใจความสำคัญที่ท่านทั้งหลายได้ยิน ได้ฟัง ได้สวดกันอยู่แล้วว่าสัพพะตาตะสะกะระนังไม่ทำทำบาปทั้งปวงทำความดีถึงพร้อมปะติจะวะโรวะนังทำจิตของตนให้ขาวรอดและทำตนให้ขาวรอดอะติโยทะปะนะแปลว่าขาวรอดใจความสำคัญมันอยู่ที่ตรงนี้ไม่ทำบาปทุ้งปวงเมื่อทำความดีกุศลทั้งปวงและก็ทำจิตให้บริสุทธิ์เอตังพุทธาสาสะนังนี่เป็นหลักคำสอนของพุทธเจ้าทั้งหลายข้อนี้มันหมายถึงผู้รู้พระเจ้าพระองค์ไหนก็ตามล้วนแต่สอนเป็นใจความอย่างนี้ 3 ข้อนี้และอาตมาก็เชื่อว่าพวกที่ไม่ใช่พุทธศาสนาที่แท้จึงเป็นศาสนาอยู่ก่อนเขาก็มีหลักอย่างนี้เหมือนกันถ้าเขาเป็นผู้รู้แต่ยังไม่ถึงขนาดสูงสุดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่เขาก็เป็นผู้รู้นั้นเขาก็สอน 3 ข้อนี้เหมือนกัน มันก็ถามจะตามกันอย่างไรมันก็ตามทำผิดให้บริสุทธิ์ทำอย่างไรบริสุทธิ์ตามลัทธิหนึ่งศาสนาหนึ่งเป็นอย่างหนึ่งๆบริสุทธิ์ตามพระพุทธศาสนาเป็นอย่างไร
ถ้าพูดให้สั้นคือทำจิตให้หมดสิ้นความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวตนความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวตนจากจิตให้หมดสิ้นจิตจึงจะขาวลอกจิตจะถึงที่สุดสูงสุดตามพุทธศาสนาผู้อื่นเขาก็สุดแท้ตามใจเขา เขาก็นิยมหลักข้อนี้เหมือนกันแหละว่าทำจิตให้สูงให้บริสุทธิ์มันเป็นธรรมะสูงสุดเราจะถือเอาตามพระบาลีที่ทรงแสดงไว้ในเรื่องของความสุขมาให้เห็นพระพุทธเจ้าได้ตรัสความสุขไว้เป็น 3 ระดับ อันดับแรกเป็นลำดับที่ไม่เบียดเบียน อัพยาปัจชังสุขังโลเก ภูเตสุสันยะโม ความสำรวมในสัตว์มีชีวิตทั้งหลายนั่นแหละไม่เบียดเบียนในโลกอันดับแรกก็ไม่เบียดเบียน
อันที่ 2 สุขาวิราโลเก กามานังสะมะติสะโม อันที่ 2 ก็ว่ากายความกำนัดยึดถือก้าวร่วงกามได้จะมีความสุข สูงขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ส่วนจิตพลาดจากกาม ส่วนอันสุดท้าย อัสสะวิมานะสะวินะโย เอตังเว กะระมังสุขัง การนำอัสสะวิมานะออกซะได้เป็นความสุขสูงสุด นี่คำว่าเวนำความยึดมั่นถือมั่นว่าเราเป็น ความหมายมั่นว่าจิตเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้อัสสะวิมานะ คือมันมีตัวตนฉันเป็นอย่างนั้นฉันเป็นอย่างนี้นำอัสสะวิมานะอย่างนี้ออกซะได้เป็นความสุขสูงสุดหมดความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวตนไม่เห็นแก่ตนแล้วมันก็ไม่มีกิเลสใดๆเกิดขึ้นมาได้มันจึงเป็นความปราศจากกิเลสด้วยประการทั้งปวง
แล้วมันก็ไม่เบียดเบียนใครนี่หมดความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตนเป็นความสุขสูงสุดการทำจิตให้บริสุทธิ์สูงสุดก็ตรงนี้แหละคือละอัสสะวิมานะว่าตัวตนอย่างนั้นอย่างนี้คือเราต้องรู้ข้อที่สูงสุดข้อนี้จากความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวตน สะจิตตะมะโยทะปะนัง ทำจิตให้ขาวรอดให้เกลี้ยงจากความยึดมั่นถือมั่นว่าตัวตนขอให้กำหนดคำๆนี้ไว้ที่มันสำคัญที่สุด ที่เราพูดกันมากี่ปีๆมันก็ยังไม่เห็นผลซึ่งยังมีตัวตนมากขึ้นด้วยซ้ำไปดูให้ดีไม่ต้องเข้าใครออกใครเชื่อลูกตาตนเองว่าในโลกนี้มันเต็มไปด้วยว่าตัวตน ว่าของกู แล้วก็เห็นแก่ตัวตนเห็นแก่ตัวกูมากขึ้นในโลกเราจะได้พิจารณาดูให้ดีเดี๋ยวนี้มันฝ่ายเลวที่สุดมันมีตัวตน ฝ่ายสูงสุดก็อยู่ทีความไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่ตนโลกมันกำลังจะวินาศเพราะมันไม่เห็นแก่ตนเพิ่มความเห็นแก่ตนท่านดูเองก็จะเห็นไม่ต้องเชื่ออาตมาแต่ถ้าท่านเป็นคนขี้เกียจดูก็มี
ไม่อยากดูก็มีก็ไม่เห็นทุกคนลองสนใจดูมันจะเห็นโลกนี้กำลังเพิ่มๆๆๆความเห็นแก่ตนๆๆทุกๆเดือนทุกๆทีและไม่หยุดนิ่งไม่ได้ถอยกับนี่คือปัญหาซึ่งเราจะต้องมีธรรมะที่ถูกต้องซึ่งทำลายความเห็นแก่ตนๆป้องกันไม่ให้มันเกิดที่มันเกิดก็ลดลงให้มันหมดสิ้นไปนั่นคือธรรมะที่จะต้องประพฤติปฏิบัติมันก็รวมอยู่ที่นี่มันคือไม่เห็นแก่ตนคนทำบาปมันก็เพราะเห็นแก่กิเลสไม่ได้ เห็นแก่ความถูกต้องแม้ว่ามันเมาบุญเมากุศลมันก็เห็นแก่ตนข้อนี้ฟังให้ดีอย่าเห็นว่ามันเป็นเรื่องทำลายล้าง
แม้แต่บุญกุศลในเมืองเทวดาบนสวรรค์ถ้ามันบ้ากามมารมย์มันก็เห็นแก่ตนกันทั้งนั้นแม้เป็นชั้นพรมถ้ามันเมาตัวตนมันก็ไม่นิพพาน พวกพรมไม่นิพพานก็เพราะมันมีตัวตนยิ่งกว่าพวกใดมันมีตัวตนตั้งแต่มนุษย์ สวรรค์มันก็เมาตัวตนแม้ว่าชั้นสวรรค์ไม่เบียดเบียนใครก็เบียดเบียนตัวเองยึดถือตัวตนหนักอึ่งอยู่ตลอดเวลามีโมหะมีอวิชชาว่าตัวตนไม่อยากตายมีข้อความกล่าวไว้ว่าพวกพรมทั้งหลายก็กล่าวว่าสิ้นตัวตนหมดสักกายะดับสักกายะสิ้นตัวตนกลัวที่สุดกลัวกว่ามนุษย์ธรรมดาเพราะพวกพรมไม่อยากตายยิ่งกว่ามนุษย์ธรรมดาเสียอีกเพราะมันได้รับความสุขสูงสุดมันเลยไม่อยากตาย
พวกมนุษย์บางทีก็อยากตายเพราะมันมีเรื่องยุ่งยากทำเล่นตัวตนๆถ้ามันดีอย่างที่พอใจมันก็แบกไว้ยึดไว้ไม่อยากจะตายถ้าไม่ถึงนิพพานก็ไม่หมดตัวตนในโลกสัตว์เดรัชฉานก็มีตัวตน ในโลกมนุษย์ก็มีตัวตน บนสวรรค์ก็มีตัวตน ในเมืองพรมยมโลกก็มีตัวตนมันมีตัวตนแบบใดแบบหนึ่งเห็นแก่ตนอย่างเลวก็เบียดเบียนผู้อื่น ถือตัวตนก็ดีมันไม่เบียดเบียนใครมันเบียดเบียนตัวเองมันนั่นแหละมันหนักอยู่ที่ตัวเองอย่างนี้เรียกว่าเบียดเบียนตัวเอง ถ้ามันเป็นอย่างเลวมันก็เบียดเบียนทั้ง 2 ฝ่ายคือเบียดเบียนตัวเองและผู้อื่นดีเกินไปก็เบียดเบียนแต่ตนเองไม่เบียดเบียนใครต่อเมื่อหมดความเห็นแก่ตนเราจะไม่เบียดเบียนใครด้วยประการทั้งปวงนี่เราต้องมีธรรมะสูงสุดนี้ธรรมะประเสริฐที่สุดคือไม่ยึดมั่นถือมั่นตัวตนดังบทบาลีที่ว่าอัสสะวิมานะโยเอตังเวปะระมัวสุขัง ละอัสสะวิได้คือสุขอย่างยิ่งขอให้เรามีธรรมะสูงสุดนี้
ข้อแรกก็มีให้เรียนรู้ ต่อไปก็ปฏิบัติให้ได้มีอย่างที่ปฏิบัติได้ ต่อไปก็ได้รับผลการปฏิบัติการมีธรรมะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนอย่าประมาทข้อแรกเรียนรู้ก็ต้องเรียนให้รู้ก็มีธรรมะอย่างเรียนรู้ ก็ปฏิบัติให้ได้ก็มีธรรมะอย่างปฏิบัติได้รับผลของการปฏิบัติมีความสุขสงบเย็นก็เรียกได้รับผลของการปฏิบัติขอแสดงความหวังว่าให้ท่าทั้งหลายทุกคนมีความรู้ให้ครบทั้ง 3 สถานเรียนรู้ก็มี ปฏิบัติได้ก็มี ได้รับผลของการปฏิบัติได้ก็มีดังนี้ธรรมะอะไรสูงสุดในพระพุทธศาสนา ประเสริฐที่สุดที่จะคุ้มครองท่านทั้งหลายทั้งปวงให้พ้นจากความทุกข์ธรรมะเราต้องรู้จักๆๆๆยิ่งกว่ารู้จักโดยทำให้มีขึ้นมาในตนมันก็อยู่ที่ว่าต้องฟังให้ดี ข้อแรกฟังให้ดีเข้าใจ ปฏิบัติให้ได้นี้ถ้าว่าเราฟังไม่ดีสมมุติว่าตรงนี้ฟังไม่ดีมันก็เกิดการเป่าปี่ให้เต่าฟังอาตมาไม่ต้องเป่าปี่ให้แรดฟังตรงนี้ถ้าพูดไม่ถูกคนฟังก็ฟังไม่ถูกเป็นเป่าปี่ให้แรดฟังมันโง่ทั้ง 2 ฝ่ายเคยเป่าปี่ให้แรดฟังไม่ใช่ฉลาดมันก็โง่ทั้งคนเป่าทั้งคนฟัง ถ้าฟังไม่ดีขอให้ท่านทั้งหลายฟังให้ดีอย่าให้เกิดการเป่าปี่ให้แรดฟังตรงนี้นี่คงจะไม่ลืมว่าอย่ามีการเป่าปี่ให้แรดฟัง มีการเป่าปี่ให้คนฟังผู้ที่รู้จักความไพเราะของพระธรรม ของพระศาสนา ของพรมจันทร์ที่กัณระนายังไพเราะในเบื้องต้น มัจเชกัลยานังไพเราะในที่สุดถ้าเห็นการไพเราะใน 3 สถานอย่างนี้ไม่มีการเป่าปี่ให้แรดฟังก็มันรู้ว่าไพเราะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่สั่งสอนไพเราะทุกข้อถ้าเป็นเบื้องต้นก็ไพเราะเบื้องต้น ถ้าเป็นท่ามกลางก็ไพเราะท่ามกลาง ถ้าเป็นสูงสุดก็ไพเราะสูงสุดมีแต่ความไพเราะทั้งนั้น
ไพเราะหมดก็ต้องเห็นแก่ตัวข้อนี้ท้าทายทั่วโลกศาสนาไหนสอนอย่างนี้ศาสนาไหนสอนสูงขึ้นมาถึงหมดความเห็นแก่ตัวหาให้พบมันมีแต่สอนให้มีตัวดีที่สุดอยู่กับพระเจ้าอยู่กับตัวเองก็ได้มีตัวดีที่สุดพระพุทธเจ้าหมดตัวกันที่นี่ไม่ใช่หมดตัวตอนตายแล้วถ้าหมดตัวตอนตายแล้วมันก็ฆ่าตัวเองก็หมดเรื่องมันยิ่งฆ่าตัวตายมันยิ่งตายโดยไม่รู้จักตัวนั้นเราจะฟังถูกคือไม่เป็นแรดฟังถูกคือฆ่าตัวเองตายมันเป็นอย่างไรไม่ใช่เอามีดไปเชือดตัวเองตายแต่ว่าเอาปัญญาที่คมที่สุดมาตัดความโง่ว่าตัวกูไปเสีย ตัวกูมีว่างจากตัวกูก็เรียกว่าตายได้เหมือนกันไม่ใช่ตายอย่างธรรมดามันตายอย่างทำให้ว่างไปไม่มีตัวตน ฟังให้ดีสอนกันมาผิดๆว่านิพพานคือความตายไปดูเถอะมันไม่ตายอย่างฆ่าตัวตายหรือเข้าโรงคือมันยังวิ่งได้ตายก่อนเข้าโรงเรียกว่าตายอย่างธรรมะสูงสุดพอไม่มีตัวตนๆจงดูมันมีอะไรเกิดขึ้นมันไม่มีปัญหายิ่งเกิดราคะ โทสะ โมหะไม่ได้มันก็เกิดตัวตนไม่ได้เกิดของตนไม่ได้มันก็ไม่มีปัญหาไม่ความทุกข์มันเป็นธรรมะสูงสุดเราเป็นมนุษย์พวกที่ได้รับธรรมะสูงสุดจากพระพุทธเจ้าซึ่งพวกอื่นไม่มีเขาไม่สอนอย่างนี้ซึ่งโชคดีเป็นโชคดีของเราคือได้รับประโยชน์โดยแท้จริงจะได้พูดเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องที่เข้าใจ เรื่องมีตัวและก็ไม่เห็นแก่ตัวธรรมะสูงสุดๆอยู่ที่ว่าไม่เห็นแก่ตัวเพราะว่าไม่มีตัว
ทำไมไม่มีตัวเพราะมีแต่ธาตุดิน น้ำ ลม อากาศ วิญญาณธาตุนี้เป็นของธรรมชาติ ธรรมชาติให้ยืมมาเป็นชีวิต 1.ปรากฏมาเป็นคนๆหนึ่งนี้มันเหมือนกับว่าเป็นชีวิตที่ธรรมชาติให้ยืมมามันก็พัฒนาชีวิตนี้ให้โดยเร็วจนถึงที่สุดของวิชาความรู้อย่างที่ว่าเห็นได้เลยว่ามันไม่มีตัวของมันเพราะมันเป็นชีวิตที่ยืมมาจากธรรมชาติ เป็นธาตุธรรมชาติ เป็นของธรรมชาติไม่ต้องมีตัวอย่าอวดดียกหูชูหางว่ามีตัวกูมันคนโง่มันเหลือที่จะโง่ที่ความคิดว่ามันมีตัวกูนั้นเป็นยอดสุดของความโง่จงรู้ยอดสุดของธรรมะว่าตัวกูมันไม่มีมันเป็นเพียงความโง่เกิดมาจากความโง่แล้วก็คิดเอาเองตาเห็นรูปมันก็ว่ากูเห็นรูปมันทั้งโง่ทั้งโกงตาเห็นรูประบบประสาทตาในกลุ่มตามันเห็นรูปแต่ชาติโง่ชาติขี้โกงก็ว่าตัวเห็นรูป พอหูได้ยินเสียงระบบประสาทหูได้ยินเสียงมันว่ากูได้ยินเสียง ระบบประสาทจมูกได้กลิ่นมันก็ว่ากูได้กลิ่นระบบประสาทลิ้นมันได้รสกูได้รส ระบบประสาทกายสัมผัสมันก็ว่ากูได้สัมผัสกูผีหลอกมันไม่ใช่ตัวจริงแล้วมันก็เกิดขึ้นมานั่นแหละมันมีปัญหาที่ว่ามันไม่ใช่ของจริงลูกเด็กๆก็พอจะเข้าใจได้ พูดให้ฟังลูกเด็กๆพอกินข้าวเคี้ยวไปไม่อร่อยลิ้นมันไม่อร่อยมันก็กูไม่อร่อยมันก็อย่างนี้มันโง่มันชิงเอาลิ้นมาเป็นของกู
ถ้ามันอร่อยลิ้นมันอร่อยมันก็กูอร่อยเธอคิดเลขดูสิว่ามันต่างกันกี่มากน้อย ลิ้นไม่อร่อยกูไม่อร่อยมันต่างกันกี่มากน้อย ลิ้นไม่อร่อยมันมีปัญหาอะไร ถ้ากูไม่อร่อยมันเตะหม้อข้าวแตกถ้ากูไม่อร่อย ถ้าลิ้นอร่อยมันก็เท่านั้นถ้ากูอร่อยมันก็บ้าซื้อหามาใหญ่นั้นจึงว่ากูอร่อยกับระบบประสาทอร่อยมันต่างกันมากถ้าเห็นว่าไอ้ตาเห็นว่าสวยกับกูเห็นว่าสวยมันต่างกันมาก ตาเห็นว่าสวยมันก็ทักตามธรรมชาติแต่ถ้ากูเห็นว่าสวยนั้นมันก็ทำอย่างกิเลสตัณหาที่มันจะทำ เรื่องไพเราะก็ดี เรื่องหอมเรื่องเหม็นก็ดีอะไรก็ดีทุกๆเรื่องถ้ามันเป็นเรื่องของกูแล้วมันมีความหมายมากมันเกิดกิเลสขึ้นมาทุกชนิดฝ่ายพอใจมันก็เอาเป็นของกูถ้าฝ่ายไม่พอใจมันก็ฆ่าทำลายนี่เกิดกิเลสราคะมาบ้าง เกิดกิเลสโทสะ ขึ้นมาทำลายนี่เกิดกิเลสประเภทโมหะไม่รู้จะทำอะไรดีวิ่งอยู่รอบๆกิเลสประเภทหนึ่งดูดเข้ามาหาตัวพวก โรพะ ราคะ
พวกหนึ่งว่าเป็นลบผลักออกจะฆ่ากิเลสพวกนี้เรียกว่าโทสะขึ้นชื่อว่าหัวหน้า กิเลสวิ่งอยู่รอบๆไม่รู้จะเอาอย่างไรนี่เรียกว่าโมหะเพราะมีตัวกูเท่านั้นแหละถ้าไม่มีตัวก็มันก็เกิดชอบอะไรหรือไม่ชอบ มันไม่เกิดราคะ โทสะ โมหะ ถ้ามันไม่มีความรู้สึกว่าเป็นตัวกูมันไม่มีผู้ที่รู้สึกว่าน่ารักหรือไม่น่ารักน่าพอใจหรือไม่น่าพอใจนั้นเป็นเรื่องของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจล้วนๆมันไม่มีความหมายเป็นกิเลสแต่ถ้ามันเป็นเรื่องของกูมันก็เป็นความหมายของกิเลส ราคะ โทสะ โมหะก็เป็นไฟเผาให้เร่าร้อนและเป็นทุกข์ถ้าหมดกิเลสเหล่านั้นก็เป็นนิพพาน มันไม่มีราคะ โทสะ
โมหะนี่ก็เรียกว่านิพพานธรรมะสูงสุดมันมีอยู่อย่างนี้ให้ท่านรู้ว่าชีวิตที่รักที่หวงแหนนักหนามันไม่ใช่ตัวและมันก็ไม่ใช่ของตัวเองมันเป็นของบที่ยืมมาจากธรรมชาติมาเป็นของชีวิตไม่เกิน 100ปีมันก็ตายคืนเจ้าของนี่เราต้องจัดการควบคุมแล้วแต่จะเรียกกับสิ่งที่เรียกว่าชีวิตๆอย่าให้มันเกิดเป็นทุกข์ขึ้นมาให้มันเกิดสงบเย็นยิ่งขึ้นๆๆ สงบเย็นยิ่งขึ้นส่วนตัวถึงที่สุดแล้วก็ช่วยผู้อื่นให้สงบเย็นด้วยคือเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่นในลักษณะอย่างนี้เรียกว่าได้สิ่งที่ดีที่สุด ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ได้มีสิ่งที่ดีที่สุดแต่ก็ไม่ใช่ของตัวเป็นของธรรมชาติยืมมานั้นในจิตที่เป็นชีวิต ที่มีจิต จิตนั้นอย่าได้โง่เป็นตัวกูอะไรเป็นของกูตัวกูเป็นของกูไม่รู้ว่าเป็นธาตุตามธรรมชาติ
ส่วนหนึ่งเป็นร่างกาย ส่วนหนึ่งเป็นจิตใจส่วนที่เป็นจิตใจคิดได้หลายอย่างคิดโง่ๆก็ได้ คิดฉลาดก็ได้ คิดผิดก็ได้ คิดถูกก็ได้ถ้ามันเป็นไปเพื่อความผิดแล้วเราก็คิดผิดการกระทำก็ผิดถ้ามันเป็นไปด้วยความถูกต้อง ถ้ามันไม่เป็นไปเพื่อความทุกข์มันไม่มีปัญหาก็เรียกว่าถูก จิตได้หลงโง่ว่าเป็นตัวกูนั้นอะไรเกิดขึ้นแก่จิตก็อย่าเอาเป็นของกูเป็นของธรรมชาติซึ่งเป็นของสากลอยู่ตลอดกาลนิรันดรสรุปว่าธรรมะสูงสุดก็สอนเรื่องความไม่มีตัวตนไม่มีของตนถ้ามันลึกมันก็ยาก มันลึกที่สุดคือการไม่ใช่ตัวตนไม่ใช่ของตนมันลึกมันฟังยากเมื่อยังฟังไม่ออกก็เป็นแรดจะเป่าปี่กันเท่าไรก็เป็นแรดยังฟังไม่ถูกจึงเป็นแรดกันไปก่อนจนกว่าเมื่อไรก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันก็บอกไม่ถูกมันจะค่อยคายจากความเป็นแรดแล้วก็ฟังถูกแล้วก็รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์พูดอย่างนี้กันดีไหมว่ามาฆะ วิสาขะ
แต่ละปีมากันทุกปีมาเพื่อลดความเป็นแรดๆให้น้อยลงๆๆจนกว่าจะหายความเป็นแรดปุถุชนมันจะหายความเป็นอริยะเจ้าถ้ามันยังเป็นแรดมันยังเป็นปุถุชน ค่อยๆลดลงไปความเป็นอริยะเข้ามาแทนนั่นก็ขอให้พยายามอย่างนี้ทุกปีๆขอให้มันลดความเป็นแรดลงไปให้มันเพิ่มความเป็นอริยะเจ้าขึ้นมาถ้าอย่างนี้คุ้มค่า ภาคเหนือ ภาคอีสานคุ้มค่าไหม คุ้มค่าเวลา คุ้มค่าเหนื่อย ค่าเงินไหมอาตมาคิดว่าถ้าลดความเป็นแรดได้สักนิดคุ้มค่าไม่ต้องทั้งหมดค่าเงิน ค่าเดินทาง ค่าเหนื่อยเวลาที่เสียไปมันคุ้มค่ามาแล้วมันทำให้มีธรรมะที่แท้จริง สูงสุดในพระพุทธศาสนามันเกิดขึ้นในจิตใจมันก็คุ้มค่านี่ก็ไม่ต้องพูดถึงคนมาแต่ไกลคนที่อยู่ใกล้ๆมันก็ไม่คุ้มค่ามันไม่ลดความเป็นแรดๆต่อให้อยู่ที่วัดถ้ามี่ลดความเป็นแรดก็ไม่คุ้มค่าในวัดก็มีแรดอยู่ฝูงหนึ่งเหมือนกันขอให้เข้าใจกันอย่างนั้นจะดีกว่าพูดกันเท่าไรมันก็ไม่รู้เรื่องมีแต่ตัวกูยกหูชูหางอยู่เรื่อยไปอย่างนี้มันก็เป็นแรดตัวกูของกูมีแต่ความดื้อรั้นประชดประชันไม่เอาความจริงเป็นหลักกิเลสเป็นหลัก
ขออภัยพูดแรงไปหน่อยเพราะอีกไม่กี่ปีมันจะตายแล้วอาตมาจะตายแล้วไม่แน่อีกไม่กี่เดือนก็ได้อย่างนี้มันไม่มีแรงอยู่อย่างคนไม่มีแรง สบายดีแต่ไม่มีแรงนี่มันจะตายมันเป็นบาปที่มันมีอะไรอยู่เกินรพระพุทธเจ้าไป 5 ปีแล้วเป็นบาปทั้งนั้นมันก็เลยยุ่งยากมีอายุเกินพระพุทธเจ้าไป 5ปีอีกไม่กี่ปีมันก็ต้องตายก่อนที่มันจะตายจากกันเสียก่อนขอพูดอะไรตรงๆสักหน่อยขอให้ทุกคนพยายามรู้ธรรมะอันสูงสุดไม่มีอะไรยิ่งไปกว่าธรรมะ รู้ธรรมะเรื่องสูงสุดก็คือรู้เรื่องมีตัวตน ไม่มีตัวตน ตัวตนเป็นเพียงความรู้สึกของจิตโง่ของจิตที่เป็นผีหลอกมันโง่ตามธรรมชาติแทงเข้าไปที่เท้ามันก็ไม่คิดว่าหนามแทงมันว่ากูเจ็บหนามแทงกูตัวกูมันรออยู่มันโง่ที่ว่าหนามแทงแล้วมันจึงว่าตัวกู ตัวกูมันเป็นปฏิกิริยาของความโง่เมื่อมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม เมื่อมันมีความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตามออกมารับเป็นตัวกูของกูเมื่ออยู่ในท้องแม่คิดอย่างนี้ไม่เป็นเพราะมันไม่มีอะไรมากระทบจิตพอออกจากท้องแม่มันมีอะไรมากระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจแล้วมันก็รู้สึกว่าเป็นบวกเป็นลบ นั้นเด็กๆจึงมีความรู้สึกเป็นตัวกูทางบวก ทางลบหรือจะเป็นบวกเป็นลบก็โมหะไปตามเรื่องเกิดมาแล้วก็ถูกสอนข้อนี้คนเลี้ยงเด็กมันสอนเด็กให้โง่ว่าอะไรก็ของหนู บ้านของหนู พ่อแม่ของหนู เงินของหนูอะไรของหนูเด็กมันก็โง่ไปอีก นี่ถ้าเด็กมันวิ่งไปชนเสาชนเก้าอี้เตะก้าวอี้เข้าไปอีกตีเก้าอี้มันมึงเจ็บก็ช่วยตีด้วยๆมันสอนให้เด็กโง่ขึ้นไปอีกโง่คนเดียวไม่พอตีเก้าอี้เป็นอย่างนี้มาพ่อแม่คอยถนอมให้ได้ตามที่ต้องการที่สบายที่สุดให้อร่อยที่สุด
ความโง่เช่นนี้ทีมากขึ้นก่อนนี้ไม่ค่อยมีเท่าไรความเจริญแปลกใหม่มาถึงโง่ๆอย่างนี้ก็มรมากขึ้นมีพ่อแม่คนไหนบ้างพาลูกไปกินข้าวที่ร้านสวยสดงดงามแล้วบอกลูกมึงจะเอาอันไหนกูจะซื้อให้หรือว่ามีพ่อแม่คนไหนพาลูกไปกินข้าวแล้วบอกลูกว่าทั้งหมอนี้มีไว้ให้ลูกโง่นะมันมีพ่อแม่คนไหนทำอย่างนี้บ้างมันมีแต่พ่อแม่พาไปมึงจะเอาอันไหนกูจะซื้อให้แพงก็ไม่ว่าเด็กๆมันจะเป็นอย่างไร นิสัยจะเป็นอย่างไร เด็กโง่มากขึ้นพอพ้นจากการควบคุมของบิดามารดาก็โง่นี่ความมีตัวตนอย่างบวกก็ดีอย่าลบก็ดีมันก็มากขึ้นเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธหรือรักมันเป็นคู่ตรงกันข้ามถูกใจมันก็เป็นบวกไม่ถูกใจมันก็เป็นลบนี่มันคู่ตรงกันข้ามมีผลให้บางทีก็ร้องไห้ บางทีก็หัวเราะบางทีก็ดีใจ บางทีก็เสียใจไม่รู้ความจริงว่าอารมณ์อย่างนี้เกิดจากความโง่อย่าไปหลงบวกหลงลบมันก็ไม่เกิดตัวตนๆบวกหรือลบ
มันก็ไม่เกิดความเห็นแก่ตัวอย่างบวกหรือลบความเห็นแก่ตัวอย่างบวกมันอยากจะได้มันอยากจะเอาความเห็นแก่ตัวอย่างลบมันอยากจะฆ่ามันอยากจะเอาตรงกันข้ามมันใช้ไม่ได้ทั้ง 2 ตัวไม่ว่าบวกหรือลบวันหนึ่งอยู่เหนือบวกเหนือลบจึงจะมีสันติสุขสันติภาพขอให้มันระความยึดมั่นถือมั่นตัวกูของกูมันก็ไม่เป็นกิเลสประเภทใดๆกิเลสบวกหรือลบมันก็ไม่มีอย่างนี้สรุปเรียกสั้นๆว่ามีธรรมะที่ดับทุกข์ได้ความรู้ข้อนี้ช่วยให้ดับทุกข์ได้การปฏิบัติข้อนี้มันดับทุกข์ได้ปฏิบัติข้อนี้แล้วไม่มีทุกข์เลยได้รู้ว่าพระพุทธศาสนามีหัวใจอยู่ที่ตรงนี้นับถือพระพุทธศาสนาก็เพื่อจะได้สิ่งนี้คือความพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงบรรลุถึงนิพพานที่เป็นเครื่องออกจากความทุกข์ทั้งปวงมันมีความทุกข์เหล่านี้เกี่ยวข้องเรียกว่านิพพานไม่ต้องตายนิพพานต้องได้ที่นี่เดี๋ยวนี้หมดตัวตนเมื่อไรมันก็นิพพานเมื่อนั้นนิพพานเกิดดับไม่เหลือแต่ไม่ใช่ดับชีวิตมันดับไม่เหลือตัวตน ของกูมีเหลือก็คือนิพพานนี้เรามารับผิดชอบร่วมกันพระพุทธศาสนานี้ทรงมอบไว้ในพุทธบริษัททั้ง 4 คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
แม้จะเหลืออยู่เพียง 3 บริษัทช่วยเหลือกันเต็มที่ช่วยเหลือให้ยังมีอยู่ศึกษาอยู่ ได้ปฏิบัติอยู่ และก็มีการได้รับผลของการปฏิบัติอยู่และต่อๆๆกันไป 4 ความหมายคือมีความรู้อยู่ ศึกษาอยู่ ปฏิบัติอยู่ ได้ปฏิบัติอยู่และก็สอนต่อๆกันไปและคุณจะสอนอะไรถ้าคุณเป็นแรดคุณก็สอนความเป็นแรดเท่านั้นความไม่ใช่แรดมันจึงสอนความไม่ใช่แรดถ้าตัวเองยังเป็นแรดมันก็สอนความเป็นแรดมีตัวก็ของกูชูหูชูหางอย่างนี้ทั่วไปทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวมันมีความรู้สึกว่าตัวๆๆ ถ้ามันไม่มีความรู้สึกว่าตัวมันจะเห็นแก่ตัวมันก็เห็นแก่ตัวพระพุทธศาสนาสอนความไม่เห็นแก่ตัวเป็นนิพพานทันทีที่นั่นถ้าศาสนาอื่นใดจะสอนให้ทำตัวให้ดีเขาก็ลำบากมากกว่าเราต้องมีตัวและทำตัวให้ดีมีตัวและทำตัวให้มันยากแต่เขาก็มีมีวิธีมอบตัวให้พระเจ้าก็ไม่มีตัวอย่างนี้ก็พอไปได้ดูไม่ค่อยจะซื่อตรงมันตลกไม่มีตัวอย่างแบบของพระพุทธศาสนานี้ก็ได้เมื่อใดรู้สึกว่ามีตัวจึงรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาจวนจะตาย เสียหาย ล้าหลัง ไม่มีตัวมีแต่สติปัญญาทำด้วยสติปัญญาให้มันถูกต้องที่สุด
ได้มาทุก สิ่งที่ควรจะได้โดยไม่ต้องอยากไม่ต้องหวังไม่ต้องปรารถนาด้วยหัวใจ คนโง่ๆมันอยู่ด้วยความหวังพวกฝรั่งก็สอนให้อยู่ด้วยความหวังเราเป็นพุทธบริษัทจงอย่าอยู่ด้วยความหวังจงอยู่ด้วยสติปัญญาไม่ต้องหวังรู้ว่าอะไรเป็นอย่างไรก็ทำไปโดยไม่ต้องหวังเพราะมันกัดหัวใจนี่ชีวิตมันกัดเจ้าของตรงนี้เพราะมันโง่มันก็หวังด้วยความโง่มันก็อยากด้วยความโง่ตัณหาก็เกิดขึ้นตรงนี้ทำท่าจะเข้าใจสักนิดอาจารย์บางคนดูแล้วยังมีความอยากและความโลภเป็นตัณหาทั้งนั้นอย่าไปเชื่อความโลภเป็นอวิชชาแล้วจึงจะเป็นตัณหาถ้ามันอยากด้วยปัญญาด้วยวิชชามันไม่เรียกว่าความโลภ
ไม่เรียกว่าตัณหาเขาเรียกว่าสังกะโปถ้าเราอยากจะพ้นทุกข์ความอยากนี้ไม่เรียกว่าตัณหาไม่เรียกว่าความโลภแต่เรียกว่าสังกะโป สังกะโปปะนันยะโสยะถาพระมาฉันที่ไหนก็ให้พรอย่างนี้ยะถา วารี วาหา ปุรา ปะริ ปุเร ติสาขะรังเอวะเมวะอิโททินนัง อุปะกะปะติ สรรพเพปุเรนติสังกับปาๆๆของท่านทั้งหลายเป็นจันโทปะนันระโสยะถาเหมือนดวงจันทร์ มนิโชติระโสยะถาเหมือนแก้วไม่มีอันนี้กับปาเป็นความอยากที่ฉลาด ปุเรนตุสังกับปาไม่ใช่โรพะแยกกันให้ดี จงเต็มๆๆๆไม่ใช่ตัณหาเต็ม ไม่ใช่โรพะเต็มแยกกันให้ดีจะให้ตัณหาเต็มจะให้โรพะเต็มเต็มได้มันก็ดับทุกข์ได้มันก็เย็นๆที่นี่ขอให้เราเห็นธรรม
ธรรมะตัวนี้ข้อนี้ว่าความเห็นแก่ตัวมันมาจากความโง่ว่ามีตัวว่าเป็นเหตุให้เห็นแก่ตัวเห็นแก่กิเลสมันเห็นแก่ความถูกต้องมันก็ทำไปตามหน้ากิเลสมันก็เบียดเบียนตัวเองเบียดเบียนผู้อื่น เบียดเบียนทุกอย่างในที่สุดเรียกว่าความเห็นแก่ตัวและที่มันน่าหัวมันทำลายตัวคิดดูให้ดีถ้าไม่เข้าใจข้อนี้เป็นแรดตัวโตความเห็นแก่ตัวนั่นแหละมันฆ่าตัวมันเองอย่าเห็นแก่ตัวทำให้มันถูกต้องมันก็มีแต่ความเจริญไม่ต้องเห็นแก่ตัวสมมุติว่าเห็นแก่ก็ได้ขอให้เรียกว่าโดยสมมุติพระพุทธเจ้าท่านพูดอย่างมีตัว พูดว่าอาตมาพูดว่าไม่ได้ยึดถือว่ามีตัวข้อนี้สำคัญมากเป็นมนต์อันสักสิทธิ์คนนั้นจะหมดความเป็นแรดคือมีตัวซึ่งมิใช่ตัวความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจว่ามีตัวมิใช่ตัว ตัวซึ่งมิใช่ตัว ตัวของความโง่เป็นตัวซึ่งมิใช่ตัวต้องพูดกันภาษาธรรมะที่ยังไม่รู้ว่าตัวทั้งนั้นตัวมันมิใช่ตัวจึงต้องใช้คำว่าอนัตตาๆซึ่งมิใช่ตัว มีตัวไปซะหมดมันก็บ้าสุดเหวี่ยง
ไอ้ไม่มีตัวซะเลยมันก็บ้าสุดเหวี่ยง มีตัวซึ่งมิใช่ตัวมันเป็นพุทธศาสนาอยู่ตรงกลางมันมีตัวซึ่งมิใช่ตัวมันตัวจริงๆมันก็บ้าสุดเหวี่ยงเป็นทุกข์มันอันตรายอย่างยิ่ง ไม่มีตัวมันเรียก อนิจยะตาไม่มีตัวซะเลย ถ้ามีตัวเต็มที่ก็เรียกอัตตะมีตัวเต็มที่สุดเหวี่ยงทางมี ไม่มีตัวเรียกนิระตาสุดเหวี่ยงทางไม่มีที่ถูกต้องที่อยู่ตรงเรียกอนัตตาไม่ใช่ตัวอย่าแปลว่าไม่มีตัว ถ้าแปลว่าไม่มีตัวมันอธิบายยากว่าซึ่งเป็นตัวแท้มันพูดยากพูดว่าไม่มีตัวซึ่งเป็นตัวที่ไม่ใช่ตัว อนัตตาไม่ใช่ตัว เวทนาอนัตตาไม่ใช่ตัว สัญญาอนัตตาสัญญาไม่ใช่ตัวมันมีความรู้สึกว่าตัวรู้สึกดีที่รู้เมื่อร่างกายรู้ก็ว่าร่างกายรู้แล้วมันกะดุกกะดิกได้ร่างกายเป็นตัวความรู้สึกขึ้นมาพัฒนาเป็นตัว
สัญญามั่นหมายอนย่างนั้นอย่างนี้สัญญาเอาเป็นตัวอีกมันก็ไม่ใช่ตัว สังขารเอาเป็นความคิดอย่างนั้นอย่างนี้มันก็ไม่ใช่ตัว ไอ้วิญญาณที่รู้แจ้งทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจมันก็ไม่ชี่ตัวนี่คืออนัตตาตัวซึ่งมิใช่ตัวใครมีความรู้ข้อนี้แล้วจะหมดความเป็นแรดยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวกูเป็นของกูมันกี่ปีพูดเรื่องอนัตตาฟังไม่รู้แรดมันไม่รู้เรื่องความไม่มีตัวพอมันรู้เรื่องความไม่มีตัวมันก็ช่วยกันได้มีการเป่าปี่ให้แรดฟังนี่ธรรมะมันอยู่อย่างนี้มันมีลักษณะเหมือนเป่าปี่ให้แรดฟังเป็นอย่างมากนั้นขอแสดงความยินดีจากท่านที่มาจากที่ไกลเหน็ดเหนื่อยมากแต่ขอร้องให้ท่านได้รับผลของการมาคุ้มค่า คุ้มเวลา ค่าเหน็ดเหนื่อยคุ้มค่าอะไรได้รู้เรื่องความไม่ใช่ตัว คือไม่ยึดถือว่าตัวแล้วก็ไม่เห็นแก่ตัวพอไม่เห็นแก่ตัวก็หมดปัญหาหมดความทุกข์หมดปัญหาทุกอย่างทุกประการปัญหาและความทุกข์มันมาจากความเห็นแก่ตัว
ความเห็นแก่ตัวมันโง่ๆๆพอมีตัวก็เห็นแก่ตัวๆทางบวกก็ได้ ทางลบก็ได้ เป็นเหตุให้ต้องหัวเราะบ้างดีใจบ้างมีเรื่องที่จะชวนให้ดีใจ หัวเราะ ร้องไห้บ้างมากขึ้นทุกทีเพราะว่าสมัยนี้เขามีเรื่องที่ชวนให้เป็นอย่างนั้นมากขึ้นทุกทีเจริญทางวัตถุๆคือสิ่งที่ยั่วให้หลงความเป็นบวก ความเป็นลบมากขึ้นทุกที ความเป็นบวกเกิดขึ้นก็มีตัวอย่างบวกมากขึ้นทุกที ความลบเกิดขึ้นก็มีตัวอย่างลบมากขึ้นทุกทีขึ้นไปมันมีตัวกูบวก ตัวกูลบมากขึ้นๆขอให้ระวังเถิดนี้มันจะเป็นเครื่องทำลายโลกขอเห็นธรรมะคำสั้นๆเห็นธรรมะๆคือเห็นความไม่มีตัว ถ้าเห็นความไม่มีตัวความทุกข์ก็ไม่เกิดนี่มันความทุกข์เกิดความทุกข์ดับเพราะไม่มีตัวนี่เรียกว่าเห็นธรรมะแล้วก็ไม่เกิดตัวและไม่เห็นแก่ตัวแล้วก็ไม่เกิดไฟกิเลสขึ้นมาเผาตัว
กิเลสเกิดด้วยไฟเผาให้ร้อนถ้าไม่เห็นธรรมะก็ไม่เกิดกิเลสใดๆมันมีประโยชน์อย่างยิ่งอย่างนี้มันก็ได้สิ่งสูงสุดที่มนุษย์จะได้คือความสงบเย็นไม่มีไฟนี่คือสงบเย็นๆแล้วก็เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นแก่ตัวเองด้วยทั้ง 2 ฝ่ายด้วยผู้ทีธรรมะสงบเย็นจะเป็นธรรมะทั้ง 3ฝ่ายคือตัวเอง ผู้อื่น และผู้ที่เกี่ยวข้องกันอย่างแยกออกไม่ได้มันเป็น 3 ฝ่ายอย่างนี้
บรรดาสิ่งที่เรียกว่าประโยชน์พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เป็น 3 ฝ่ายอย่างนี้ อัตตะถะประโยชน์ ประโยชน์แก่ตัวเอง รัตถะประโยชน์ประโยชน์แก่ผู้อื่น อุรัตถะประโยชน์ ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายที่ผูกกันอย่างแยกออกไม่ได้มันมีประโยชน์อยู่ 3 ชนิดขอให้ทำประโยชน์ทั้ง 3 ชนิดถ้าเราละตัวกูละตัวตนได้มันก็เห็นแก่ผู้อื่นมันก็ทำประโยชน์ได้ถ้ามันเห็นแก่ตัวกูมันก็ทำประโยชน์ใครมันของกูท่าเดียวคือถ้ามันจะไปช่วยใครมันก็เอามาเป็นพวกอันธพาลมันก็สร้างแต่ประโยชน์ฝ่ายกูไม่เรียกว่าทำประโยชน์มันหาพวกทำเลวขึ้นไปไม่ใช่บำเพ็ญศีลมันไม่ช่วยกันดับทุกข์ให้กว้างออกไปๆนี่ประโยชน์ของธรรมะมีความเยือกเย็นเป็นประโยชน์ลักษณะอย่างนี้เรียกว่ามีสุขภาพอนามัยดีที่สุด
ทั้งทางจิตทางวิญญาณท่านผู้ใดมีจิตใจสงบเย็นก็ไม่มีไฟคือกิเลสผู้นั้นก็จะมีสุขภาพดี มีอนามัยดีมีการป้องกันการเกิดโรคดีทั้งทางกาย ก็ไม่เกิดโรคกาย ทางจิตก็ไม่เกิดโรคจิต ทางสติปัญญาก็ไม่เกิดสติปัญญาความคิดความเห็นความไม่เกิดโรคมิจฉาทิฐินี่เรียกว่าไม่มีโรคทั้งทางกาย ทางจิต ทางวิญญาณธรรมะช่วยให้ได้อันนี้ถ้าพูดกันอย่างเป็นธรรมตรงไปตรงมา ธรรมช่วยเราได้รับสุขภาพอนามัยดีทั้งทางกายทางจิตทางวิญญาณมันมีค่าเท่าไรมาจากภาคเหนือ ภาคอีสานเสียค่ารถมาเท่าไรคิดดูถ้าท่านได้สิ่งนี้มันเกินค่าหรือไม่เกินค่า ขอให้ท่านทำประโยชน์ให้คุ้มค่าหมดเรื่องได้รับสุขภาพอนามัยดีทั้งทางจิต ทางวิญญาณ ข้อต่อไปพูดได้ว่าทำให้มีสมรรถนะ
สมรรถภาพดีทั้งทางกาย ทางจิต ทางวิญญาณคนที่มีธรรมะอย่างนี้แล้วมีความสามารถทั้งทางกาย ทางจิต ทางวิญญาณสามารถจะทำหน้าที่ลุล่วงไปได้ทั้งทางกาย ทางจิต ทางวิญญาณนี่เรียกว่ามีสมรรถนะที่ดีทั้งทางกาย ทั้งทางจิต ทางวิญญาณทีนี้ดูต่อไปมันก็เย็นสนุกชีวิตเย็น สนุกด้วยการทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ทางธรรมะปฏิบัติหน้าที่เพื่อตนเพื่อผู้อื่นก็เรียกว่าธรรมะ ปฏิบัติธรรมะสนุกชีวิตก็เต็มไปด้วยธรรมะมันช่วยทำงานสนุก ไม่มีความหวาดกลัวในชีวิตประจำวัยมีแต่ความเยือกเย็นสนุกในการทำหน้าที่ ปฏิบัติธรรมะ ปฏิบัติประโยชน์คนเขาไม่เชื่อทำงานสนุกไม่มีใครเชื่อนั้นไม่ทำงานนอนซะดีกว่าดีกว่าไปพูดว่าทำงานสนุกนั้นก็ขอให้มีธรรมะมีความคิดความเห็นความเข้าใจถูกต้องแล้วก็จะทำงานสนุก ๆ ไม่ต้องทำงานด้วยความกลัว ความหวัง ความหิว ความอยากไม่มีวิตกกังวลใดๆมารบกวนใจธรรมะจึงกล่าวได้อย่างนี้ ธรรมะนี้เป็นคู่ชีวิต ชีวิตนี้มีธรรมะเป็นคู่ถ้าไม่มีชีวิตไม่รู้ไปตั้งที่ไหนนั้นชีวิตนี้ต้องมีธรรมะเป็นคู่ชีวิตมีธรรมะเป็นคู่ชีวิตนั้นจะไม่กัดเจ้าของลองดูให้ดีชีวิตที่ไม่มีธรรมะเป็นคู่ชีวิตเดี๋ยวมันกัดเจ้าของ เดี๋ยวมันรัก เดี๋ยวมันโกรธ เดี๋ยวมันเกลียด เดี๋ยวมันกลัว วิตกกังวล อาลัยอาวรณ์ อิจฉาริษยา
เดี๋ยวมันหวงเดี๋ยวมันหึงมันกัดเจ้าของนี่ไม่มีธรรมะชีวิตนี้กัดเจ้าของ ถ้าชีวิตนี้มีธรรมะเสียหน่อยไม่ถูกกัดด้วยความรัก ความเกลียด ความกลัว ความ หวงหึงวิตกกังวล อาลัยอาวรณ์ อิจฉาริษยา ชีวิตไม่กัดเจ้าของเป็นชีวิตที่มีธรรมะอยากจะบอกเป็นพิเศษสักหน่อยคือพวกฝรั่งบรรดาที่เข้ามาปฏิบัติธรรมะที่นี่กันทุกเดือนๆชอบข้อนี้ได้ถามดูแล้วที่เขามาศึกษาก็ได้ชอบข้อนี้คือมีชีวิตที่ไม่กัดเจ้าของเขาเรียกวิถีชีวิตใหม่ซึ่งไม่กัดเจ้าของที่แล้วมาแต่บนหลังเขามีชีวิตที่กัดเจ้าของมีงานทำก็ยังกัดเจ้าของที่กระเสือกกระสนมาเมื่อไหร่จะพบชีวิตที่น่าพอใจพอมาพบชีวิตที่มีธรรมะไม่กัดเจ้าของ
ก็ยังถือว่าเป็นของใหม่นี่เป็นที่พอใจสนใจของคนต่างประเทศเป็นพิเศษคือชีวิตที่มันกัดเจ้าของ ถ้ามันกัดเจ้าของมันก็เลวกว่าหมาเพราะหมามันไม่กัดเจ้าของแล้วชีวิตจะกัดเจ้าของได้อย่างไร ชีวิตที่กัดเจ้าของก็เลวกว่าหมาเอาไปทำไมจัดการเสียให้มันเสร็จสิ้นไม่มีอาการที่มันกัดเจ้าของต่อไปๆมันก็เป็นอย่างนั้นมันเป็นชีวิตที่ไม่โง่ว่ามีตัวตนมันมีความเป็นบวกที่มีความเป็นลบในความรู้สึกมันก็ไม่เกิดความรัก ความเกลียด ความกลัว ความหวงหึงวิตกกังวล อาลัยอาวรณ์ อิจฉาริษยาชีวิตมันไม่กัดเจ้าของ
ก็เพราะเหตุนั้นมันมีความเป็นบวกเป็นลบเช่นนั้นเองอร่อยก็เช่นนั้นเองไม่อร่อยก็เช่นนั้นเองของมันเช่นนั้นเองจัดการลงไปให้มันถูกกับเรื่องไม่ต้องเสียเวลาเป็นบวกเป็นลบกับมันคือไม่ไปเสียเวลากับมันคือเกิดอะไรขึ้นมาก็จัดการให้มันถูกกับเรื่องอย่างนี้ไม่มีโอกาสที่ชีวิตกัดเจ้าของคือมันไม่กัดเจ้าของชีวิตมันก็ไม่เป็นทุกข์มันจะเย็นเป็นนิพพานที่นี่และเดี๋ยวนี้ตลอดเวลามันก็เลยหมดปัญหาความเป็นมนุษย์ถูกต้องที่สุดเยือกเย็นและเป็นประโยชน์ครบทุกอย่างทุกประการเราก็พัฒนาชีวิตนี้ให้ทันแก่เวลา ธรรมชาติให้ยืมมาไม่เกิน 100 ปีนะๆต้องรีบทำหมันเสร็จทันเวลาและได้รับความเยือกเย็นและเป็นประโยชน์มันก็รู้จักขอบคุณธรรมชาติกันเสียบ้าง และไอ้ที่ว่าของกูนั้นธรรมชาติให้ยืมมามันว่าตัวกูของกูมันคดโกงอย่างนี้มันจึงถูกลงโทษให้มีความทุกข์เหลือประมาณขอบใจธรรมชาติให้ยืมมาไม่คิดดอกเบี้ย
ไม่คิดค่าสึกหรอให้ยืมมาให้มึงพัฒนาแต่มึงกับโกงว่าของกูแต่มันเป็นของธรรมชาติให้ยืมมาเลิกเป็นคนโกงอันธพาล เนรคุณสักทีขอบใจธรรมชาติให้ยืมมาในเวลาจำกัดฉันจะศึกษาธรรมะให้ถึงสูงสุดแล้วก็สำเร็จเรื่องที่จะทำอย่างนี้เขาเรียกว่าจบกิจพรมจันทร์นี่เป็นลักษณะของพระอรหันต์จบกิจจบเรื่องที่ต้องทำไม่มีหน้าที่ใดเหลืออยู่นี่มันจบกิจขั้นสุดท้ายจบกิจพรมจันทร์เป็นพระอรหันต์มันให้ประโยชน์อย่างนี้คุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่าขอให้คิดดูพิจารณาอย่างซื่อตรงไม่ลำเอียงว่าธรรมะนี้ดียังไง ให้อานิสงส์อย่างไร
ได้รับผลอย่างไรปฏิบัติให้ถึงที่สุดให้ได้รับประโยชน์นั้นแล้วมันก็เป็นประโยชน์กับชีวิตนั้นมันยังไม่เอาชีวิตได้รับประโยชน์นั้นเองมันยังไม่เอามันยังคดโกงนี่ยังประพฤติผิดธรรมะช่อชนเจ้าของเดิมเป็นตัวกูของกูเกิดกิเลสตัณหาอย่างนั้นอย่างนี้เกิดกิเลสตัณหาร้อยแปดก็เลยมีสักนิดเดียวที่มีความสงบสุข เรามามาฆบูชาวันพระอรหันต์วันนี้ที่เป็นวันระลึกแก่พระอรหันต์เรียกวันมาฆบูชาขอให้เอาคุณของพระอรหันต์มาไว้ในใจอะระหังแปลว่าไม่มีความลับ แปลอย่างอื่นก็ได้แต่ไม่ตรงตามหนังสือ อะว่าไม่อะว่ารับไม่มีความลับแปลว่าความไม่รู้ไม่มีเหลืออยู่ถ้าเหลืออยู่เป็นความลับท่านจึงถูกเรียกว่าอะระหังผู้ไม่มีความลับเหลืออยู่คือฉันรู้หมดรู้สิ่งที่ต้องรู้ไม่ต้องไปรู้สิ่งที่ไม่ต้องรู้เหมือนคนสมัยนี้รู้สิ่งที่ต้องรู้สิ่งที่ควรรู้ไม่รู้
ถ้าเป็นพระอรหันต์รู้สิ่งที่ควรรู้ก็เลยเป็นพระอรหันต์ความรู้ที่จำเป็นไม่เหลืออยู่นี่เรียกว่าคีนาสะโว ไม่มีอาสะวะไล่ออก อย่างอาอาสะวะเหมือหลงบวกหลงลบมัยก็เกิดกิเลสโลภ โกรธหลงดับกิเลสความโง่ ความโกรธ ความหลงเรียกว่ากิเลสเสร็จแล้วมันก็เหลือเป้นความเคยชินที่จะเกิดกิเลสอีกๆความเคยชินนี้เรียกอนุสัยเก็บไว้ในใจเก็บไว้มากมันจะออกมาพอได้เหตุจากภายนอกยุ่งนี่เรียกอาสวะๆถ้าเราไม่มีกิเลสไม่มีอนุสัยอะไรมันจะไหลออกมาลองคิดดูสิถ้าอาสวะไม่ไหลออกมาก็ไม่มีกิเลสที่เก็บอยู่ก็ไม่มีอาสวะ ไอ้เรามันเก็บมันมากมันก็ไหลรั่วออกมาเล็กๆน้อยๆพอได้เหตุปัจจัยแล้วก็ไหลส้วมออกมาไหใบหนึ่งเติมน้ำเต็มลงไปมันก็ปี่ที่จะพร้อมออกมารั่วตามดสักนิดอนุสัยมันออกมาอย่างนี้เป็นนิวร
แต่ถ้ามันมีเหตุปัจจัยที่กิเลสออกมาเรียกว่าอาสวะคือกิเลสที่ไหลออกมาถ้าในร่างกายไม่กิเลสอนุสัยมันก็ไม่ออกมาเรายังไม่เป้นพระอรหันต์สามารถมีเหตุผลที่จะทำตามพระอรหันต์ไม่มีอนุสัยนั่นคือทำตามพระอรหันต์และในที่สุดก็จะไม่มีอาสวะออกมาอะระหัง โพติ ฐิตนาสะโวมุตสิตะวาบรรดาสิ่งที่ทำเสร็จแล้วเรียกกัสสะตะนิโย โออิตะคาโรลงของหนักตามไปแล้วที่ยึดถือว่าเป็นตัวกูคือของหนักมันโง่อนุพัสสะอะทะโสประโยชน์ใดที่ควรจะได้รับก็เรียกอนุพัสสะอะทะโสถึงจะผูกพันให้เกิดใหม่ได้เรียกพะภีนะอะชั้นโยสรุปเรียกสะมะทันยาวิมุติโต วิมุติแล้วหลุดพ้นแล้วด้วยวิชาของตนเองได้สะสมๆๆๆไว้พระอรหันต์คือผู้ที่ไม่มีความทุกข์เหลือนี่คือเรามีความทุกข์
ขอให้คิดดูให้ดีว่าเราได้รับประโยชน์อันนี้หรือยังความสุขอันหนึ่งก็ไม่เบียดเบียนกัน ความสุขอัน 2กำหนัดในที่ตั้งแห่งความกำหนัดโรคกามใช้ได้ความสุขที่ 3 หมดตัวกูหมดของกูพระอรหันต์มาถึงนี่แล้วก็หมดกิจ จบกิจที่ต้องทำทีนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องของเรา ปัญหาที่เหลือเฉพาะหน้าขนาดนี้มันคืออะไร มันก็คือความเต็มอัดด้วยความเป็นตัวกูเป็นของกู เต็มอัดด้วยความรู้ตัวกูรู้ของกูอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมันมีความเห็นแก่ตัวออกมาไม่มีที่สิ้นสุด ออกมาร้อยอย่างพันอย่างแสนอย่างเป็นความเห็นแก่ตัวเป็นปัญหาทั้งนั้นมันมีตัวมาจากความโง่เขลาถ้ามีตัวมันก็โง่เขลาเพราะมันไม่ได้เกิดจากวิชชามันเกิดจากอวิชชาจากปัญญามันเกิดจากโมหะมันเกิดจากอวิชชานี่เรามันก็มีตัวกูได้รับการบอกเล่าว่านิพพานมีความสุขที่สุด
แต่ถ้าต้องสละตัวกูมันก็ไม่เอามันยังรักตัวกูอยู่เล่านิทานผู้หญิงคนหนึ่งอยากไปนิพพานเราก็บอกว่าในเมืองนิพพานไม่มีรำวงไม่ต้องๆไม่ไปเพราะว่าแกชอบรำวงเป็นชีวิตจิตใจทำให้ดีที่มันจะหมดตัวกูมันยังหมดไม่ได้เพราะมันยังรักตัวกูๆมันยังหลงตัวกู ยังหวงแหนตัวกู ยังอร่อยสนุกสนานอยู่ในตัวกูเพราะเกิดมามันโง่ไม่ได้โง่ตั้งแต่ในท้องมันเพิ่งมาโง่เมื่อเกิดมาแล้วได้รับอารมณ์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเกิดบวกเกิดลบมันก็โง่ๆไปหลงบวกหลงลบ หลงบวกจะเอาหลงลบจะฆ่านี่มันเพิ่งโง่แล้วมันโง่ความเห็นแก่ตัวเพิ่งเกิดจากท้องแม่เอาเวลาเหลืออยู่หน่อยก็พูดกันถึงเรื่องนี้ตัวกู
โลกกำลังจะวินาศเพราะความเห็นแก่ตัวของคนในโลกเพิ่มขึ้น เพิ่มความเห็นแก่ตัวเท่าไรนี้ยังไม่เท่าไรมันมีสิ่งที่เห็นแก่ตัวมากขึ้นอย่างสวยงามเอร็ดอร่อยมันเพิ่มขึ้นในโลกทำให้คนป่าไม่ต้องมีผ้านุ่งเดี๋ยวนี้มันมีอะไรบ้างเต็มไปด้วยความเอร็ดอร่อยสนุกสนาน บันเทิงแล้วก็ติดเครื่องจักรเหล่านี้คนมันก็หลงซื้อเพราะมันทำให้ดีกว่าเก่าทุกทีเสื้อผ้า อาหารเครื่องใช้สนุกสนานสวยงามเอร็ดอร่อยหยูกยาเดี๋ยวนี้เกือบไม่เป็นหยูกเป็นยามันขมไม่เหม็นมันทำให้เอร็ดอร่อยสวยงามกว่าเดิมผิดที่เครื่องจักรมันโฆษนาเก่งคนโง่ต้องซื้ออันใหม่เพราะมันออกมาดีกว่าเก่า ตู้เย็นเครื่องนี้ใช้ได้ต้องซื้อเครื่องใหม่เพราะมันออกมาดีกว่าเดิมมันโง่ 2ชั้น 3ชั้น 4ชั้นเรียงลำดับเพราะว่าโลกมันเจริญด้วยการหลอกลวงเจริญด้วยวัตถุยิ่งเห็นแก่ตัว เดี๋ยวนี้ยิ่งเจริญด้วยวัตถุยังกับวิ่งเขาสร้างเครื่องจักรติดโน่นติดนี่ให้สวยงามเอร็ดอร่อยจนเด็กวัยรุ่นจะบ้าตายเดี๋ยวนี้วัยรุ่นมันไม่รู้จะเอายังไงนี่โลกมันกำลังจะวินาศเพราะความเห็นแก่ตัวอีกอย่างคือการโฆษนานี่เหลือเกิน อาตมาแต่ไม่ได้หนังสือโฆษนาตามหน้าหนังสือพิมพ์กลัวที่สุดกลัวแทนคนโง่กลัวมันจะซื้อสิ่งที่ไม่ต้องซื้อมันโฆษนาเก่ง
โฆษนายายแก่ขี้เหนียวขี้ตืดซื้อตู้เย็นมันก็ทำได้มันโฆษนาเก่งโลกนี้เจริญด้วยศิลปะของการโฆษนาคนมันก็เห็นแก่ตัวทีนี้พื้นเพกำพืชของการเห็นแก่ตัวมันเป็นความเลวร้ายเป็นศัตรูเป็นปัญหามีความเห็นแก่ตัวที่ไหนก็มีความร้ายที่นั่น มีความเห็นแก่ตัวในโลกนี้ก็มีความร้ายขอโอกาสพูดให้หมดไอ้ความเห็นแก่ตัวมันมีกี่เรื่องความเห็นแก่ตัวมันก็ขี้เกียจมันนอนตะพึดแต่ก่อนอาตมาเห็นเป็นเจ้านาควัดจำเรียงนอนตะพึดไม่ต้องทำอะไรมันไม้ทำอะไรเลยมันเห็นแก่ตัวตื่นมาก็กินข้าวเหลือบาตรมันนอนตะพึดคนเห็นแก่ตัวมันไม่ต้องการทำอะไรมันให้คนอื่นทำมันขี้เกียจมันเอาเปรียบคนจ้องจะเอาเปรียบมันก็อิจฉาริษยาทั้งที่ตัวเองไม่มีอะไรดีมันยังอิจฉาคนอื่นแล้วมันไม่สามัคคีกับใครๆ มาชวนคนเห็นแก่ตัวให้ทำความดีให้สร้างสรรค์เหมือนกับชวนช้างรอดรูเข็มเห็นแก่ตัวมันไม่สามัคคี
เมื่อตอนแรกที่อาตมาทำถนนก็มีคนมาช่วยมากตามความเป็นจริงก็มีแต่มันมีคน 2 คนพูดมึงทำๆมันไม่มาทำอย่าออกชื่อมึงทำเดี๋ยวกูมาเดินให้มึงได้บุญคนเห็นแก่ตัวมันก็อวดดียกคนข่มท่านชอบนินทาว่าร้ายทำแบบของความเห็นแก่ตัวมันทำลายสาธารณะประโยชน์แม่น้ำลำคลองมันก็ทำลายหมดมันก็สร้างมลภาวะสิ่งไม่พึงปรารถนาโลกกำลังจัดการข้อนี้อยู่ที่เมืองนอกมันกว้างขวางแต่เต็มไปด้วยมลภาวะคนเห็นแก่ตัวมันสร้างขึ้น เป็นควันพิษเป็นน้ำเน่าเป็นสิ่งสกปรกลกลุงลังเป็นมลภาวะ
ซึ่งคนเห็นแก่ตัวนี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันถ้ามันไม่เห็นแก่ตัวบรรดาอุบัติเหตุมันมาจากคนเห็นแก่ตัวเราก็ความเห็นแก่ตัวมันก็ฆ่าตัวทำลายตัวไอ้พวกติดยาเสพย์ติดมันก็เห็นแก่ตัวทำลายตัวแม้แต่ความอยากลองมันก็เห็นแก่ตัวพอมันติดมันก็เห็นแก่ตัวมันก็เลิกไม่ได้มันติดยาเสพย์ติดเพราะมันเห็นแก่ตัวในที่สุดคนที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ความเอร็ดอร่อยไม่คำนึงมันก็ได้เป็นโรคภัยไข้เจ็บที่หมามันไม่เป็นคนเห็นแก่ตัวมันจะได้เป็นต้องสอนโรคเอดส์อะไรไม่รู้อาตมาไม่รู้แต่โรคนี้หมามันไม่เป็นหมาไม่ได้เป็นคนมันก็เป็นเป็นโรคเอดส์เป็นปัญหาไปทั้งโลกมันเป็นโรคที่หมามันไม่เป็นทีนี้มันก็เป็นอันธพาลเพราะมันเห็นแก่ตัวมันทำลามกอนาจารที่ไหนก็ได้เพราะมันเห็นแก่ตัวนี่ทำอย่างไรรัฐบาลเหล่านี้ศาลสร้างเท่าไรก็ไม่พอมนุษย์มันเห็นแก่ตัวโรงพยาบาลบ้าก็ไม่พอที่จะรับเพราะรัฐบาลไม่มีเงินสร้างโรงพยาบาลบ้าเหล่านี้
ศาลสร้างเท่าไรก็ไม่พอมนุษย์มันเห็นแก่ตัวฟังแล้วมันก็ฆ่าตัวเองตายฆ่าพ่อแม่ลูกเมียตัวเองตายสรุปความแล้วมันต้องเป็นบ้าหรือตายในที่สุดปิดฉากคนเห็นแก่ตัวคืออย่างนี้เราจงมองเห็นความน่าเกลียดน่ากลัวแล้วช่วยกันบอกในโรงเรียนครูควรสอนเรื่องความน่าเกลียดจากความเห็นแก่ตัวมาเป็นหลักสูตรสอนอยู่อย่างนี้จนเด็กๆมันกลัวๆความเห็นแกตัวโตขึ้นมันไม่อยากเห็นแก่ตัวนี่โรงเรียนไม่ได้สอนอย่างนี้สอนแต่ให้ฉลาดๆเอามาเป็นความเห็นแก่ตัวเพราะโรงเรียนมันสอนผิดมันไปตามก้นเมืองนอกยิ่งฉลาดยิ่งเห็นแก่ตัวการศึกษาของเราแต่ก่อนยิ่งฉลาดยิ่งมีศีล
แต่เดี๋ยวนี้ยิ่งฉลาดยิ่งเห็นแก่ตัวถ้าตามความฉลาดนี้มันเลยเป็นโลกที่มีความยุ่งยากลำบากมันก็เหนือที่เราจะกำจัดมันเดี๋ยวนี้มาเอาความรอดถ้าว่าครูเห็นแก่ตัวเป็นอย่างไรมันก็ทำงานบนหลังลูกศิษย์ มันก็ทำงานบนหลังพ่อแม่ลูกศิษย์มันก็หมดความเป็นครูๆหมอเห็นแก่ตัวก็ทำงานบนหลังคนไข้ทำงานบนหลังคนจนที่เป็นไข้หมอกลายเป็นพ่อค้าหมดความเป็นหมอก็เห็นแก่ตัว ถ้าตุลาการเห็นแก่ตัวมันก็หมดความเป็นตุลาการมันก็เป็นพ่อค้าทำงานบนหลังจำเลย ถ้าพระเจ้าพระสงฆ์เห็นแก่ตัวมันก็ทำงานบนหลังทายก ทายิกาทั้งหลายความเห็นแก่ตัวเศรษฐีก็เห็นแก่ตัว
ขอทานก็เห็นแก่ตัว เศรษฐีก็เห็นแก่ตัวมันมีความขัดแย้งกันอยู่ตลอดไปนายจ้างก็เห็นแก่ตัวลูกจ้างก็เห็นแก่ตัวมันก็ต่อสู้กันนายจ้างลูกจ้างไม่ใช่เพื่อนเกิดแก่เจ็บตายกันเหมือนโบราณแต่โบราณนั้นนายจ้างลูกจ้าง คนจนคนรวยเขาเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายเดี๋ยวนี้เป็นคู่ขัดแย้งระบบคอมมินิตย์ทุกคนเห็นแก่ตัวเราก็ได้รัฐสภาของความเห็นแก่ตัวรัฐบาลเห็นแก่ตัวแล้วข้าราชการทั้งหลายก็เห็นแก่ตัวเพราะรัฐบาลเห็นแก่ตัวข้าราชการเห็นแก่ตัวประชาชนจะอยู่อย่างไรลูกเล็กเด็กแดงก็เห็นแก่ตัวทำให้พ่อแม่น้ำตาไหลโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่มันหลงด้วยความเจริญสมัยใหม่มันทำให้พ่อแม่น้ำตาไหลนี่พูดอย่าว่ากันถ้าหมาถ้าแมวเห็นแก่ตัวขึ้นมาแล้วมันจะเป็นอย่างไร
สมมุติถ้าหมามันเห็นแก่ตัวมันไม่เห่าขึ้นมาทำอย่างไร ถ้าแมวมันไม่จับหนูขึ้นมาทำอย่างไรท่านที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้คงไม่เข้าใจถึงไม่มีแมวหนูก็จะครองบ้านครองเรือนอาตมาเคยมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆไม่มีแมวหนูมากัดนิ้วตอนนอนเพียงแต่ว่าไม่มีแมวถ้าแมวมันเกิดทรยศขึ้นมามันไม่จับหนูมันก็แย่เหมือนกันอะไรมันเห็นแก่ตัวหมดมันก็วินาศต้นไม้ต้นไร่ ดิน แม่น้ำเห็นแก่ตัวก็แย่มันจะพอมองเห็นได้ความมีตัวความเห็นแก่ตัวเป็นความเลวร้ายอย่างไรถ้าไม่เห็นแก่ตัวๆๆๆไม่ต้องมีศาสนามีพระมีเณรมาบวชให้ลุงลังถ้าว่าในโลกนี้ไม่มีความเห็นแก่ตัวไม่ต้องมีศาสนาไม่ต้องมีวัฒนธรรมถ้ามันไม่เห็นแก่ตัวมันมีแต่คนทำประโยชน์ไม่ต้องมีศาสนาไม่ต้องมีวัดวาอารามให้ยุ่งยากไม่ต้องมีรัฐบาล ไม่ต้องมีกฎหมายไม่ต้องมีอะไรทุกอย่างเลวถ้าไม่เห็นแก่ตัวแต่นี่มันเห็นแก่ตัวจนมีกฎหมายเท่าไรมันก็ไม่พอมีเรือนจำมีศาสนาทุกศาสนาก็ไม่ไหวมีแต่ว่าจะมีศาสนาไหน
ถ้ามันเห็นแก่ตัวมันก็ไม่ไหวมันก็แปลพระไตรปิฎกให้เต็มโลกคนมันเห็นแก่ตัวมันก็ไม่ไหวถ้าไม่เห็นแก่ตัวมันก็ไม่ต้องมีสิ่งเหล่านี้ท่านทั้งหลายไม่ต้องมาที่นี่ถ้าไม่เห็นแก่ตัวมันไม่มีความทุกไม่ต้องวิ่งมาศึกษาธรรมะอะไรที่ไหนทีนี้ประโยชน์ของความไม่เห็นแก่ตัวสรุปความไม่เห็นแก่ตัวเป็นหัวใจของทุกๆศาสนาอาตมาพยายามค้นหาพระคัมภีร์ไปอยู่ที่ความไม่เห็นแก่ตัวทั้งนั้นศาสนาเมื่อหลายพันปีมาแล้วพุทธศาสนาก็ดี คริสต์ อิสรามก็ดีมันล้วนแต่เรื่องไม่เห็นแก่ตัวทั้งนั้นแต่ไม่มีคนปฏิบัติศาสนาก็เป็นหมันถ้ามีศาสนาแท้จริงไม่เป็นหมันมันก็ไม่มีความเห็นแก่ตัวอยู่ในโลกได้เพราะทุกศาสนากำจัดความเห็นแก่ตัวถ้าถือศาสนากันอย่างเดียวมันก็ไม่มีความเห็นแก่ตัว
ถ้าคนมันไม่เห็นแก่ตัวมันก็ไม่ต้องมีศาสนามันมากถึงอย่างนี้เป็นพระอริยะเจ้าชั้นดีกันหมดถ้าไม่เห็นแก่ตัวตามลำดับขอให้ท่านทั้งหลายทุกคนที่อุตส่าห์มาที่นี่มาศึกษาธรรมะในวันนี้ซึ่งเป็นวันพระอรหันต์คือผู้หมดความเห็นแก่ตัวเป็นพระอรหันต์เรายังไม่ได้เป็นพระอรหันต์แต่เราจงทำตามพระอรหันต์เดินตามลอยข้อนี้พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ห้ามเราไม่ได้อวดดีเราทำเพื่อขจัดปัญหาในโลกขอให้สนใจเป็นพิเศษเถิดว่าหัวใจของธรรมะคือความไม่เห็นแก่ตัวความไม่เห็นแก่ตัวเป็นความรู้ว่าไม่มีตัวไม่เห็นแก่ตัวมันก็ไม่มีกิเลสใดๆบาปใดๆ
มันก็เป็นสุขสงบเย็นเป็นประโยชน์ขอให้ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ให้ดีกว่าที่แล้วๆมาถ้าอนุญาตให้พูดจะพูดว่าขอให้เป็นแรดน้อยกว่าที่แล้วๆมาถ้าไม่อนุญาตให้พูดอย่างนี้ก็ว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมะมากว่าปีที่แล้วมาอย่าให้เหน็ดเหนื่อยในการมาภูเขามานั่งประชุมกันอย่างนี้มันก็ต้องเหน็ดเหนื่อยขอให้ได้รับผลตอบแทนคุ้มกับความลำบากเหน็ดเหนื่อยกลับไปนี่ด้วยความรู้ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นๆคือมีสติปัญญามีแสงสว่างเพิ่มขึ้น ลดอวิชชา ลดโมหะความไม่รู้ลดลงๆหมดอวิชชาเมื่อไรพบพระพุทธเจ้าอยู่ตรงหน้าพระพุทธเจ้าอยู่หลังม่านแห่งอวิชชาของคนแต่ละคนที่ไม่พบพระพุทธเจ้าเพราะม่านแห่งอวิชชาบังอยู่หลังม่านอวิชชามีพระพุทธเจ้าจงทำลายม่นของอวิชชาจะพบพระพุทธเจ้าอยู่ที่หลังม่านของความโง่ของตนๆทุกๆคนขอให้สิ่งนี้ก้าวหน้าขึ้นไปทุกปีท่านทั้งหลายจงได้ประสบความสุขสวัสดีงอกงามตามหลักพระพุทธศาสนาอยู่ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |